Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

FORCEPOINT เผย “ภัยคุกคามบนโลกอินเทอร์เน็ตปี 2018” พร้อมแนะวิธีป้องกัน

Published

on

Forcepoint บริษัทผู้นำระดับโลกด้านการรักษาความปลอดภัยโลกไซเบอร์ เผยรายงานเกี่ยวกับการคาดการณ์ความปลอดภัยในปี 2018 ซึ่งเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีระดับ เมกะเทรนด์ ที่เปลี่ยนภาพรวมของเทคโนโลยีไปทั้งหมดจากบนเครื่องเพียงเครื่องเดียวกลายมาเป็นข้อมูลบนอากาศหรือที่เราเรียกกันว่า Cloud ซึ่งข้อมูลจะอยู่ในทุก ๆ ที่บนโลก การป้องกันจึงมีความท้าทายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ซึ่ง Forcepoint เป็นบริษัทแรก ๆ ที่ได้เสนอการป้องกันบนโลกของ Cloud ในไทย ซึ่ง Product นั้นได้ถูกรับรองโดยบริษัทนักวิเคราะห์ชั้นนำของโลกในด้านการป้องกันข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ

ทาง Forcepoint เชื่อว่าที่ผ่านมาระบบ Cybersecurity เป็นสิ่งที่เริ่มมีความล้าสมัย เพราะพฤติกรรมในปัจจุบันของผู้ใช้งาน Foecepoint จึงเน้นการป้องกันพฤติกรรมของคนแทนการป้องกันแค่เพียงข้อมูลเพียงอย่างเดียว เพราะถึงแม้จะสร้างกำแพงที่ใหญ่ แต่ถ้าข้อมูลนั้นถูกดึงออกมาจากกำแพงแล้วไปเก็บไว้ที่อื่นก็ไม่มีความหมาย โดยเฉพาะข้อมูลสำคัญด้านธุรกิจและการทำธุรกรรมต่าง ๆ ก็เป็นสิ่งที่ต้องปกป้องจาก malware และ ransomware ที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีความอันตรายมากขึ้นเรื่อย ๆ

มร.อเล็กซ์ ลิม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายขาย ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และฝ่ายช่องทางการขายและพันธมิตรประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประเทศญี่ปุ่น

คุณฉัตรกุล โสภณางกูร ผู้จัดการฝ่ายขายประจำประเทศไทย บริษัท ฟอร์ซพอยต์

ซึ่ง Forcepoint ก็ได้คาดการณ์ 8 แนวโน้มสำหรับปี 2018 เอาไว้ดังต่อไปนี้

Privacy fight Back

สิ่งที่ Forcepoint คาดการณ์ไว้ว่า เมื่อก่อนจะมีเพียงกลุ่มองค์กรได้มีการตระหนักถึงการป้องกันข้อมูลที่รั่วไหล ซึ่งในปี 2018 เทรนด์ได้เปลี่ยนไปเป็นทางฝั่งของบุคคลแล้ว เช่นการมอบข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ที่สมัยก่อนเราไม่ได้สนใจเท่าไรนักว่าจะถูกรู้โดยใคร แต่ปัจจุบันเราจะเริ่มไม่ค่อยให้ข้อมูลส่วนตัวกับคนอื่นแม้จะได้รับ Gift Voucher ก็ตาม

Procrastinate now, Panic Later

ช่องโหว่ขององค์กรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจะส่งผลให้บริษัทเกิด Distrupt หรือถูกลดความน่าเชื่อถือจากต่างชาติได้หากเกิดการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ภายในบริษัท

Distruption of Thing

การเข้ามาของ IoT นั้นทำให้มีโอกาสถูกโจมตีโดย Ransomware ได้ ซึ่งจะมีโอกาศกลายเป็น Mass Disruption ที่โดนโจมตีแล้วกระทบต่อคนหมู่มากเช่น ไฟจราจร ลิฟต์ที่จะกลายเป็นอุปกรณ์ IoT ในอนาคต ถ้าถูกโจมตีก็อาจเกิดความเสียหายเป็นวงกว้างได้

