Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

เดลต้า(ประเทศไทย) ฉลองครบ 30 ปี พร้อมปรับเป้าหมายใหม่เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

Published

on

บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ฉลองครบรอบ 30 ปี พร้อมปรับเป้าหมายใหม่เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา เดลต้าก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้รับรางวัลมากมายด้านนวัตกรรมและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2560 เป็นต้นมา เดลต้า ประเทศไทย ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจเป็นสามด้านด้วยกัน ได้แก่ พาวเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบอัตโนมัติ และ โครงสร้างพื้นฐาน

ด้วยความก้าวหน้าของเดลต้าที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการทางเทคโนโลยีทั้งธุรกิจและสังคม เดลต้าจึงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตทางธุรกิจบนพื้นฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน โซลูชั่นต่างๆ ของเดลต้าเป็นที่ต้องการสูงจากทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอินเดีย ออสเตรเลีย และประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งล้วนมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเดลต้าในอนาคต

ปัจจุบันจุดเด่นและความสนใจที่หลากหลายของเดลต้าช่วยเสริมสร้างความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีในประเทศไทยได้อย่างชัดเจน จากการที่เดลต้าให้ความสำคัญกับโซลูชั่นต่าง ๆ ซึ่งตอบสนองความต้องการที่เป็นกระแสหลักของโลก (เมกะเทรนด์) ได้แก่ ระบบอัตโนมัติสำหรับอุตสาหกรรม , ดาต้าเซ็นเตอร์ , ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) , พลังงานหมุนเวียน และ ระบบจัดเก็บพลังงาน ซึ่งทั้งหมดนี้สอดคล้องกับค่านิยมของเดลต้า ประเทศไทย ในการสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล ดำรงรักษาชื่อเสียงในฐานะบริษัทข้ามชาติที่มีความคิดก้าวหน้า และมั่นใจได้ว่าผู้ถือหุ้นจะได้รับผลตอบแทนที่ดีในอนาคต

นายเซีย เชน เยน ประธานบริหารบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เดลต้าอยู่ในสถานะที่จะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สามารถช่วยธุรกิจและโลกของเราให้ดำเนินงานอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีประสิทธิภาพ โลกของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และเดลต้าได้ปรับตัวให้ทันต่อการนำทรัพยากรของเดลต้าสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อสร้างผลกระทบให้ได้มากที่สุด”

ระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติ : นวัตกรรมระดับโลกสำหรับภูมิภาค

  • แง่มุมที่สำคัญอีกประการสำหรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 คือ อุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งมีความพยายามในการปรับเปลี่ยนโรงงานต่าง ๆ จากเดิมที่อาศัยการใช้แรงงานไปเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงเครื่องจักรอัจฉริยะต่างๆ ที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพ เดลต้า ประเทศไทย เป็นผู้นำด้านระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติมาอย่างยาวนาน โดยมีผลิตภัณฑ์ทุกประเภทในสายการผลิต เช่น ชุดเฟืองแพลนเนตตารี่เพิ่มความเร็วรอบ และอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมการเคลื่อนที่ รวมถึงระบบควบคุมที่ซับซ้อน และระบบเครื่องจักรที่ปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ หรือ human machine interfaces (HMI) ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557 เดลต้า ประเทศไทย ได้ขยายธุรกิจระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศออสเตรเลีย และประเทศอินเดีย
  • หนึ่งในโซลูชั่นระดับโลกของเดลต้า ได้แก่ สายการผลิตอัจฉริยะแบบมัลติทาสกิ้งที่มีความยืดหยุ่นสูง เป็นระบบบูรณาการที่สามารถผลิตผลิตภัณฑ์หลายรายการได้อย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในองค์ประกอบเฉพาะของระบบนี้คือ หุ่นยนต์ข้อต่อแบบหกแกน DRV ซีรีส์ ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลด้วยรางวัล iF Design Award ปีพ.ศ. 2561

ระบบดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ : กระดูกสันหลังหลักของชีวิตยุคดิจิทัล

