Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

อีส แอม อาร์ บุกตลาดโซเซี่ยล ตั้งเป้าเบอร์ 1 “Viral Solution Company” ชูโปรแกรม “ Blastmetric”

Published

on

บริษัท อีส แอม อาร์ ดอท เน็ท จำกัด เดินหน้ารุกกตลาดโซเชี่ยลเปิดตัว โปรแกรม “Blastmetric” ตอบโจทย์การทำ ตลาด Viral Marketing แบบครบวงจร ตั้งเป้าขึ้นแท่นเบอร์ 1 ด้าน Viral Solution Company ของไทยภายในปี 2562 เผยผลประกอบการปี 2560 เติบโตจากปีก่อนแบบก้าวกระโดดถึง 197% เป็น 100 ล้านบาท

นายจักรพันธ์ พวงแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีส แอม อาร์ ดอท เน็ท จำกัด (IsAmAre) เปิดเผยว่า “จาก คอนเซ็ปต์ Viral Solution ทำให้เรามุ่งมั่นพัฒนางานบริการของบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่มาของโปรแกรมที่เรียกว่า “Blastmetric”  ซึ่งเป็นสุดยอดเครื่องมือเสริมกลยุทธ์ทางการตลาดไวรัล และโซเชี่ยลมีเดียครั้งแรกของไทย เพื่อสร้างแต้มต่อความได้เปรียบทางธุรกิจ กลายเป็นสูตรสำเร็จทางการตลาดที่สามารถวัดผลได้จริง และรับประกันความพึงพอใจ จนได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้าบริษัทชั้นนำ

นายจักรพันธ์ พวงแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีส แอม อาร์ ดอท เน็ท จำกัด (IsAmAre) (คนกลาง)

โดยบริษัทฯ มีความโดดเด่นในการให้บริการด้าน Viral Marketing แบบ One-stop Service ที่ครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนกลยุทธ์ในการทำตลาด มีการใช้ทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญในการออกแบบและผลิตสื่อ   รวมไปถึงการใช้เครื่องมือในการวางแผนการสร้างสรรค์สื่อเพื่อทำตลาดบนโซเชี่ยลมีเดียและโลกออนไลน์ และการใช้ผู้มีอิทธิพลทางความคิดบนโลกออนไลน์ หรือผู้มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลที่คุ้มค่าแก่ลูกค้า จุดนี้ทำให้เราแตกต่างจากรายอื่นๆ เพราะเราไม่ใช่แค่รับ บรีฟงานมาแล้วทำเลย แต่เราให้คำปรึกษาและวางกลยุทธ์ในการทำสื่อเพื่อให้ออกมาโอเคที่สุด บวกกับสิ่งที่เราโฟกัสคือ การมี ระบบ Social Media Tracking Tool ซึ่งเราได้ร่วมมือกับบริษัท IT Partner เพื่อนำระบบ Blastmetric มาช่วยวางแผนและจัดการการใช้สื่อออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

โปรแกรม “Blastmetric” ที่บริษัทได้ทำระบบและเก็บข้อมูลขึ้นมา พร้อมทดลองใช้มากว่า 1 ปี สามารถช่วยรับประกันงาน Viral ว่าสามารถจะ Go Viral ได้จริง เพราะช่วยทำงาน 3 ด้านหลัก คือ 1. Facebook Media Planning 2. Campaign Monitoring & Optimization Real-time 3. Reporting โดยระบบนี้สามารถวัดผลได้จริง ลดความเสี่ยง เพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ ทำให้เกิดความพึงพอใจกับลูกค้า

