Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

IT City เปิดตัวร้านใหม่สำหรับชาวเกมเมอร์ในชื่อ ACE ที่เมกาบางนา

ร้าน IT City ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีครบวงจรของประเทศไทย ได้เปิดให้บริการร้านใหม่ที่จัดเต็มสำหรับชาวเกมเมอร์ ภายใต้ชื่อทางการค้า “เอซ”(ACE) บนคอนเซ็ปต์ Ultimate Gamer หรือ“ที่สุดของนักเล่น” โดยจัดจำหน่ายอุปกรณ์การเล่นเกมทั้งคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ Gaming Gear แบบครบวงจร เป็นสาขาแรกในประเทศไทย ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา นอกจากอุปกรณ์เกมมิ่งที่มีมากมายแล้ว เขายังมีส่วนลดพิเศษบางรายการในช่วงเปิดร้านวันที่ 5 – 6 ตุลาคมนี้

งานนี้ได้รับเกียรติจากคุณกมล จันทิมา ประธานกรรมการ คุณมินทร์ อิงค์ธเนศ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) คุณสิรินฉัตร แสงศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้าเมกาบางนา และพันธมิตรทางธุรกิจมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

คุณโสภณ อิงค์ธเนศ รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการเปิดตัวร้าน Ace ว่า “ไอทีซิตี้ ได้เล็งเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันที่การเล่นเกมไม่ได้เป็นสันทนาการที่ให้เพียงแต่ความบันเทิงเท่านั้น แต่ได้พัฒนาไปเป็นกีฬาอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีสปอร์ต (E-Sports) ที่ได้รับความนิยมจากทุกเพศทุกวัย และเริ่มได้รับการยอมรับในระดับโลกให้เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง สำหรับประเทศไทย E-Sports เป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่และได้รับความสนใจมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การเล่นเกมได้กลายเป็นหนึ่งในเส้นทางการสร้างอาชีพของเยาวชนรุ่นใหม่ อาทิ การเป็นนักกีฬาอีสปอร์ต อย่างทีม “ไอที ซิตี้ เบคอน” ทีมอีสปอร์ตของเกมอาร์โอวี (ROV, Realm of Valor) ที่เพิ่งได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง จากการแข่งขันรายการชิงแชมป์โลกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา อีกทั้งเรายังได้เห็นภาคการศึกษา เริ่มเข้ามีส่วนในการผลักดันอีสปอร์ตให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น โดยจะเห็นได้จากการเริ่มเปิดหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับด้านนี้ ไอทีซิตี้จึงอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันวงการ E- Sportsให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นในประเทศไทย สนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้ใช้เวลาอย่างสร้างสรรค์ และส่งเสริมนักกีฬา E- Sports สัญชาติไทยไปสู่เวทีระดับโลก เราจึงได้เข้าไปสนับสนุนทีมนักกีฬา E-Sports ไอทีซิตี้เบคอน และในวันนี้เรากำลังจะก้าวไปอีกขั้นด้วยการเปิดให้บริการร้านใหม่ ภายใต้ชื่อทางการค้า“เอซ”(ACE) ด้วยคอนเซ็ปต์ Ultimate Gamer หรือ“ที่สุดของนักเล่น” เรามีความตั้งใจให้ “เอซ” เป็นมากกว่าร้านค้าปลีก แต่จะเป็นทั้ง Community และ Platformที่นักเล่นเกมสามารถเข้ามาเปิดประสบการณ์และแลกเปลี่ยนความรู้กับบุคลากรที่เป็นเกมเมอร์ตัวจริง อีกทั้งยังให้คำแนะนำจากมุมของนักเล่นเกม”

