Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

500 TukTuks รับการลงทุนจากกลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ในไทย พร้อมผลักดันกลุ่มสตาร์ทอัพ

ผู้ชม 439 ครั้ง!

หลังจากเปิดตัวกองทุน 500 TukTuks ไปเมื่อปี 2558 เพื่อลงทุนในสตาร์ทอัพไทยระดับ seed/pre-series A โดย 500 TukTuks ได้ร่วมลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพรวม 50 บริษัท ช่วยให้สตาร์ทอัพสามารถระดมทุนในรอบถัดไปได้รวมเกือบ 7,000 ล้านบาท รวมทั้งช่วยสร้างการจ้างงานเกือบ 10,000 ตำแหน่ง ล่าสุด 500 TukTuks ประกาศร่วมรับการลงทุนของกลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ของไทย ได้แก่

  • กลุ่มเซ็นทรัล
  • กลุ่มธุรกิจ TCP
  • บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท วัชรพล จำกัด ในเครือหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และ
  • บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด

ในกองทุน 500 TukTuks II พร้อมตั้งเป้าลงทุน ใน 150 สตาร์ทอัพ ทั้ง Disruptive Digital Startups ในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้ง Global Deep Tech Startups ที่จะเข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างระบบนิเวศน์แห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สมบูรณ์แบบทั้ง Disruptive Digital และ Deep Technology ควบคู่กับการสร้าง synergy กับบริษัทยักษ์ใหญ่ในไทย พร้อมเปิดตัวพันธมิตรชั้นนำระดับโลกจากทั้ง Silicon Valley และ เอเชีย เช่น

  • Terra Accelerator บริษัท accelerator ชั้นนำด้าน Food/Bio/AgriTech
  • SOSV – กองทุน VC ระดับ top 5 ด้าน AI และ Blockchain
  • Chinaccelerator – กองทุน VC ชั้นนำที่ลงทุนใน tech startups ชั้นนำของจีน
  • MOX – Mobile Only Accelerator
  • พร้อมดึงกูรูระดับโลกอย่าง Harper Reed อดีต CTO ของ Obama และ
  • กูรูชั้นนำของไทย ด้าน AR/VR, Crypto/Blockchain, Food/BioTech, IoT ร่วมสร้างระบบนิเวศน์แห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบในประเทศไทย และพร้อมเร่งผลักดันการเติบโตแบบก้าวกระโดดของระบบนิเวศน์สตาร์ทอัพ (startup ecosystem) ของไทย

นายกระทิง พูนผล ผู้จัดการการกองทุน 500 TukTuks กล่าวว่า “ทางกองทุน 500 TukTuks ดีใจและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่บริษัทชั้นนำในเมืองไทย อย่าง กลุ่มเซ็นทรัล , กลุ่มธุรกิจ TCP , บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) , บริษัท วัชรพล จำกัด ในเครือหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และ บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด ได้มาร่วมลงทุนในกองทุน 500 TukTuks เพื่อร่วมผลักดันวงการสตาร์ทอัพไทยให้เติบโตแบบก้าวกระโดด และร่วมสร้างระบบนิเวศน์แห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบ (Disruptive Digital and Deep Technology Ecosystem) ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านทางพลังผนึก (synergy) กับบริษัทชั้นนำของประเทศไทยเหล่านี้ นอกจากเครือข่ายของ 500 Startups ที่ลงทุนในสตาร์ทอัพไปแล้วเกือบ 2,000 บริษัททั่วโลก เรายังได้พันธมิตรระดับโลกทั้ง Terra Accelerator, SOSV, Chinaccelerator, MOX,  และพันธมิตรชั้นนำอีกมากมาย มาช่วยผลักดันวิสัยทัศน์ของเราในครั้งนี้”

นายดนภัทร พร้อมพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ แผนกการลงทุน กลุ่มเซ็นทรัล เปิดเผยว่า “กลุ่ม Central Group คือ ผู้นำด้าน Retail และ eCommerce และเป้าหมายของเราคือการ Transform เป็น Top Tech Company ภายใต้ยุทธศาสตร์ New Central,  New E-conomy เพื่อเป็นผู้นำด้าน Digi-Lifestyle Platform การลงทุนใน 500 TukTuks นั้นตอบโจทย์เป็นอย่างดีในการช่วยเสริมสร้าง Digi-Lifestyle Innovation Platform ของ Central ผ่านทาง Tech Startups ทั้งในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Central Group

นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP ซึ่งเป็นบริษัทของคนไทย เป็นผู้ผลิต เป็นผู้จัดจำหน่าย และเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มกระทิงแดง (เรดบูล) เรดดี้ สปอนเซอร์ แมนซั่ม เพียวริคุ และเมล็ดทานตะวันซันสแนค กล่าวเสริมว่า “เรามองเห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกที่นับวันจะถูก Disrupt รุนแรงและรวดเร็วมากขึ้น การเข้ามาของ IoT, AI, Robot หรือเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ต่าง ๆ ล้วนมีศักยภาพในการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตและการดำเนินธุรกิจให้ต่างไปจากเดิมได้อย่างสิ้นเชิง ซึ่งกลุ่มธุรกิจ TCP เล็งเห็นว่าองค์กรก็ต้องมีการปรับตัวเช่นกัน การร่วมลงทุนในกองทุน 500 TukTuks ในวันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมรับมือกับกระแส Disruption ผ่านการทำงานร่วมกับบริษัทสตาร์ทอัพต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรของเราจะสามารถก้าวข้ามวิธีการทำงานแบบเดิม สู่นวัตกรรมใหม่ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีเข้ากับสังคม เพิ่มประสิทธิภาพ สร้างผลิตภัณฑ์ และบริการให้ดียิ่งขึ้นกับลูกค้าของเรา รวมทั้งยกระดับธุรกิจของเราไปสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบได้เร็วขึ้น”

นายวิชัย กุลสมภพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ที่ทำการลงทุนร่วมกับ 500 TukTuks นั้นเนื่องจากอยากสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่มีแนวความคิดใหม่ ๆ ที่ยั่งยืน และพิสูจน์ได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมและระบบเศรษฐกิจโดยรวม”

“ประเทศไทยมีศักยภาพอย่างมากในการเป็นศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในหลาย ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็น Food/Bio/AgriTech, TravelTech, Disruptive Digital Technology, Logistics, FinTech/ InsurTech, Retail/eCommerce, Health, Energy, PropTech เป็นต้น ทางกองทุน 500 TukTuks พร้อมทั้งพันธมิตรหวังว่าจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันการเติบโตของวงการ Tech Startups ไทยให้เติบโตไปในระดับ Asia และระดับโลกได้ รวมทั้งช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านของหลาย ๆ อุตสาหกรรมเพื่อเป็นผู้นำสู่ยุค Disruption ผ่านทางการลงทุนและสร้างพลังผนึกกับ Disruptive Digital และ Deep Tech Startups เหล่านี้”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

ครั้งแรกของไทย เอไอเอสโชว์ทดสอบ “5G” ก่อนใคร พร้อมให้คนไทยสัมผัส 22 พ.ย. นี้ !!

Published

on

AIS เตรียมผนึกกำลังพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง Nokia Huawei และ ZTE เชิญคนไทยเตรียมความพร้อมรับเทคโนโลยีอนาคตจาก 5G  ที่มาให้สัมผัสประสบการณ์ก่อนใคร เพื่อให้ภาคธุรกิจ และทุกอุตสาหกรรมเห็นภาพของประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจาก 5G ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา ช่วยเสริมแรงบันดาลใจที่จะเตรียมความพร้อมองค์กรให้สอดรับกับเทคโนโลยีอนาคตที่จะมาถึงในอนาคตอันใกล้

ดังนั้นเอไอเอสในฐานะผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวของไทยที่ได้รับอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์เพื่อทดสอบ 5G จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 และได้ยื่นเรื่องขอทดสอบ 5G ให้กับอนุกรรมการ กสทช. เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 เพื่อให้คณะกรรมการ กสทช. เตรียมอนุมัติให้เอไอเอสสามารถเปิดทดสอบ 5G ได้อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 22 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2561 จึงเตรียมเปิดให้คนไทย ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ได้สัมผัสประสบการณ์และทดลองใช้เทคโนโลยี 5G ก่อนใคร ในงาน 5G the First LIVE in Thailand by AIS” ครั้งแรกของไทย วันที่     22 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2561 ที่ AIS DC ชั้น 5 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม (ชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย) เพื่อให้เห็นประโยชน์ของ 5G ที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ในฐานะเทคโนโลยีที่จะพลิกโฉมและสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจทุกระดับ อันจะเป็นการยกระดับขีดความสามารถเศรษฐกิจและสังคม