  • ขณะที่ประเทศไทยเปลี่ยนจากเศรษฐกิจบนพื้นฐานอุตสาหกรรมหนักไปสู่เศรษฐกิจสมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ดาต้าเซ็นเตอร์จึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่อภาคธุรกิจ คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud computing) , อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่งหรือ IoT (Internet of Things) , อินเทอร์เน็ตบนมือถือ และการรวบรวมบิ้กดาต้า ทำให้ธุรกิจสมัยใหม่ต้องลงข้อมูลในดาต้าเซ็นเตอร์ ในการบริหารจัดการข้อมูลสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตที่มีอยู่มากมาย  เพื่อให้ธุรกิจจำนวนมากสามารถจัดการกับความท้าทายนี้ได้ เดลต้า ประเทศไทย ได้ออกแบบโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานระบบดาต้าเซ็นเตอร์ (InfraSuite) โดยศูนย์รวมข้อมูลบิ๊กดาต้าเหล่านี้ ครอบคลุมถึงระบบบริหารงานครบถ้วนสมบูรณ์ของเดลต้า ระบบบริหารจัดการพลังงาน ระบบทำความเย็น แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน และระบบการบริหารจัดการ
  • ดาต้าเซ็นเตอร์โซลูชั่นของเดลต้าออกแบบมาเพื่อปรับตัวและเติบโตไปพร้อมกับหลากหลายประเภทธุรกิจ ดาต้าเซ็นเตอร์เหล่านี้ทรงประสิทธิภาพ ใช้พลังงานน้อย และปรับเปลี่ยนขนาดได้ตามความต้องการทางธุรกิจและพื้นที่ เดลต้า ยังคอยให้การดูแลอย่างเต็มที่ ตั้งแต่การให้คำปรึกษาเบื้องต้น การออกแบบเพื่อติดตั้งรวมถึงการบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง

การชาร์จประจุยานยนต์ไฟฟ้า : บุกเบิกอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

  • ยานยนต์ไฟฟ้า ผู้นำแห่งเศรษฐกิจสีเขียวรูปแบบใหม่ของเอเชีย และรัฐบาลไทยคาดหวังว่าจะมียานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ 1.2 ล้านคัน ภายในปีพ.ศ. 2579 เพื่อสนับสนุนแผนโยบายนี้จึงจำเป็นต้องมีสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้ารองรับเป็นจำนวนมาก ซึ่งเดลต้าอยู่ในสถานภาพที่พิเศษกว่าผู้อื่นที่สามารถจัดให้บริการติดตั้งสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า ยกระดับความเชี่ยวชาญในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการแปลงและจัดการพลังงาน เพื่อสร้างเครื่องชาร์จแบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ที่ใช้ทั้งระบบภาพสัญลักษณ์สื่อสารกับผู้ใช้ผ่านเว็บไซต์ หรือ Graphical User Interface (GUI) และแอปพลิเคชันสำหรับสมาร์ทโฟนในการติดตั้ง การใช้งาน และการบำรุงรักษาเพื่อลดความยุ่งยาก
  • เมื่อต้นปีนี้ เดลต้าเปิดตัวอุปกรณ์ชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบชุดในประเทศอินเดีย และจะเปิดโรงงานผลิตในปีพ.ศ. 2562 เดลต้ายังวางแผนที่จะขยายงานด้านยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยได้ร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวงในกรุงเทพมหานคร และสถาบันยานยนต์ในบางปู เพื่อให้บริการโซลูชั่นสำหรับการชาร์จประจุไฟยานยนต์ไฟฟ้า
  • ในปีนี้ เดลต้าเข้าร่วมกับสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ในฐานะหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ยานยนต์ไฟฟ้า ที่สามารถจัดหาโซลูชั่นการชาร์จประจุไฟยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับผู้ประกอบการสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของประเทศ การเป็นสมาชิกของเดลต้าเป็นผลมาจากความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้านยานยนต์ชั้นนำของรัฐบาลไทย เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกำหนดรูปแบบการชาร์จประจุไฟยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

โซลูชั่นพลังงานหมุนเวียน : กุญแจสำคัญในการต่อสู้กับสภาวะโลกร้อน

  • เดลต้า ประเทศไทย ได้ให้ความสนใจอย่างจริงจังกับพลังงานสีเขียวและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้เดลต้าได้รับคัดเลือกจากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำหรับหุ้นยั่งยืนเป็นเวลาต่อเนื่องถึง 3 ปี (พ.ศ. 2558-2560) และยังเป็นหนึ่งใน 21 บริษัทที่มีมูลค่าตลาดหลักทรัพย์สูงกว่าล้านล้านบาท ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์แปลงไฟจากโซลาร์เซลล์ (PV) ของเดลต้า ครอบคลุมความต้องการด้านพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมดตั้งแต่หลังคาที่อยู่อาศัยไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรม โดยผลิตภัณฑ์นี้ประกอบไปด้วยโมเดล M30A และ M50A รุ่นใหม่ ที่มีขนาดกะทัดรัด และน้ำหนักเบา
  • ปัจจุบันสำนักงานของเดลต้าในประเทศไทย ได้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์แล้ว รวมทั้งสิ้น 4 เมกะวัตต์ เดลต้าจะติดตั้งระบบจัดเก็บพลังงาน (ESS) ขนาด 500 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง (kWh) ที่สำนักงานใหญ่ในบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อใช้ในการวิจัยความยั่งยืนต่อไป พร้อมแผนการที่จะขยายขอบเขตสู่ตลาดที่กำลังเติบโตต่อไปในอนาคต

