Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

Kaspersky คาดการณ์ ภัย Cyber เตรียมบุกครึ่งปีหลัง เพิ่มความรุนแรงขึ้นมาก !!

Published

on

เมื่อช่วงต้นปีนี้ทีมวิเคราะห์และวิจัยของแคสเปอร์สกี้ แลป (Global Research and Analysis Team – ทีม GReAT) ได้เปิดโปงขบวนการภัยคุกคามทางไซเบอร์หลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มล้วนมีความซับซ้อน ใช้ทูลและเทคนิคขั้นสูง ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายได้เป็นวงกว้าง

ซึ่งปัจจุบันทาง Kaspersky นั้นได้มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เข้ามาช่วยในการปกป้องเซิฟเวอร์ของคุณจากการบุกรุก โดยใช้วิธีการตรวจสอบการกระทำ (Action) ที่ผิดปกติ ก่อนที่จะเข้าไปตรวจสอบไฟล์ผิดปกติ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการตรวจจับ และเพิ่มประสิทธิภาพได้ดียิ่งกว่าเดิม

ภัยคุกคามต่าง ๆ ที่ Kaspersky ตรวจจับได้

  • Slingshot จัดเป็นภัยไซเบอร์ที่มีความซับซ้อน โดยตัวมัลแวร์จะทำการโจมตีปล่อยเชื้อใส่เหยื่อผ่านเราเตอร์ที่มีช่องโหว่ และทำงานอยู่ในเคอร์เนลโหมด (kernel mode) สามารถเข้าควบคุมอุปกรณ์ของเหยื่อได้อย่างสมบูรณ์
  • OlympicDestroyer เป็นมัลแวร์ที่ใช้เทคนิคสร้างความเข้าใจผิด (false flag) โดยฝังมาในเวิร์ม ล่อให้ตัวตรวจจับหลงทางพลาดเป้าหมายมัลแวร์ตัวจริง ดังที่เป็นข่าวใหญ่โตในช่วงโอลิมปิกฤดูหนาวที่เพิ่งผ่านมา
  • Sofacy หรือ APT28 หรือ Fancy Bear เป็นกลุ่มก่อการจารกรรมไซเบอร์ที่ออกปฏิบัติการก่อกวนยังองค์กรด้านการทหารและป้องกันประเทศ ด้านการทูต นอกเหนือไปจากเป้าหมายที่มักเกี่ยวโยงกับองค์การนาโต้
  • PlugX เป็นมัลแวร์เกี่ยวกับทูลในการทำรีโมทแอคเซส (RAT) เป็นที่รู้จักดี เมื่อเร็วๆ นี้ถูกตรวจพบในองค์กรด้านเวชภัณฑ์ที่เวียดนาม มุ่งหวังโจรกรรมสูตรยาที่มีค่ายิ่งและข้อมูลด้านธุรกิจ ประเทศไทยเองก็ถูกจัดอันดับเป็นหนึ่งในสามที่องค์กรธุรกิจด้านเวชภัณฑ์ถูกโจมตีมากที่สุด
  • Crouching Yeti เป็นกลุ่ม APT ใช้ภาษารัสเซียที่ถูกตามรอยมาตั้งแต่ปี 2010 เป้าหมายอยู่ที่ธุรกิจอุตสาหกรรมทั่วโลก โดยมุ่งเน้นไปที่ด้านพลังงาน
  • ZooPark เป็นเคมเปญจารกรรมไซเบอร์ เหยื่อเป้าหมายคือผู้ที่ใช้แอนดรอยด์ดีไวซ์ในแถบประเทศตะวันออกกลาง อาศัยแพร่กระจายเชื้อร้ายผ่านทางเว็บไซต์ยอดนิยมที่มียอดผู้เข้าใช้งานสูง น่าจะเป็นเคมเปญที่มีรัฐบาลประเทศใดประเทศหนึ่งหนุนหลัง เน้นโจมตีองค์กรการเมืองหรือนักรณรงค์ทางการเมืองในภูมิภาคนี้
  • Roaming Mantis เป็นแอนดรอยด์มัลแวร์ล่าสุด แพร่กระจายด้วยการจี้ปล้นระบบโดเมนเนม (DNS) และพุ่งเป้าหมายไปที่สมาร์ทโฟนส่วนมากในเอเชีย และยังคงออกอาละวาดก่อกวนอย่างต่อเนื่อง ออกแบบมาเพื่อโจรกรรมข้อมูลของผู้ใช้ จากนั้นเข้าควบคุมแอนดรอยด์ดีไวซ์นั้น ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์และเมษายนปี 2018 นักวิจัยได้ตรวจับมัลแวร์นี้ได้จาก 150 ยูสเซอร์เน็ตเวิร์ก เช่น เกาหลีใต้ บังคลาเทศ และญี่ปุ่น

ยิ่งไปกว่านั้น นักวิจัยจากแคสเปอร์สกี้ แลปยังได้ค้นพบกิจกรรม APT จำนวนมากในแถบเอเชีย โดยรายงานต่างๆ ในไตรมาสแรกของแคสเปอร์สกี้ แลป ได้ระบุถึงปฏิบัติการภัยไซเบอร์ในภูมิภาคนี้มากกว่า 30% พบกิจกรรมที่ใช้เทคนิคใหม่ในประเทศแถบตะวันออกกลาง เช่น StrongPity APT ที่ปล่อย Man-in-the-Middle (MiTM) ออกมาโจมตีเน็ตเวิร์กของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) หลายครั้ง และผู้ก่ออาชญากรรมไซเบอร์ที่มากด้วยทักษะอีกกลุ่มหนึ่ง ได้แก่ Desert Falcons ได้วกกลับมาก่อกวนแอนดรอยด์ดีไวซ์ด้วยการปล่อยมัลแวร์ที่เคยใช้งานเมื่อปี 2014 นักวิจัยยังพบด้วยว่าหลายกลุ่มยังคงปล่อยเคมเปญเน้นเป้าหมายการโจมตีไปที่เราเตอร์และอุปกรณ์ที่ใช้กับเน็ตเวิร์ก ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันมาหลายปี เช่น Regin และ CloudAtlas เป็นต้น จากข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เราเตอร์จะยังคงเป็นเป้าหมายโจมตีอยู่เช่นนี้เพราะเป็นช่องทางเข้ายึดโครงสร้างระบบของเหยื่อได้อย่างดี

