Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัว ASUS A570 ล่ามอนฯ ง่าย ๆ ด้วยงบไม่ถึง 20,000 บาท!!

ASUS เผย Lineup ใหม่กับ Gaming Notebook สำหรับคอร์เกมงบไม่มาก แต่อยากได้โน๊ตบุ๊คที่จัดเต็มด้านความแรงทั้ง CPU และ GPU ที่โดดเด่น เล่นเกมลื่นไหลไม่มีสะดุดบนหน้าจอ FullHD วันนี้ฝันของคุณเป็นจริงแล้วกับ ASUS A570

ASUS A570

ถ้านิยาม Gaming Notebook แล้วก็ต้องมาพร้อม CPU ที่แรงและ GPU หรือการ์ดจอที่รองรับเกมได้ทุกเกม ซึ่ง ASUS A570 เรียกได้ว่าตอบโจทย์คุณตรงนี้เลยเต็ม ๆ เพราะจากการทดสอบด้วยเกมที่หลาย ๆ คนน่าจะเคยได้ยินชื่ออย่าง Monster Hunter World บนความ Texture ระดับ Mid แล้ว Framerate อยู่ที่ 30 – 40 (คงที่ ที่ประมาณ 35) เรียกได้ว่าพกออกไปเล่นเกมข้างนอกได้แบบชิล ๆ

สเปค

  • CPU AMD Ryzen 5-2500u Quad Core มาพร้อม SenseMI ที่ตรวจสอบประสิทธิภาพแล้วปรับประสิทธิภาพของเครื่องให้ตรงตามความต้องการ จึงประหยัดไฟและได้ประสิทธิภาพสูงสุด
  • การ์ดจอ Nvidia Geforce GTX 1050 Ram 4GB เล่น Monster Hunter กราฟิกลื่น ๆ 35fps ไม่มี Frame ตก (ยกเว้นเจอ Teostra อันนี้ 1080TI ยัง Frame ตก)
  • หน้าจอ 15.6 นิ้วแบบ FullHD 1080P พร้อมระบบ Asus Spendid ปรับค่าสีได้ตามความต้องการ มี 4 โหมดให้เลือก
  • Ram 8 GB Bus 2400 Mhz (ใส่เพิ่มได้อีก 1 Slot) และ HDD 1TB จัดเต็ม (สามารถเปลี่ยนเป็น SSD ได้ภายหลัง)
  • มี Port ต่าง ๆ รองรับเกมเมอร์เต็มที่ทั้ง USB 2.0 2 port USB 3.1 Port Lan
  • Bluetooth 4.1 พร้อม Wifi 802.11 AC
  • เสียงระบบ SonicMaster ปรับค่าได้ตามความต้องการ
  • มีน้ำหนักเพียง 1.9 กิโลกรัม
  • แบตฯ 3 Cell 48 Wh พร้อมระบบ Fast Charge เต็ม 60% ใน 49 นาที
  • มาพร้อม Windows 10 Home Edition
  • สี Reaper Black ที่มี Texture สวยงามด้านฝาหลังพร้อม สี Logo สีฟ้าสวยงาม
  • ประกัน 2 ปีเต็ม และต่อประกัน Perfect Warranty 1 ปีในราคา 1,490 บาท

ราคา

ปิดด้วยราคาน่าคบหาเพียง 19,990 บาทเท่านั้น สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ตามร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วประเทศ

นอกจากรุ่นนี้ Asus ยังเปิดตัว Notebook อีก 2 รุ่นด้วยกันคือ

Asus X505

รุ่นน้องที่มาพร้อม CPU AMD Ryzen R5-2500U หรือ Amd Ryzen R3-2200U บนหน้าจอ 15.6 นิ้ว เล่นเกมทั่วไปได้ไม่มีปัญหา พร้อม Ram 8GB และ HDD 1TB จัดเต็ม ซึ่งจุดเด่นคือน้ำหนักที่เบาเพียง 1.68 (หรือ 1.6) กิโลกรัมเท่านั้น มี 2 สีให้เลือก หน้าจอ FullHD 15.6 ขอบบาง 81% Ratio ราคาอยู่ที่ 13,990 – 16,990 บาท