ส่วนกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คือ กลุ่มลูกค้าที่ต้องการทำ Viral Marketing หรือ กลุ่มที่ต้องการความคุ้มค่าของงบประมาณที่ลงไป รวมไปถึง กลุ่มเอเจนซี่ที่มีงาน TVC ,Viral VDO  ,Web Film ที่ต้องการลง Social Media แต่ไม่มั่นใจกับผลที่จะได้รับ และกลุ่มลูกค้า SMEs ที่มีงบการตลาดประมาณ 3 – 15 ล้านบาท ซึ่งกลยุทธ์การทำตลาดที่เป็นจุดแข็งแตกต่างจากคู่แข่ง คือ เป็นบริษัทเดียวในประเทศไทย ที่กล้าประกาศตัวเป็น Viral Guarantee Company และเราจับมือกับพาร์ทเนอร์ที่มีความแข็งแกร่งโดยเฉพาะกับ Influencers Companies

“บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการมาแล้วเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งได้รับผลประกอบการที่ดีมาก มีการเติบโตจากปีแรก 34 ล้านบาท และในปี 2560 นี้ คาดว่าจะโตจากปีที่ผ่านมาถึง 197% หรือ 100 ล้านบาท โดยมั่นใจว่าภายในปี 2562 บริษัทจะขึ้นเป็นผู้นำด้าน Viral Solution Company เป็นเบอร์ 1 ของไทยได้อย่างแน่นอน ด้วยภายใต้แนวคิด Viral Guarantee ที่เป็นจุดแข็งสำคัญ ”

อย่างไรก็ตาม มองว่าภาพรวมตลาดของธุรกิจดิจิทัล เอเจนซี่ ในปัจจุบันและอีก 2-3 ปีข้างหน้า งาน Above the Line จะหดตัวลงแน่นอน สวนทางกับงาน Online จะเติบโตขึ้นอีกมาก ซึ่ง Viral Marketing จะกลายมาเป็น New Generation TVC โดย E-Commerce จะเติบโตอย่างมาก และ Micro Influencers จะมีผลกับตลาดนี้มาก และเติบโตไปด้วยกัน อีกทั้งจะมีการปรับตัวขนานใหญ่ของ Agency Service & Staffs

สำหรับผลงานที่ทำให้บริษัทฯ เป็นที่รู้จักและได้รับกระแสตอบรับที่ดีในโลกออนไลน์ ได้แก่

  • ครีมแต้มสิว Tomei ของบริษัท TC Pharma ทั้ง 2 ภาค ที่มียอดวิวการเข้าชมรวมกันมากกว่า 30 ล้านวิว
  • NZen Gel ที่มียอดวิวรวมกันมากกว่า 13 ล้านวิว
  • Kindness Cream ที่มียอดวิวรวมกันกว่า 10 ล้านวิว
  • ตลอดจน MV ช้างศึก ของแบรนด์เถ้าแก่น้อย ซึ่งได้ทำขึ้นมาเพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับทีมชาติไทย และแฟนบอลชาวไทย
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัว YouTube Pop-Up Space ครั้งที่ 3 ณ ช่างชุ่ย ช่วยผลักดัน Content Creator เติบโตอย่างต่อเนื่อง

Published

on

YouTube ประเทศไทย เปิดตัว YouTube Pop-Up Space ครั้งที่ 3 ที่โครงการช่างชุ่ย วันที่ 12 – 17 พฤศจิกายนนี้ พร้อมเปิดโอกาสให้เหล่าครีเอเตอร์ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการผลิตวีดิโอ สร้างสรรค์ผลงานร่วมกับครีเอเตอร์ท่านอื่น รวมไปถึงการจับมือ Partner Program กับ YouTube เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับ YouTube Channel ที่มีศักยภาพ

YouTube เผยข้อมูลว่า ทุกวันนี้มีคน login เพื่อเข้ามารับชมมากกว่า 1000 ล้านคน และใช้เวลามากกว่า 1,000 ล้านชั่วโมงต่อวันในการดู ประเทศไทยเป็นประเทศที่ติด 1 ใน 10 ผู้รับชมคอนเทนต์มากที่สุดในโลก และการเติบโตของประเทศไทยเป็นไปอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ซึ่งขอบคุณเหล่า Content Creator ที่คอยสร้าง Content ดี ๆ ออกมาอย่างมากมายให้เหล่าผู้ชมได้รับชมกัน