พลาดไม่ได้!! ภายในงาน “5G the First LIVE in Thailand by AIS” เริ่มต้นด้วยความร่วมมือกับ NOKIA ผู้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีระดับโลก ที่นำการทดสอบ 5G ผ่าน 5 รูปแบบนวัตกรรมสุดล้ำ ครั้งแรกของเมืองไทย ประกอบด้วย

  1. 5G Super Speed

การแสดงความค่าเครือข่ายที่สำคัญของเครือข่าย 5G เช่น ความเร็วในการรับส่งสัญญาณ (Total Throughput, Latency), ความหน่วง (Latency), การเข้ารหัสของสัญญาน (Modulation and Coding Scheme), ข้อมูลแนวลำส่งของสัญญาณ (beam information)

  1. 5G Ultra Low Latency – Cooperative Cloud Robot

การสาธิตความหน่วงของเครือข่าย 5G โดยการใช้หุ่นยนต์สามตัวในการหาจุดสมดุล ที่ทำให้ลูกบอลอยู่กึ่งกลางกระดาน การสาธิตแสดงเวลาที่หุ่นยนต์ใช้ในการหาจุดสมดุลผ่านการสื่อสารระหว่างกันโดยใช้เครือข่าย 4G เปรียบเทียบกับเครือข่าย 5G

  1. 5G for Industry 4.0

หุ่นยนต์จะมีบทบาทอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 การทำงานร่วมกันของเครื่องจักรจากหลายสายการผลิตต้องการการเชื่อมต่อไร้สายที่มีความหน่วงต่ำและความน่าเชื่อถือสูง ซึ่งจะทำให้สายการผลิตทำงานได้เร็วขึ้น ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการสาธิตหุ่นยนต์ YuMi® Dual-Arm Collaborative Robot จาก ABB ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย 5G

  1. 5G Virtual Reality – immersive video

การสาธิต การดูวีดีโอที่แสดงสภาวะเสมือนจริง (immersive video) ผ่านเครือข่าย 5G ผู้ที่ใส่แว่นตา VR จะสามารถมองเห็นได้รอบด้าน 360 องศา การดูวีดีโอ VR ที่มีความคมชัด ต้องการ bandwidthที่สูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นการถ่ายทอดสด หรือ live streaming

  1. 5G FIFA Virtual Reality

ทดลองความเร็วของเครือข่าย 5G ด้วยตัวคุณเอง โดยการเตะลูกบอล Virtual Reality ที่จุดโทษผ่านเครือข่าย 5G

งาน 5G the First LIVE in Thailand by AIS” จะจัดแสดงตั้งแต่ 22 พฤศจิกายน- 15 ธันวาคม 2561 โดยจะทยอยนำเสนอเทคโนโลยีจากพันธมิตรระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

บทสรุป: iPhone iPad เครื่องนอก เคลมในไทยได้หรือไม่หลังมี Apple Store

Published

on

ประเทศไทยมี Apple Store อย่างเป็นทางการแล้ว และก็มีถึงการตอบคำถามที่ใครหลายๆ คนต่างรอมานานนั่นก็คือ เมื่อประเทศไทยมี Apple Store แล้วสามารถนำเครื่องหิ้วจากต่างประเทศมาเคลมในไทยได้หรือ

ขั้นแรกมาดูข้อมูลจาก Apple Online Store ประเทศไทยกันก่อน เว็บไซต์ Apple ประเทศไทยประกาศไว้ว่า Apple อาจจำกัดบริการภายใต้การรับประกันสำหรับ iPhone, iPad, Apple TV และ HomePod เฉพาะในประเทศที่ Apple หรือผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งของ Apple ขายอุปกรณ์ที่มีการซื้อมาแต่แรกเท่านั้น

นั่นหมายความว่า สินค้ากลุ่ม iPhone iPad Apple TV และ HomePod จะจำกัดการเคลมในประเทศที่ซื้อมาเท่านั้น เช่นซื้อ HomePod มาจากญี่ปุ่น จะเคลมได้ที่ญี่ปุ่นเท่านั้น