ASUS Laptop E402

อีก 1 น้องเล็กสำหรับคนมองหา Notebook ทำงานราคาย่อมเยา ที่มาพร้อม CPU AMD แบบ Dual Core บน Ram เยอะจัดเต็ม 4GB ในราคาที่ต่ำกว่า 10,000 บาทมาพร้อม Windows 10 อีกด้วย!! แถมน้ำหนักเบาเพียง 1.6 กิโลกรัมเท่านั้น ก็เรียกได้ว่าคุ้มค่าคุ้มราคาสุด ๆ ไปเลยครับ

โปรโมชันพิเศษสำหรับผู้ซื้อ Notebook ASUS

สำหรับใครที่ซื้อ Notebook หรือ Gaming PC ของ Asus รับ 3 เกมดัง พร้อมรับเสื้อ Jacket หรือเสื้อยืดไปใส่เล่นอีกด้วย (ขึ้นอยู่กับ CPU ที่เลือกซื้อ)

ก็เรียกได้ว่า ASUS เข้าใจเกมเมอร์สาย Economy อย่างแท้จริง กับการเปิดตัว ASUS A570 ในครั้งนี้ ซึ่งทุกตัวที่กล่าวมีวางจำหน่ายหน้าร้านไอทีชั้นนำแล้วทั่วประเทศ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการมือถือ

Samsung มีโปรโมชั่น ซื้อ Galaxy S9/S9+ ออนไลน์ แถมฟรี! Portable SSD 1TB

Published

on

By

Samsung ได้โฆษณาผ่านทางเว็บไซต์ Shop Online ของตัวเอง และโฆษณาตามเว็บไซต์ต่างๆ ว่ามีโปรโมชั่น

“ซื้อ Samsung Galaxy S9/S9+ ผ่านร้าน Shop Online ของซัมซุง จะแถม SSD แบบ External (พกพา) ความจุ 1TB!”

ซึ่งจะหมดเขตในวันที่ 31 มกราคม 2562 นี้ โดนสามารถสั่งซื้อได้ที่ https://shop.samsung.com/th/offer/s9promo

แต่ไม่รู้ของจะหมดก่อนหรือไม่ รีบๆ กันนะครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

ภาครัฐฯ จับมือ Creden ทำระบบยืนยันเอกสารออนไลน์ที่ปลอมแปลงไม่ได้ 100%

Published

on

หลังจากที่ทางภาครัฐฯ ได้ประกาศ #เลิกสำเนา แล้วไม่นาน วันนี้หน่วยงานรัฐฯ ก็ประกาศข่าวดีอีกเรื่องในด้านการผลักดันประเทศสู่ยุคดิจิทัล ด้วยการจับมือสตาร์ทอัพสัญชาติไทย บริษัท ครีเดน เอเชีย จำกัด (Creden) ผู้สร้างระบบใช้เอกสารและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Document &Signature) เพื่อผลักดันและส่งเสริมทุกภาคส่วน ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับต่างชาติ สอดรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ โดยมีกรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ร่วมลงนามข้อตกลงในครั้งนี้

สิ่งที่ Creden ทำคือ ให้คุณเข้ามาทำการลงทะเบียนข้อมูลส่วนบุคคล + หน้าของผู้ยืนยันตัวตน เพื่อสร้างเอกสารสำหรับลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ได้ภายใน 1 นาที และสามารถนำไปใช้กับเอกสารราชการต่าง ๆ ได้อย่างแน่นอน โดยจุดสำคัญของระบบนี้คือการมีส่วนช่วยในด้านลดการใช้กระดาษลงอย่างมาก และยังสามารถเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินการ โดยนำเอาเอกสารที่เข้าสู่ระบบแล้ว เมื่อส่งเอกสารให้กับผู้มีอำนาจได้ตลอดทุกที่ ทุกเวลา สามารถเซ็นต์เอกสารผ่านมือถือหรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ได้ทันที และข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บอยู่บน Blockchain จึงมั่นใจได้ว่าไม่ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน และระบบทุกอย่างได้รับมาตรฐานจาก ETDA จึงแน่ใจได้ว่าเอกสารทั้งหมดที่ดำเนินการผ่าน Creden จะสามารถนำไปใช้กับภาครัฐฯ ที่รองรับได้ทั้งหมด พร้อมประทับรับรองเวลาอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรับรองการมีอยู่ของเอกสาร ณ เวลานั้น ๆ อีกด้วย