สำหรับใครที่อยากเดินทางมาหาซื้อสินค้า Gaming Gear ที่จัดเต็มแบบสุด ๆ ก็เดินทางได้ง่าย ๆ ผ่านรถไฟฟ้า BTS ลงสถานี อุดมสุข แล้วรอรถรับ – ส่งฟรีจากสถานี พอเดินตามทางมาแล้วขึ้นบันไดเลื่อนอยู่ชั้น 2 โซน IT เลยครับ บอกเลยว่าเข้าไปในร้านอาจมีเสียเงินแน่นอน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

หมดสัญญาแต่ยังไม่หมดใจ “ลิโด้” เปิดตัวในลุคใหม่ LIDO CONNECT

Published

on

สำหรับใครที่ผูกพันกับการรับชมภาพยนต์ น่าจะไม่มีใครไม่รู้จัก 1 ในโรงภาพยนตร์ที่เปิดตัวมาอย่างยาวนานกว่า 50 ปีแต่ก็ได้ปิดตัวไปแล้วเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่มาวันนี้ “ลิโด” กลับมาอีกครั้งในชื่อใหม่ “ลิโด้” “LIDO CONNECT” กับคอนเซปต์ “Change to Unchange”

LIDO CONNECT นี้ตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นศูนย์รวมสำหรับนักออกแบบ นักสร้างสรรค์นวัตกรรมบนไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยบริษัท Love is Entertainment บริหารงานโดยเทพอาจ กวินอนันต์และบอย โกสิยพงษ์ รับช่วงต่อจากกลุ่ม Apex ในครั้งนี้ โดยมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ยังคงอยู่กับพวกเราต่อไป

สิ่งที่ LIDO CONNECT ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ลิโด้จะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสถานที่ เพื่อให้คนเข้ามาค้นหาตัวตน ค้นหาแรงบรรดาลใจ รวบรวมนวัตกรรมในสาขาต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกันทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม รวมไปถึงด้านเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน

ทางสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ มองเห็นว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว และโรงภาพยนตร์ ลิโด้ ตัวนี้ก็ยังขาดอะไรบางอย่างอยู่ ซึ่งวันนี้ก็ได้มองหากลุ่มพันธมิตร และมองหาเหล่าวัยรุ่นที่มีของ เข้ามาแสดงความเป็นตัวตนของตัวเอง แสดงความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง จึงได้จับมือกับ LOVEiS ในครั้งนี้ และอยากให้พื้นที่ตรงนี้เปิดโอกาสให้เด็กสร้างแรงบรรดาลใจ ซึ่งเป็นหัวใจของจุฬาที่จะช่วยพัฒนาเด็กไทยเพื่อให้เขามีอนาคตเป็นของตนเอง

ในด้านคุณเทพอาจ กวินอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Love is Entertainment (LOVEiS) เผยความรู้สึกว่าตื่นเต้นมาก ๆ เพราะพวกเขาก็เป็นเด็กสยามมาก่อน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ของลิโด้จึงเรียกว่าเป็นการนำความคลาสสิคมาก ๆ เอามาปรับปรุงให้กลายเป็นการแสดงจากหลากหลายแขนงเพื่อให้วัยรุ่นสามารถเข้ามาแสดงผลงานได้ และทำให้พื้นที่เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด โดยไม่หวังผลกำไรเป็นหลัก แต่เน้นการเติมเต็มพื้นที่เพื่อสร้าง Community โดยเริ่มจากคนดนตรี ขยายไปยังกลุ่มคนต่าง ๆ ในด้านศิลปวัฒนธรรมอื่น ๆ ด้วย

ในด้านคุณบอย โกสิยพงษ์ คิดว่า เสน่ย์ของลิโด้ คือชื่อของ “ลิโด” ที่อ่านออกเสียงว่า “ลิโด้” รวมไปถึงเรื่องภาพยนตร์อินดี้มากมายที่มาฉายตรงนี้ ซึ่งแต่ละคนก็มีมุมมองคนละด้าน แต่เราก็จะเข้ามาเติมเต็มให้โรงภาพยนตร์ลิโด้นั้นสมบูรณ์ยิ่งกว่าเดิม และเมื่อเทียบตัวหนังสือ คำว่า ลิโด้นั้นจะอยู่ตรงกลางระหว่าง ลิโด ไปจนถึง ลิโด๋ ซึ่งสถานที่นี้เปรียบเสมือนเป็น Connection Hub ที่รวมทุกอย่างเข้ามาไว้ด้วยกันนั่นเอง

