Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

Vivo เปิดตัวแคมเปญ “2018 FIFA WORLD CUP RUSSIA” พร้อมโชว์โปรดักซ์รุ่นพิเศษ Vivo X21

ผู้ชม 489 ครั้ง!

Vivo ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของ 2018 FIFA World Cup Russia ได้จัดงานเปิดตัวภายใต้ชื่อว่า “My Time, My FIFA World Cup”  ณ สยามพารากอน กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก คุณเหยา อี๋หมิง CEO และ คุณหวาง เหวินฮ่าว COO บริษัท Vivo Thailand และ คุณอั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Vivo มาร่วมงานเปิดตัวในครั้งนี้ด้วย รวมถึง ตุณต้น นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม นักฟุตบอลสุดฮอตแบ็คขวาของทีมชาติไทย

ซึ่งในแคมเปญนี้ประกอบไปด้วย สื่อโฆษณา เพลงที่จัดทำขึ้นพิเศษและกิจกรรมทางการตลาดด้วยวิธีการถ่ายภาพแบบ LED  ซึ่งรวมถึงกิจกรรม Vivo Super Fan Photographers ที่ได้หนุ่มหล่ออย่าง คุณหลุยส์ สก็อตต์ และ คุณพิทวัส พฤกษกิจ หรือ โต้ง TWOPEE เป็นตัวแทนประเทศไทย ที่จะนำแฟน ๆ ได้ไปสัมผัสช่วงอุ่นเครื่องของนักฟุตบอลแบบใกล้ชิดติดขอบสนาม และ แมทซ์การแข่งขันสุดพิเศษที่ประเทศรัฐเซีย อย่างน่าตื่นเต้นและสนุกสนาน เช่นเดียวกันกับ โปรเจค Vivo Super Time ที่จะยกระดับประสบการณ์ของแฟน ๆ ในการรับชมฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศให้พิเศษกว่าที่เคย พร้อมโชว์โปรดักซ์รุ่นพิเศษ  ระหว่าง Vivo กับ FIFA รุ่น Vivo X21 2018 FIFA World Cup Russia Extraordianire Edition

โดย คุณหลุยส์ สก็อตต์ และ คุณพิทวัส พฤกษกิจ หรือ โต้ง TWOPEE จะเป็นตัวแทนของประเทศไทยเข้าร่วมแคมเปญ Vivo Super Fan Photographers ที่จะไปเข้าร่วมชมแมทซ์พิเศษของ 2018 FIFA World Cup ที่ประเทศรัฐเซีย ในวันที่ 13-21 มิถุนายนนี้ โดยจะได้ชมแมทซ์พิเศษอย่าง โปรตุเกส-สเปน และ บราซิล-สวิตเซอร์แลนด์  ซึ่งทั้งสองท่านจะแบ่งปันความสนุกและประสบการณ์ ใหม่ ๆ ที่ชิดขอบสนามของฟุตบอลโลกให้กับแฟนบอลชาวไทยทุกคน

My Time, My FIFA World Cup

  • จุดประสงค์หลักของแคมเปญนี้คือสนับสนุนความเชื่อที่ว่าทุกคนสามารถเป็นคนพิเศษได้และเพื่อให้คนบน โลกได้มีช่วงเวลาพิเศษที่สุดในชีวิตของพวกเขา ด้วยผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีจากทาง Vivo เราหวังที่จะมอบสิทธิพิเศษให้ ผู้ชมก้าวไปไกลกว่าการเป็นแค่ผู้ชมฟุตบอลโลกแบบธรรมดา แต่เราผลักดันให้ผู้ชมกลายเป็นส่วนหนึ่งเป็นผู้สร้างช่วงเวลา สุดแสนพิเศษ เกิดการแบ่งปัน และเป็นที่จดจำตลอดไป
  • ในฐานะแบรนด์ระดับโลกที่กำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาว Vivo จึงได้เซ็นต์สัญญาให้การ สนับสนุนฟุตบอลโลกเป็นระยะเวลา 6 ปี ในปี 2017 ซึ่งจะเริ่มดำเนินการจนถึงปี 2022  โดยรวมถึงการให้การสนับสนุน ฟุตบอลโลกในปี 2018 และ 2022