นอกจากนี้การเติบโตของเหล่า Content Creator ในไทยมีการเติบโตที่รวดเร็วมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็น Content Creator ระดับ Silver Button ที่เติบโตกลายเป็น 1,700 Channel จาก 1,200 Channel เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ส่วน Gold Button เติบโตกลายเป็น 150 Channel จากเดิม 100 Channel ช่วงต้นเดือนมีนาคม และมี Diamond Button 5 Channel ซึ่งถือว่าเป็นอันดับ 3 ใน APAC

YouTube ก็ได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อตอบรับเหล่า Content Creator ที่ได้รับ Silver Button ขึ้นไปทุกปี ทั้ง YouTube FanFest และ กิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายมาโดยตลอด ซึ่งเกิดจากกิจกรรมที่ทาง YouTube ได้นำเข้ามานั้นก็ตั้งใจทำให้ Community เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน

YouTube Space คืออะไร?

YouTube Space คือสถานที่ที่ทำขึ้นมาเพื่อให้เหล่า YouTube Content Creator เข้ามาใช้งาน ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 10 ประเทศด้วยกัน โดยการมาของ YouTube Pop-Up Space นั้นคือการนำเอาความเป็น YouTube Space กระจายไปสู่ประเทศอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันได้เดินทางไปทั่วโลกและเกิดขึ้นแล้วกว่า 55 ครั้งและกว่า 21 ประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรกในปี 2016 ที่ YouTube Pop-Up Space เข้ามา ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่จัดขึ้นในประเทศไทย โดยจัดที่ช่างชุย เพื่อดึงเอาความคิดสร้างสรรค์ของเหล่า Content Creator ออกมาได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

ภาพบรรยากาศใน YouTube Pop-Up Space

ผู้ที่เข้ามา YouTube Pop-up Space นั้นจะมอบทั้งประสบการณ์การเรียนรู้ การเชื่อมต่อพูดคุย และเข้ามาสร้างสรรค์ผลงาน Original ของเราขึ้นมาผ่าน Pop-Up Space

อีก 1 โปรแกรมที่กำลังจะจัดขึ้นนั่นคือ YouTube Next Up ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยการนำคนที่มีศักยภาพสูง เข้ามาอยู่ในแคมป์ 5 วัน เพื่อพบกับเหล่าทีมงาน YouTube เพื่อฝึกฝนการสร้างคอนเทนต์ และรับแรงบรรดาลใจจากรุ่นพี่ผู้สร้างคอนเทนต์ และรับเงินสนับสนุนในการสร้างมูลค่ากว่า 62,000 บาท และทุกคนจะได้รับสิทธิ์ในโครงการ Partner Manager อีกด้วยโดยได้รับการคัดเลือกมาแล้วทั้งสิ้น 12 ช่องจากผู้สมัครกว่า 500 ช่อง

สำหรับใครสนใจก็สามารถติดตามข่าวสารผ่าน Hashtag #YouTubeSpaceBKK และ #YTNextUp ได้เลยครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

ขายแล้วจ้าา iPad Pro (2018) เริ่มขายในไทยแล้ว เลือกรับผ่าน Apple Store ก็ได้

Published

on

คล้อยหลังจากวันวางขายทั่วโลก (7 พ.ย.) ไปได้ไม่ถึงสัปดาห์ หน้าเว็บ Apple ของไทยก็เปิดให้สั่งจอง iPad Pro รุ่นปี 2018 เรียบร้อย ซึ่งไฮไลท์ของการวางขายครั้งนี้คือผู้ซื้อสามารถเข้าไปรับเครื่องด้วยตัวเองที่ Apple Store สาขา Icon Siam แห่งใหม่ของเราได้ด้วย

