Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

“ธ.ไทยพาณิชย์” จับมือ “รพ.สมิติเวช” เปิดตัว “The FIRST Lounge & SCB Investment Center ” เจาะกลุ่มลูกค้ามั่งคั่ง

“ธนาคารไทยพาณิชย์” เดินหน้าทำตลาดกลุ่มลูกค้าเวลธ์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจับมือกับ “โรงพยาบาลสมิติเวช” สร้างมิติใหม่ให้ทั้ง 2 วงการ พัฒนาความร่วมมือ 3 ด้านในการยกระดับบริการด้านสุขภาพ ภายใต้แนวคิด “The FIRST Prestige Health & Wealth Experience” ได้แก่ “เดอะ เฟิร์ส เลานจ์ แอนด์ เอสซีบี อินเวสเม้นต์ เซ็นเตอร์” (THE FIRST LOUNGE & SCB INVESTMENT CENTER) พื้นที่รับรองรูปแบบใหม่ที่ถูกออกแบบและตกแต่งในสไตล์กลาสเฮ้าส์แห่งแรกในประเทศไทย ชูจุดเด่น “เอสซีบี อินเวสต์เม้นต์ เซ็นเตอร์” (SCB Investment Center) ศูนย์รวมความรู้ และให้คำแนะนำด้านการบริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคลรูปแบบใหม่ เพื่อเจาะลูกค้ากลุ่ม FIRST class ของโรงพยาบาลสมิติเวช และ กลุ่มลูกค้ามั่งคั่ง หรือ SCB Wealth ที่เป็นสมาชิก “SCB PRIVATE BANKING” และ “SCB FIRST” 

แอปพลิเคชัน “สมิติเวช พลัส” (Samitivej Plus)”

พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้ง เปิดตัวระบบ “สมิติเวช ฟาสต์เพย์” (Samitivej FastPay) ระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ที่สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องรอคิวเพื่อชำระเงินที่เคาน์เตอร์อีกต่อไป และ แอปพลิเคชัน “สมิติเวช พลัส” (Samitivej Plus)” ดิจิทัลแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงข้อมูลการให้บริการสุขภาพออนไลน์ครบวงจร ซึ่ง ดิจิทัล เวนเจอร์ส บริษัทพัฒนานวัตกรรมทางการเงินในเครือของธนาคารฯ ได้ร่วมพัฒนากับสมิติเวชในส่วนของการออกแบบการใช้งานแอปพลิเคชัน (User Experience) และการชำระเงินออนไลน์ มุ่งเปลี่ยนประสบการณ์ด้านสุขภาพแบบเดิมสู่ประสบการณ์สุขภาพดิจิทัลเฮลธ์ (Digital Health) ที่ล้ำสมัย เชื่อมโยงการบริการทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาลแบบ Exclusive VIP One-stop service เพื่อตอบสนองทุกความต้องการด้านสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และการเงินแก่ผู้ใช้บริการ คาดว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยต่อยอดให้ธนาคารสามารถก้าวสู่การเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาด Wealth Bankin

นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด กล่าวว่า “หลังจากที่ธนาคารได้ประกาศแนวทางการดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์กลับหัวตีลังกา (Going Upside Down) เพื่อมุ่งสู่วิสัยทัศน์ของการเป็น “ธนาคารที่น่าชื่นชมที่สุด” (The Most Admired Bank) ธนาคารจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี และบริการ เพื่อผลักดันให้ไทยพาณิชย์กลายเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Bank as a platform) ที่สามารถเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการเงินที่ดีขึ้น และตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมที่สุด

“สมิติเวช ฟาสต์เพย์” (Samitivej FastPay)

“แผนการดำเนินงานของธนาคารไทยพาณิชย์ต่อจากนี้จะมุ่งเปลี่ยนประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ลูกค้าผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม หรือที่เรียกว่า Digital Experience เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และเพิ่มโอกาสในการสร้างความผูกพันกับลูกค้า (Customer Engagement) ในอนาคต รวมถึงการรุกธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญขององค์กร ธนาคารจึงได้ร่วมมือกับ “โรงพยาบาลสมิติเวช” พันธมิตรทางธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์ ความมุ่งมั่น และให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ทั้งด้าน การแพทย์ และบริการ ด้วยนวัตกรรมอันทันสมัยเพื่อให้คนไข้มีสุขภาพที่ดีขึ้น สอดคล้องกับแนวทางของไทยพาณิชย์ที่ต้องการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มร่วมกับพันธมิตร รวมถึงการสร้างระบบนิเวศ หรือ Ecosystem ในโรงพยาบาล ที่ครอบคลุมทุกแง่มุมและตอบโจทย์บริการทั้งด้านสุขภาพและการเงินร่วมกันอย่างแข็งแกร่ง โดยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ นับเป็นการสร้างมิติใหม่ให้กับทั้ง แวดวงสุขภาพและการเงินของประเทศ”