The Rise of Cryptocurrency Hacks

เรียกได้ว่า Cryptocurrency คือเทรนด์ในโลกอนาคต ดังนั้นการโจมตีของ Ransomware คืออีก 1 แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นมากกว่าเดิมในปี 2018 ถ้าใครจำได้ PetYa คือ 1 ในการโจมตีที่หวังผลให้คนจ่ายเงินเป็น Bitcoin เพื่อปลดล็อค ซึ่งในปี 2018 นี้จะไม่เพียงแค่การโจมตีรายบุคคลแล้ว กลายเป็นการโจมตี Server เพื่อบังคับเครื่องลูกให้ช่วยขุด Bitcoin แทน รวมไปถึงการโจมตี Pool ที่เก็บเงิน Bitcoin เอาไว้เพื่อดึงเอาเงินมาแทนที่จะโจรกรรมธนาคารแล้วเพราะมีความเสี่ยงน้อยกว่าและได้ผลตอบแทนที่สูงกว่ามาก

Data Aggregators

บริษัทที่มีการรวบรวมข้อมูลของแต่ละบุคคลในปัจจุบันจะไม่ได้เก็บข้อมูลแค่เพียงชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ แต่จะมีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ว่า แต่ละคนชอบเข้าเว็บอะไร ชอบอ่านอะไร นำเอามาทำ Big Data Analytics ของแต่ละคน ปัญหาคือข้อมูลเหล่านี้มีโอกาสถูกโจรกรรมได้จากหลาย ๆ วิธีเพื่อดึงเอาข้อมูลเหล่านี้ออกมาได้

Cloud Security

ระบบการป้องกันข้อมูลบนคลาวน์นั้นเป็นสิ่งแรกที่ควรปกป้อง เพราะประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีการ Transfer ไปใช้งานระบบ Cloud ได้ไวที่สุดในกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะสถาบันด้านการเงิน ซึ่งแน่นอนว่ามาพร้อมกับความเสี่ยงที่จะถูกโจรกรรมได้สูง โดยเฉพาะ User Admin ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมาก ๆ ถ้าเกิดโดนโจรกรรม User Password ระดับ Admin ทำให้ผู้โจรกรรมจะได้ข้อมูลทั้งหมดของบริษัทไปเลย

Encrypted by Default – Implication for All

ในปัจจุบันหลากหลายเว็บไซต์เริ่มมีการเข้ารหัสข้อมูลผ่านระบบ HTTPS แล้วซึ่งเป็นการเข้ารหัสก่อนส่งข้อมูลจากเราไปสู่เว็บไซต์ทำให้ดักข้อมูลไม่ได้ และยังมีระบบการตรวจสอบโดยใช้ระบบ MITM (Man in the Middle) เพื่อเช็คข้อมูลอีกครั้งก่อนส่งผ่านข้อมูลไป แต่ Malware ในปี 2018 จะฉลาดขึ้น โดยจะรู้ว่า MITM นั้นเป็นอะไร ต้องทำยังไงถึงสามารถผ่านเข้าไปได้

The Next Giant Leap

ปัจจุบันและอนาคตมีการใช้งานระบบ digital บนยุค Digital Transformation ซึ่งองค์กรจะต้องมีความเข้าใจในระบบ Security ที่มากขึ้นกว่าเดิม ไม่เพียงแค่ป้องกันการโจมตีของไวรัสหรือ malware เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีการวิเคราะห์พฤติกรรมของคน UEBA (User Entity Behavior Analytics) ผ่านการนำ Big Data เข้ามา Adapt ใช้งานเพื่อควบคุมดูแลความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ซึ่งการคาดการณ์ทั้งหมดของ Forcepoint ในปี 2018 ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับบุคคลมากกว่าระบบความปลอดภัยปกติ ซึ่งถ้าเราสามารถบริหารความเสี่ยงได้ดีก็จะสามารถปกป้องข้อมูลอันมีค่าขององค์กรได้มากกว่าการรักษาความปลอดภัยบนระบบเพียงอย่างเดียวซึ่ง Forcepoint นั้นก็ได้มีการพัฒนาระบบ Cybersecurity ต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วยควบคุมดูแลในส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

Sony เปิดตัวจอ OLED ยักษ์ 77 นิ้ว พร้อมขายในราคาครึ่งล้าน!