“ช่วงครึ่งแรกของปีพบกลุ่มคุกคามไซเบอร์ที่มีทักษะมีความซับซ้อนทางเทคนิคในระดับต่างๆ เกิดขึ้นใหม่หลายกลุ่ม แต่โดยรวมแล้ว กล่าวได้ว่า ต่างก็ใช้มัลแวร์ทูลที่มีอยู่แล้วทั่วไป ในขณะเดียวกัน กลับไม่พบความเคลื่อนไหวสำคัญใดจากกลุ่มดังๆ บางตัว ทำให้เราเชื่อว่าพวกนี้อาจจะกำลังคิดวางกลยุทธ์และจัดวางทีมใหม่เพื่อปฏิบัติการในอนาคต” วิเซนเต้ ดีแอซ นักวิจัยด้านความปลอดภัยอาวุโส ทีม GReAT แคสเปอร์สกี้ แลป กล่าว

คาดการณ์ช่วงครึ่งหลังของปี 2018

  1. มีการโจมตีซัพพลายเชนมากขึ้น แคสเปอร์สกี้ แลปตามแกะรอยกลุ่ม APT (advanced persistent threat) และปฏิบัติการของพวกนี้ได้ถึง 100 ครั้ง บางครั้งมีความซับซ้อนเหลือเชื่อ มีหลุมพรางมากมายที่ซ่อน zero-day exploits และ fileless attack tools พร้อมด้วยเทคนิคการแฮคแบบดั้งเดิม ที่ส่งต่อให้กับทีมที่เก่งเทคนิคเพื่อโจรกรรมข้อมูล เราจะเห็นว่ามีหลายกรณีที่แอคเตอร์พยายามเจาะเข้าเป้าหมายมาเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ อาจเป็นเพราะเป้าหมายที่ถูกโจมตีนั้นใช้ซอฟต์แวร์เพื่อความปลอดภัยอินเทอร์เน็ตที่แข็งแกร่ง จัดอบรมให้ความรู้พนักงาน จึงไม่ตกเป็นเหยื่อผ่านวิศวกรรมสังคม หรือปฏิบัติตามแนวทาง DSD TOP35 ลดความเสี่ยงจาก APT (Australian DSD TOP35 mitigation strategies) อย่างเคร่งครัด โดยทั่วไปแล้ว แอคเตอร์ที่จัดว่าอยู่ในขั้นสูงและมีความมุมานะจะไม่ยอมเลิกลาไปง่ายๆ แต่จะคอยตามแหย่หาจุดอ่อนอยู่จนกว่าจะหาทางเจาะเข้ามาได้

จากการประเมินของเราพบว่าการเข้าโจมตีซัพพลายเชนเพิ่มจำนวนขึ้น และเช่นกันในปี 2018 เราคาดว่าจะมีการใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนเพื่อเจาะเข้าระบบ รวมทั้งการเข้าโจมตีโดยตัวของมันเอง มีการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อสร้างโทรจัน ซึ่งพบได้ในบางภูมิภาคหรือบางกลุ่ม ก็จะกลายมาเป็นวิธีการที่พบได้ เฉกเช่นเดียวกับ เทคนิคบ่อน้ำ (waterhole) ที่เจาะจงเลือกไซต์อย่างแยบยล เพื่อล้วงลึกเจาะเข้ากล่องหัวใจสำคัญของเหยื่อเป้าหมายนั้นจะเป็นวิธีที่ต้องตาต้องใจผู้ร้ายไซเบอร์บางประเภทแน่นอน

  1. มีโมบายมัลแวร์ระดับไฮเอนด์เพิ่มขึ้น เนื่องจาก iOS เป็นระบบปฏิบัติการที่ไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้ จึงค่อนข้างลำบากสำหรับยูสเซอร์ที่จะเช็คเครื่องว่าติดเชื้อหรือไม่ ขณะที่แอนดรอยด์ แม้จะพบช่องโหว่อยู่ไม่น้อย แต่มีโอกาสมากกว่าที่จะใช้โซลูชั่น เช่น Kaspersky AntiVirus for Android ในการตรวจสอบดีไวซ์

จากการประเมินพบว่า จำนวนโมบายมัลแวร์ที่มีอยู่จริงๆ นั้นน่าจะสูงกว่าจำนวนที่รายงานอยู่มาก เนื่องมาจากข้อบกพร่องที่มีอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ ยิ่งทำให้การระบุชี้และกำจัดยากยิ่งขึ้น เราคาดว่า ในปี 2018 จะพบ APT มัลแวร์สำหรับโมบายเพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากจำนวนการโจมตีที่เพิ่มขึ้น และมีพัฒนาการของเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อไล่ล่ามัลแวร์พวกนี้