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า “ในวันนี้ผมมีความยินดีที่ได้เห็นบริษัทสตาร์ทอัพของคนไทยอย่าง บริษัท ครีเดน เอเชีย จำกัด ซึ่งได้ริเริ่มธุรกิจด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลโดยให้บริการสร้างเอกสารและลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ทางออนไลน์ ซึ่งบริการดังกล่าวนับเป็นบริการที่มีความสำคัญสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ รวมถึงนโยบาย Thailand 4.0 ในการขับเคลื่อนประเทศ โดยเฉพาะระบบราชการต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการทำงานใหม่ ต้องปรับตัวเข้าสู่ความเป็นดิจิทัล (Digitalization) นำเทคโนโลยีที่มีมาบูรณาการและช่วยอํานวยความสะดวกให้ประชาชน ทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายการลดการใช้กระดาษในองค์กร ตามมติคณะรัฐมนตรี จะช่วยให้ลดปริมาณขยะ ลดค่าใช้จ่ายโดยรวมของภาครัฐ สร้างความสะดวกในการทำงานยิ่งขึ้น

คุณ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท ครีเดน เอเชีย จำกัด กล่าวว่า “การลงนามบันทึกข้อตกลงในครังนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ ครีเดน ในการร่วมมือกับภาครัฐเพื่อสนับสนุนให้ทุกภาคส่วน หันมาตระหนักถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเข้ามาปรับใช้ในองค์กร การให้บริการประชาชน และเตรียมความพร้อมให้กับภาคธุรกิจสามารถแข่งขันกับต่างประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเป็นรูปธรรม

โดยบริการของครีเดนนั้นจะสามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาการระบุตัวตน (Identification) และ พิสูจน์ตัวตน (Verification) ด้วยระบบการยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (eKYC) และระบบการจัดการเอกสารและลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีประสิทธิภาพและสามารถใช้งานได้จริงตามกฎหมาย ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไปสามารถใช้บริการของครีเดนในการทำธุรกรรมออนไลน์ได้

ซึ่งครีเดนได้มีการร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA  กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการประทับรับรองเวลาเพื่อยืนยันว่าเอกสารมีความถูกต้อง การทำประทับเวลาจะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้เอกสารว่าเป็นเอกสารจริงที่มีตัวตน ณ เวลาประทับ  และบริษัท ครีเดน เอเชีย จำกัด ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล เป็นต้น ในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ใช้เอกสารและลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ในการขอรับบริการกับหน่วยงานต่างๆ ข้างต้น

ภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ “ก้าวสำคัญของภาครัฐสู่ยุคดิจิทัล” โดยมีตัวแทนหน่วยงานจากภาครัฐที่ร่วม     ลงนามความร่วมมือดังกล่าว อาทิ คุณภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รศ.นพ.ประยุทธ ศิริวงษ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล และผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)  ได้ร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเกี่ยวกับการนำระบบเอกสารและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่องค์กรและประชาชนเพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างยั่งยืน

ครีเดนเป็นผู้ให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตน (eKYC) ระบบจัดการเอกสารและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Document &Signature) และระบบประเมินความสามารถทางการเงิน (Credit Scoring) โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตน (eKYC) เพื่อระบุตัวตน (Identification) และพิสูจน์ตัวตน (Verification) ของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง โดยเป็นการตรวจสอบความถูกต้องกับหน่วยงานรัฐ ตามประกาศข้อเสนอแนะมาตรฐานฯ แนวทางการใช้ดิจิทัลไอดีสำหรับประเทศไทย
  2. ระบบจัดการเอกสารและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Document &Signature) เป็นการจัดทำและลงลายมือชื่อเอกสารที่อยู่ในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถระบุตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือแสดงตนเป็นเจ้าของของข้อความและรวมถึงการยอมรับในข้อความหรือข้อมูลในอิเล็กทรอนิกส์ด้วย เป็นตาม พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
  3. ระบบประเมินความสามารถทางการเงิน (Credit Scoring) เป็นระบบในการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงขององค์กร หรือบุคคลทั่วไป จากข้อมูลที่มี เช่น งบการเงิน ความเกี่ยวข้องของผู้บริหาร เป็นต้น

สำหรับใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ https://creden.co/ เพื่อทดสอบระบบได้ทันที โดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

อิริคสันเผยข้อมูล 10 พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิตอลที่จะเกิดขึ้นในปี 2019