Published

on

สมาชิกแบไต๋คงจำ Sony Bravia A1 ทีวี OLED รุ่นท็อปที่เราเคยรีวิวกันไปได้นะครับ ตอนนี้โซนี่เปิดตัว Bravia A1 ในขนาดใหม่ใหญ่ที่สุด 77 นิ้ว เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ที่รักจอใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชม Home Theater

ที่ผ่านมาแนวโน้มตลาดในกลุ่มจอใหญ่นั้นเติบโตมากมาตลอด โดยเฉพาะกลุ่ม 55 นิ้วขึ้นไปนั้นเติบโตมาก ซึ่งสวนทางกับกลุ่มจอขนาด 44 นิ้วลงไปที่เติบโตลดลง นอกจากนี้ตลาดทีวี OLED แม้จะยังมีมูลค่าตลาดไม่สูงนัก แต่ก็เดิบโตมากขึ้นตลอด ตอนนี้มูลค่าตลาดอยู่ที่ 283 ล้านบาทแล้ว ในปี 2017 โตขึ้นกว่า 2016 ถึง 66% โซนี่จึงเปิดตัว Bravia 77A1 เพื่อตอบโจทย์ตลาดนี้

การเติบโตของตลาดทีวีจอใหญ่

Sony Bravia 77A1 นั้นนำเอาจุดเด่นของรุ่น A1 มาครบถ้วน ทั้งหน้าจอแบบ OLED ที่แต่ละพิกเซลแสดงสีสันได้อย่างอิสระ สามารถปิดพิกเซลเพื่อแสดงสีดำสนิทได้ พร้อมชิป Sony 4K HDR X1 Extream ช่วยประมวลผลภาพให้การไล่เฉดสีนุ่มนวล เคลื่อนไหวได้ไม่สะดุด พร้อมระบบเสียง Acoustic Surface ที่เปลี่ยนหน้าจอให้กลายเป็นลำโพงโดยไม่ต้องมีดอกลำโพงด้านหน้าทีวี เสียงที่ออกจาก Bravia A1 จึงเหมือนกับออกมาจากแหล่งกำเนิดเสียงในภาพโดยตรง

Sony Bravia A1 ขนาด 55, 77 และ 65 นิ้ว

Sony Bravia KD-77A1 เปิดจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ถึง 11 มีนาคมในราคา 499,990 บาท และวางขนาดจริงในช่วงเดือนมีนาคม 2561 โดยผู้สั่งจองล่วงหน้าสามารถเลือกรับของแถมได้ 1 ใน 4 ชุดนี้คือ

  1. หูฟังไร้สาย Hi-res Audio ตัดเสียงรบกวนรุ่น WH-1000XM2 และเครื่อง PlayStation 4 Pro รวมมูลค่า 32,870 บาท
  2. หูฟังไร้สาย Hi-res Audio ตัดเสียงรบกวนรุ่น WH-1000XM2 และกล้อง Sony a6000 รวมมูลค่า 40,980 บาท
  3. หูฟังไร้สาย Hi-res Audio ตัดเสียงรบกวนรุ่น WH-1000XM2 และสมาร์ทโฟน Sony Xperia XZ Premium รวมมูลค่า 38,980 บาท
  4. ทีวี Sony Bravia KD-55X8000E มูลค่า 34,990 บาท

ซ้ายภาพจาก Sony Bravia A1 ขนาด 75 นิ้ว ส่วนขวาเป็นภาพจาก Sony Projector 4K แน่นอนโปรเจกเตอร์ภาพสู้ทีวี OLED ไม่ได้ แต่เด่นที่สามารถขยายจอได้เป็น 100 นิ้ว