  1. มีจุดอ่อนแบบ BeEF เพิ่มจำนวนขึ้นเพื่อคอยเก็บข้อมูล เนื่องจากระบบปฏิบัติการปัจจุบันให้ความสำคัญและใช้เทคโนโลยีความปลอดภัยและบรรเทาความเสียหายที่มีศักยภาพดีขึ้น ทำให้สนนราคาของ zero-day exploits ได้ถีบตัวสูงขึ้นในช่วง 2016 และ 2017 เทคนิคการรวบรวมข้อมูลเหล่านี้สอดคล้องกับกลุ่ม APT เช่น Turla และ Sofacy และ Newsbeef (รู้จักในชื่อ Newscaster, Ajax hacking team หรือ ‘Charming Kitten’) และกลุ่ม APT อีกกลุ่มก็มีวิธีการรวมข้อมูลที่รู้จักกันดี เช่น Scanbox เมื่อพิจารณาวิธีการทำงานเหล่านี้ผนวกกับความจำเป็นในการป้องกันทูลที่มีราคาแพง คาดว่าการใช้ ทูลคิทในการเก็บข้อมูล เช่น ‘BeEF‘ จะเพิ่มจำนวนขึ้นในปี 2018 เพราะหลายกลุ่มได้หันมาประยุกต์ใช้หรือพัฒนาขึ้นมาใช้เอง
  2. การโจมตี UEFI และ BIOS อินเทอร์เฟซแบบ Unified Extensible Firmware Interface (UEFI) คือซอฟต์แวร์อินเทอร์เฟซที่เป็นตัวกลางระหว่างเฟิร์มแวร์และระบบปฏิบัติการบนเครื่องคอมพิวเตอร์ เกิดขึ้นเมื่อปี 2005 โดยพันธมิตรผู้พัฒนาฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์ชั้นนำ รวมทั้งอินเทล ตอนนี้ล้ำหน้า BIOS มาตรฐานไปอย่างรวดเร็ว คุณสมบัติที่ทำให้ UEFI เป็นแพลตฟอร์มที่น่าสนใจนั้นกลับเปิดช่องโหว่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในยุค BIOS ก่อนหน้านี้ เช่น การรัน (run) โมดูล executable ที่ปรับแต่งได้เองนั้น เป็นการเปิดทางให้สร้างมัลแวร์ และ UEFI สามารถปล่อยกระจายได้โดยตรงก่อนที่จะถูกตรวจจับหรือสะกัดกั้นด้วยแอนตี้มัลแวร์โซลูชั่น หรือแม้แต่ตัวระบบปฏิบัติการจะได้ทันไหวตัวเสียอีก

มัลแวร์ UEFI มีไว้ซื้อขายนั้นเป็นที่รู้กันมาตั้งแต่ปี 2015 เมื่อ Hacking team UEFI modules ถูกเปิดโปง เป็นที่น่าแปลกใจว่าไม่ปรากฏมัลแวร์ UEFI น่าจะมาจากความยากที่จะตรวจจับ คาดว่าปี 2018 เราน่าจะได้พบมัลแวร์แบบ UEFI มากขึ้น

ปี 2018 คาดว่าการโจมตีทำลายล้างเช่นนี้จะเพิ่มจำนวนขึ้น เกาะกระแสภาพลักษณ์ในบทบาทของการเป็นสงครามไซเบอร์ (cyberwarfare)

  1. มี cryptography เวอร์ชั่นย่อยเพิ่มขึ้น ย้อนไปเมื่อปี 2013 สำนักข่าวรอยเตอร์สมีรายงานข่าวว่า NSA จ่ายเงินให้ RSA เป็นจำนวน 10 ล้านเหรียญเพื่อให้ใส่อัลกอริธึ่มช่องโหว่ลงในโปรดักส์เพื่อให้เป็นวิธีทำลายการเข้ารหัส แม้จะมีการค้นพบความเป็นไปได้ของการใช้แบคดอร์เมื่อปี 2007 แต่ก็ยังมีหลายบริษัท (รวมทั้งจูนิเปอร์) ที่ยังคงใช้ต่อไป แต่เป็นคอนสแตนท์เซ็ตที่ต่างออกไป ซึ่งเชื่อว่าจะปลอดภัย ในเชิงทฤษฎี พบว่าเรื่องนี้ทำให้แอคเตอร์ APT บางกลุ่มไม่พอใจและว่าจ้างให้ดำเนินการแฮคเข้าจูนิเปอร์ เปลี่ยนคอนสแตนท์มาเป็นเซ็ตที่ตนเองสามารถเข้าควบคุม และปลดรหัสการเชื่อมต่อแบบ VPN ได้

การกระทำเช่นนี้ถูกจับได้ และในเดือนกันยายนปี 2017 กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ cryptography จากหลายประเทศได้ร่วมกันกดดันให้ NSA ล้มเลิกความพยายามในการผลักดันให้อัลกอริธึ่มการเข้ารหัสตัวใหม่อีกสองตัวเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม

เมื่อเดือนตุลาคมปี 2017 รายงานข่าวพบข้อบกพร่องใน cryptographic library ที่ Infineon ใช้ในฮาร์ดแวร์ชิปสำหรับการสร้าง RSA primes แม้ข้อบกพร่องที่พบนี้จะดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจ แต่ก่อให้เกิดข้อกังขาเกี่ยวกับความปลอดภัยของเทคโนโลยีเข้ารหัสที่ใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทการ์ด เน็ตเวิร์กไร้สาย หรือเว็บทราฟฟิกแบบเข้ารหัส ปี 2018 เราคาดว่าจะได้พบช่องโหว่ cryptographic ที่รุนแรงอันตรายกว่าเดิม และหวังว่าจะได้รับการแพทช์แก้ไข ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขที่ตัวมาตรฐานเองหรือที่การติดตั้งใช้งาน