“เดอะ เฟิร์ส เลานจ์ แอนด์ เอสซีบี อินเวสเม้นเซ็นเตอร์” (THE FIRST LOUNGE & SCB Investment Center)

“เป้าหมายความร่วมมือในครั้งนี้ ธนาคารต้องการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าใหม่ รวมถึงดูแลกลุ่มลูกค้าเวลธ์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญของไทยพาณิชย์ ผ่านการนำเสนอนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการต่าง ๆ ที่สร้างสรรค์ เพื่อเปลี่ยนประสบการณ์บริการด้านไลฟ์สไตล์การเงินให้แก่ลูกค้า อีกทั้งการร่วมมือกับสมิติเวชยังเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของธนาคารที่จะไม่เป็นเพียงแค่ธนาคารอีกต่อไป แต่เป็นองค์กรที่นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาพัฒนาความแข็งแกร่งให้กับพันธมิตรทางธุรกิจ เสริมขีดความสามารถ และโอกาสใหม่ๆ ให้กับองค์กร ยกระดับมาตรฐานการให้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดในการเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและข้อมูลเป็นหลักภายในปี 2563 อย่างแท้จริง และคาดว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้ธนาคารก้าวสู่การเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาด Wealth Banking

นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช กล่าวว่า “โรงพยาบาลสมิติเวช ดำเนินการให้บริการมานานกว่า 39 ปี ภายใต้ปรัชญา “ดูแลคนไข้ด้วยหัวใจ” โดยเราไม่เคยหยุดนิ่งในการมอบบริการและนำนวัตกรรมทั้งด้านการแพทย์ และการบริการมาใช้ในสมิติเวช เพื่อดูแลรักษาคนไข้ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและได้รับบริการด้านสุขภาพที่ได้มาตรฐาน โดยปัจจุบันสมิติเวชได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัย และเครื่องมือที่ทันสมัยมาใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วย ซึ่งเรามุ่งเน้นให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อก้าวไปสู่วิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำโรงพยาบาลระดับแนวหน้าของประเทศไทย ล่าสุดสมิติเวชได้วางแนวทางการดำเนินธุรกิจในการก้าวสู่ปีที่ 40 ภายใต้แนวคิด “เราไม่อยากให้ใครป่วย” เน้นอยากให้ทุกคนมีสุขภาพดี จึงพัฒนานวัตกรรมที่สามารถค้นหาโรคในตัวคุณและเตรียมตัววางแผนก่อนเกิดโรคในอนาคต อาทิ

นายอาทิตย์ นันทวิทยา และ นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร

  • Precision Medicine ที่เน้นการดูแลวินิจฉัยถึงระดับพันธุกรรม (ยีน) สามารถรู้เท่าทันโรคที่จะเกิดในอนาคตเฉพาะบุคคล การร่วมมือทางการแพทย์กับต่างประเทศ อาทิ
    • โรงพยาบาลซาโน ญี่ปุ่น ใช้เทคโนโลยีค้นหาและล่วงรู้การเกิดโรคมะเร็งลำไส้และกระเพาะอาหารได้ล่วงหน้า
  • และการร่วมมือกับ Oregon Health & Science University (OHSU) และ Doernbecher Children’s Hospital ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน The Best Children’s Hospitals ในสหรัฐอเมริกา เข้ามาแลกเปลี่ยนเทคนิคการดูแลผู้ป่วยเด็ก ทั้งด้านการรักษาและการป้องกันการเกิดโรค ตั้งแต่ทารกแรกเกิดจนถึงเด็กโต เพื่อให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต
  • สมิติเวชยังมีโปรแกรม  Divine คือ นวัตกรรมในการยกระดับสุขภาพให้ถึงจุดที่ดีที่สุดในตัวคุณ เป็นโปรแกรมเฉพาะบุคคลเพื่อการดูแลแบบรู้เท่าทันโรค ด้วยการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำหน้า Precision Medicine ตรวจลึกถึงระดับยีน และนำมาวิเคราะห์เป็นโปรแกรมการดูแลในแบบเฉพาะบุคคล (Personal Health MappingTM) โดยมีทีมแพทย์เป็นเทรนเนอร์ด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด
  • ในโปรแกรมนี้ สามารถตรวจพันธุกรรม เพื่อหาความเสี่ยงต่อโรคร้ายต่าง ๆ มากมาย รวมถึงการตรวจเทโลเมียร์หาความยาวของปลายโครโมโซม ที่จะรู้ถึงอายุเซลล์ภายในร่างกายอย่างแท้จริง
  • และความสัมพันธ์กับการเกิดโรคร้ายต่าง ๆ เพื่อการดูแลคุณก่อนเกิดโรคร้ายแรง นอกจากนี้เราได้พัฒนาซอฟต์แวร์ Total Health Solution โดยจะมีโปรแกรมแนะนำการตรวจเชิงป้องกันที่เหมาะสมในแต่ละช่วงอายุ เป็นการเตรียมวางแผนไม่ให้เกิดโรคได้ รวมถึงร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง จึงเกิดเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง “โรงพยาบาลสมิติเวช” และ “ธนาคารไทยพาณิชย์” ในการยกระดับการดูแลผู้ใช้บริการของโรงพยาบาล ด้วยการมอบประสบการณ์ใหม่เพื่อความพึงพอใจสูงสุด รวมถึงยังได้พัฒนาบริการในด้านต่างๆ เพื่อดูแลสุขภาพลูกค้าอย่างไร้ขีดจำกัดตลอด 24 ชั่วโมง”