ระบบจัดเก็บพลังงาน : เปิดตัวเทคโนโลยีการจัดเก็บพลังงานสู่ภูมิภาคสำหรับอนาคต

  • รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เพิ่มความพยายามปรับปรุงอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำหรือระบบไมโครกริด (Micro Grid) กลายเป็นโซลูชั่นยอดนิยม เพื่อการทำงานแบบต่อเนื่องและจัดหาพลังงานแก่พื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน เดลต้าได้ยกระดับระบบจัดเก็บพลังงาน (ESS) เพื่อให้ตรงกับความต้องการด้านพลังงาน เมื่อปริมาณไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายไฟแบบกริดอยู่ในระดับต่ำมากหรือนำพลังงานที่ผลิตได้ไปเก็บไว้ในช่วงเวลาการใช้งานต่ำสำหรับช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟสูงสุด สำหรับกริดที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ระบบจัดเก็บพลังงานของเดลต้า สามารถจัดเก็บพลังงานจากแสงอาทิตย์ในช่วงกลางวัน และระบบกริดจะทำงานในช่วงกลางคืน พลังงานที่เก็บไว้นี้สามารถนำมาใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพในการจ่ายไฟเมื่อขายพลังงานแสงอาทิตย์นี้ให้กับระบบกริดหรือเมื่อใช้พลังงานโดยตรง ข้อได้เปรียบจากการเพิ่มประสิทธิภาพกำลังไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ และให้ปริมาณไฟฟ้าสูงสุด มีส่วนช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค ทำให้ระบบจัดเก็บพลังงานของเดลต้ากลายเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วภูมิภาค
  • ระบบจัดเก็บพลังงานแบบบูรณาการของเดลต้าประกอบด้วย ระบบปรับอาการสองทิศทาง , อุปกรณ์แบตเตอรี่ , ระบบควบคุม และ ระบบการจัดการแบบคลาวด์ เพื่อให้บริการการจัดเก็บพลังงานครอบคลุมสำหรับการใช้งานในที่พักอาศัย การใช้งานเชิงพาณิชย์และระบบสาธารณูปโภค โดยแบตเตอรี่ลิเธียมไออนของเดลต้าครอบคลุมเซลล์ โมดูลขนาด 24V แล 48V ตู้จัดเก็บ และคอนเทนเนอร์สำหรับความต้องการที่หลากหลาย และเนื่องจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หวังที่จะพัฒนาเป็นตลาดหลักสำหรับระบบไมโครกริด เดลต้าจึงอยู่ในฐานะผู้บุกเบิกด้านระบบการจัดเก็บพลังงานในภูมิภาคนี้ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญต่อระบบกริดในอนาคต

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการถ่ายภาพ

Fujifilm เปิดตัว X-T100 กล้องรุ่นเล็กพร้อม EVF ในราคาเบาๆ

Published

on

Fujifilm รุกตลาดกล้อง Mirrorless สำหรับผู้เริ่มต้นมากขึ้น โดยส่ง X-T100 กล้องทรง DSLR รุ่นเล็กที่สุดลงตลาด โดยจุดเด่นของกล้องรุ่นนี้คือมาพร้อม EVF หรือช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมจุดโฟกัสแบบ Phase focus อีก 91 จุด ในราคาที่ไม่ต้องคิดหนัก

 

สเปกของ Fuji X-T100 นั้นใกล้เคียงกับ Fuji X-A5 กล้อง Mirrorless รุ่นเล็กของฟูจิที่เปิดตัวมาเมื่อต้นปีมาก พูดง่ายๆ ว่าคือเอาไส้ในของ X-A5 มาใส่ในบอดี้แบบ DSLR ที่มีช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งน่าจะถูกใจผู้ใช้อีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการกล้องราคาเบาๆ แต่ได้ EVF ด้วย (โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชายที่ต้องการกล้องที่ดูแมนกว่า X-A5)