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

Hitachi Social Innovation Forum มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอลและ IoT

Published

on

บริษัท ฮิตาชิ จำกัด และบริษัท ฮิตาชิ เอเชีย จำกัดจัดการประชุมและแสดงนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ  (Hitachi Social Innovation Forum) ประจำปี 2561 เป็นครั้งที่ 2 ในประเทศไทยโดยนำเสนอและจัดแสดงด้านธุรกิจ ที่แสดงให้เห็นความหลากหลายของโซลูชั่นส์ด้านนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิในตลาดโลก ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและโซลูชั่นส์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) รวมทั้ง IoT ซึ่งเป็นโซลูชั่นส์ของฮิตาชิในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดการและพัฒนาเมือง ผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มในด้านต่างๆ รวมทั้งบริการที่ช่วยตอบโจทย์ความท้าทายในยุคใหม่ ผ่านความร่วมมือกับองค์กรและหน่วยงานในประเทศไทย เพื่อที่จะก้าวเป็นสังคมแบบอัจฉริยะและยั่งยืน เพื่อคนไทยทุกคน

คุณยาสุโอะ มิซึทานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด

คุณยาสุโอะ มิซึทานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เนื่องจากตลาดในอาเซียนยังมีการเติบโตต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับฮิตาชิ ซึ่งธุรกิจของเราได้ครอบคลุมภาคส่วนต่างๆ เช่น ระบบรถไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ธุรกิจสารสนเทศและโทรคมนาคมมาอย่างยาวนาน ด้วยปัจจัยส่งเสริมจากการพัฒนาโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ฮิตาชิวางแผนที่จะเสริมสร้างการใช้เทคโนโลยี IoT เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 โดยการนำเอา Lumada ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม IoT ของฮิตาชิ มาช่วยส่งเสริมการสร้างสรรค์โซลูชั่นส์ด้านดิจิตอลร่วมกันกับคู่ธุรกิจ เพื่อพัฒนาความสามารถในการดำเนินธุรกิจในหลายสาขา ฮิตาชิหวังว่าจะมีบทบาทในการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะและพอเพียงผ่านการใช้เครื่องมือทางดิจิตอล เพื่อขยายความสามารถในการผลิต คุณภาพและนวัตกรรมในสาขาที่แตกต่างกันไป”

สำหรับปีนี้ ฮิตาชิตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำทางนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ในส่วนของ IoT ตามที่ได้ร่างไว้ในแผนบริหารกลางปีประจำปี 2561 ความสำคัญของภารกิจนี้ ก็คือการพัฒนาและการขยายธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าใหม่ๆ จากการสร้างสรรค์ร่วมกันกับลูกค้า โดยผ่านเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการและสารสนเทศ  และด้วยความมุ่งมั่นกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของฮิตาชิ บริษัท ฮิตาชิ คอนซัลติ้ง ได้รับเลือกให้เป็นผู้ออกแบบ การบริการเมืองอัจฉริยะให้กับโครงการOne Bangkok ซึ่งเป็นเมืองแห่งความครบครันเพื่อการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกของประเทศไทย อีกทั้ง ฮิตาชิ และ ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย) ยังได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับไปรษณีย์ไทยในการสนับสนุน บริการไปรษณีย์แบบดิจิทัล ซึ่งการพัฒนาโครงการเหล่านี้ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ฮิตาชิ ในการส่งเสริมเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างอัจฉริยะและยั่งยืน นอกจากการจัดแสดงเทคโนโลยีและศักยภาพด้านการพัฒนาล่าสุด การประชุมครั้งนี้จะเป็นเครื่องเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ของฮิตาชิในการมีบทบาทต่อการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 อีกด้วย

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

ฮิตาชิ จัดงาน Hitachi Social Innovation Forum ประจำปี 61 ครั้งที่ 2 ในไทย

Published

on

บริษัท ฮิตาชิ จำกัด (TSE: 6501, “Hitachi”) และ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย จำกัด จะจัด การประชุมและแสดงนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ  (Hitachi Social Innovation Forum) ประจำปี 2561 เป็นครั้งที่ 2 ในประเทศไทย ณ โรงแรมดิ แอทธินี กรุงเทพฯ วันที่ 23 กุมภาพันธ์