Camera & Music ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การบ่งบอก ตัวตนส่วนหนึ่งของแบรนด์ Vivo แต่ยังมีอีกถึงสองปัจจัยหลัก ที่ทำให้ผู้คนสามารถสัมผัสประสบการณ์ได้อย่างเต็มที่ทั้งเก็บ ภาพสุดประทับใจและแบ่งปันช่วงเวลาสุดพิเศษผ่านสมาร์ท โฟนของพวกเขา และในฟุตบอลโลกปีนี้ Vivo ได้นำองค์ ประกอบ ทั้งสองและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อจะให้แฟน ๆ เข้าถึง “My Time, My FIFA World Cup” ได้อย่างเต็ม ประสบการณ์

Vivo Super Fan Photographers

ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียครั้งนี้ มีกิจกรรม Vivo Super Fan Photographers ซึ่งนำผู้ที่เป็นแฟนฟุตบอล ตัวยงแล้วยังเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงกว้างที่ทุกคนต้องรู้จัก อาทิ

  • คนดังบนโลกโซเชียล
  • ผู้นำสื่อที่มีอิทธิพลในสังคม
  • กระทั่งสื่อมวลชนและดาราดังทั่วโลก

โดยก่อนการแข่งขันแต่ละครั้งในกิจกรรมนี้ คนดังจะได้รับสมาร์ทโฟน Vivo ซึ่งได้ รับสิทธิ์พิเศษในการเข้าไปในสนามแข่งขัน เพื่อเก็บภาพบรรยากาศสุดพิเศษเช่นช่วงอุ่นเครื่องก่อนการแข่งขันและแบ่งปัน ให้กับแฟน ๆ ทั่วโลก

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะเปิดตัวกิจกรรมนี้พร้อมกับงานของฟุตบอลโลกและเราคาดหวังว่า จะได้แบ่งปันนวัตกรรมล่าสุดของผลิตภัณฑ์ของเรากับ Vivo Super Fan Photographers เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการ ถ่ายภาพ และแบ่งปันช่วงเวลาพิเศษให้กับโลก ในฐานะที่ Vivo เป็นผู้สนับสนุนฟุตบอลโลกในครั้งนี้ เราต้องการ นำการมีส่วนร่วม ของแฟน ๆ ไปสู่อีกระดับเพื่อให้แฟนๆ ได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่

นอกจากนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นกับ FIFA  Vivoยังได้เปิดตัวรุ่นพิเศษ Vivo X21 Vivo X21 2018 FIFA World Cup Russia Extraordianire Edition  ที่แสดงเอกลักษณ์ของความเป็น FIFA ด้วยลวดลายด้านหลังของตัวเครื่องที่เป็นลวดลายสวยงามพร้อม โลโก้ FIFA ซึ่งมีทั้ง สีแดง และ สีน้ำเงิน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

ครั้งแรกของไทย เอไอเอสโชว์ทดสอบ “5G” ก่อนใคร พร้อมให้คนไทยสัมผัส 22 พ.ย. นี้ !!

Published

on

AIS เตรียมผนึกกำลังพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง Nokia Huawei และ ZTE เชิญคนไทยเตรียมความพร้อมรับเทคโนโลยีอนาคตจาก 5G  ที่มาให้สัมผัสประสบการณ์ก่อนใคร เพื่อให้ภาคธุรกิจ และทุกอุตสาหกรรมเห็นภาพของประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจาก 5G ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา ช่วยเสริมแรงบันดาลใจที่จะเตรียมความพร้อมองค์กรให้สอดรับกับเทคโนโลยีอนาคตที่จะมาถึงในอนาคตอันใกล้

ดังนั้นเอไอเอสในฐานะผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวของไทยที่ได้รับอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์เพื่อทดสอบ 5G จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 และได้ยื่นเรื่องขอทดสอบ 5G ให้กับอนุกรรมการ กสทช. เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 เพื่อให้คณะกรรมการ กสทช. เตรียมอนุมัติให้เอไอเอสสามารถเปิดทดสอบ 5G ได้อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 22 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2561 จึงเตรียมเปิดให้คนไทย ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ได้สัมผัสประสบการณ์และทดลองใช้เทคโนโลยี 5G ก่อนใคร ในงาน 5G the First LIVE in Thailand by AIS” ครั้งแรกของไทย วันที่     22 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2561 ที่ AIS DC ชั้น 5 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม (ชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย) เพื่อให้เห็นประโยชน์ของ 5G ที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ในฐานะเทคโนโลยีที่จะพลิกโฉมและสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจทุกระดับ อันจะเป็นการยกระดับขีดความสามารถเศรษฐกิจและสังคม

