Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

เดลต้า(ประเทศไทย) ฉลองครบ 30 ปี พร้อมปรับเป้าหมายใหม่เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

Published

on

บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ฉลองครบรอบ 30 ปี พร้อมปรับเป้าหมายใหม่เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา เดลต้าก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้รับรางวัลมากมายด้านนวัตกรรมและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2560 เป็นต้นมา เดลต้า ประเทศไทย ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจเป็นสามด้านด้วยกัน ได้แก่ พาวเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบอัตโนมัติ และ โครงสร้างพื้นฐาน

ด้วยความก้าวหน้าของเดลต้าที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการทางเทคโนโลยีทั้งธุรกิจและสังคม เดลต้าจึงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตทางธุรกิจบนพื้นฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน โซลูชั่นต่างๆ ของเดลต้าเป็นที่ต้องการสูงจากทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอินเดีย ออสเตรเลีย และประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งล้วนมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเดลต้าในอนาคต

ปัจจุบันจุดเด่นและความสนใจที่หลากหลายของเดลต้าช่วยเสริมสร้างความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีในประเทศไทยได้อย่างชัดเจน จากการที่เดลต้าให้ความสำคัญกับโซลูชั่นต่าง ๆ ซึ่งตอบสนองความต้องการที่เป็นกระแสหลักของโลก (เมกะเทรนด์) ได้แก่ ระบบอัตโนมัติสำหรับอุตสาหกรรม , ดาต้าเซ็นเตอร์ , ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) , พลังงานหมุนเวียน และ ระบบจัดเก็บพลังงาน ซึ่งทั้งหมดนี้สอดคล้องกับค่านิยมของเดลต้า ประเทศไทย ในการสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล ดำรงรักษาชื่อเสียงในฐานะบริษัทข้ามชาติที่มีความคิดก้าวหน้า และมั่นใจได้ว่าผู้ถือหุ้นจะได้รับผลตอบแทนที่ดีในอนาคต

นายเซีย เชน เยน ประธานบริหารบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เดลต้าอยู่ในสถานะที่จะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สามารถช่วยธุรกิจและโลกของเราให้ดำเนินงานอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีประสิทธิภาพ โลกของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และเดลต้าได้ปรับตัวให้ทันต่อการนำทรัพยากรของเดลต้าสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อสร้างผลกระทบให้ได้มากที่สุด”

ระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติ : นวัตกรรมระดับโลกสำหรับภูมิภาค

  • แง่มุมที่สำคัญอีกประการสำหรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 คือ อุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งมีความพยายามในการปรับเปลี่ยนโรงงานต่าง ๆ จากเดิมที่อาศัยการใช้แรงงานไปเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงเครื่องจักรอัจฉริยะต่างๆ ที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพ เดลต้า ประเทศไทย เป็นผู้นำด้านระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติมาอย่างยาวนาน โดยมีผลิตภัณฑ์ทุกประเภทในสายการผลิต เช่น ชุดเฟืองแพลนเนตตารี่เพิ่มความเร็วรอบ และอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมการเคลื่อนที่ รวมถึงระบบควบคุมที่ซับซ้อน และระบบเครื่องจักรที่ปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ หรือ human machine interfaces (HMI) ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557 เดลต้า ประเทศไทย ได้ขยายธุรกิจระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศออสเตรเลีย และประเทศอินเดีย
  • หนึ่งในโซลูชั่นระดับโลกของเดลต้า ได้แก่ สายการผลิตอัจฉริยะแบบมัลติทาสกิ้งที่มีความยืดหยุ่นสูง เป็นระบบบูรณาการที่สามารถผลิตผลิตภัณฑ์หลายรายการได้อย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในองค์ประกอบเฉพาะของระบบนี้คือ หุ่นยนต์ข้อต่อแบบหกแกน DRV ซีรีส์ ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลด้วยรางวัล iF Design Award ปีพ.ศ. 2561

ระบบดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ : กระดูกสันหลังหลักของชีวิตยุคดิจิทัล