ในการประชุมนี้ จะมีการนำเสนอและการจัดแสดงด้านธุรกิจ ที่แสดงให้เห็นความหลากหลายของโซลูชั่นส์ด้านนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิในตลาดโลก การประชุมที่จะใช้ระยะเวลาหนึ่งวันนี้จะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและโซลูชั่นส์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) รวมทั้ง IoT ซึ่งเป็นโซลูชั่นส์ของฮิตาชิในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดการและพัฒนาเมือง ผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มในด้านต่างๆ รวมทั้งบริการที่ช่วยตอบโจทย์ความท้าทายในยุคใหม่ ผ่านความร่วมมือกับองค์กรและหน่วยงานในประเทศไทย เพื่อที่จะก้าวเป็นสังคมแบบอัจฉริยะและยั่งยืน เพื่อคนไทยทุกคน

นายยาสุโอะ มิซึทานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เนื่องจากตลาดในอาเซียนยังมีการเติบโตต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับ ฮิตาชิ ซึ่งธุรกิจของเราได้ครอบคลุมภาคส่วนต่างๆ เช่น

  • ระบบรถไฟฟ้า
  • ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
  • ธุรกิจสารสนเทศและโทรคมนาคมมาอย่างยาวนาน

ด้วยปัจจัยส่งเสริมจากการพัฒนาโครงการ ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ฮิตาชิ วางแผนที่จะเสริมสร้างการใช้ เทคโนโลยี IoT เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 โดยการนำเอา Lumada ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม IoT ของฮิตาชิ มาช่วยส่งเสริมการสร้างสรรค์โซลูชั่นส์ด้านดิจิตอลร่วมกันกับคู่ธุรกิจ เพื่อพัฒนาความสามารถในการดำเนินธุรกิจในหลายสาขา ฮิตาชิหวังว่าจะมีบทบาทในการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะและพอเพียงผ่านการใช้เครื่องมือทางดิจิตอล เพื่อขยายความสามารถในการผลิต คุณภาพและนวัตกรรมในสาขาที่แตกต่างกันไป”

และ ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเป็นแขกกิตติมศักดิ์ของการประชุมครั้งนี้ บริษัท ฮิตาชิ จำกัด ได้มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคดิจิตอลของประเทศไทย ด้วยการทำข้อตกลงกับ สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.)  ในปี 2560 ในการนำเอาเทคโนโลยีทางด้านดิจิตอล รวมทั้งเทคโนโลยี IoT และความพร้อมในด้านการพัฒนาเชิงนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการพัฒนา โครงการ EEC และประเทศไทย

สำหรับปีนี้ ฮิตาชิ ตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำทางนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ในส่วนของ IoT ตามที่ได้ร่างไว้ในแผนบริหารกลางปีประจำปี 2561 ความสำคัญของภารกิจนี้ ก็คือการพัฒนาและการขยายธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าใหม่ๆ จากการสร้างสรรค์ร่วมกันกับลูกค้า โดยผ่านเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการและสารสนเทศ  และด้วยความมุ่งมั่นกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของฮิตาชิ บริษัท ฮิตาชิ คอนซัลติ้ง ได้รับเลือกให้เป็นผู้ออกแบบ การบริการเมืองอัจฉริยะให้กับ โครงการ One Bangkok ซึ่งเป็นเมืองแห่งความครบครันเพื่อการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกของประเทศไทย อีกทั้ง ฮิตาชิ และ ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย) ยังได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับไปรษณีย์ไทยในการสนับสนุน บริการไปรษณีย์แบบดิจิทัล ซึ่งการพัฒนาโครงการเหล่านี้ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ฮิตาชิ ในการส่งเสริมเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างอัจฉริยะและยั่งยืน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!