นายอาทิตย์ นันทวิทยา และ นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร

“นอกจากนี้สมิติเวชยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการมอบประสบการณ์การบริการด้านสุขภาพในยุคดิจิทัล 4.0 จึงได้ร่วมมือกับ “ดิจิทัล เวนเจอร์ส” บริษัทในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ พัฒนาระบบการให้บริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ใช้บริการ ได้แก่

  • “สมิติเวช ฟาสต์เพย์” (Samitivej FastPay) ระบบการชำระเงินที่ให้ความสะดวก และรวดเร็วในการจ่ายเงิน และ
  • แอปพลิเคชัน “สมิติเวช พลัส” (Samitivej Plus) โดยแอปฯ ดังกล่าวจะเป็นเสมือนผู้ช่วยด้านสุขภาพ ที่ให้ข้อมูลครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเดินทางเข้าใช้บริการ (Pre Hospital) ระหว่างใช้บริการที่โรงพยาบาล (Hospital) จนถึงหลังจากกลับบ้านเพื่อพักฟื้นหรือดูแลตัวเอง (Post Hospital) เบื้องต้นได้
  • นำร่องใช้ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท , โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ และ โรงพยาบาลเด็ก สมิติเวชก่อนและคาดว่าจะนำแอปพลิเคชัน ดังกล่าวไปใช้กับทุกโรงพยาบาลในเครือที่มีอยู่ 7 แห่งทั่วประเทศภายในปีนี้ เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์พิเศษเฉพาะผู้รับบริการอย่างแท้จริง”

นายอรพงศ์ เทียนเงิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกั

ด้าน นายอรพงศ์ เทียนเงิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า “ความเปลี่ยนแปลงในโลกดิจิทัลทำให้เกิดโอกาสใหม่ๆ ในการดำเนินธุรกิจ รวมไปถึงการยกระดับคุณภาพและบริการเพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น เราเล็งเห็นถึงความสำคัญในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าไปมีส่วนช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำธุรกิจหลาหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มสุขภาพ ดิจิทัล เวนเจอร์ส จึงได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลสมิติเวชในการพัฒนาดิจิทัลโซลูชั่นทางการเงินภายใต้ชื่อ Samitivej FastPay ช่องทางการชำระเงินรูปแบบใหม่ เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกสบายและความรวดเร็วในการชำระเงินมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

  1. การชำระเงินด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ดที่จุด FastPay Station ซึ่งระบบนี้ได้เชื่อมต่อกับระบบบิลของโรงพยาบาลทำให้ผู้ใช้บริการเห็นค่าใช้จ่ายและสแกนเพื่อชำระเงินได้ทันที และ
  2. การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านแอปพลิเคชัน Samitivej Plus โดยเราได้เปิดให้ผู้ใช้ได้ทดลองการชำระเงินทั้งสองรูปแบบที่ สมิติเวช สุขุมวิท และ ศรีนครินทร์
  3. ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีจำนวนธุรกรรมผ่าน Samitivej FastPay กว่า 1,157 ธุรกรรม หรือเฉลี่ย 50 ธุรกรรมต่อวัน และลูกค้าให้คะแนนความพึงพอใจเฉลี่ยสูงถึง 4.75 จากคะแนนรวม 5 นอกจากนี้ผู้ที่ชำระเงินผ่าน Samitivej FastPay จะได้รับส่วนลด 10% และได้รับส่วนลดพิเศษเพิ่มเติมหากชำระเงินผ่านบัตรเครดิตของธนาคารไทยพาณิชย์

ความร่วมมือระหว่างธนาคารไทยพาณิชย์ และ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช ในการเปลี่ยนประสบการณ์สุขภาพดิจิทัลรูปแบบใหม่ หรือ ดิจิทัลเฮลธ์ ครอบคลุม 3 เรื่องหลัก ดังนี้