  • ขณะที่ประเทศไทยเปลี่ยนจากเศรษฐกิจบนพื้นฐานอุตสาหกรรมหนักไปสู่เศรษฐกิจสมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ดาต้าเซ็นเตอร์จึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่อภาคธุรกิจ คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud computing) , อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่งหรือ IoT (Internet of Things) , อินเทอร์เน็ตบนมือถือ และการรวบรวมบิ้กดาต้า ทำให้ธุรกิจสมัยใหม่ต้องลงข้อมูลในดาต้าเซ็นเตอร์ ในการบริหารจัดการข้อมูลสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตที่มีอยู่มากมาย  เพื่อให้ธุรกิจจำนวนมากสามารถจัดการกับความท้าทายนี้ได้ เดลต้า ประเทศไทย ได้ออกแบบโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานระบบดาต้าเซ็นเตอร์ (InfraSuite) โดยศูนย์รวมข้อมูลบิ๊กดาต้าเหล่านี้ ครอบคลุมถึงระบบบริหารงานครบถ้วนสมบูรณ์ของเดลต้า ระบบบริหารจัดการพลังงาน ระบบทำความเย็น แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน และระบบการบริหารจัดการ
  • ดาต้าเซ็นเตอร์โซลูชั่นของเดลต้าออกแบบมาเพื่อปรับตัวและเติบโตไปพร้อมกับหลากหลายประเภทธุรกิจ ดาต้าเซ็นเตอร์เหล่านี้ทรงประสิทธิภาพ ใช้พลังงานน้อย และปรับเปลี่ยนขนาดได้ตามความต้องการทางธุรกิจและพื้นที่ เดลต้า ยังคอยให้การดูแลอย่างเต็มที่ ตั้งแต่การให้คำปรึกษาเบื้องต้น การออกแบบเพื่อติดตั้งรวมถึงการบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง

การชาร์จประจุยานยนต์ไฟฟ้า : บุกเบิกอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

  • ยานยนต์ไฟฟ้า ผู้นำแห่งเศรษฐกิจสีเขียวรูปแบบใหม่ของเอเชีย และรัฐบาลไทยคาดหวังว่าจะมียานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ 1.2 ล้านคัน ภายในปีพ.ศ. 2579 เพื่อสนับสนุนแผนโยบายนี้จึงจำเป็นต้องมีสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้ารองรับเป็นจำนวนมาก ซึ่งเดลต้าอยู่ในสถานภาพที่พิเศษกว่าผู้อื่นที่สามารถจัดให้บริการติดตั้งสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า ยกระดับความเชี่ยวชาญในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการแปลงและจัดการพลังงาน เพื่อสร้างเครื่องชาร์จแบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ที่ใช้ทั้งระบบภาพสัญลักษณ์สื่อสารกับผู้ใช้ผ่านเว็บไซต์ หรือ Graphical User Interface (GUI) และแอปพลิเคชันสำหรับสมาร์ทโฟนในการติดตั้ง การใช้งาน และการบำรุงรักษาเพื่อลดความยุ่งยาก
  • เมื่อต้นปีนี้ เดลต้าเปิดตัวอุปกรณ์ชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบชุดในประเทศอินเดีย และจะเปิดโรงงานผลิตในปีพ.ศ. 2562 เดลต้ายังวางแผนที่จะขยายงานด้านยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยได้ร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวงในกรุงเทพมหานคร และสถาบันยานยนต์ในบางปู เพื่อให้บริการโซลูชั่นสำหรับการชาร์จประจุไฟยานยนต์ไฟฟ้า
  • ในปีนี้ เดลต้าเข้าร่วมกับสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ในฐานะหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ยานยนต์ไฟฟ้า ที่สามารถจัดหาโซลูชั่นการชาร์จประจุไฟยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับผู้ประกอบการสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของประเทศ การเป็นสมาชิกของเดลต้าเป็นผลมาจากความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้านยานยนต์ชั้นนำของรัฐบาลไทย เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกำหนดรูปแบบการชาร์จประจุไฟยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