  1. ข้อมูลเฉพาะบุคคลในธุรกิจอีคอมเมิร์ซเผชิญวิกฤต หลายปีที่ผ่านมานั้น เราเผชิญวิกฤตเกี่ยวโยงกับการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล personally identifiable information (PII) และล่าสุดพบ Equifax ที่สะเทือนผู้คนชาวอเมริกันถึงกว่า 145.5 ล้านคน ทั้งปลอมแปลงหรือโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นปัญหาต่อเนื่องมายาวนาน แต่อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อข้อมูลพื้นฐานในการระบุตัวตนนั้นถูกเผยแพร่ทั่วไปจนไม่น่าวางใจอีกต่อไป? องค์กรธุรกิจหรือหน่วยงานภาครัฐต้องเผชิญตัวเลือกระหว่างลดขนาดการทำงานด้วยอินเทอร์เน็ตที่แสนสะดวกสบาย หรือลดการใช้โซลูชั่นแบบมัลติแฟคเตอร์ ทางออกที่ดูน่าจะเป็นไปได้ เช่น ApplePay อาจจะเข้ามาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นอีกหนึ่งวิธีการยอดนิยมในการป้องกันข้อมูลส่วนตัวและธุรกรรมออนไลน์ และเราก็อาจจะได้เห็นการลดบทบาทการใช้อินเทอร์เน็ตเข้ามาสร้างความทันสมัยรื้อความอุ้ยอ้ายในการทำงานและลดค่าใช้จ่ายปฏิบัติการลง
  2. มีการแฮคเข้าเราเตอร์และโมเด็มเพิ่มขึ้น ช่องโหว่ที่ถูกละเลยมองข้ามคือช่องโหว่ในเราเตอร์และโมเด็ม ซึ่งที่จริงแล้วมีความสำคัญต่อการปฏิบัติงานประจำวัน และโดยมากมักใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะของตัว ที่ไม่ถูกแพทช์หรือดูแล ท้ายที่สุด คอมพิวเตอร์จิ๋วเหล่านี้นับเป็นอุปกรณ์ต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตโดยการออกแบบ ดังนั้นจึงเป็นจุดเชื่อมโยงที่มีความอ่อนไหวเหมาะสำหรับที่ผู้ไม่ประสงค์ดีจะอาศัยเป็นช่องทางแฝงเข้ามาในเน็ตเวิร์กได้ ยิ่งไปกว่านั้น ในบางกรณี ผู้ร้ายสามารถปลอมแปลงตนเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ทำให้มีทางที่จะแอบเข้าไปยังแอดเดรสอื่นที่ต่อเชื่อมอยู่ได้ ช่วงนี้เป็นช่วงเทคนิคการสร้างความเข้าใจผิดหรือลวงให้ผิดทาง (misdirection and false flags) กำลังเป็นที่สนใจนั้น การเข้าโจมตีดเราเตอร์ โมเด็มนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องเล็ก หากทำการศึกษาวิจัยลงลึก จะได้พบข้อมูลที่น่าสนใจมากขึ้นอย่างแน่นอน
  3. ตัวกลางสำหรับความโกลาหลในวงโซเชียลมีเดีย สื่อสังคมโซเชียลมีบทบาทต่อความคิดเห็นต่างๆ ของผู้คนมากมายเกินกว่าที่เราเคยคาดคิด ไม่ว่าจะถูกนำมาใช้เพื่อเสี้ยมหรือก่อกระแส หลายคนก็เริ่มที่จะเรียกร้องให้มีการตรวจสอบยูสเซอร์และบอตที่ส่งอิทธิพลต่อกระแสสังคมหมู่มาก น่าเศร้าที่ว่าเน็ตเวิร์กเหล่านี้มิได้สนใจที่จะตรวจสอบกลุ่มผู้ใช้บอตของตน แม้จะชัดเจนถึงความไม่เหมาะสมของบางบอตส์ และนักวิจัยอิสระก็มีความสามารถติดตามแกะรอยได้ก็ตาม แต่ก็มิได้ดำเนินการใดๆ คาดว่าการกระทำเช่นนี้จะยังคงดำเนินต่อไป และเน็ตเวิร์กของบอตก็จะถูกใช้ประโยชน์กันมากขึ้นจากหลายฝ่ายเพื่อความประสงค์ทางการเมืองหรือการจูงใจ ส่งอิทธิพลทางความคิด ที่จะส่งผลต่อผู้ใช้โซเชียลมีเดีย และเริ่มมองหาทางเลือก นอกเหนือจากผู้ให้บริการปัจจุบัน ที่คอยมุ่งเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการคลิกของผู้คนเท่านั้น

คุณเบญจมาศ จุฑาพิพัฒน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยของแคสเปอร์สกี้ แลป กล่าวว่า “ในปี 2018 เราคาดว่าแอคเตอร์ภัยไซเบอร์จะขยับระดับความแข็งแกร่ง งัดทูลใหม่ออกมาก่อกวน และส่งความรุนแรงเพิ่มขึ้น แนวทางหลักและทิศทางในแต่ละปีนั้น ไม่ควรที่จะแยกออกจากกัน ต่างต้องพึ่งพากันเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่กันและกัน เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนยูสเซอร์ที่ต้องเผชิญกับปัญหาภัยไซเบอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับบุคคล เอ็นเทอร์ไพรซ์ หรือรัฐบาล สิ่งสำคัญคือการแชร์ข้อมูลเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับภัยไซเบอร์นั่นเอง”

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

‘นวัตกรรม’ เริ่มต้นได้ ที่ IP IDE Center

Published

on

ปัจจุบัน นวัตกรรมเข้ามามีบทบาทในการทำธุกิจ และหลายๆ ประเทศเริ่มเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ก้าวทันโลก   เพื่อนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุค Thailand 4.0 ทรัพย์สินทางปัญญา เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่วางไว้