ซึ่งถ้ากดสั่งซื้อในวันนี้ หน้าเว็บแอปเปิ้ลระบุว่าจะได้รับสินค้าในวันพฤหัสที่ 15 พ.ย. 2561 ส่วนถ้ารับที่หน้าร้าน Apple Store จะเข้าไปรับได้ในวันศุกร์ที่ 16 พ.ย. 2561 ซึ่งสอดคล้องกับร้าน iStudio ทั่วไปที่ยังไม่มี iPad Pro รุ่นใหม่วางจำหน่ายในตอนนี้ ก็คาดว่าจะเริ่มวางขายหน้าร้านในวันที่ 16 พ.ย. นี้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม iPad Pro 2018 ในชุดแรกนี้ยังขายเฉพาะรุ่น Wifi เท่านั้นนะครับ ส่วนรุ่น 4G นั้นก็ต้องรอไปก่อนตามธรรมเนียม ซึ่งราคา iPad Pro ในรุ่น 11 นิ้วนั้นเริ่มที่ 28,900 บาท ส่วน iPad Pro 12.9 นิ้วเริ่มต้นที่ 35,900 บาทครับ ส่วนอุปกรณ์เสริมคือ Apple Pencil Gen 2 ราคา 4,490 บาท และคีย์บอร์ด Smart Keyboard Folio ราคา 6,490 บาท ยังไม่มีกำหนดวางขายตอนนี้ครับ ก็ต้องรอกันไปก่อน

ส่วน Macbook Air รุ่นใหม่ก็ประกาศวางขายในไทยแล้วเช่นกัน ซึ่งก็น่าจะวางหน้าร้านในช่วงเดียวกับ iPad Pro เลย แล้วติดตามรีวิวจากแบไต๋ได้เร็วๆ นี้เลย

อ้างอิง: หน้าสั่งซื้อ iPad Pro ของ Apple

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

ROG Phone มือถือสำหรับเกมเมอร์ เปิดราคาไทยพร้อม Gadget จัดเต็ม #ของมันต้องมี

Published

on

มาแล้วกับมือถือสำหรับเกมเมอร์จัดเต็มอีก 1 ตัวจาก ROG หรือ Republic of Gamer ที่นอกจากจะจัดเต็มด้านสเปคแล้ว เรื่องของดีไซน์ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน สำหรับใครที่เป็นแฟนแบรนด์นี้ก็จะเข้าใจดีว่า ROG เข้าใจถึงเกมเมอร์อย่างแท้จริง จึงได้จัด ROG Phone มือถือสำหรับเกมเมอร์อย่างแท้จริงที่มาพร้อมคอนเซปต์ Game Changer จัดหนักทั้งสเปค รูปลักษณ์ดีไซน์ และ Software ที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ

ASUS เผยว่าปัจจุบันตลาด Gaming Smartphone เติบโตสูงขึ้นมาก มีมูลค่าสูงกว่า 1,000 ล้านบาททั้งการซื้อของในเกม หรือเครื่องมือถือที่เล่นเกม ซึ่ง ROG หรือ Republic of Gamer ก็เข้าใจตลาดเกมมิ่งว่า กำลังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องซึ่งประเทศไทยปัจจุบันติด 1 ใน 20 ของตลาดเกมในระดับโลก ทำให้แบรนด์ใหญ่ ๆ เข้ามาทำตลาดในไทยกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทาง ROG มี vision ว่า เราต้องเป็นที่สุดของประสิทธิภาพ และเป็นที่สุดของนวัตกรรมเทคโนโลยี โดยสินค้าต่าง ๆ ที่ ROG สร้างขึ้นมา ก็มาจากประสบการณ์จากนักกีฬาและนักเล่นเกมมืออาชีพเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการสนับสนุน eSports ระดับโลก ซึ่งนอกจากนี้เรายังเข้าไปฟังข้อเสนอแนะ ติ-ชม ข้อมูลทั้งหมด แล้วเอามาปรับปรุงและสร้างสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้ดีที่สุด