โซลูชั่นพลังงานหมุนเวียน : กุญแจสำคัญในการต่อสู้กับสภาวะโลกร้อน

  • เดลต้า ประเทศไทย ได้ให้ความสนใจอย่างจริงจังกับพลังงานสีเขียวและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้เดลต้าได้รับคัดเลือกจากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำหรับหุ้นยั่งยืนเป็นเวลาต่อเนื่องถึง 3 ปี (พ.ศ. 2558-2560) และยังเป็นหนึ่งใน 21 บริษัทที่มีมูลค่าตลาดหลักทรัพย์สูงกว่าล้านล้านบาท ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์แปลงไฟจากโซลาร์เซลล์ (PV) ของเดลต้า ครอบคลุมความต้องการด้านพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมดตั้งแต่หลังคาที่อยู่อาศัยไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรม โดยผลิตภัณฑ์นี้ประกอบไปด้วยโมเดล M30A และ M50A รุ่นใหม่ ที่มีขนาดกะทัดรัด และน้ำหนักเบา
  • ปัจจุบันสำนักงานของเดลต้าในประเทศไทย ได้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์แล้ว รวมทั้งสิ้น 4 เมกะวัตต์ เดลต้าจะติดตั้งระบบจัดเก็บพลังงาน (ESS) ขนาด 500 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง (kWh) ที่สำนักงานใหญ่ในบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อใช้ในการวิจัยความยั่งยืนต่อไป พร้อมแผนการที่จะขยายขอบเขตสู่ตลาดที่กำลังเติบโตต่อไปในอนาคต

ระบบจัดเก็บพลังงาน : เปิดตัวเทคโนโลยีการจัดเก็บพลังงานสู่ภูมิภาคสำหรับอนาคต

  • รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เพิ่มความพยายามปรับปรุงอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำหรือระบบไมโครกริด (Micro Grid) กลายเป็นโซลูชั่นยอดนิยม เพื่อการทำงานแบบต่อเนื่องและจัดหาพลังงานแก่พื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน เดลต้าได้ยกระดับระบบจัดเก็บพลังงาน (ESS) เพื่อให้ตรงกับความต้องการด้านพลังงาน เมื่อปริมาณไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายไฟแบบกริดอยู่ในระดับต่ำมากหรือนำพลังงานที่ผลิตได้ไปเก็บไว้ในช่วงเวลาการใช้งานต่ำสำหรับช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟสูงสุด สำหรับกริดที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ระบบจัดเก็บพลังงานของเดลต้า สามารถจัดเก็บพลังงานจากแสงอาทิตย์ในช่วงกลางวัน และระบบกริดจะทำงานในช่วงกลางคืน พลังงานที่เก็บไว้นี้สามารถนำมาใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพในการจ่ายไฟเมื่อขายพลังงานแสงอาทิตย์นี้ให้กับระบบกริดหรือเมื่อใช้พลังงานโดยตรง ข้อได้เปรียบจากการเพิ่มประสิทธิภาพกำลังไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ และให้ปริมาณไฟฟ้าสูงสุด มีส่วนช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค ทำให้ระบบจัดเก็บพลังงานของเดลต้ากลายเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วภูมิภาค
  • ระบบจัดเก็บพลังงานแบบบูรณาการของเดลต้าประกอบด้วย ระบบปรับอาการสองทิศทาง , อุปกรณ์แบตเตอรี่ , ระบบควบคุม และ ระบบการจัดการแบบคลาวด์ เพื่อให้บริการการจัดเก็บพลังงานครอบคลุมสำหรับการใช้งานในที่พักอาศัย การใช้งานเชิงพาณิชย์และระบบสาธารณูปโภค โดยแบตเตอรี่ลิเธียมไออนของเดลต้าครอบคลุมเซลล์ โมดูลขนาด 24V แล 48V ตู้จัดเก็บ และคอนเทนเนอร์สำหรับความต้องการที่หลากหลาย และเนื่องจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หวังที่จะพัฒนาเป็นตลาดหลักสำหรับระบบไมโครกริด เดลต้าจึงอยู่ในฐานะผู้บุกเบิกด้านระบบการจัดเก็บพลังงานในภูมิภาคนี้ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญต่อระบบกริดในอนาคต