ซึ่งพื้นที่ละแวกสยามสแควร์นี้ เรียกว่าเป็นพื้นที่ของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างทุกคน โดย LIDO CONNECT จะเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาสร้างสรรค์ผลงานอย่างแท้จริงตั้งแต่ภาพยนตร์อินดี้จากผู้กำกับชื่อดัง หรือการแสดงดนตรีที่ไม่เคยจัดที่ไหนมาก่อน รวมไปถึงผู้ทำงานด้านศิลปะวัฒนธรรม ก็จะเข้ามารวมกันในที่แห่งนี้ได้เป็นอย่างดีและจะมีแมวมองจากค่ายต่าง ๆ เข้ามาพบปะกับเหล่าศิลปินน้องใหม่ที่มีแววน่าจับตามองอย่างแน่นอน

ซึ่งในงานเปิดตัวครั้งนี้ก็ได้มีเหล่าแฟน ๆ ทั้งรุ่นเก่าและใหม่มาแสดงความคิดเห็นและพูดถึงไอเดียเจ๋ง ๆ ที่จะเข้ามาทำในลิโด้แห่งใหม่นี้ด้วย

ภาพการตกแต่งภายใน

ซึ่งการตกแต่งจะค่อย ๆ กลับไปสู่ยุค ’70 โดยดึงสิ่งดี ๆ นี้มา และเข้าไปศึกษาสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้ดึงเอากลับมาใช้งานได้ดี จึงได้นำเอาภาพเก่าที่ห่อรับด้วยความเก๋ไก๋ยุคใหม่ ทำให้ “ลิโด้” ยังคงเป็นลิโด้อยู่ โดยพื้นที่ด้านหน้าเปลี่ยนจากลานซื้อขายสินค้า กลายเป็นพื้นที่ Streetscape เพื่อเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับทุกคน โดยมีขนาดกว่า 800 – 900 ตารางเมตร สำหรับจัด Event space รวมไปถึงพื้นที่ด้านในบางส่วนที่เปิดให้ใช้งานได้อิสระ และด้านในจะยังคงเก็บภาพเดิม ๆ ให้คนยังคงรู้สึกว่ากลับมายังสถานที่เดิมอีกครั้ง และจะมีพื้นที่จัดแสดงต่าง ๆ ให้

และในพื้นที่ชั้น 2 จะมีการจัดพื้นที่ Startup เพื่อทดลองเช่าพื้นที่นัดพบกันโดยรายได้ที่ได้รับจาก LIDO CONNECT ส่วนหนึ่งของการใช้พื้นที่จะมอบให้กับ CSR

โดยโรงภาพยนตร์ที่ 3 จะเปลี่ยนไปมากที่สุด โดยจะเป็น Blackbox ให้สำหรับกลุ่มที่เข้ามาใช้พื้นที่ใช้งานสำหรับจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในอนาคต ซึ่ง beartai ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในด้าน Content Partners ในรูปแบบการจัดแข่งขัน eSports แต่จะเป็นอย่างไรนั้น รอติดตามกันได้เลย

เรียกได้ว่าการกลับมาของ “ลิโด้” ในครั้งนี้ น่าจะเป็นการสร้าง “Space” ที่ดีมากสำหรับนักสร้างสรรค์ที่มีแรง มีไฟ แต่ขาดพื้นที่ วันนี้ “ลิโด้” จะเป็นสถานที่สำหรับคุณอย่างแท้จริง โดยจะเริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคมปี 2562 นี้ สามารถเข้าไปติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Fanpage Lido Connect ได้เลยครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวยานยนต์