  1. “เดอะ เฟิร์ส เลานจ์ แอนด์ เอสซีบี อินเวสเม้นเซ็นเตอร์” (THE FIRST LOUNGE & SCB Investment Center) พื้นที่รับรองรูปแบบพิเศษแห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “The FIRST Prestige Health & Wealth Experience” ที่ถูกออกแบบ ในสไตล์กลาสเฮ้าส์ เพื่อมอบประสบการณ์บริการแบบ Exclusive VIP One-stop service ให้แก่ลูกค้า FIRST Class ของโรงพยาบาลสมิติเวช และลูกค้าเวลธ์ของธนาคารไทยพาณิชย์ที่เป็นสมาชิก “SCB PRIVATE BANKING” และ “SCB FIRST” ที่มาใช้บริการ ณ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท โดยภายในจะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่
    1. 1) โซนรับรองพิเศษด้านสุขภาพแบบครบวงจร พื้นที่หลักบริเวณด้านหน้าของเลานจ์ ซึ่งจะบริการต้อนรับและดูแลแบบ VIP ด้วยเจ้าหน้าที่ดูแลเฉพาะบุคคลเพื่ออำนวยความสะดวกรวดเร็วให้กับท่าน อาทิ การนัดหมายแพทย์ การพบแพทย์ การจ่ายเงิน และการรอรับยา พร้อมมีมุม Exclusive Healthy Snack Bar ไว้บริการลูกค้าให้ได้ใช้เป็นที่พักผ่อนระหว่างรอรับบริการด้านสุขภาพ พร้อมอาหารว่างและเครื่องดื่มสุขภาพจากร้านดัง Divana Signature Café
    2. 2) โซน SCB Investment Center ศูนย์บริหารความมั่งคั่งที่รวมความรู้และการให้คำแนะนำด้านการลงทุนและบริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคลเพื่อมอบเอกสิทธิ์ไลฟ์สไตล์ทางการเงินแบบครบวงจรให้แก่ลูกค้าที่เป็นสมาชิก โดย “SCB Investment Center” แห่งนี้ ถือเป็น Touch point ล่าสุดที่ธนาคารเปิดให้บริการกับลูกค้าเวลธ์ และเป็นแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของโรงพยาบาล ปัจจุบันธนาคารเปิดให้บริการ “SCB Investment Center” รวมทั้งหมด 7 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนที่จะเปิดให้บริการรวม 60 แห่งในโลเคชั่นสำคัญๆ
    3. 3) โซนเอาท์ดอร์ พื้นที่เปิดโล่งสำหรับรองรับการจัดกิจกรรมพิเศษต่างๆ ที่จะจัดให้กับสมาชิกคนสำคัญ อาทิ กิจกรรมดนตรีในสวน (Music in the garden) เพื่อสร้างความผ่อนคลายเวลามาใช้บริการด้านสุขภาพที่สมิติเวช กิจกรรมสนทนาพูดคุย หรือเวิร์คช้อปต่าง ๆ อาทิ เรื่องสุขภาพ และ การลงทุน เป็นต้น โดยพื้นที่รับรองแห่งนี้จะเป็นช่องทางการให้บริการครบวงจรตอบโจทย์สุขภาพและการเงิน ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลูกค้าเดินเข้ามาใช้บริการจนกระทั่งออกจากเลานจ์นี้ไป
  2. Samitivej Plus แอปพลิเคชันที่จะช่วยเปลี่ยนประสบการณ์ด้านสุขภาพแบบเดิม ๆ ให้เป็นประสบการณ์สุขภาพดิจิทัลล้ำสมัย  ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านสุขภาพให้แก่ผู้ใช้บริการได้อย่างครบวงจร โดยแอปพลิเคชันดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงผู้ใช้บริการเป็นหลัก (User Experience)
    1. ตั้งแต่การดูข้อมูลแพทย์และนัดหมายแพทย์ออนไลน์ (Online Appointment) การแจ้งคิวเรียลไทม์ผ่านแอป (My Queue) การชำระเงินออนไลน์ (Payment) หรือดูข้อมูลสุขภาพ รายการยา
    2. .และประวัติการรักษาย้อนหลัง (My History) พร้อมด้วยฟังก์ชั่นอื่น ๆ เช่น ติดต่อหรือเรียกรถโรงพยาบาลได้ทันที อุ่นใจเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน หรือรับส่วนลด และโปรโมชั่นของโรงพยาบาลสมิติเวช เป็นต้น
  3. Samitivej FastPay คือ ประสบการณ์ใหม่ของการชำระเงินที่ให้ความสะดวก และรวดเร็ว ช่วยประหยัดเวลาในการรอคิวชำระเงินผ่านช่องทางปกติ เนื่องจากผู้ใช้บริการสามารถชำระเงินได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ ด้วย
    1. 1) การสแกนคิวอาร์โค้ด ณ จุด FastPay Station หรือ
    2. 2) ชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านแอป Samitivej Plus และสามารถนำใบเสร็จรับเงินที่ได้รับทางอีเมลไปรับยาได้ทันที

“เดอะ เฟิร์ส เลานจ์ แอนด์ เอสซีบี อินเวสเม้นเซ็นเตอร์” (THE FIRST LOUNGE & SCB Investment Center)

โดยผู้ใช้บริการที่ชำระเงินผ่าน 2 ช่องทางนี้จะได้รับส่วนลด 10% สำหรับค่ายา ค่า X-Ray และ Lab ตามเงื่อนไขของโรงพยาบาล และได้รับส่วนลดพิเศษเพิ่มเติมหากชำระเงินผ่านบัตรเครดิตของธนาคารไทยพาณิชย์ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 2561