พลาดไม่ได้!! ภายในงาน “5G the First LIVE in Thailand by AIS” เริ่มต้นด้วยความร่วมมือกับ NOKIA ผู้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีระดับโลก ที่นำการทดสอบ 5G ผ่าน 5 รูปแบบนวัตกรรมสุดล้ำ ครั้งแรกของเมืองไทย ประกอบด้วย

  1. 5G Super Speed

การแสดงความค่าเครือข่ายที่สำคัญของเครือข่าย 5G เช่น ความเร็วในการรับส่งสัญญาณ (Total Throughput, Latency), ความหน่วง (Latency), การเข้ารหัสของสัญญาน (Modulation and Coding Scheme), ข้อมูลแนวลำส่งของสัญญาณ (beam information)

  1. 5G Ultra Low Latency – Cooperative Cloud Robot

การสาธิตความหน่วงของเครือข่าย 5G โดยการใช้หุ่นยนต์สามตัวในการหาจุดสมดุล ที่ทำให้ลูกบอลอยู่กึ่งกลางกระดาน การสาธิตแสดงเวลาที่หุ่นยนต์ใช้ในการหาจุดสมดุลผ่านการสื่อสารระหว่างกันโดยใช้เครือข่าย 4G เปรียบเทียบกับเครือข่าย 5G

  1. 5G for Industry 4.0

หุ่นยนต์จะมีบทบาทอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 การทำงานร่วมกันของเครื่องจักรจากหลายสายการผลิตต้องการการเชื่อมต่อไร้สายที่มีความหน่วงต่ำและความน่าเชื่อถือสูง ซึ่งจะทำให้สายการผลิตทำงานได้เร็วขึ้น ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการสาธิตหุ่นยนต์ YuMi® Dual-Arm Collaborative Robot จาก ABB ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย 5G

  1. 5G Virtual Reality – immersive video

การสาธิต การดูวีดีโอที่แสดงสภาวะเสมือนจริง (immersive video) ผ่านเครือข่าย 5G ผู้ที่ใส่แว่นตา VR จะสามารถมองเห็นได้รอบด้าน 360 องศา การดูวีดีโอ VR ที่มีความคมชัด ต้องการ bandwidthที่สูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นการถ่ายทอดสด หรือ live streaming

  1. 5G FIFA Virtual Reality

ทดลองความเร็วของเครือข่าย 5G ด้วยตัวคุณเอง โดยการเตะลูกบอล Virtual Reality ที่จุดโทษผ่านเครือข่าย 5G

งาน 5G the First LIVE in Thailand by AIS” จะจัดแสดงตั้งแต่ 22 พฤศจิกายน- 15 ธันวาคม 2561 โดยจะทยอยนำเสนอเทคโนโลยีจากพันธมิตรระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

บทสรุป: iPhone iPad เครื่องนอก เคลมในไทยได้หรือไม่หลังมี Apple Store

Published

on

ประเทศไทยมี Apple Store อย่างเป็นทางการแล้ว และก็มีถึงการตอบคำถามที่ใครหลายๆ คนต่างรอมานานนั่นก็คือ เมื่อประเทศไทยมี Apple Store แล้วสามารถนำเครื่องหิ้วจากต่างประเทศมาเคลมในไทยได้หรือ

ขั้นแรกมาดูข้อมูลจาก Apple Online Store ประเทศไทยกันก่อน เว็บไซต์ Apple ประเทศไทยประกาศไว้ว่า Apple อาจจำกัดบริการภายใต้การรับประกันสำหรับ iPhone, iPad, Apple TV และ HomePod เฉพาะในประเทศที่ Apple หรือผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งของ Apple ขายอุปกรณ์ที่มีการซื้อมาแต่แรกเท่านั้น

นั่นหมายความว่า สินค้ากลุ่ม iPhone iPad Apple TV และ HomePod จะจำกัดการเคลมในประเทศที่ซื้อมาเท่านั้น เช่นซื้อ HomePod มาจากญี่ปุ่น จะเคลมได้ที่ญี่ปุ่นเท่านั้น