แต่เนื่องจากว่า Apple ใช้คำว่า “อาจ” จึงมีบางกรณีที่สามารถนำเครื่องหิ้วมาเคลมในไทยได้ (case by case) ทางทีมงานขอแบ่งเป็นสามระดับตามข้อมูลที่ได้รับมาดังนี้

  • เคลมได้แน่ๆ: เครื่องที่ซื้อในประเทศไทย​ โมเดล TH ทั้งหมด สามารถเคลมได้แน่นอน
  • อาจเคลมได้: เครื่องหิ้วที่มีโมเดลเดียวกับที่ขายในไทย
  • เคลมไม่ได้แน่ๆ: เครื่องหิ้วที่มาจากต่างประเทศและ คนละโมเดล อาทิ เครื่องจากอเมริกาเป็นต้น

สรุปแล้ว หากเกรงว่าตัวเครื่องจะมีปัญหาก็แนะนำให้ซื้อเครื่องในประเทศไทยจะดีที่สุดครับ ยังไงก็สามารถเคลมในไทยได้อย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก Apple Store Iconsiam, เว็บไซต์ Apple และ AASP ในประเทศไทย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

HP โชว์คอมระดับพรีเมี่ยมใหม่ ออกแบบสวยมาก!

Published

on

HP จัดแสดงนวัตกรรมใหม่ในงานเอชพี โฮม แพลนเน็ต 2018 (HP Home Planet 2018) ชูนวัตกรรมและโซลูชั่นตอบโจทย์ความต้องการคนทำงานที่ต้องเคลื่อนที่ไปยังที่ต่างๆ ช่วยให้ผู้ใช้งานทำงานได้อย่างสนุกสนานมากขึ้นท่ามกลางกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งานนี้จัดขึ้นภายใต้ชื่อ “Our Home Today, Our World Tomorrow” ซึ่งได้แนวคิดจากการติดตาม แสวงหา และพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีกลุ่มคนทำงานยุคดิจิทัล กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMBs) รวมถึงผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี เป็นตัวขับเคลื่อน

โจเซฟีน ตัน รองประธาน และผู้บริหารสินค้าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คกลุ่มคอนซูเมอร์ เอชพี กล่าวว่า งานนิทรรศการ เอชพี โฮม แพลนเน็ต 2018 ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเอชพีที่ต้องการมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดจากการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างการออกแบบชั้นเลิศกับนวัตกรรมความปลอดภัยที่มาพร้อมประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดแก่ผู้บริโภคผ่านคอมพิวเตอร์กลุ่มพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุด ได้แก่ HP Spectre Folio, HP Spectre13 x360 และ HP Spectre 15 x360

ด้าน โก๊ะ คง เม็ง ผู้จัดการทั่วไปและกรรมการผู้จัดการ เอชพี ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเกาหลี ได้กล่าวถึงโอกาสของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และผู้บริโภคในภูมิภาคนี้ รวมถึงแนวโน้มที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงด้านความต้องการพื้นฐานและการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล รวมทั้งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในมิติต่างๆ

“ธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลีอยู่บนเส้นทางของการเติบโต ผู้บริโภคและกลุ่มคนทำงานในยุคแห่งการเคลื่อนที่จึงแสวงหาข้อได้เปรียบจากแนวโน้มในอนาคต เช่น การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงด้านประชากรศาสตร์ การพลิกโฉมอย่างรวดเร็วของโลกาภิวัตน์และนวัตกรรม ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวส่งผลให้วิถีชีวิตการทำงานและการใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเอชพีพร้อมที่จะสนับสนุนความต้องการของผู้บริโภค และจุดประกายให้พวกเขาสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อขยายโอกาสการเติบโตในภูมิภาคนี้ได้สำเร็จ”

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการอภิปรายพิเศษของผู้ชนะเลิศโครงการ HP Mars Home Planet Concept Challenge การแข่งขันโดยสมาคมอวกาศและเทคโนโลยีแห่งสิงคโปร์ (Singapore Space and Technology Association) ว่าด้วยเรื่องโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมการเดินทางสู่อวกาศในภูมิภาคเอเชีย โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรมที่ล้ำสมัยกระบวนการผลิต และความยั่งยืนในอนาคต