ซึ่ง ROG นั้นมีผลการันตีว่า แบรนด์ ROG ถือว่าเป็นแบรนด์ Gaming อันดับ 1 ของโลกโดยนักเล่นเกมทั่วโลกและแน่นอนว่า ROG Phone ก็เป็นอีก 1 ผลิตภัณฑ์ที่ ASUS ตั้งใจเสนอออกมาเพื่อเกมเมอร์สายมือถือแบบจัดเต็ม และ ROG Phone นี้ยังเป็น Gaming Smartphone ที่มาพร้อมกับการการันตีด้วย Best Beartai Awards 2018 อีกด้วย

เผยความรู้สึกหลังสัมผัสของ Dew Black Glove Gamer

จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ล้ำยุคที่ตอบโจทย์สายเกมเมอร์ในเวลานี้ ด้วยCPU Qualcomm Snapdragon 845 พร้อมกับระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ บนหน้าจอ AMOLED กว้าง 6นิ้ว ทำให้รู้สึกว่าการรันเกมที่ระดับ 90 fps ได้ลื่นไม่สะดุด

ระบบ AirTriggers ที่ขอบข้าง เสมือนมีปุ่ม L/R บนจอยเกมคอนโซล ให้ความรู้สึกที่แปลกเนื่องจากเคยชินกับการกดสัมผัสปุ่มธรรมดาที่มีจังหวะเด้งคืนกลับ แต่ระบบนี้ก็ตอบสนองต่อความไวแบบกดปุ่มเกมคอนโซลเหมือนกัน ต่างกันแค่คือการสัมผัส

มีระบบรองรับฟังก์ชั่นสายเกมมากมาย Game center ที่เปิดสถานะต่างๆ ของ CPU และมีระบบ X mode ที่เปิดประสิทธิภาพขณะเล่นเกมให้สูงขึ้น
Game Genie คำสั่งที่เปิดรองรับมากมายเช่นการเซตหน้าจอการเล่นทั้งการเซตปุ่มมาโคร lock mode ล็อคหน้าจอเกมเพี่อป้องกันเผลอไปโดนปุ่มโฮมแล้วเด้งกลับหน้าจอหลัก การแสดงผลแบตเตอรี่ของเครื่องมือถือระหว่างเล่นที่ไม่ต้องกังวลว่าแบตจะหมดเมื่อไหร่

จากที่ได้ทดสอบมาทั้งเกม Free fire หรือ Ragnarok online M ถือว่าการควบคุมลื่นไหลดี แทบไม่มีสะดุด แม้ว่าบางครั้งจะยุ่งยากในการเซตปุ่มมาโครต่างๆ รายละเอียดหลีกย่อย แต่ก็ถือว่ารองรับตัวช่วยให้กับคอเกมเมอร์ได้ดี

สเปคของ ROG Phone

  • CPU Snapdragon 845 ที่มาพร้อมกับความเร็ว 2.96 GHz (Overclock ขึ้นมาจากเดิม 160 MHz) มาพร้อม Android Oreo 8.1
  • หน้าจอขนาด 6 นิ้ว สเกล 18:9 โค้ง 2.5D ใช้ Coring Gorilla Glass 6 ความละเอียดแบบ FullHD 2160×1080 เป็นจอแบบ AMOLED ที่มาพร้อมกับ Responsive เร็วมากเพียง 1ms และ Refresh Rate สูงถึง 90 Hz และความสว่าง 550 nits ก็เรียกว่าเล่นเกมกลางแจ้งได้เลย
  • Ram 8 GB DDR4X และ Rom UFS2.1 128 GB สูงสุด 512 GB พร้อม Google Drive ให้ไปเลย 100 GB ฟรี ๆ 1 ปีเต็ม
  • กล้องหลังใช้เลนส์ของ Sony Flagship IMX363 ความละเอียด 12 ล้าน F1.7 และเลนส์คู่กว้าง 120 องศา
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้าน F2.0
  • ถ่ายวิดีโอได้ความละเอียดสูงสุด 4K 60 fps บนกล้องหลัง และความละเอียด 1080P 60fps บนกล้องหน้า
  • ลำโพง DTS:X Ultra 1.0 แบบ 7.1 Channel จัดเต็มเรื่องเสียงเบส
  • ช่องเสียบซิมการ์ด 2 ใบแบบ Nano Sim 4G Standby ได้ 2 sim พร้อมกัน
  • กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP 68
  • รองรับ NFC
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh
  • น้ำหนักเครื่อง 2 ขีด