แต่เนื่องจากว่า Apple ใช้คำว่า “อาจ” จึงมีบางกรณีที่สามารถนำเครื่องหิ้วมาเคลมในไทยได้ (case by case) ทางทีมงานขอแบ่งเป็นสามระดับตามข้อมูลที่ได้รับมาดังนี้

  • เคลมได้แน่ๆ: เครื่องที่ซื้อในประเทศไทย​ โมเดล TH ทั้งหมด สามารถเคลมได้แน่นอน
  • อาจเคลมได้: เครื่องหิ้วที่มีโมเดลเดียวกับที่ขายในไทย
  • เคลมไม่ได้แน่ๆ: เครื่องหิ้วที่มาจากต่างประเทศและ คนละโมเดล อาทิ เครื่องจากอเมริกาเป็นต้น

สรุปแล้ว หากเกรงว่าตัวเครื่องจะมีปัญหาก็แนะนำให้ซื้อเครื่องในประเทศไทยจะดีที่สุดครับ ยังไงก็สามารถเคลมในไทยได้อย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก Apple Store Iconsiam, เว็บไซต์ Apple และ AASP ในประเทศไทย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

HP โชว์คอมระดับพรีเมี่ยมใหม่ ออกแบบสวยมาก!

Published

on

HP จัดแสดงนวัตกรรมใหม่ในงานเอชพี โฮม แพลนเน็ต 2018 (HP Home Planet 2018) ชูนวัตกรรมและโซลูชั่นตอบโจทย์ความต้องการคนทำงานที่ต้องเคลื่อนที่ไปยังที่ต่างๆ ช่วยให้ผู้ใช้งานทำงานได้อย่างสนุกสนานมากขึ้นท่ามกลางกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งานนี้จัดขึ้นภายใต้ชื่อ “Our Home Today, Our World Tomorrow” ซึ่งได้แนวคิดจากการติดตาม แสวงหา และพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีกลุ่มคนทำงานยุคดิจิทัล กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMBs) รวมถึงผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี เป็นตัวขับเคลื่อน

โจเซฟีน ตัน รองประธาน และผู้บริหารสินค้าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คกลุ่มคอนซูเมอร์ เอชพี กล่าวว่า งานนิทรรศการ เอชพี โฮม แพลนเน็ต 2018 ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเอชพีที่ต้องการมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดจากการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างการออกแบบชั้นเลิศกับนวัตกรรมความปลอดภัยที่มาพร้อมประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดแก่ผู้บริโภคผ่านคอมพิวเตอร์กลุ่มพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุด ได้แก่ HP Spectre Folio, HP Spectre13 x360 และ HP Spectre 15 x360

ด้าน โก๊ะ คง เม็ง ผู้จัดการทั่วไปและกรรมการผู้จัดการ เอชพี ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเกาหลี ได้กล่าวถึงโอกาสของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และผู้บริโภคในภูมิภาคนี้ รวมถึงแนวโน้มที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงด้านความต้องการพื้นฐานและการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล รวมทั้งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในมิติต่างๆ

“ธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลีอยู่บนเส้นทางของการเติบโต ผู้บริโภคและกลุ่มคนทำงานในยุคแห่งการเคลื่อนที่จึงแสวงหาข้อได้เปรียบจากแนวโน้มในอนาคต เช่น การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงด้านประชากรศาสตร์ การพลิกโฉมอย่างรวดเร็วของโลกาภิวัตน์และนวัตกรรม ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวส่งผลให้วิถีชีวิตการทำงานและการใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเอชพีพร้อมที่จะสนับสนุนความต้องการของผู้บริโภค และจุดประกายให้พวกเขาสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อขยายโอกาสการเติบโตในภูมิภาคนี้ได้สำเร็จ”

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการอภิปรายพิเศษของผู้ชนะเลิศโครงการ HP Mars Home Planet Concept Challenge การแข่งขันโดยสมาคมอวกาศและเทคโนโลยีแห่งสิงคโปร์ (Singapore Space and Technology Association) ว่าด้วยเรื่องโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมการเดินทางสู่อวกาศในภูมิภาคเอเชีย โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรมที่ล้ำสมัยกระบวนการผลิต และความยั่งยืนในอนาคต