เอชพี โฮม แพลนเน็ต 2018 นำเสนอนวัตกรรมและโซลูชั่นล่าสุดสำหรับคนทำงานในยุคเคลื่อนที่ โดยได้จัดแบ่ง HP Experiences Zone ออกเป็นโซนต่างๆ:

HP Spectre กลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยม สร้างสรรค์เพื่อวิถีชีวิตที่ทันสมัย

เอชพี ยกเครื่อง คอนเวอร์ติเบิลพีซีรุ่นล่าสุด ได้แก่ HP Spectre13 x360 และ HP Spectre 15 x360 ให้มีความสมบูรณ์แบบ ทั้งดีไซน์และการใช้งานที่ครบครัน อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพและระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ พร้อมเปิดตัวคอมพิวเตอร์ซึ่งผลิตจากหนังแท้เครื่องแรกของโลก ภายใต้ชื่อ HP Spectre Folio ที่ได้รับการออกแบบให้ดูหรูหรา สามารถย่อขนาดให้บางลง เป็นนวัตกรรมที่ปราศจากพัดลมแต่ให้ประสิทธิภาพการทำงานสมบูรณ์แบบ

HP Elitebook x360 1040 G5 เพื่ออิสรภาพไร้ขีดจำกัด คล่องตัวไปกับทุกจังหวะของชีวิต

เอชพี มุ่งมั่นในการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ บนพื้นฐานของความยืดหยุ่นอิสระ คำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางธุรกิจ HP Elitebook x360 1040 G5 ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ย่อขนาดจาก 14 นิ้ว เป็น 13 นิ้ว แต่อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพการทำงานสมบูรณ์แบบ โดยใช้ ซีเอ็นซี อะลูมิเนียมทั้งแผ่นในการทำโครง และชุบผิวอลูมิเนียมเพิ่มเพื่อความคงทน ผ่านมาตรฐานการวัดความทนทานต่อการสั่นสะเทือน (MIL-SPEC)

Z by HP นวัตกรรมสร้างโลกใหม่สำหรับวันพรุ่งนี้

กลุ่มผลิตภัณฑ์เวิร์คสเตชั่น เอชพี ซี ออกแบบขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของนักสร้างสรรค์มืออาชีพ สมรรถนะอัดแน่นและมอบความคุ้มค่าด้วยซอฟต์แวร์ที่ได้รับการรับรองจากอุตสาหกรรมชั้นนำ เอชพี ซีบุ๊คส์ และ ซี เดสก์ท็อป เวิร์คสเตชั่น มอบพลังสร้างสรรค์งานอย่างไร้ขีดจำกัด อิสระในการทำงานร่วมกัน ผสมผสานระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง และสามารถลดระยะเวลาการทำงานกราฟฟิก

HP LaserJet MFP series พลิกโฉมนวัตกรรมการพิมพ์

กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี ที่ต้องการเพิ่มผลผลิตและลดภาระต้นทุน ภายใต้การบริหารจัดการและความปลอดภัยทางธุรกิจ เอชพี ได้เพิ่มสินค้าใหม่กลุ่มเครื่องพิมพ์ขนาด A3 สำหรับภาคธุรกิจ ได้แก่ HP LaserJet MFP รุ่น M72625 และ M72630dn เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่น ทำงานได้เอนกประสงค์สำหรับงานเอกสารขนาด A3 มีรูปแบบการพิมพ์ที่หลากหลาย สามารถสั่งพิมพ์ได้อย่างปลอดภัยจากคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต พร้อมรองรับการสแกนและถ่ายสำเนา

เปิดตัวเครื่องพิมพ์สามมิติ HP Jet Fusion 3D ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเกาหลี

เอชพี ประกาศเป็นพันธมิตรกับ DKSH ส่งมอบเครื่องพิมพ์สามมิติ HP Jet Fusion ให้บริการกับลูกค้าในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ผนึกกำลังพันธมิตรยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตให้แพร่หลายมากขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ DKSH เป็นพันธมิตรรายแรกที่เอชพีจะดำเนินการส่งมอบเครื่องพิมพ์สามมิติรุ่นใหม่ ในประเทศมาเลเซีย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!