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการมือถือ

Huawei เปิดตัว MediaPad M5 และ MediaPad M5 Pro แท็บเล็ตจอ 2K ลำโพงจูนโดย Harman/Kardon

Published

on

หัวเว่ยเปิดตัวแท็บเล็ตพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุด HUAWEI MediaPad M5 และ HUAWEI MediaPad M5 Pro ครบทุกเรื่องในเครื่องเดียวกันด้วยคอนเซ็ปต์ ‘Work & Play’ ให้สร้างสรรค์ผลงานอย่างไร้ขีดจำกัดผ่าน HUAWEI M-Pen พร้อมเติมเต็มความบันเทิง

เริ่มต้นน้องเล็กกับ HUAWEI MediaPad M5

สเปคของ HUAWEI MEDIAPAD M5

  • หน้าจอ : 8.4 นิ้ว (IPS) ความละเอียด 2560 x 1600 (359 PPI)
  • Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วย EMUI 8.0
  • CPU Processor : Kirin 960
  • RAM : 4 GB | ROM :  32 GB
  • กล้องหลัง : 13 MP (F2.2+PDAF) ไม่มีไฟแฟลช
  • กล้องหน้า : 8 MP (F2.2+Fixed focus)
  • Color : Space Grey
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือ ผ่านปุ่มโฮมด้านหน้าจอ
  • รองรับการอัพเกรดระบบ GPU Turbo ภายในปลายปี 2018
  • Battery : 5100mAh รองรับ Quick Charge at 9V/2A ผ่านพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type C
  • ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 mm

มาเริ่มที่ตัวแรกกันเลยดีกว่า HUAWEI MediaPad M5 มาพร้อมกับหน้าจอ 8.4″ ตัวเครื่องบางเบา น้ำหนักเพียง 316 กรัม พกพาง่ายแน่นอน

ด้านล่างหน้าจอ มี ระบบสแกนลายนิ้วมือ และใช้  USB Type C เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการชาร์จ โอนถ่ายข้อมูลได้รวดเร็ว และรองรับการฟังเพลงระดับ Hi-Res (แต่ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 mm นะ)

ด้านข้างจอดูเล็กบางและมีขอบโค้งมน ลบคม ไม่บาดมือแน่นอน

ในส่วนของด้านหล้งจอเจ้าตัว HUAWEI MediaPad M5 มาพร้อมกับกล้อง 1 ตัว แต่ไม่มีแฟลช วัสดุฝาหลังดูเรียบแต่ดูหรูหรา

ราคา 13,990 บาท พร้อมแถมหูฟัง HUAWEI SPORT BLUETOOTH HEADSET 1,990 บาท ฟรี!!

HUAWEI MediaPad M5 Pro รุ่นพี่

สเปคของ HUAWEI MEDIAPAD M5 Pro

  • หน้าจอ : 10.8 นิ้ว (IPS) ความละเอียด 2560 x 1600 (280 PPI)
  • Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วย EMUI 8.0
  • CPU Processor : Kirin 960
  • RAM : 4 GB | ROM :  64 GB
  • กล้องหลัง : 13 MP (F2.2+PDAF) ไม่มีไฟแฟลช
  • กล้องหน้า : 8 MP (F2.2+Fixed focus)
  • Color : Space Grey
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือ ผ่านปุ่มโฮมด้านหน้าจอ
  • ลำโพง : สเตอริโอ 4 ตัว Tuned by Harman/Kardon
  • ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 mm
  • รองรับปากกา M-PEN, เคสคีย์บอร์ดและ PC Mode
  • รองรับการอัพเกรดระบบ GPU Turbo ภายในปลายปี 2018
  • Battery : 7,500 mAh รองรับ Quick Charge at 9V/2A ผ่านพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type C

 HUAWEI MediaPad M5 Pro มาพร้อมกับหน้าจอ 10.8″ หน้าจอใหญ่เต็มตาในขนาดแท็บเล็ต น้ำหนักเพียง 498 กรัม

เพิ่มจินตนาการได้แบบไร้ขีด ด้วยการบันทึก หรือสเก็ตภาพด้วย HUAWEI M-PEN รองรับแรงกดได้ 4096 ระดับ