เรื่องการระบายความร้อนและระบบชาร์จไฟ

ออกแบบชุดระบายความร้อนใหม่ 3 ชั้น เพื่อนำความร้อนจากภายในสู่ภายนอกได้ดีที่สุด รวมไปถึงการออกแบบในด้าน Port สายชาร์จก็จะมีทั้งด้านท้ายและด้านข้าง เพื่อให้เกมเมอร์สามารถเล่นเกมได้อย่างสะดวก ไม่เกะกะมือ แถมยังได้ปรับเปลี่ยนโดยการนำเอา IC Charger จะฝังในตัว Adapter แทนที่จะเป็นโทรศัพท์ ทำให้การชาร์จไฟไป เล่นไปได้ โดยที่เครื่องไม่ร้อนอย่างแน่นอน” และนอกจากนี้มีระบบ Direct Charger และ Quick Charge 4.0 รวมไปถึงการชาร์จแบบ Wireless ก็สามารถทำได้

เรื่องหน้าจอ

หน้าจอสี DPI-P3 ที่แสดงผลได้สูงถึง 108% พร้อม Contrast 100,000:1 และหน้าจอแบบ HDR Display ที่แยก Chipset ออกมาเลย ทำให้หน้าจอมีความชัดเจนมากแม้จะอยู่ในที่มืดหรือสว่าง รวมไปถึงจอ 90 Hz และการตอบสนอง 1 ms

ในด้านการควบคุมก็เป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการเล่นเกมแบบใหม่จาก 2 นิ้ว กลายเป็น 4 นิ้วด้วย AirTrigger ที่เป็น sensor ฝังไว้ที่มุมบนเครื่อง เป็นการจำลองปุ่มขึ้นมา และมีการสั่นเตือน ซึ่งจะมีเฉพาะบน ROG Phone เท่านั้น

ด้าน Software

และในด้าน Software ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ทั้งการตั้ง X Mode ที่จะปรับ overclock cpu ให้ รวมไปถึง Game Profile ที่เราสามารถเลือกปรับได้ตามความต้องการ ระบบการรับสายเวลาเล่นเกมที่จะแสดงขึ้นมาเป็นหน้าจอเล็ก ๆ สามารถเลือกได้ว่าจะวางสาย จะรับสาย หรือจะเปิด Speaker พร้อมระบบโชว์ Real-time information ได้ทันทีเวลาเล่นเกม สามารถ Set ปุ่ม Macro ได้ทันที พร้อมกด Playback สูงสุด 999 ครั้ง และยังสามารถ Set Keymapping ที่รองรับการใช้งาน Mouse Keyboard ได้ (กดปุ่ม f11 บน keyboard) รวมไปถึงหลาย ๆ เกมที่ Exclusive จะถูกตั้งค่ามาให้ทันทีอีกด้วย งานนี้ PUBG Mobile จะเดือดกว่าเดิมด้วยผู้เล่นสาย PC ที่เตรียมบุกมาลุยกันได้แบบจัดเต็ม

Accessories สำหรับ ROG Phone

นอกเหนือจากตัวเครื่องที่จัดเต็มแล้ว ROG Phone ยังมาพร้อม Accessories จัดเต็มสำหรับชาวเกมเมอร์ที่ทำให้คุณใช้งาน ROG Phone ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างแน่นอน