สเปกของ Fujifilm X-T100

  • เซนเซอร์รับภาพขนาด APS-C ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล โดยเป็นแบบ Bayer ไม่ใช่ X-Trans CMOS
  • จุดโฟกัสแบบ Phase Detect 91 จุด สามารถติดตามวัตถุเคลื่อนที่ได้
  • หน้าจอสัมผัสขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 1.04 ล้านพิกเซล สามารถพับมาถ่าย Selfie ได้
  • สามารถเลือกโหมดสีเลียนแบบฟิล์มของฟูจิได้ 8 แบบ
  • ช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ความละเอียด 2.36 ล้านพิกเซล ให้ขนาดภาพ 0.93 เท่า
  • ความเร็วชัตเตอร์ 30 – 1/32000 วินาที
  • ความไวแสง ISO 100 – 51,200
  • สามารถถ่ายวิดีโอ 4K ได้ที่ 15 fps
  • มีช่องเสียบไมโครโฟน แต่ไม่มีช่องเสียบหูฟัง
  • สามารถส่งภาพผ่าน Bluetooth ที่ถ่ายเสร็จปุ๊บวิ่งเข้ามือถือทันทีโดยไม่ต้องเลือก
  • น้ำหนัก 448 กรัม
  • (สเปกเดียวกับ Fuji X-A5 ทุกอย่าง ยกเว้นช่องมองภาพ)

Fujifilm X-T100 มีให้เลือก 3 สีคือ Dark Silver, Black และ Champagne Gold (และมีสีน้ำตาลเป็นสีพิเศษ) โดยเริ่มขาย 22 มิถุนายนนี้ และตั้งราคาเปิดตัวไว้ดังนี้

กล้องอย่างเดียว

  • สี Dark Silver 22,990 บาท
  • สีดำและ Champagne Gold 21,990 บาท

กล้องพร้อมเลนส์คิท 15 – 45 mm

  • สี Dark Silver 26,990 บาท
  • สีดำและ Champagne Gold 25,990 บาท

กล้องพร้อมเลนส์คิท 15 – 45 mm และเครื่องพิมพ์ Fujifilm Instax Share SP-3

  • สี Dark Silver 29,990 บาท
    สีดำและ Champagne Gold 28,990 บาท

กล้อง X-T100 สีน้ำตาล เป็นสีพิเศษ ขายที่ Big Camera เท่านั้น

  • พร้อมเลนส์คิท 26,990 บาท
  • เลนส์คิทพร้อม SP-3 29,990 บาท
  • พร้อมเลนส์ XF 23 f/2 30,990 บาท

สำหรับการโปรโมท X-T100 ในไทย ฟูจิได้ใช้บริการของวง Potato และวี-วิโอเลต เพื่อนำเสนอแคมเปญ “Find your Wonderside พบอีกด้านที่วันเดอร์” โดยทำเป็น Music Marketing ผ่านเพลง “เพียงพอ” ของวง Potato ที่ขับร้องโดย วี-วิโอเลต ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวค้นหาสิ่งใหม่ๆ ไปพร้อมกับการถ่ายภาพ

การเพิ่มผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Entry Level (X-T100 และ X-A5) ที่วางราคาในช่วง 25,000 – 30,000 บาท (ที่แต่ก่อนไม่มีกล้องในราคานึ้) และการประชาสัมพันธ์แบบ Below the line เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ทำให้ฟูจิหวังเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มกล้อง Mirrorless เป็น 50% ในส่วนของมูลค่า ซึ่งตอนนี้บริษัทมีกล้อง Mirrorless ครบทุกกลุ่มในตลาดแล้ว รวมถึง Mid Level (X-E3, X-T20) และกลุ่ม Professional Level (X-Pro2, X-T2, GFX)

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

Wiko ปันความสุข จัดทริป “ไปปัน ไปปั่น กับวีโก” ณ บางกะเจ้า

Published

on

เมื่อวันเสาร์ที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา Wiko จัดทริป “ไปปัน ไปปั่น กับวีโก” ณ บางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นกิจกรรมปั่นจักรยาน สูดโอโซนกับสวนป่าธรรมชาติ ลัดเลาะชมวิถีชาวบ้านชุมชนบางกะเจ้า โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 ชีวิต นำโดยผู้บริหาร ดาราสาว “คิมเบอร์ลี” พรีเซ็นเตอร์ของ Wiko และแก๊งค์นางฟ้านักปั่น Angle Team ที่มาร่วมปั่นสนุกในทริปนี้