จบปัญหาไม่สะดวกพกใบขับขี่ ปี 2562 กรมขนส่งฯ แนะใช้ใบขับขี่ดิจิทัล

Published

on

By

ตั้งแต่กลางเดือนมกราคม 2562 เป็นต้นไป กรมขนส่งฯ ได้เริ่มใช้ “ใบขับขี่ดิจิทัล” ซึ่งจะสามารถใช้งานได้ควบคู่กับใบขับขี่แบบเดิม เพื่อให้เกิดความสะดวกหากลืมพกติดตัวหรือใช้แทนใบขับขี่เดิมได้เลย โดยจะเป็น Application ที่ติดตั้งใน Smartphone

ซึ่งไม่ใช่เป็นใบขับขี่ที่ถูกย่อมาใส่ใน App เท่านั้น แต่หากเกิดอุบัติเหตุ หรือต้องการช่วยเหลือ สามารถแจ้งผ่าน App นี้พร้อมส่ง Location ได้ด้วย อีกทั้งยังมีระบบเก็บประวัติใบสั่ง! และแจ้งเตือนวันหมดอายุของใบขับขี่ล่วงหน้า

หากต้องการใช้งานใบขับขี่ดิจิทัล ให้ตรวจสอบว่าเป็นใบขับขี่ที่มี QR Code หรือไม่ ถ้าใช้ก็ดาวน์โหลด App “DLT QR License” มาติดตั้ง ทั้ง Android และ iOS จากนั้นสแกนได้เลย แต่ถ้าไม่ใช่ ให้ไปลงทะเบียนที่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบกก่อนนะครับ ซึ่งต้องลงทะเบียนคู่กับบัตรประชาชนและเบอร์โทรศัพท์ 1 เบอร์

ว่าแต่ต่อไปถ้าเราพกใบขับขี่ดิจิทัล แล้วพี่ตำรวจจะยึดใบขับขี่เราได้ยังไงนะ ว่าแล้วก็พกใบขับขี่ดิจิทัลกันเยอะๆ ดีกว่า!

อ้างอิง: ข่าวสด

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

เผยโซลูชั่นสำหรับหมู่บ้าน / คอนโดฯ ยุค Thailand 4.0 “อยู่บ้านอุ่นใจ ปลอดภัยกับ My Mooban”

Published

on

เปิดตัว Solution ใหม่สำหรับการบริหารจัดการในหมู่บ้าน “My Mooban” โดยมาในรูปแบบแอปพลิเคชั่นที่ออกแบบมาเพื่อหมู่บ้านในยุค 4.0 ซึ่งใช้การผูกเข้ากับเทคโนโลยี IoT หรือ Internet of Things เอาไว้เป็นอย่างดีเพื่อช่วยในการจัดการหมู่บ้านหรือคอนโดฯ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงแค่ของใหม่ แต่สามารถนำมาช่วยในการจัดการหมู่บ้านที่สร้างมานานแล้วหรือคอนโดฯ ที่อยู่มานานแล้วก็ได้อย่างง่ายดายด้วยสโลแกน “อยู่บ้านอุ่นใจ ปลอดภัยกับ My Mooban” โดยมี หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด (Show No Limit Co.,Ltd.) เป็น Brand Ambassador ของแอปพลิเคชั่นตัวนี้

ซ้าย: คุณ Henry Ong CEO My Mooban Co.,Ltd. ขวา: หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด (Show No Limit Co.,Ltd.) และ Brand Ambassador ของแอปฯ My Mooban