สามารถใช้ได้ไม่ว่าจะเป็นมือสมัครเล่น หรือ ศิลปินระดับท็อป ๆ ก็สามารถสร้างจินตนาการกันได้ กับเจ้า ปากกา HUAWEI M-PEN

ไม่ว่าจะเป็นการสเก็ตภาพหรือ วาดขึ้นมาใหม่ ก็สามารถทำได้โดยง่ายเช่นกัน

และอีกทั้งยังสามารถพิมพ์งานได้ โดยการต่อ M5 Folio Keyboard ทำให้พิมพ์ถนัดมือมากขึ้น

  

HUAWEI MediaPad M5 Pro ราคา 18,990 บาท พร้อมแถม M5 FOLIO KEYBOARD 3,990 บาท ฟรี!! เฉพาะพรีออร์เดอร์ในช่วง 10 – 19 สิงหาคมนี้ (สินค้ามีจำนวนจำกัด)

HUAWEI MEDIAPAD M5 และ HUAWEI MEDIAPAD M5 Pro

ทั้ง 2 รุ่นนี้ จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2561 ตามร้านค้าชั้นนำทั่วไป

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววงการมือถือ

เปิดราคา Sony Xperia XZ2 Premium ในไทย 27,990 บาท พร้อมขายปลายเดือนสิงหาคมนี้

Published

on

ในที่สุดโซนี่ไทยก็เปิดตัว Sony Xperia XZ2 Premium สมาร์ทโฟนตัวท็อปยิ่งกว่าท็อป พร้อมหน้าจอ 4K HDR และกล้องคู่ด้านหลังเป็นรุ่นแรกของ Sony โดยเปิดตัวที่ราคา 27,990 บาท เริ่มขายวันที่ 29 สิงหาคม 2561 นี้

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ภูมิใจนำเสนอสุดยอดสมาร์ทโฟนแฟล็กชิปแห่งปี กับ “Xperia XZ2 Premium” ด้วยคุณสมบัติเซ็นเซอร์กล้องความไวแสงสูงสุดของโลกที่ ISO 12800 สำหรับการบันทึกวีดีโอ และ ISO 51200 สำหรับภาพนิ่ง ช่วยให้คุณเก็บภาพและถ่ายวีดีโอในที่แสงน้อยได้ยอดเยี่ยมเหมือนการใช้กล้องโปร พร้อมหน้าจอแสดงผลที่สว่างคมชัดในขณะบันทึกภาพ ซึ่งประสิทธิภาพขั้นสุดยอดนี้เกิดจากเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดกล้องคู่ Motion Eye™ Dual Camera การประมวลผลแบบรวมภาพเซ็นเซอร์ AUBE™ Fusion image signal processor ทำให้กล้อง สามารถจับภาพได้ละเอียด คมชัด และสว่างสดใสกว่าที่มองเห็นด้วยตาเปล่า

Xperia XZ2 Premium ยังสามารถบันทึกและเล่นไฟล์วีดีโอระดับ 4K HDR ได้เหมือนกล้องโปร ซึ่งขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Qualcomm® Snapdragon™ 845 การันตีความลื่นไหลในการทำงานทุกฟังก์ชั่น

มร. ซาโตชิ เมกาตะ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายผลิตภัณฑ์โซนี่โมบายล์ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพของ XZ2 Premium นี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการถ่ายภาพและวีดีโอในทุกสภาวะตามแนวคิด ‘Camera to the Extreme’ ของเรา ซึ่งเราสามารถกล่าวได้ว่า Xperia XZ2 Premium คือสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ใช้กล้องระบบ Motion Eye™ Dual Camera ที่ผสานการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีหน่วยประมวลผลแบบรวมภาพ AUBE™ ซึ่งมอบประสิทธิภาพการบันทึกภาพระดับพรีเมียมที่คมชัดในทุกรายละเอียดอย่างไร้ที่ติ”