เอชพี โฮม แพลนเน็ต 2018 นำเสนอนวัตกรรมและโซลูชั่นล่าสุดสำหรับคนทำงานในยุคเคลื่อนที่ โดยได้จัดแบ่ง HP Experiences Zone ออกเป็นโซนต่างๆ:

HP Spectre กลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยม สร้างสรรค์เพื่อวิถีชีวิตที่ทันสมัย

เอชพี ยกเครื่อง คอนเวอร์ติเบิลพีซีรุ่นล่าสุด ได้แก่ HP Spectre13 x360 และ HP Spectre 15 x360 ให้มีความสมบูรณ์แบบ ทั้งดีไซน์และการใช้งานที่ครบครัน อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพและระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ พร้อมเปิดตัวคอมพิวเตอร์ซึ่งผลิตจากหนังแท้เครื่องแรกของโลก ภายใต้ชื่อ HP Spectre Folio ที่ได้รับการออกแบบให้ดูหรูหรา สามารถย่อขนาดให้บางลง เป็นนวัตกรรมที่ปราศจากพัดลมแต่ให้ประสิทธิภาพการทำงานสมบูรณ์แบบ

HP Elitebook x360 1040 G5 เพื่ออิสรภาพไร้ขีดจำกัด คล่องตัวไปกับทุกจังหวะของชีวิต

เอชพี มุ่งมั่นในการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ บนพื้นฐานของความยืดหยุ่นอิสระ คำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางธุรกิจ HP Elitebook x360 1040 G5 ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ย่อขนาดจาก 14 นิ้ว เป็น 13 นิ้ว แต่อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพการทำงานสมบูรณ์แบบ โดยใช้ ซีเอ็นซี อะลูมิเนียมทั้งแผ่นในการทำโครง และชุบผิวอลูมิเนียมเพิ่มเพื่อความคงทน ผ่านมาตรฐานการวัดความทนทานต่อการสั่นสะเทือน (MIL-SPEC)

Z by HP นวัตกรรมสร้างโลกใหม่สำหรับวันพรุ่งนี้

กลุ่มผลิตภัณฑ์เวิร์คสเตชั่น เอชพี ซี ออกแบบขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของนักสร้างสรรค์มืออาชีพ สมรรถนะอัดแน่นและมอบความคุ้มค่าด้วยซอฟต์แวร์ที่ได้รับการรับรองจากอุตสาหกรรมชั้นนำ เอชพี ซีบุ๊คส์ และ ซี เดสก์ท็อป เวิร์คสเตชั่น มอบพลังสร้างสรรค์งานอย่างไร้ขีดจำกัด อิสระในการทำงานร่วมกัน ผสมผสานระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง และสามารถลดระยะเวลาการทำงานกราฟฟิก

HP LaserJet MFP series พลิกโฉมนวัตกรรมการพิมพ์

กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี ที่ต้องการเพิ่มผลผลิตและลดภาระต้นทุน ภายใต้การบริหารจัดการและความปลอดภัยทางธุรกิจ เอชพี ได้เพิ่มสินค้าใหม่กลุ่มเครื่องพิมพ์ขนาด A3 สำหรับภาคธุรกิจ ได้แก่ HP LaserJet MFP รุ่น M72625 และ M72630dn เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่น ทำงานได้เอนกประสงค์สำหรับงานเอกสารขนาด A3 มีรูปแบบการพิมพ์ที่หลากหลาย สามารถสั่งพิมพ์ได้อย่างปลอดภัยจากคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต พร้อมรองรับการสแกนและถ่ายสำเนา

เปิดตัวเครื่องพิมพ์สามมิติ HP Jet Fusion 3D ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเกาหลี

เอชพี ประกาศเป็นพันธมิตรกับ DKSH ส่งมอบเครื่องพิมพ์สามมิติ HP Jet Fusion ให้บริการกับลูกค้าในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ผนึกกำลังพันธมิตรยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตให้แพร่หลายมากขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ DKSH เป็นพันธมิตรรายแรกที่เอชพีจะดำเนินการส่งมอบเครื่องพิมพ์สามมิติรุ่นใหม่ ในประเทศมาเลเซีย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!