กว่าจะตั้งนิติบุคคลให้เข้มแข็งได้ จะต้องมีการถกเถียงกันเยอะมาก โดยเฉพาะผู้ที่อยากอาสามาทำที่มีน้อยเพราะต้องเอาเวลาไปหาเงินซึ่งนิติบุคคลที่เข้มแข็งจะทำให้หมู่บ้านเข้มแข็งไปด้วย แต่ถ้านิติฯ ไม่เข้มแข็ง ก็มีโอกาสทำให้บ้านที่อยู่มีอันตรายได้ ซึ่งมุมมองในการสื่อสารหากใช้แอปฯ LINE เพียงอย่างเดียวก็น่าจะทำให้ช้าเกินไปเพราะมีข้อมูลไม่เกี่ยวข้องเยอะ ซึ่งแอปฯ My Mooban นี้น่าจะช่วยให้การสื่อสารระหว่างนิติบุคคลกับลูกบ้านต่าง ๆ สามารถติดต่อสื่อสารกับคุณได้ตรงกว่าเดิม ซึ่งแอปฯ My Mooban นี้จะช่วยยกระดับสังคมขึ้นมาอีกขั้น เพื่อให้คนไทยเชื่อมโยงความรู้สึกในหมู่บ้านเอาไว้ด้วยกันครับหนุ่ย พงศ์สุข ประธานกรรมการบริหารบริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด (Show No Limit Co.,Ltd.) และ Brand ambassador แอปพลิเคชั่น My Mooban

คุณ Henry Ong CEO My Mooban Co.,Ltd. ได้พูดถึง Pain point ที่กำลังเกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน โดยเขาได้พูดถึงว่า โลกปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านจากโลกอนาล็อค สู่โลกดิจิตอล โดยผ่านเจ้าเครื่องมือถือที่อยู่บนมือของเราทุกคนนั่นเอง ซึ่งคนเราต้องการสำหรับหมู่บ้านนั้นมี 3 สิ่งหลัก คือ

  1. ความปลอดภัย เพราะปัจจุบันเราต้องแลกบัตรที่ป้อม รปภ. อาจมีโอกาสโดนขโมยข้อมูลส่วนตัวได้
  2. เรื่องเร่งด่วน ในเวลาที่ประสานงานจะต้องเสียเวลาต้องมีการติดต่อ เราจะต้องติดต่อใคร เพราะบางทีเรามีเวลาสั้น ๆ ไม่เกิน 15 วินาทีเพื่อขอความช่วยเหลือ
  3. การสื่อสาร ซึ่ง รปภ. เป็นหน่วยงานเดียวที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่จะมี Line กลุ่มใช้งาน แต่หลายคนก็ไม่ได้สนใจเพราะมีเรื่องอื่น ๆ นอกเหนือจากนั้นมากเกินไป รวมไปถึงการจองสถานที่ออกกำลังกาย หรือการทำเอกสาร รวมไปถึงการติดต่อรับพัสดุที่เริ่มส่งสินค้าเยอะขึ้นเรื่อย ๆ

ซึ่งหลังจาก 3 สิ่งนี้ My Mooban ต้องการ Digital Transformation โดยมี Mission ในการสร้างแอปฯ นี้ขึ้นมาคือ เพ่อให้คนใช้งานแอปฯ สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย มีการร่วมมือกันภายในชุมชน สร้างความสมาร์ต มีสุขภาพดี เพื่อให้ทุกคนมีความสุข

โดยแอปฯ My Mooban มี Eco-Systems อยู่ดังนี้

  1. ผู้พัฒนาแอปฯ ซึ่งจะคอย Support การใช้งานให้มีความลื่นไหล ไม่มีสะดุด และรับทราบปัญหาการใช้งานต่าง ๆ เพื่อทำการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง
  2. ผู้จัดการโครงการ เป็นผู้จัดสรรค์นำเข้าระบบติดตั้ง My Mooban ตัวนี้
  3. รปภ. หรือผู้รักษาความปลอดภัย เป็นผู้ที่จะต้องอยู่ใกล้ชิดกับ การ์ด พาแนลมากที่สุด เพื่อคอยรับทราบปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น และแก้ได้อย่างทันท่วงที
  4. ประชาสัมพันธ์หมู่บ้านหรือ นิติบุคคล เป็นผู้ดูแลส่วนต่าง ๆ ภายในหมู่บ้าน รวมไปถึงการประกาศต่าง ๆ ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายผ่านแอปฯ นี้