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

KPN Bangkok Group พร้อมลุยธุรกิจแท็กซี่และรถเช่า! กับ KPN Car Rent และ KPN Taxi VIP

Published

on

By

บริษัท เคพีเอ็น บางกอก กรุ๊ป จำกัด เตรียมแถลงข่าวเปิดตัวธุรกิจ “KPN Car Rent” และ “KPN Taxi VIP” โดยมีผู้บริหารที่คุ้นหน้าคุ้นตาตบเท้าร่วมแถลงข่าว

  • นายเกียรติศักดิ์ กีรติยากรสกุล
  • นายพชร ปัญญายงค์
  • นายมนต์เทพ ปัญญายงค์
  • นายนิธิ บุญยรัตกลิน
  • นายพีรพล ปัญญายงค์

พร้อมด้วยการเซ็นสัญญาร่วมทุนกับประเทศญี่ปุ่น MR.Masakazu Maruyama (President, CEO of Maru Company Limited) อีกด้วย

ซึ่ง Positioning ของ Taxi VIP และการให้บริการรถเช่าของ KPN Car Rent นั้น จะเจาะตลาด นักเดินทาง นักท่องเที่ยว ที่ต้องการความสะดวกสบาย รวมถึงการเดินทาง ใช้บริการในสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง อีกด้วย

และติดตามเนื้อหาจากงานแถลงข่าวที่เตรียมจัดในช่วงเช้าของวันที่ 28 มกราคม 2562 ได้ที่เว็บแบไต๋เลย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

Fastwork ตัวกลางจัดหางานที่ #ฟรีแลนซ์ไม่ต้องทำงานฟรี และ #คนจ้างไม่ต้องปวดหัว อีกต่อไป

Published

on

เรียกได้ว่ายุคปัจจุบันหลาย ๆ คนอยากเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น พอทำงานไปสักพักก็เริ่มที่จะออกมาทำงานเองหรือที่เรียกกันว่าฟรีแลนซ์ ซึ่งแน่นอนว่าฟรีแลนซ์มีความเสี่ยงหลายอย่างมาก ๆ ไม่ว่าจะเรื่องการหาลูกค้าให้ตัวเองที่ต้องเสียเวลาทุกวัน วันละหลายชั่วโมง แถมติดต่อไป ๆ มา ๆ บางครั้งก็เจอผู้ว่าจ้างเบี้ยวเงิน ไม่ยอมจ่ายให้ซักทีทั้ง ๆ ที่ทำงานให้เสร็จแล้วก็มี วันนี้ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปด้วย ฟาสต์เวิร์ค (Fastwork) เว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นสำหรับคนยุคใหม่ ที่แหล่งรวมบริการงานกว่า 30,000 งาน ที่ผู้ว่าจ้างสามารถเลือกฟรีแลนซ์มืออาชีพได้ ขณะที่ฟรีแลนซ์สามารถได้รับการจ้างงานที่หลากหลายในราคาที่สมเหตุผล ตอบโจทย์พฤติกรรมจ้างงานแห่งอนาคตได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีระบบที่ช่วยให้ผู้ว่าจ้างเห็นว่าฟรีแลนซ์แต่ละคนเป็นอย่างไรโดยมีระบบ Rating และ Review เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเขาหรือถ้าฟรีแลนซ์ทำงานช้า ทำงานไม่ทัน ก็จะมีการจะบบลดคะแนน ทำให้เขาถูกเห็นน้อยลงผ่านระบบ Machine Learning และในด้านการจ่ายเงินค่าจ้าง ทาง Fastwork จะเป็นตัวกลางถือเงินให้ จึงมั่นใจได้ว่าเงินที่ผู้จ้างจ่ายไปจะได้รับงานที่มีคุณภาพ และฝั่งฟรีแลนซ์จะได้เงินตรงเวลาแน่นอน

และสำหรับใครที่ทำงานบน fastwork เป็นประจำก็จะมีโอกาสได้เงินโบนัส รวมไปถึงระบบเลื่อนขั้น Fastwork pro ทำให้ได้งานที่ดีขึ้นและเงินที่มากขึ้น เพราะปัจจุบันมีผู้อยากประกอบอาชีพอิสระมากมาย โดยมีกลุ่มอายุตั้งแต่ 18 – 34 ปี โดยมีหมวดหมู่ที่ถูกจ้างงานสูงที่สุด 3 หมวดหมู่คือ
  1. Graphic Design ผู้สร้างสรรค์ผลงานต่าง ๆ เพื่อให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดูดีซึ่งเป็นอันดับ 1 ในการถูกจ้าง outsource มากที่สุด
  2. online Marketing หรือคนคิดแคมเปญจ์ต่าง ๆ เพื่อให้ได้กำไรจากการขายมากที่สุด
  3. Programming คนเขียนโปรแกรมซึ่งเป็นอีก 1 งานที่มีคนต้องการจ้างงานเป็นจำนวนมาก และขาดแคลนในตลาดแรงงานไทยแบบสุด ๆ