ขีดสุดแห่งเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพ

XZ2 Premium เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ใช้กล้องระบบ Motion Eye™ Dual Camera ซึ่งประกอบด้วยเซ็นเซอร์ภาพขาว-ดำ และเซ็นเซอร์ภาพสี โดยหน่วยประมวลผล AUBE™ Fusion image signal processor จะทำหน้าที่รวมภาพของทั้งสองเซ็นเซอร์เข้าพร้อมกัน ทำให้สามารถบันทึกวีดีโอได้ด้วยความไวแสงสูงสุดที่ ISO12800 และถ่ายภาพนิ่งได้ที่ ISO51200 มอบภาพที่สวยงามคมชัดและมีจุดรบกวน (Noise) น้อยมาก ซึ่งในอดีต คุณภาพระดับนี้จะพบได้ในกล้องโปรที่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้เท่านั้น

เทคโนโลยีกล้อง Motion Eye™ Dual Camera ยังทำให้คุณสามารถใส่เอฟเฟกต์เพิ่มความสวยงามได้ โดยเฉพาะ Bokeh เพื่อให้วัตถุในภาพคมชัดโดดเด่นละลายฉากหลัง หรือเลือกถ่ายภาพให้แลดูมีความคลาสสิกในรูปแบบโมโนโครมคุณภาพสูง ซึ่งมีการไล่ระดับความเข้มของเฉดสีขาว-ดำอย่างต่อเนื่อง ด้วยหน้าจอแสดงผลที่สว่างคมชัด ทำให้คุณสามารถเล็งถ่ายภาพได้อย่างแม่นยำไม่พลาดในทุกองค์ประกอบ

ไม่เพียงเท่านี้ Motion Eye™ Dual Camera ยังนำเสนอฟีเจอร์ระดับมืออาชีพมากมาย ทั้งการถ่ายวีดีโอ 4K HDR เพื่อให้คุณเก็บทุกรายละเอียดของเหตุการณ์พร้อมสีสันที่สวยงามสมจริง ทั้งยังสามารถถ่ายวีดีโอแบบซูเปอร์สโลวโมชั่น 960 เฟรมต่อวินาทีในความละเอียดระดับ HD หรือ Full HD เพื่อสร้างสรรค์มุมมองเชิงศิลปะในเหตุการณ์ให้แตกต่างจากที่ตาเห็นด้วยเซ็นเซอร์รับภาพประสิทธิภาพสูงของโซนี่ อีกทั้ง XZ2 Premium ยังมีกล้องหน้าชั้นเลิศความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์ไวแสงขนาด 1/3.06” และแฟลชให้คุณสนุกกับการเซลฟี่ในทุกสภาพแสงและสวยงามทุกช็อต

ดื่มด่ำอย่างเต็มอรรถรสกับจอแสดงผลระดับ 4K HDR

XZ2 Premium มอบจอแสดงผลที่ดีเยี่ยมที่สุดของตลาดสมาร์ทโฟนในเวลานี้ หน้าจอมีความละเอียด 4K HDR ขนาด 5.8 นิ้วรุ่นใหม่ ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้น 11% และสว่างขึ้น 30% เมื่อเปรียบเทียบกับจอ 4K HDR รุ่นก่อน เพื่อให้คุณสามารถดื่มด่ำและเพลิดเพลินกับความบันเทิงอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งภาพยนตร์หรือคอนเทนท์ ระดับ 4K HDR มอบความคมชัดและสีสันที่สวยล้ำเหนือจินตนาการ และสำหรับคอนเทนท์ที่มีความละเอียดไม่ถึงระดับ 4K HDR โซนี่ได้นำเทคโนโลยี X-Reality™ for mobile ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในโทรทัศน์ BRAVIA® TV มาปรับปรุงคุณภาพไฟล์วีดีโอหรือ Youtube ให้มีคุณภาพสวยงามใกล้เคียงกับไฟล์ High Dynamic Range (HDR) ทำให้คุณสามารถรับชมคอนเทนท์ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น