สแกนนอกจากบัตรประชาชนได้ด้วยนะ

ซึ่งแอปฯ My Mooban นี้จะใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ เครื่องการ์ด พาเนล หรือ เครื่องสำหรับตรวจคนเข้าออกหมู่บ้าน โดยผูกกับแอปพลิเคชั่น ที่ลูกบ้านลงทะเบียนไว้ได้แบบ unlimited ไม่จำกัดจำนวนลูกบ้าน ซึ่งผู้เข้าใจเรื่องความอันตรายของการบันทึกนำหน้าบัตรประชาชนเอาไว้ เขาจึงได้ใช้วิธีการจับเฉพาะตัวเลข / ตัวหนังสือ เพื่อบันทึกขึ้นไว้บน Cloud ทำให้มั่นใจได้ว่าคนที่ส่งบัตรให้ Scan จะไม่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดแน่นอน!

วิธีการใช้งาน 

  1. ดาวน์โหลด MyMooBan Application (ซึ่งรองรับการใช้งานทั้งระบบ IOS และ ANDROID ทั้งใน App store และ google play)
  2. สมัคร user ID ด้วยอีเมลส่วนตัว และ login
  3. เข้าระบบเชื่อมลิงค์กับหมู่บ้านทันที (ข้อมูลมาจากนิติบุคคล)
  4. ตั้งโปรไฟล์ ด้านซ้ายมือ / Google pin ตำแหน่งของหมู่บ้านอยู่ด้านขวามือ
  5. ภายในจะประกอบด้วย 
    • My inbox สำหรับให้ทางนิติบุคคลแจ้งข่าวสารภายในหมู่บ้าน
    • S.O.S. ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ รปภ. หรือ Receptionist กรณีที่พักอาศัยคือคอนโดได้ทันที
    • Pre-book Visitor ใช้กรณีที่ต้องนัดหมายกับผู้ที่มาติดต่อแบบล่วงหน้า ซึ่งจะสามารถเข้าออกหมู่บ้านโดยใช้เพียง QR Code เท่านั้น
    • My Booking สามารถจองส่วนกลางต่าง ๆ ภายในหมู่บ้าน
    • Facilities Claims แจ้งอุปกรณ์ส่วนกลางที่ชำรุดพร้อมถ่ายภาพ ไปยังฝ่ายนิติบุคคล
    • My Parcel แจ้งเรื่องพัสดุสิ่งของ จดหมาย ที่ส่งมาถึง
    • Developer News สำหรับผู้สร้างโครงการแจ้งข่าวสาร โปรโมชั่นใหม่ ๆ
    • Useful Contact เป็นรายชื่อของหน่วยงานต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ ซึ่งสามารถติดต่อได้โดยตรง
    • My Billing สำหรับเช็คการชำระเงินส่วนกลางของหมู่บ้าน
    • ปุ่มล่างจะมีปุ่ม Home / ปุ่มแจ้งเตือน /ปุ่ม visitor และปุ่มโปรไฟล์

โดยแอปฯ My Mooban ยังได้เปิดตัว Technology Partner ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ทั้ง 4 ด้านดังนี้