Twinview Dock

อีก 1 Gadget สำหรับเกมเมอร์ที่ชอบจอเสริม มาพร้อมระบบลดความยุ่งยากในการติดตั้งการ Livestreaming รวมไปถึงสามารถใช้หน้าจอที่ 2 เป็นจอเสริมสำหรับเกมได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจอเสริมด้านล่างมีสเปคเดียวกันกับจอของ ROG Phone (แต่ไม่มี CPU) นอกจากนี้ยังมาพร้อมลำโพงเสริม 4 ตัว แบตฯ จัดเต็ม 6000 mAh ระบบสั่น ระบบระบายความร้อน และปุ่มเสริมพิเศษ Dual Trigger อีกด้วย

Mobile Desktop Dock

ตัว Dock ที่จะทำให้มือถือ ROG Phone ของคุณกลายเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะได้เลย แถมมาพร้อมพอร์ตจัดเต็มแบบสุด ๆ ตามภาพ

Asus Professional Dock

เป็นตัว Dock ที่ย่อขนาดลงมาจาก Mobile Desktop Dock และ Port ที่น้อยลง แต่ยังคงจัดเต็มเรื่องการแสดงผลหน้าจอ รวมไปถึงการเชื่อมต่อเม้าส์กับคีย์บอร์ดได้เป็นอย่างดี

WiGig Display Dock

อีก 1 ตัวต่อแสดงผลที่เป็นแบบไร้สาย สามารถเชื่อมต่อด้วยความหน่วงที่ต่ำเพียง 20 ms ทำให้สาทารถเล่นเกมผ่านจอใหญ่ได้เลยโดยไม่ต้องต่อสาย และยังรองรับ GameVice จอยเกมต่อแยกสำหรับเล่นเกมอีกด้วย

ROG Phone Case

และ ROG Phone Case ที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม จัดเต็มแบบสุด ๆ โดยแยกออกมาเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ทำให้เราสามารถถอดส่วนกลางเพื่อประกอบ Aero Active Cooler ได้อีกด้วย

รุ่น ราคา และวันวางจำหน่าย

ปิดท้ายด้วยการเปิดเผยราคาและวันวางจำหน่ายของ ROG Phone จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในทุกช่องทาง 26 พฤศจิกายนนี้รวมไปถึง Accessories ทั้งหมดที่นี่เลย

ROG Phone Ram 8 GB Rom 128 GB

ROG Phone รุ่น Ram 8 GB Rom 128 GB มาพร้อมราคา 29,990 บาท วางจำหน่าย 23 พฤศจิกายนนี้ หรือจองผ่าน Shopee ได้แล้ววันนี้ 100 เครื่อง (มี Code Shopee ROG1000 ลดอีก 1,000 บาท)

ROG Phone Ram 8GB Rom 512 GB

ส่วน ROG Phone รุ่น 8 GB Rom 512 GB มาพร้อมราคา 34,990 บาท Exclusive ที่ Shopee เท่านั้น ได้รับ 500 Shopee Coin + Gamevice ไปเลยฟรี ๆสำหรับผู้สั่งจองภายใน 60 เครื่องแรกเท่านั้น

Gamevice และ Asus Professional

สำหรับ Accessories Gamevice และ Asus Professional Dock จะวางจำหน่าย 1 ธันวาคมนี้ในราคา 3,290 บาททั้ง 2 ตัว

Complete Accessory Set

และสุดท้ายคือ Fullset จัดเต็ม ทั้ง Accessories ทุกอย่างรวมกระเป๋า ราคา 32,990 บาท วางจำหน่ายเฉพาะ Shopee เท่านั้น (ไม่รวมมือถือ)

ROG Phone ก็ถือได้ว่าเป็นอีก 1 Game Changer อย่างแท้จริง เก็บเงินรอกันได้เลย

ปล. ทุกภาพที่เห็นในข่าวนี้ถ่ายด้วยกล้อง ROG Phone ทั้งหมด ถ้าคุณคิดว่ามือถือเกมมิ่งต้องมาพร้อมกับกล้องคุณภาพไม่ดี บอกเลยว่า ROG นั้นต่างจากที่คุณคิดอย่างแน่นอน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!