คุณวสะ สุภาโชค เอี่ยมสุรีย์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร (Founder & CEO) บริษัท ฟาสต์เวิร์ค เทคโนโลยีส์ จำกัด

คุณวสะ สุภาโชค เอี่ยมสุรีย์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร (Founder & CEO) บริษัท ฟาสต์เวิร์ค เทคโนโลยีส์ จำกัด กล่าวว่า ฟาสต์เวิร์คเป็นแพลตฟอร์มการให้บริการจัดหางานออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นฟาสต์เวิร์คซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมงานสำหรับฟรีแลนซ์และมืออาชีพด้านต่างๆ  จึงทำหน้าที่เป็นเหมือนสื่อกลางสำหรับคนหางาน และผู้ที่ต้องการหาคนทำงานรูปแบบใหม่โดยการที่ทำให้ผู้ว่าจ้างค้นหาฟรีแลนซ์และมืออาชีพด้านต่างๆ ได้ง่ายขึ้น และมั่นใจได้ว่าจะได้รับผลงานที่มีคุณภาพ

ปัจจุบันฟาสต์เวิร์คเป็นผู้นำในตลาดประเทศไทย และเป็นหนึ่งในสามของผู้นำในตลาดประเทศอินโดนีเซีย โดยสร้างจุดเด่นที่คุณภาพของงาน ความหลากหลายในหมวดหมู่งานและราคาที่เป็นกันเอง มีงานให้เลือกหลากหลาย ซึ่งฟาสต์เวิร์คเกิดมาจากแนวคิดว่า ในยุคปัจจุบัน ผู้ประกอบการในหลากหลายธุรกิจไม่สามารถรู้ได้ว่า ผู้ถูกจ้างนั้นมีศักยภาพในการทำงานมากน้อยแค่ไหน หรืออีกหลายๆปัจจัยความเสี่ยง จึงเป็นเรื่องยากต่อการตัดสินใจหรือความเสี่ยงที่ไม่อาจคาดเดาได้ ฟาสต์เวิร์คจึงถือกำเนิดขึ้นมาในลักษณะเว็บไซต์ที่รวบรวมและให้บริการจัดหางานสำหรับฟรีแลนซ์มืออาชีพ อีกทั้งยังเล็งเห็นว่าไลฟ์สไตล์คนทำงานยุคใหม่ในไทยก็มีกลุ่มคนที่รักอิสระมากขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่ฝั่งผู้จ้างงานเองก็มีความนิยมจ้างงาน Outsource เพราะสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 60% เมื่อเทียบกับการจ้างงานประจำ และเมื่อเข้ามาศึกษาตลาดงานฟรีแลนซ์ในไทย ก็พบว่า มูลค่าการจ้างงานของตลาดฟรีแลนซ์ในประเทศไทยและอินโดนีเซียทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการจ้างผ่านออฟไลน์ คือผ่านการแนะนำบอกต่อด้วยตัวบุคคลนั้นมีมูลค่าราว 120,000 ล้านบาท  และเฉพาะที่นำเสนอผ่านออนไลน์มีมูลค่าราว 12,000 ล้านบาท ถือเป็นตลาดที่ใหญ่พอสมควร

“ท่ามกลางการเติบโตของตลาด ฟาสต์เวิร์คได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตในอนาคต  โดยวางแผนจะมีการขยายสาขาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งขยายประเภทและหมวดหมู่งานที่หลากหลายงานมากขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าได้ถึง 70 หมวดหมู่งาน และมีการขยายออกไปอีกในอนาคตอันใกล้นี้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากขึ้นเรื่อย ๆ

นายจิรัฏฐ์ วิภากุล หนึ่งในผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหารฝ่ายเทคโนโลยี (Founder & Chief Technology Officer)

 นายจิรัฏฐ์ วิภากุล หนึ่งในผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหารฝ่ายเทคโนโลยี (Founder & Chief Technology Officer) กล่าวว่า ฟาสต์เวิร์คเป็นแหล่งรวมฟรีแลนซ์และมืออาชีพ ซึ่งมีหมวดหมู่จำนวนมาก และค่อนข้างหลากหลาย การออกแบบระบบการใช้งานของลูกค้า จึงเน้นเรื่อง User Experience เป็นหลัก ต้องใช้งานง่าย สะดวก ไม่ซับซ้อน และรวดเร็ว  ฟรีแลนซ์และมืออาชีพที่เข้ามาฝากงาน สามารถฝากประวัติได้ง่ายและสะดวก