นอกจากคุณภาพของภาพและเสียงที่สวยงามคุณภาพสูง คุณยังจะ รู้สึก สมจริงยิ่งกว่าเคยด้วยเทคโนโลยี Dynamic Vibration System รุ่นใหม่ ซึ่งจะทำการวิเคราะห์สัญญาณเสียงและสั่นที่ตัวเครื่อง ทำให้คุณสนุกไปกับภาพยนตร์ เกม หรือคลิปวีดีโอ ราวกับเหตุการณ์นั้นกำลังเกิดขึ้นจริงในมือคุณ พร้อมลำโพงสเตอริโอคู่หน้า S-Force Front Surround รองรับไฟล์ High-Resolution Audio มาพร้อมฟีเจอร์ DSEE HX มอบเสียงที่ทรงพลังให้คุณได้รับประสบการณ์ความกระหึ่มและมีมิติมากขึ้น รวมทั้งรองรับการเข้ารหัส LDAC

ดีไซน์ใหม่มีเอกลักษณ์

ดีไซน์หรูใหม่ล่าสุด วัสดุใช้เป็นกระจกแบบ 3D Glass ที่มีความโค้งรับกระชับกับมือและมีความทนทานยอดเยี่ยมด้วยการใช้กระจก Corning® Gorilla® Glass 5 ทั้งด้านหน้าและหลังผสมผสานกับโลหะอย่างลงตัว มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP65/IP68 นำเสนอสีดำเงางาม (Chrome Black) สะท้อนถึงความหรูหราร่วมสมัยในทุกมุมมอง

ประสิทธิภาพการทำงานขั้นสุดยอด

ด้วยขุมพลังซีพียูที่ดีที่สุดในปัจจุบันของ Qualcomm® Snapdragon™ 845 พร้อมชิปโมเดม X20 LTE มอบความเร็วขั้นสุดยอดในการเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่รวดเร็วดุจสายฟ้า (สูงสุด 1.2 Gbps) และทำงานด้วยโมเด็ม Gigabit LTE รุ่น 2 ซึ่งพัฒนาใหม่ มาพร้อมหน่วยความจำ (RAM) สูงถึง 6GB เพื่อให้คุณใช้งานสมาร์ทโฟนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

Xperia XZ2 Premium ให้คุณใช้งานเต็มวันด้วยแบตเตอรี่ขนาด 3540 mAh พร้อมโหมดควบคุมการใช้พลังงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ Smart Stamina และ STAMINA รวมถึงเทคโนโลยีการถนอมแบตเตอรี่ในขณะชาร์จ Battery Care และ Qnovo Adaptive Charging ที่ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ให้ยาวนานยิ่งขึ้น นอกจากนี้ รองรับการชาร์จไร้สายตามมาตรฐาน QI (รุ่น WCH20) และเครื่องชาร์จรุ่นอื่น ๆ ที่รองรับมาตรฐาน Qi

กำหนดการวางจำหน่าย

 

Xperia XZ2 Premium จะเปิดจองตั้งแต่วันที่ 10 – 19 สิงหาคม 2561 และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยวันที่ 29 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป ในราคา 27,990 บาท นำเสนอในโทนสีดำ (Chrome Black) เท่านั้น

  • ลูกค้าที่จองล่วงหน้าได้ที่ร้านโซนี่สโตร์ และ โซนี่สโตร์ออนไลน์ (https://store.sony.co.th)
  • 50 ท่านแรกที่โซนี่สโตร์ รับฟรี! ชุดหูฟังบลูธูท 2 สไตล์รุ่น 2-way Style USB Audio & Bluetooth® Headset (SBH90C) มูลค่า 5,990 บาท
  • หลังจาก 50 ท่านแรก รับฟรี ชุดหูฟังบลูธูทรุ่น SBH56 มูลค่า 2,990 บาท แก้ว Xperia Mug และกระเป๋า Xperia Bag

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

ดันน์ฮัมบี้ ประเทศไทย เปิดตัว Sociomantic วิเคราะห์ผู้บริโภคผ่านโซเชียลมีเดีย

Published

on

ปัจจุบันเทรนต่างๆ นั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงความต้องการสินค้าของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนแทบตามไม่ทัน วันนี้ บริษัท ดันน์ฮัมบี้ ประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค โดยใช้ระบบ Smart data หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ บิ๊กดาต้า และการวิเคราะห์จากผู้ซื้อจริง เพื่อให้เข้าใจเข้าใจผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้งและรอบด้าน เพื่อเป็นตัวช่วยในการวางแผนเรื่องการวางขายสินค้าและบริการ ช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภค การสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ และขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจไปพร้อมกันทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