Published

on

สำหรับยุคปัจจุบันที่อินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องที่มนุษย์ทุกคนต้องใช้ โดยเฉพาะโลกของเราที่กำลังเริ่มก้าวสู่เทคโนโลยี 5G วันนี้อีริคสันได้เผยข้อมูล Ericsson Mobility Report: ในชื่อ The Power of 5G ขุมกำลังเทคโนโลยีใหม่ของอินเตอร์เน็ตยุค “5G” ว่าในปี 2019 นี้จะมีพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างไรบ้าง โดยถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ คือ

Mobile Subscription

เผยว่าทั่วโลกมีผู้ Subscription อยู่ที่ 7.9 พันล้านคน และมี 5.7 พันล้านเป็น Mobile Broadband Subscriptions ซึ่งจริง ประชากรโลกมีอยู่แค่ 7.3 พันล้าน ซึ่งเรียกได้ว่าจำนวนผู้ใช้มือถือเกิน 100% แล้วเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งประเทศจีนเป็น 1 ในผู้นำด้านการเติบโต สูงที่สุดในโลก Q3 2018 เติบโตถึง 37 ล้าน Subscription

ข้อมูลประเทศไทยคือ ณ ปี 2018 ระบบ LTE เติบโตสูงกว่า 3G ไปแล้ว ส่วน 2G ผู้ใช้งานก็เริ่มลดน้อยลงเรื่อย ๆ สาเหตุที่เติบโตเพราะมือถือมีราคาถูกลง และมีคุณภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ รวมไปถึงแอปฯ บนมือถือที่ออกมารองรับตอบโจทย์ผู้ใช้งานนั่นเอง

Mobile Data traffic

การเติบโตของผู้ใช้งาน Data เรียกได้ว่าเป็นเชิง Exponential อย่างก้าวกระโดดกว่า 79% ต่อปี โดยแบ่งออกเป็นผู้ใช้งานกว่า 60% รับชมวิดีโอผ่าน Social Media ต่าง ๆและคาดว่าในปี 2024 จะมีการใช้งานกว่า 74% ของ Data เป็นการรับชมวิดีโอ และจะมีปริมาณการใช้ Data สูงขึ้นกว่าเดิมมาก และคาดว่าในปี 2024 จะมีปริมาณการใช้ data สูงถึง 21 GB ต่อเดือนเลยทีเดียว ซึ่งในปี 2018 ที่ผ่านมา ด้านอเมริกาเหนือมีอัตราการเจริญเติบโตในการบริโภคข้อมูลสูงที่สุด

ส่วนด้านประเทศไทยมีข้อมูลด้านการใช้งานว่า แต่ละคนจะมีการใช้อินเตอร์เน็ตกับแอปฯ อะไรที่มีปริมาณการใช้ Data สูงที่สุด (ไม่นับจำนวนผู้ใช้งาน) ซึ่ง 5 อันดับแรกคือ

  1. HTV แอปฯ ดูวิดีโอคอนเทนต์ของ True
  2. YouTube แอปฯ รับชมวิดีโอคอนเทนต์ชื่อดัง
  3. TrueID แอปฯ ที่รวบรวมเอาคอนเทนต์ต่าง ๆ มารวมกัน และคาดว่าจะเติบโตขึ้นอีกในอนาคต
  4. Facebook แอปฯ Social Media อันดับ 1 ของโลก
  5. LINE แอปฯ Social Media ที่คนไทยชอบใช้เป็นอันดับต้น ๆ

5G & Cellular IoT

คาดว่าด้าน IoT ประเทศที่จะเป็นผู้นำในด้านนี้คือประเทศฝั่ง เอเชียตะวันออกเช่น จีน เกาหลีและญี่ปุ่น ที่มีเทคโนโลยี NB-IoT และเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมายที่ออกมารองรับ โดยคาดการณ์ว่า การเติบโตต่อปี 27% จะเติบโตไปถึงระดับ 4.1 พันล้านตัว โดยแบ่งออกเป็น NB-IoT ที่เน้นการเชื่อมต่อแบบอยู่กับที่ และ Cat-M1 ที่เน้นการติดกับสิ่งที่เคลื่อนที่เช่น รถ SmartCar เป็นต้น

ผลสำรวจล่าสุดจากรายงานประจำปีได้ทำการวิเคราะห์และประเมินเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้บริโภคและคาดการณ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีในอนาคต รวมไปถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI), เทคโนโลยีเสมือน (VR), 5G และระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ผลจากรายงานบ่งชี้ว่าเทคโนโลยีอิสระและการทำนายอารมณ์จะเป็นเทคโนโลยีที่มาแรงและจะมีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์ในอนาคตอันใกล้นี้