วิธีการใช้งานฟาสต์เวิร์คสำหรับผู้ว่าจ้างสามารถเข้ามาหาฟรีแลนซ์ที่ต้องการได้ตามหมวดหมู่ และแชทกับฟรีแลนซ์ผ่านระบบ โดยสามารถเลือกหาคนทำงานได้จากผลงานตัวอย่างของฟรีแลนซ์ ตกลงราคาและบรีฟรายละเอียดงาน เมื่อทำการส่งมอบงานเรียบร้อยก็ทำการชำระเงินผ่านระบบ ในส่วนของฟรีแลนซ์ก็สามารถเข้ามาฝากประวัติโดยการอัพโหลดพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) และกรอกประสบการณ์ต่างๆ ซึ่งจะถูกตรวจสอบโดยทีมงานของฟาสต์เวิร์คตั้งแต่การยืนยันและระบุตัวตน รวมไปถึงรายละเอียดการลงชิ้นงาน ที่เพียงพอต่อความเข้าใจของลูกค้าและการตัดติดใจจ้างงาน เมื่อผ่านการตรวจสอบ งานของฟรีแลนซ์จะอยู่บนเว็บไซต์ พร้อมรับงานจากผู้ว่าจ้าง โดยมีหมวดหมู่งานสูงถึง 70 หมวดย่อย อาทิ ออกแบบโลโก้ ออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์ รับทำเว็บไซต์ แปลภาษา บล็อกเกอร์รีวิว และ อื่นๆ นอกจากนี้มีระบบคัดกรองแนะนำฟรีแลนซ์ที่โดดเด่นเหมาะกับความต้องการที่หลากหลายของผู้จ้างงาน เช่น Pro, Hot , New โดยการคัดกรองจากสถิติที่ครอบคลุมในหลากหลายด้าน ตั้งแต่ความรวดเร็วในการรับงาน การนำเสนอผลงาน ไปจนถึงประสบการณ์ทำงาน ยิ่งไปกว่านั้นฟาสต์เวิร์คยังมีบริการที่ออกแบบให้เหมาะสมกับองค์กรในทุกขนาด ซึ่งเราจะมี Project Manager เข้าไปดูแลให้เหมาะสมกับความต้องการได้อีกด้วย

คุณเจิด พิชิตกุล หนึ่งในผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหารฝ่ายการตลาด (Founder & Chief Marketing Office)

คุณเจิด พิชิตกุล หนึ่งในผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหารฝ่ายการตลาด (Founder & Chief Marketing Office) กล่าวถึงการทำมาร์เก็ตติ้งของฟาสต์เวิร์คว่า เราเข้าใจเทรนด์การจ้างงานในยุค 4.0 ที่ช่วยแก้ปัญหาในการหางานของเหล่าฟรีแลนซ์มืออาชีพ ให้ง่ายและเป็นระบบมากขึ้น รวมทั้งช่วยขจัดปัญหาที่มักจะเกิดขึ้น เมื่อมีการจ้างงานฟรีแลนซ์ อาทิ การหนีงาน งานไม่ได้คุณภาพ หรือปัญหาไม่ยอมจ่ายค่าจ้างงาน ซึ่งฟาสต์เวิร์คเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาตรงจุดนี้ นอกจากนี้ยังมีระบบการคัดกรองฟรีแลนซ์มืออาชีพ ที่เข้ามาให้บริการในแพลตฟอร์มของเรา เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ว่าจ้างมีตัวเลือกที่หลากหลาย ปลอดภัย และเพียงพอต่อความต้องการ รวมถึงมีโปรโมชั่นที่หลากหลาย เราให้ความสำคัญและใส่ใจกับฟรีแลนซ์ เพราะเราเชื่อว่าคุณภาพงานของฟรีแลนซ์คือ Branding ของเรา เราจึงได้ออกโปรโมชั่นและระบบดูแลฟรีแลนซ์เพื่อสนับสนุนฟรีแลนซ์ให้ทำงานที่มีคุณภาพ สร้างความประทับใจกับผู้จ้างงาน พร้อมทั้งรักษาฟรีแลนซ์เหล่านี้ให้อยู่และรับงานผ่านแพลตฟอร์มของเรา จึงทำให้ฟาสต์เวิร์คเติบโตอย่างรวดเร็ว

สำหรับแผนงานในปี 2562 ฟาสต์เวิร์คจะเปิดหมวดหมู่ในกลุ่มไลฟ์สไตล์มากขึ้น เช่น งานวิศวกรตรวจรับบ้าน และงานดูดวง เป็นต้น เพื่อให้ฟาสต์เวิร์คเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและเป็นที่รู้จักมากขึ้น ส่วนในฝั่งฟรีแลนซ์เอง ฟาสต์เวิร์คมีแผนจะพัฒนาขีดความสามารถของฟรีแลนซ์ให้ทำงานได้หลากหลายมากขึ้นด้วยเช่นกัน และสำหรับสาขาอื่นๆ ก็จะมีการทะยอยเปิดใหม่ แต่ต้องมั่นใจว่าจำนวนฟรีแลนซ์ในระบบมีเพียงพอต่อลูกค้า รวมไปถึงคุณภาพและความหลากหลายของสไตล์งานก่อน จึงจะเริ่มเปิดหมวดงานอื่น ๆ นายเจิด กล่าวปิดท้าย