ดันน์ฮัมบี้ ประเทศไทย บริษัทที่ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคชั้นนำระดับโลก ฉลองการเดินทางครบรอบ 10 ปีแห่งความสำเร็จหลังได้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยแบรนด์ในประเทศไทยให้สามารถเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างแท้จริง โดยบริการของดันน์ฮัมบี้ ทำให้แบรนด์เข้าใจในพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ลึกซึ้งและรอบด้าน เพื่อให้แบรนด์ต่างๆ สามารถใช้ในการวางแผนการขาย

Sociomantic คือ

เป็นโซลูชั่นวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ การกำหนดการเข้าถึงผ่านโปรแกรมการจัดการอัตโนมัติ ซึ่งเชื่อมต่อกับผู้บริโภคผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียและเว็บไซด์ของแบรนด์ โดยจะวิเคราะห์จากการเข้าเว็บหรือค้นหาสินค้านั้นๆ ผ่านโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ ซึ่งจะทำงานรวมกับโซลูชั่น คอนเน็คมีเดีย ซึ่งสามารถวัดผลสื่อโฆษณาในร้านค้าปลีกได้อย่างแม่นยำ ผ่านเครื่องการวัดผลอย่าง การมองเห็น ต้นทุนต่อการแสดงผลพันครั้ง (CPM) รายละเอียดของลูกค้า (Shopper Profile) โดยมี sqx supply quality index ที่สามารถระบุความต้องการของลูกค้าแต่ละคนได้ว่า คนนี้มีพฤติกรรมในการใช้จ่ายอย่างไร สนใจสิ่งใด พูดง่ายๆ เลยก็คือ ระบบนี้จะดูว่าเราเรากำลังสนใจสิ่งใดอยู่และสภาพการณ์เงินของเราเป็นอย่างไรจากนั้นระบบนี้จะทำการย้ำความต้องการของเราโดยการให้เราเห็นโฆษณาของสิ่งที่เราสนใจบ่อยๆ เพื่อเพิ่มความต้องการซื้อของเราจนในที่สุดเราก็ตัดสินใจซื้อในที่สุด ช่างเป็นระบบที่ดีในด้านผู้ประกอบการอะไรเช่นนี้ แต่ในมุมมองของผู้บริโภคถือว่าโชลูชั่นนี้ร้ายไม่เอาเลยนะครับ

นายธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ ประธานกรรมการฝ่ายมีเดีย ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ดันน์ฮัมบี้ จำกัด กล่าวว่า “ด้วยข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มของเรา ดันน์ฮัมบี้สามารถเข้าใจลูกค้าของแบรนด์นั้นๆ ได้อย่างลึกซึ้งและรอบด้าน ซึ่งเราทำให้แบรนด์สามารถเข้าใจผู้บริโภคได้มากกว่ามุมมองที่เคยเข้าใจ โดยการเจาะลึกพฤติกรรมการใช้จ่ายและทัศนคติ ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจเหตุผลในการตัดสินใจซื้อ และด้วยความเข้าใจเชิงลึกและการประเมินผลโดยใช้ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางนี้เอง เราจึงสามารถช่วยแบรนด์และผู้ค้าปลีกในการเลือกสินค้าที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค และสร้างประสบการณ์ที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละคนได้อย่างครบวงจร ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์ซื้อสินค้าที่ดีให้กับผู้บริโภคชาวไทย”

 

Customer journey

“นอกจากนี้เส้นทางการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าหรือ Customer Journey ไม่ได้เริ่มจากบ้านแล้วตรงมาซื้อที่จุดขายอีกต่อไป แต่มี Customer Journey และวิธีการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่ซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้น และแต่ละคนมีวิธีการตัดสินใจซื้อสินค้าที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น การที่เราเข้าใจความแตกต่างของกลุ่มลูกค้า โดยการสร้างกลยุทธ์ของการสื่อสารที่มีความเฉพาะเจาะจง เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการสื่อสารกับลูกค้าในทุกช่องทาง เพื่อสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อให้กับลูกค้า” คุณธีรเดช กล่าวเสริม

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!