วันนี้แบไต๋ จะพาทุกคนที่อยากเริ่มต้นการทำธุรกิจด้วยนวัตกรรม IP IDE Center เป็นศูนย์ One Stop Service ในการให้คำปรึกษาผู้ประกอบการ SMEs ไทยให้ก้าวไปเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรม (IDE) ในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมแบบครบวงจร ตั้งแต่การสร้างสรรค์ การคุ้มครองและการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์

สำหรับการก้าวสู่ประเทศไทย 4.0 และผู้ประกอบการ 4.0 จะต้องมีทรัพย์สินทางปัญญา เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นองค์ประกอบสำคัญ โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ SMEs ของเรามีความคิดสร้างสรรค์ มีไอเดียมากขึ้น แต่ยังคงต้องการข้อมูลสำหรับสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ในการนำมาต่อยอดสู่การผลิตสินค้า และบริการ

โดย IP IDE Center ให้บริการใน 4 ด้าน ได้แก่

  1. Techno Lab ให้บริการข้อมูลวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีจากฐานข้อมูลสิทธิบัตร การประเมินและวิเคราะห์แนวโน้มของเทคโนโลยี วิเคราะห์แนวโน้มเทคโนโลยี ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล เพื่อช่วยชี้เป้าให้ผู้ประกอบการ นักประดิษฐ์ นักวิจัย ให้สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดได้
  2. Idea Lab ด้านการสร้างความพร้อมให้ผู้ประกอบการในการเป็นผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรม อาทิ การบ่มเพาะความเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรม วิเคราะห์ปัญหาและความต้องการของผู้ประกอบการ SMEs เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการได้พัฒนาสินค้าตอบสนองความต้องการของตลาดมากที่สุด
  3. Value Lab ให้คำปรึกษาแนะนำในการเข้าสู่ระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเข้าถึงแหล่งทุน การจับคู่ธุรกิจ
  4. Inter Lab ให้คำปรึกษาเพื่อส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ประกอบการเข้าสู่การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในระดับสากล เพื่อเตรียมความพร้อมในการรุกตลาดต่างประเทศอย่างเข้มแข็ง รวมทั้งการเจรจาไกล่เกลี่ยกรณีที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในต่างประเทศ ผ่านหน่วยงานเครือข่ายของกรมทรัพย์สินทางปัญญา

สำหรับ Start up และผู้ประกอบการ ที่ต้องการวิเคราะห์แนวโน้มเทคโนโลยี นวัตกรรม หรือต้องการขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญแวะเข้าไปเยี่ยมชมเพจของ IP IDE  ติดตาม live สด เรื่องความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาโดยทีมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นประจำทาง http://www.facebook.com/ipidethailand/ หรือติดตามข่าวสารผ่าน line@ ได้ที่  @ip_ide_center หรือเข้าไปปรึกษาได้ที่ชั้น 4 กรมทรัพย์สินทางปัญญากระทรวงพาณิชย์ ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เว้นวันหยุดราชการ เวลา 08.30-16.30 น.

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

ซื้อใจคนไทยด้วยบริการใหม่จากกูเกิ้ล: Google Maps สำหรับมอเตอร์ไซค์, Google Station ไวไฟฟรีทั่วประเทศ

Published

on

ภายใน Google for Thailand งานโชว์นวัตกรรมของ Google ในธีม Leave no Thai Behind หรือจะไม่ปล่อยให้คนไทยคนไหนตกขบวน กูเกิ้ลได้ขนเทคโนโลยีหลายอย่างที่ปรับให้เหมาะสำหรับคนไทยโดยเฉพาะภายใต้ 4 แกนหลักที่กูเกิ้ลต้องการเน้นคือ การเชื่อมต่อผู้คนเข้าสู่อินเทอร์เน็ต, การศึกษา, เนื้อหาในภาษาไทย และการสนับสนุน SME & StartUp ซึ่งภายในงานนี้ได้รับเกียรติจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร. พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย ฯพณฯ กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ร่วมงานด้วย

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จับมือกับ ฯพณฯ กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย

โครงการริเริ่มเหล่านี้ครอบคลุมพันธกิจหลัก 4 ด้านของบริษัทฯ ได้แก่ การสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี การส่งเสริมด้านการศึกษา การพัฒนาเนื้อหาและผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน และการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยทั้งหมดนี้ได้ถูกพัฒนามาเพื่อให้มั่นใจว่าคนไทยทุกคนจะมีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีและสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันเพื่อทำให้ความเป็นอยู่ของพวกเขาดีขึ้น Google มุ่งมั่นสนับสนุนการเติบโตของไทยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้วยโครงการริเริ่มเหล่านี้เบน คิง
Country Director, Google ประเทศไทย

Google Station ไวไฟฟรีทั่วไทยโดย Google และ CAT

Google Station เป็นโครงการให้บริการไวไฟฟรีโดยใช้ระบบของกูเกิ้ล ด้วยการสนับสนุนโครงข่ายจาก CAT ซึ่งสามารถให้บริการฟรีด้วยการสนับสนุนผ่านโฆษณาจากบริษัทต่างๆ ซึ่งในช่วงแรก Unilever บริษัทเครื่องอุปโภคบริโภครายใหญ่ของไทยให้การสนับสนุนเพื่อให้เกิดการให้บริการฟรีได้ ซึ่งไทยเป็นประเทศที่ 4 ที่มีโครงการ Google Station ถัดจากอินเดีย, อินโดนีเซียและแม็กซิโก