เผย 10 แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิตัล ปี 2562 และในอนาคต

  1. เครื่องรับรู้อัจริยะ กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ใช้งานแอปพลิเคชันส์ผู้ช่วยส่วนตัวคิดว่าภายในอีก 3 ปีข้างหน้า อุปกรณ์ทางเทคโนโลยีจะสามารถรับรู้และเข้าใจถึงอารมณ์ของผู้ใช้ได้ (ปัจจุบันคือ Alexa หรือ Google Home) และจะแนะนำการดำเนินชีวิตของเราได้
  2. ผู้ตอบโต้ที่ชาญฉลาด กว่า 65 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ใช้งานแอปฯ ผู้ช่วยส่วนตัวคิดว่าอุปกรณ์อัจฉริยะจะสามารถโต้เถียงได้เสมือนเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัว ภายในอีก 3 ปีข้างหน้า
  3. แอพพลิเคชั่นส์สอดแนม กว่า 45 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคคิดว่าแอปฯ จะเก็บข้อมูลของผู้ใช้ แม้กระทั่งตอนไม่ได้เปิดใช้แอปก็ตาม
  4. บังคับให้ตอบตกลง ผู้บริโภคจำนวน 51 เปอร์เซ็นต์ รู้สึกรำคาญที่จะต้องตอบตกลงเพื่อยืนยันสิทธิ์ให้แอปฯ เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวตลอดเวลา
  5. ทักษะทางอินเตอร์เน็ต กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้งาน AR หรือ VR ต้องการใช้แอปฯ ที่สามารถนำมาใช้งานในชีวิตประจำวันได้ เช่น โปรแกรมสอนทำอาหาร หรือซ่อมแซมสิ่งของต่าง ๆ ผ่านเทคโนโลยีโลกเสมือน
  6. การบริโภคแค่เพียงปลายนิ้ว ผู้ที่ใช้งานแอปฯ ต้องการที่จะใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการตรวจสอบของใช้ภายในบ้าน และจะมีระบบจ่ายบิล รวมทั้งซื้อของใช้ภายในบ้านแบบอัตโนมัติได้
  7. ผู้ช่วยในการตัดสินใจ ผู้บริโภคจำนวน 31 เปอร์เซ็นต์ เริ่มมีความเชื่อ AI มากกว่าความคิดของตัวเองเช่น การเดินทางก็เชื่อ Google Maps มากกว่าการดูเส้นทางด้วยตัวเอง เพราะทุกวันนี้เทคโนโลยีอัตโนมัติเข้ามาแทนที่การตัดสินใจในชีวิตประจำวันของมนุษย์ไปหมดแล้ว
  8. รักษ์โลก ผู้บริโภคจำนวน 39 เปอร์เซ็นต์ ต้องการใช้นาฬิการักษ์โลกที่สามารถวัดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาในแต่ละวันได้
  9. ฝาแฝดดิจิตัล ผู้ใช้งาน AR หรือ VR จำนวน 48 เปอร์เซ็นต์ ต้องการมีฝาแฝดเสมือนจริงที่เหมือนกับตัวเขาแบบชนิดที่แยกไม่ออก เพื่อที่พวกเขาจะสามารถแยกกันอยู่สองที่ได้ในเวลาเดียวกัน และช่วยตัดสินใจแทนเราได้
  10. ชุมชน 5G ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนจำนวน 20 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่า 5G จะทำให้อุปกรณ์ IoT เชื่อมต่อกันได้ดีกว่า เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน หรือสมาร์ทมิเตอร์ในอุปกรณ์สาธารณูปโภคต่าง ๆ เป็นต้น

ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองเทคโนโลยีในอนาคตว่าเป็นภัยคุกคามหรือเป็นโอกาส ดร.เพอร์นิลล่า โจนส์สัน หัวหน้างานห้องปฎิบัติการวิเคราะห์ผลสำรวจผู้บริโภคและอุตสาหกรรมของอีริคสัน กล่าวว่า “เราได้เข้าสู่ยุคที่มนุษย์สามารถมีปฏิสัมพันธ์และทำงานร่วมกับเครื่องจักรกลอัจฉริยะแล้ว ทุกวันนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่อนาคต ยังมีอุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยีอีกมากมายหลายอย่างที่จะถูกพัฒนาขึ้น และอนาคตจะเป็นอย่างไรนั้น เราสามารถกำหนดได้ด้วยมือของเราเอง”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!