  1. ด้าน Digital Business Solution: ซึ่งสนับสนุนโดยบริษัท True Corporation จำกัด (มหาชน) เป็นผู้สนับสนุนในด้านการสร้าง การ์ด พาแนล ขึ้นมา
  2. ด้าน Public Cloud Provider: สนับสนุนโดยบริษัท นิภา เทคโนโลยี จำกัด โดย Nipa.cloud เรียกได้ว่าเป็น #1 Open Cloud แพล็ตฟอร์มในไทย ได้รับ ISO 27001 ซึ่งได้สิทธิบัตรซึ่งภาครัฐฯ เข้ามาช่วยลงทุนด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็น Software Define เพื่อคนไทยโดยเฉพาะ มีจุดเด่นด้านการ Support จากคนไทย 24/7 ความเร็วสูง Latency ต่ำ ไม่จำกัด Bandwidth และราคาไม่แพง
  3. ด้าน eKYC (OCR Solutions) : สนับสนุนโดยบริษัท Xenchain Pte. Ltd. ได้นำเสนอเทคโนโลยีล่าสุดในการดึงภาพออกมาเป็นตัวหนังสือ รวมไปถึงการเปรียบเทียบหน้าตากับรูปใน
  4. ด้าน Payment Solutions : สนับสนุนโดย ธนาคากสิกรไทย ซึ่งปัจจุบันด้านการเก็บเงินหมู่บ้านซึ่งจะเป็นปัญหาค่อนข้างมากในการดำเนินการ เพราะในแต่ละหมู่บ้านก็มีหลายร้อยหลัง และไม่รู้ว่ายอดนี้จากใคร ทำให้มีโอกาสผิดพลาดสูงมาก โดยเฉพาะหมู่บ้านเก่า ๆ ที่ไม่มีระบบที่ดี หรือมีบ้านที่ทำตัวงง ๆ ไม่ยอมจ่าย ซึ่งทำให้เขาสร้าง Solutions ขึ้นมาเพื่อให้ My Mooban มอบการอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านทุกคน โดยการให้บริการทางการเงินโดยมีการผูกการจ่ายเงินได้ในทุก Payment และมีความปลอดภัยของข้อมูลสูง รวมไปถึงการเชื่อมต่อกับ API ได้อีกด้วย

ปัจจุบันอยู่ใน Phase แรกซึ่งเปิดตัวที่จังหวัดกรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฏม ฉะเชิงเทรา ชลบุรี สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต โดยใน Phase 2 จะเริ่มเปิดตัวสำหรับทั้งประเทศไทย

ซึ่ง Phase 2 นี้จะมีฟีเจอร์ต่าง ๆ เพิ่มเติมขึ้นมามากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Command & Response Center ที่ติดตั้งกับโรงพยาบาล, โรงพัก, มูลนิธิต่าง ๆ เพื่อให้เวลาบ้านหลังไหนติดต่อฉุกเฉินก็สามารถทราบได้ทันที หรือเรื่องการทำ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ OTOP ก็จะเข้ามาอยู่ใน My Mooban นี้อีกด้วย

โดยแอปฯ My Mooban ตั้งเป้าไว้ที่ 500 หมู่บ้านในปี 2019 และติดตั้งทั้งหมดกว่า 10,000 หมู่บ้านภายในปี 2022

ดร. ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ DEPA ได้เผยข้อมูลว่า ภาครัฐฯ ตั้งใจผลักดันด้าน Smart City ให้กลายเป็นจริง ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีหมู่บ้านกว่า 74,965 หมู่บ้าน ซึ่งหมู่บ้านนี้เป็นหน่วยที่เล็กที่สุด แต่มีปริมาณที่มากที่สุด ถ้าหมู่บ้านแข็งแรง อำเภอก็แข็งแรง ไปจนกระทั่งประเทศไทยแข็งแรง ภาครัฐจึงได้ผลักดัน Smart City ออกมา 7 สิ่งด้วยกันและ Smart Living หรือการอยู่อาศัยแบบอัจฉริยะนี้แอปฯ My Mooban สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

และยังได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงเมืองอัจฉริยะ (Smart City Alliance) ระหว่าง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และ บริษัท มาย หมู่บ้าน จำกัดในครั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเป็น Smart City ในอนาคตไม่กี่ปีข้างหน้านี้

สำหรับหมู่บ้านไหนที่ต้องการทดสอบแอปฯ My Mooban ฟรีจนถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้ (แบบจำกัดการใช้งานบางฟังก์ชัน) สนใจสามารถติดต่อได้ที่เว็บไซต์ www.mymooban.co.th ได้เลยครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!