เราได้ทดสอบ Google Station ภายในบริการงาน Google for Thailand ก็พบว่าระบบการล็อกอินนั้นใช้ง่ายดี เพียงไม่กี่ขั้นตอนก็ใช้งานได้แล้ว ซึ่งทดสอบความเร็วภายในงานพบว่าได้ความเร็วดาวน์โหลดประมาณ 30 Mbps ก็ไม่ได้แรงเวอร์ แต่ก็ไม่ได้ช้าจนเกินไป

ทดลองความเร็ว Google Station ภายในงาน

Google มีความมุ่งมั่นที่จะช่วยให้คนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้นด้วยการริเริ่มโครงการ Google Station โดยร่วมมือกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เพื่อให้บริการ Wi-Fi สาธารณะความเร็วสูง ภายใต้การสนับสนุนจากบริษัทยูนิลีเวอร์ ในเบื้องต้นจะให้บริการในพื้นที่ต่างๆ 10 แห่งในกรุงเทพฯ พิจิตร และเลย และจะขยายพื้นที่ให้บริการเพิ่มเติมไปยังส่วนต่างๆ ของประเทศในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อให้คนไทยเข้าถึงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียรโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายกันได้มากขึ้น อันจาลี โจชิ
รองประธานฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ Next Billion Users ของ Google

อันจาลี โจชิ รองประธานฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ Next Billion Users ของ Google

ดูพื้นที่ให้บริการทั้งหมดได้จากเว็บ Google Station

Google Maps เพื่อมอเตอร์ไซค์

ไทยเป็นประเทศที่ใช้รถจักรยานยนต์เยอะมาก ซึ่งเส้นทางของรถจักรยานยนต์นั้นจะวิ่งแตกต่างจากรถยนต์ คือสามารถวิ่งในทางที่แคบกว่าได้ แต่ไม่สามารถวิ่งขึ้นทางพิเศษบางชนิดได้ Google จึงเพิ่มโหมดการนำทางสำหรับรถมอเตอร์ไซค์เข้ามา ซึ่งถือเป็นประเทศที่ 4 ในโลกที่มีฟีเจอร์นี้ ถัดจาก อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และอินเดีย โดยลักษณะพิเศษของแผนที่เพื่อรถจักรยานยนต์คือ

  1. แนะนำเส้นทางเล็กๆ แคบๆ ได้ แต่ไม่แนะนำเส้นทางพิเศษ
  2. คำนวณเวลาในการเดินทางในรูปแบบของมอเตอร์ไซค์ที่สามารถวิ่งผ่านช่วงรถติดได้อย่างรวดเร็ว
  3. บอกเส้นทางโดยใช้สถานที่เด่นๆ เป็นหลัก เพื่อให้ใช้งานระหว่างขับมอเตอร์ไซค์ได้ง่ายขึ้น

คริช ไวทอลเดอวาร่า หัวหน้าทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ Google Maps สำหรับกลุ่ม Next Billion Users

Youtube Go ร่วมกับ AIS เพื่อให้คนไทยดู Youtube สบายใจขึ้น

Youtube นั้นเป็นบริการยอดนิยมในไทย คนไทยดูเนื้อหาใน Youtube มากติด 1 ใน 10 อันดับของโลก แต่ช่องระดับ Silver ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 100,000 คนมากกว่า 1,200 ช่อง มากเป็นอันดับหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีช่องระดับ Gold หรือมีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคนมากกว่า 100 ช่อง มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน แถมมีช่องที่มีผู้ติดตามเกิน 10 ล้านคนถึง 3 ช่องในไทย

เบน คิง Country Director, Google ประเทศไทย

แต่สำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตแบบที่มีข้อจำกัดเรื่องปริมาณข้อมูล ก็กลายเป็นข้อจำกัดทำให้ดูยูทูปได้ยากขึ้นไปด้วย ก่อนหน้านี้ Google จึงสร้าง Youtube Go ขึ้นเป็นทางเลือกใหม่ของการชมวิดีโอ ด้วยความสามารถเลือกความละเอียด และแจ้งปริมาณข้อมูลที่ต้องใช้ก่อนกดดู แถมยังสามารถบันทึกวิดีโอเก็บไว้ในเครื่องได้ด้วย แต่ล่าสุดภายในงาน Google For Thailand ได้ประกาศความร่วมมือกับ AIS เปิดตัวแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตใหม่ที่เรียกว่า Youtube Go Data Pack คิดค่าใช้จ่ายเหมาๆ แค่ 59 บาทต่อเดือนก็ดูยูทูปผ่าน Youtube Go ได้ไม่จำกัดแล้ว

(ซ้าย) ปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), เบน คิง Country Director, Google ประเทศไทย, มุกพิม อนันตชัย หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรธุรกิจบันเทิง YouTube ประเทศไทย

อันจาลี โจชิ รองประธานฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ Next Billion Users กล่าวบนเวที Google for Thailand ว่าผู้ใช้พันล้านคนต่อไปของกูเกิ้ลไม่ได้มาจากประเทศเทคโนโลยีสูงแล้ว แต่มาจากกลุ่มที่ยังไม่ได้เข้าถึงเทคโนโลยี อาจด้วยข้อจำกัดของโครงสร้าง หรือราคาอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟน Google จึงสร้าง Android Go Edition เป็นรุ่นพิเศษที่ปรับให้เหมาะกับอุปกรณ์แรมน้อยสัก 1 GB ให้ยังทำงานได้ลื่นไหล และ Youtube Go ก็เป็นหนึ่งในแอปตระกูล Go ที่ปรับปรุงให้เหมาะสำหรับอุปกรณ์ในระดับเริ่มต้นด้วย