ด้วยระบบที่จะช่วยให้คุณไม่ต้องเคว้งในการหางานแบบไม่มีจุดหมายแล้ว เขายังมีโบนัสพิเศษสำหรับคนที่ทำงานดี ส่งตรงเวลา และมีคะแนนสูงให้คุณอีกด้วย เรียกได้ว่างานนี้ Win-win ทั้ง 2 ฝ่ายจริง ๆ ครับ ซึ่งในช่วงนี้เขามีโปรโมชันพิเศษให้ทั้งฝ่ายฟรีแลนซ์นั่นคือ ไม่มีค่า Commission แม้แต่บาทเดียว เข้าทำได้ฟรี ๆ ไม่คิดเงิน และด้านผู้ว่าจ้างก็ลดราคาให้คุณไปเลย 50% สำหรับการเข้าจ้างใหม่ และมีโปรฯ พิเศษต่าง ๆ ลดสูงสุดถึง 90% เลยทีเดียว เรียกได้ว่า Fastwork เป็นอีก 1 แพล็ตฟอร์มที่ทำออกมาตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่กำลังอยากออกมาทำธุรกิจส่วนตัวจริง ๆ ครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการมือถือ

ทั้งหมดเพียง 6,490 บาท! Honor 10 Lite สมาร์ตโฟนกล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล พร้อมสเปคแรงแซงราคา!

Published

on

ออเนอร์ (Honor) สมาร์ตโฟนซับแบรนด์จากทางหัวเว่ย (Huawei) ที่เน้นเข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายกลุ่มในราคาระดับมิตรภาพ ล่าสุดนี้ ได้เปิดตัว Honor 10 Lite ผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดที่เน้นความแรงและคุ้มค้าเกินราคาด้วยกล้องหน้า 24 ล้านพิกเซลที่ผสานเทคโนโลยี AI ให้รูปถ่ายเซลฟี่ออกมาสวยสดงดงาม, สเปคพร้อมกำราบทุกแอปและเกม พร้อมสีสันของตัวเครื่องที่ไล่เฉดสีได้อย่างสวยงาม!

กล้องหน้าของ Honor 10 Lite คือสิ่งที่ทางออเนอร์ภูมิใจมากที่สุดในผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดนี้ เพราะนอกจากความคมชัดถึง 24 ล้านพิกเซลแล้ว พวกเขาก็ยังได้ปรับปรุง พัฒนา และยกระดับการเซลฟี่ด้วยเทคโนโลยี AI ที่สามารถจดจำและจำแนกสถานการณ์ต่าง ๆ ได้แบบเรียลไทม์ถึง 8 ประเภท อาทิ ท้องฟ้า ทุ่งหญ้า ดอกไม้ ชายหาด ฯลฯ พร้อมด้วยฟีเจอร์ชดเชยแสงก็ทำให้ภาพเซลฟี่มีความสว่างคมชัดยิ่งขึ้นแม้จะถ่ายในสภาวะแสงน้อยก็ตาม

อีกหนึ่งจุดเด่นที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ของ Honor 10 Lite ก็คือสีสันของตัวเครื่องที่ถูกเคลือบด้วยวัสดุไล่เฉดสี 8 ชั้น ซึ่งให้ความมันวาวและสะท้อนเฉดสีที่แตกต่างกันในหลากหลายมุมมองที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการไล่ระดับสีของท้องฟ้าในช่วงเวลาต่าง ๆ ของวัน ได้แก่ สีฟ้าสกายบลู (Sky Blue), น้ำเงินเข้ม (Sapphire Blue) และสีดำราตรี (Midnight Black)

Honor 10 Lite สนนราคาอยู่ที่ 6,490 บาท โดยจะเปิดให้สั่งจองล่วงหน้า 26 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2562 บน LAZADA, AIS และ CSC ซึ่งจะได้รับของแถมมากมาย (ไฟสำหรับถ่ายภาพเซลฟี่, เม็มโมรี่การ์ดจากทาง Sandisk ฯลฯ) และจะพร้อมวางจำหน่ายจริงในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

ข้อมูลทางเทคนิค

  • หน้าจอแสดงผลแบบ Fullview Display (พื้นที่หน้าจอแสดงผล 90%)
  • ตัวเครื่องเคลือบด้วยวัสดุไล่เฉดสี 8 ชั้น
  • 3 สีที่มีให้เลือก ได้แก่ Sky Blue, Sapphire Blue และ Midnight Black
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Kirin 710/F, octa-core
  • แรม 3GB
  • หน่วยความจำภายใน 32GB
  • GPU Turbo 2.0 (หน่วยประมวลผลด้านกราฟิก)
  • ระบบปฎิบัติการ Android 9!
  • หน้าจอ 6.21 นิ้ว รองรับความละเอียด FHD+ (2340+1080) อัตราส่วน 19.5:9
  • กล้องหน้า AI ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI จดจำสถานการณ์ใน 8 ประเภท
  • กล้องหลังคู่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 + 2 ล้านพิกเซล f/2.4 โหมดถ่ายรูปตอนกลางคืน AIS (AI Image Stabilization) เพื่อป้องกันการสั่นไหวของภาพ
  • แบตเตอรี่ 3400mAh
  • ระบบความปลอดภัยด้วยการตรวจสอบลายนิ้วมือ
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!