ซึ่งภายในทริปมีกิจกรรม Photo Hunt ร่วมสนุกปั่นจักรยานตามหามุมที่ใช่จากภาพ พร้อมลุ้นรับของรางวัลพิเศษ

กิจกรรมร่วมกันปล่อยน้ำหมักชีวภาพ (EM) เพื่อคืนสมดุลให้กับระบบนิเวศน์ที่ถูกทำร้ายจากมลภาวะภายในคลองชุมชนบางกะเจ้า

และกิจกรรมร่วมกันทำผ้ามัดย้อมตามสไตล์ของตนเองที่บ้านธูปหอมสมุนไพร พร้อมประมูลผ้ามัดย้อมของดาราสาว “คิมเบอร์ลี” เพื่อสมทบทุนทำบุญให้กับชาวบ้านในชุมชนบางกะเจ้า

นอกจากนี้ Wiko ได้มอบป้ายบอกทางหรือป้าย Signage (Guide Post) และจักรยานให้กับสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณบางกะเจ้าเพื่อความสะดวกในการเดินทางแก่นักท่องเที่ยว

ปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจากวง SWEAT16! ที่มาร่วมปันความสุขกับ Wiko ในทริปนี้ด้วย

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

ได้ฤกษ์แจกสักที! “บัตรแมงมุม” พร้อมแจก 23 มิถุนายน นำร่องใช้งานในระบบเอ็มอาร์ที

Published

on

หลังจากที่รอคอยมาอย่างเนิ่นนาน สำหรับบัตรโดยสาร หรือตั๋วร่วม ที่จะทำให้ทุกการเดินทางหลังจากนี้สะดวกยิ่งขึ้นด้วยบัตรใบเดียว อย่างบัตรแมงมุม ล่าสุด การรอคอยในครั้งนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ลงในเฟซบุ๊กเพจ เชิญชวนผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อขอรับบัตรโดยสารดังกล่าวได้ที่สถานีเอ็มอาร์ที ในเส้นทางสายสีม่วงได้ทุกสถานี

สำหรับบัตรแมงมุมที่นำมาแจกนั้น มีสามประเภทด้วยกัน คือ บัตรแมงมุมแบบบุคคลทั่วไป (บัตรสีน้ำเงิน), บัตรแมงมุมแบบนักเรียน – นักศึกษา (บัตรสีเทา) และบัตรแมงมุมแบบผู้สูงอายุ (บัตรสีทอง) โดยผู้ที่สนใจขอรับบัตร จะต้องนำบัตรประชาชนมาแสดงเพื่อขอรับบัตรดังกล่าว ซึ่งจำกัดสิทธิ์ 1 ใบ ต่อ 1 ท่าน และมีบัตรจำนวนจำกัดเพียง 200,000 ใบเท่านั้น

ตัวอย่างของบัตรแมงมุมที่จะมีการนำมาแจก และใช้งานในระบบรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที ทั้งสายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง

สำหรับผู้ที่ได้รับบัตรแมงมุม จะเป็นแบบไหนก็ตาม สามารถใช้บัตรดังกล่าวในระบบเดินรถของเอ็มอาร์ที ทั้งสายสีน้ำเงิน และสายสีม่วงได้ทันที เพียงแต่ต้องทำการเติมเงินเข้าไปในบัตร ขั้นต่ำที่ 150 บาท โดยในเงินจำนวนดังกล่าวนี้ แบ่งออกเป็นค่ามัดจำบัตร 50 บาท และค่าโดยสาร ซึ่งจะถูกเติมเข้าไปและพร้อมใช้งานในระบบ 100 บาท

ในส่วนของการชำระค่าโดยสารบนรถเมล์ประจำทางของขสมก. และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จะสามารถใช้ชำระได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ เป็นต้นไป ส่วนของรถไฟฟ้าบีทีเอสนั้น คงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะสามารถใช้ชำระค่าโดยสารในระบบบีทีเอสได้หรือไม่ และเมื่อไหร่ที่สามารถใช้งานได้อย่างจริงๆ จังๆ สักที

สำหรับท่านใดที่มีข้อสงสัย ต้องการที่จะสอบถามในรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่เฟซบุ๊กเพจของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือโทรศัพท์ได้ที่หมายเลข 0-2624-5200 และเว็บไซต์ www.mrta.co.th

ที่มา: การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!