นอกจากเรื่องแอปตัวใหม่ที่ทำให้การชม Youtube กระจายได้มากขึ้นแล้ว YouTube ยังเน้นการพัฒนาเนื้อหาและร่วมงานกับผู้สร้างสรรค์เนื้อหามากขึ้นด้วย ทั้งการเปิดตัว YouTube Pop-Up Space ในเดือนพฤษจิกายนนี้ เป็นสถานที่ให้ Youtuber เข้ามาพบปะกัน พร้อมสตูดิโอถ่ายทำและเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างกล้อง 360 องศา หรือกล้อง VR เข้าใช้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่ง Space ทำให้สร้างเนื้อหาที่ดี มีการร่วมมือกัน และสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างคลิป

และในปีนี้ยังนำกิจกรรม Youtube Nextup เพื่อสนับสนุน creator ขนาดกลาง สอนสร้างเนื้อหา และได้รับการสนับสนุนอย่างใกล้ชิดจากทีม Youtube พร้อมโครงการ Creator for Change สนับสนุนจาก Youtube เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีในสังคม เช่นหัวข้อ มีอคติโดยไม่รู้ตัว, เช็คก่อนแชร์

Youtube ไม่ใช่แพลทฟอร์มสำหรับความบันเทิงอย่างเดียว แต่สร้างแพลทฟอร์มสำหรับเนื้อหาทุกประเภท

เพื่อสนับสนุนเครือข่ายชุมชน YouTube ในประเทศไทยที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จะเปิดตัว YouTube Pop-Up Space อีกครั้งหนึ่งที่กรุงเทพฯ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อให้บรรดาครีเอเตอร์ชาวไทยสามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีในการผลิตวิดีโอที่ล้ำสมัย นอกจากนี้ Google ประเทศไทย ยังเตรียมจัดโครงการฝึกอบรมสำหรับครีเอเตอร์ เช่น YouTube NextUp ซึ่งเป็นการฝึกอบรมระยะเวลา 8 สัปดาห์ เพื่อให้คำปรึกษาแก่ครีเอเตอร์เกี่ยวกับเทคนิคในการก้าวขึ้นเป็นผู้มีชื่อเสียงบน YouTube และโครงการ Creators for Change โครงการที่ส่งเสริมให้ตระหนักถึงปัญหาต่างๆ ในสังคมในปัจจุบันมุกพิม อนันตชัย
หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรธุรกิจบันเทิง YouTube ประเทศไทย

เรื่องการศึกษา Google ก็ให้ความสำคัญ

กูเกิ้ลกำลังสร้างศูนย์บ่มเพาะทักษะดิจิทัลที่มีชื่อว่า Academy Bangkok – A Google Space ภายในโครงการ True Digital Park กรุงเทพฯ เพื่อเป็นสถานที่ฝึกอบรมผู้เข้าร่วมโครงการ Google Ignite ซึ่งเป็นโครงการฝึกอบรมทักษะด้านการตลาดดิจิทัลสำหรับนักศึกษาระยะเวลา 2 เดือน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าทำงานจริงกับบริษัทที่ว่าจ้าง

นอกจากนี้กูเกิ้ลจะใช้ศูนย์ฯ นี้เป็นสถานที่ฝึกอบรมโครงการอื่นๆ ของ Google ในด้านต่างๆ อาทิ ทักษะนักพัฒนาซอฟท์แวร์ และระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง และหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในปีนี้แล้ว ศูนย์ฯ จะรองรับผู้เข้าฝึกอบรมได้ถึง 200 คนในแต่ละครั้ง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

Acer จับจังหวะดนตรีสู่กิจกรรมความสนุก จัดงาน Acer Day 2018: Play Music Together! พร้อมกัน 14 ประเทศ

Published

on

Acer จัดแคมเปญ Acer Day 2018: Play Music Together ส่งความสนุกผ่านกิจกรรมออนไลน์ สะสมคะแนนแลกสิทธิร่วมชิง ตัวเครื่องบินไป-กลับไต้หวัน พร้อมที่พัก หรือเลือกรับผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊กจาก Acer พร้อมพบงานอีเวนท์ใหญ่ Acer Day 2018 (2-8 สิงหาคม 2561) และกิจกรรมพิเศษรับ Cash Back มูลค่าสูงสุด กิจกรรม Acer Unlocked Game เกมทายรหัสปลดล็อคโน้ตบุ๊ก เพียงปลดล็อคได้ ก็รับเครื่องนั้นกลับบ้านไปเลย ณ ลาน กิจกรรมโซน ซี ชั้น 1 เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อํานวยการฝ่ายการตลาด บริษัท Acer คอมพิวเตอร์ จํากัด กล่าวว่า ตลาดไอทีในปัจจุบันมีตัวเลขการเติบโตดีขึ้น ทั้งในกลุ่มของ PC และ Notebook โดยมีปัจจัยที่มาจากทั้งในเรื่องของผู้ใช้งานเอง องค์กรธุรกิจที่ต้องการอัปเกรดอุปกรณ์ให้รองรับกับระบบปฏิบัติการที่เป็นปัจจุบัน (Windows10) รวมไปถึงการ เติบโตของธุรกิจเกม กีฬาอีสปอร์ตที่ในปัจจุบันได้รับการยอมรับให้เป็นกีฬาข้อมูลจาก GFK ระบุว่า ตลาดโน้ตบุ๊ก โดยเฉพาะในกลุ่มเกมมิ่งในช่วงต้นปี 2018 ยังมีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด

โดย Acer มีส่วนแบ่งการตลาดของ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเกมมิ่งโน้ตบุ๊กเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 41.6% เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันกับปี 2017 อยู่ 32.3% โดย มีปัจจัยหลักอยู่ที่การเติบโตของธุรกิจเกม ความก้าวหน้าของกีฬาอีสปอร์ต รวมถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้ใช้งาน ที่มองว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊กเป็นโน้ตบุ๊กที่มีสเปคสูง มีความเร็ว และระบายความร้อนได้ดี รองรับการใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ ที่นอกเหนือจากการเล่นเกมไปยังความบันเทิงอื่น ๆ เช่นการดูหนัง ฟังเพลง และสามารถใช้ในงานออกแบบ งาน กราฟิก งานแอนิเมชันต่าง ๆ ทําให้มีผู้ใช้งานเปลี่ยนเครื่องใหม่มาเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กเพื่อใช้งานหลักในชีวิตประจําวัน

This slideshow requires JavaScript.

สําหรับการจัดงาน Acer Day 2018 จะจัดขึ้นพร้อมกัน 14 ประเทศ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กิจกรรมนี้นอกจากจะช่วยกระตุ้นตลาดให้มีความ คึกคักขึ้นแล้ว ยังเป็นการเพิ่มช่องทางการเข้าถึง การสื่อสารให้กับกลุ่มลูกค้า นําเสนอใน รูปแบบ Play Music Together ด้วยแนวคิดที่ว่า “ดนตรีคือการสื่อสารที่ดีที่สุด” ด้วยการเชื่อมโยงผู้คนในทุกประเทศในภูมิภาค บนแพลตฟอร์มของ Acer ผ่านทางจังหวะและสีสันของดนตรีอย่างไม่มีข้อจํากัด

This slideshow requires JavaScript.

Acer Day จัดระหว่าง 2-8 สิงหาคม 2561 ณ ลาน กิจกรรมโซน ซี ชั้น 1 เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

โดยแบ่งการจัดงานออกเป็น 3 ส่วนได้แก่

1. Acer Day Game Online เกมสะสมคะแนนแลกสิทธิ์ชิงรางวัลใหญ่ทั้ง ตั๋วเครื่องบินไป-กลับไต้หวัน พร้อมที่พัก 4 วัน 3 คืน 1 รางวัล หรือ เลือกรับผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊กจาก Acer โดยสามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้ได้ที่ acer-day.com/th ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2561

2. โปรโมชั่นหน้าร้านค้าตัวแทนจําหน่ายทั่วประเทศ เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ Acer (ในรุ่นที่กำหนด) และลงทะเบียนสินค้าผ่านช่องทาง Inbox ของ Facebook Acer Thailand รับ Cash back มูลค่า 1,000 – 2,000 บาท ตั้งแต่ 2 สิงหาคม – 2 กันยายน 2561

3. งาน Acer Day 2018 จัดขึ้นบริเวณลานกิจกรรม โซน ซี, ชั้น 1 เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ตั้งแต่วันที่ 2-8 สิงหาคม 2561 ที่ประกอบไปด้วย

  • 2 สิงหาคม: รับ Cash Back มูลค่า 8,000 หรือ 2,000 บาท สําหรับ 100 ท่านแรกที่เข้าร่วมกิจกรรมพิเศษนี้ (สามารถรับคิว 100 ท่านแรกได้ที่ บริเวณประตู 1D, ชั้น 1 เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว)
  • 2-5 สิงหาคม: มินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน เป๊ก ผลิตโชค, ป๊อป ปองกูล, นนท์ ธนนท์ และอ๊อฟ ปองศักดิ์
  • 2-8 สิงหาคม: ร่วมสนุกกับกิจกรรม Unlocked Game ทายรหัสปลดล็อค เมื่อกดรหัสปลดล็อคได้ถูกต้อง และเครื่องเข้าสู่ระบบปฏิบัติการ ก็เป็นเจ้าของเครื่องที่ทําการปลดล็อคได้ทันที

โซนต่าง  ๆ ในงาน

New Product Demo Zone : อัปเดตนวัตกรรมคอมพิวเตอร์จาก Acer ที่ยกทัพมาโชว์โฉม อวดพลังในงานนี้ ไม่ว่าจะเป็น Switch 5, Swift 5, Swift 1, Nitro Monitor VG240, Nitro N50, Nitro Spin ใช้งานทั่วไปได้ หน้าจอสัมผัส ประสิทธิภาพแรงเล่นเกมได้สบาย ๆ, Nitro 5 ดีไซน์ใหม่ GTX 1060 ในราคา 34,900 บาท, Predetor Helios 300 GTX1060, Predetor Helios 300 Limited Edition ที่มีจำหน่ายเพียง 300 ตัว และมีอุปกรณ์ Full Set สีขาว, Aspire 5 with intel Optane และ Swift 7 ที่บางที่สุดในโลกขณะนี้

Intel® optane Booth : พบผลิตภัณฑ์ Acer ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Optane จาก Intel ที่จะมาโชว์ ประสิทธิภาพที่ช่วยให้ทุกการใช้งานคอมพิวเตอร์เร็วยิ่งขึ้น

Free Check UP Zone : บริการให้คําปรึกษา พร้อมตรวจเช็คผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊ก Acer ทุกรุ่น ฟรีในงาน

Clearance Zone : พบผลิตภัณฑ์ Clearance จาก Acer ส่วนลดสูงสุดถึง 80% พบขบวนผลิตภัณฑ์ขนมาให้เลือกซื้อ พร้อมโปรโมชั่น และของแถมอีกมากมาย

เครื่องเล่นสไตล์เรทโทร สามารถเล่นแผ่นเสียงได้จริง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!