Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

“กสิกรไทย” ทุ่มงบกว่า 1,600 ล้านบาทครั้งแรก จับมือ “แกร็บ” ดันเศรษฐกิจไทยสู่ยุคดิจิทัล

เป็นครั้งแรกของ ธนาคารกสิกรไทย ที่ทุ่มงบลงทุนมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 1,600 ล้านบาท) จับมือ แกร็บ ประกาศความร่วมมือ ผลักดันให้เกิด “ดิจิทัล ไลฟ์สไตล์ อีโคซิสเต็ม” (Digital Lifestyle Ecosystem) ร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ของการใช้บริการแกร็บอย่างไม่มีสะดุด เชื่อมโยงผู้คนที่ใช้บริการทั้งระบบ ได้แก่ ลูกค้าที่ใช้บริการ , ผู้ขับขี่ , ร้านค้า และตัวแทนของแกร็บ ความร่วมมือดังกล่าวประกอบด้วย บริการทางการเงิน “แกร็บเพย์ บาย เคแบงก์” แอปพลิเคชันชำระค่าโดยสารบนสมาร์ทโฟน ที่เตรียมเปิดตัวในปีหน้า รวมถึงขยายการให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า ให้การใช้บริการแกร็บสะดวกสบายยิ่งขึ้น

นายธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “แกร็บ ยินดีที่ได้ร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือ การนำนวัตกรรมมาช่วยยกระดับประเทศไทยสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์บนสมาร์ทโฟนที่เกิดจากความร่วมมือดังกล่าว จะทำให้คนไทยเข้าถึงระบบการชำระเงินระบบดิจิทัลได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการในแต่ละวันของลูกค้าให้ดีที่สุด”

นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เผยว่า “ทิศทางธุรกิจในระดับภูมิภาคของธนาคารกสิกรไทย คือ มุ่งขยายธุรกิจไปยังตลาดกลุ่มประเทศอาเซียน +3 ซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสนำศักยภาพดิจิทัล เทคโนโลยีมาใช้ผ่านช่องทางดิจิทัลและบริการต่าง ๆ บนสมาร์ทโฟน โดยกสิกรไทยได้วางกลยุทธ์ในการร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำในแต่ละธุรกิจ ด้วยคอนเซปต์ “Better Together” ด้วยการผสานจุดแข็งของแต่ละฝ่าย เพื่อนำเสนอบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุก ๆ วัน”

“ความร่วมมือของธนาคารกสิกรไทย และแกร็บ ทำให้เกิดโอกาสใหม่ ๆ ในการร่วมกันพัฒนานวัตกรรมให้กับอุตสาหกรรมและภูมิภาคที่กำลังเติบโต กสิกรไทยยินดีที่ได้ร่วมทำงานกับแกร็บ ในการปรับเปลี่ยนประสบการณ์ของลูกค้าทั้งวงจรของการให้บริการไปสู่ “ดิจิทัล ไลฟ์สไตล์ อีโคซิสเต็ม” (Digital Lifestyle Ecosystem) เต็มรูปแบบ

กสิกรไทยตั้งเป้าหมายในการเป็นดิจิทัล แบงกิ้งที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค ซึ่งการร่วมกันพัฒนากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์บนสมาร์ทโฟนและการลงทุนในแกร็บ จะทำให้กสิกรไทยสามารถนำศักยภาพของแกร็บ มาทำให้เกิดประโยชน์กับร้านค้าและลูกค้าของธนาคารที่อยู่ในประเทศไทย โดยการลงทุนของธนาคารผ่านบริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด (Beacon VC) ในครั้งนี้ถือเป็นการร่วมทุนครั้งแรกกับบริษัทต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจหลักอยู่นอกประเทศไทย ซึ่งมีความสำคัญอยู่ที่ฐานจำนวนผู้ใช้ทั่วอาเซียนของแกร็บที่มีโอกาสเติบโตเทียบเท่ากับสถาบันการเงินชั้นนำ โดยธนาคารจะร่วมกันกับแกร็บในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่จะส่งเสริมศักยภาพของธนาคารให้ก้าวไปสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคนี้”

ในความร่วมมือดังกล่าว ครอบคลุมการพัฒนาแอปพลิเคชันการชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟน และบริการทางการเงินต่าง ๆ ร่วมกัน

  • แกร็บเพย์ บาย เคแบงก์ (GrabPay by KBank) เป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์บนสมาร์ทโฟน (Mobile Wallet) ที่ให้ลูกค้าแกร็บชำระเงินค่าเดินทางและค่าบริการรับส่งของ ตลอดจนสามารถโอนเงินให้กับเพื่อนหรือครอบครัวใช้สำหรับซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ รวมทั้งใช้จ่ายผ่านคิวอาร์โค้ดในร้านอาหารหรือร้านค้าต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย
    • ซึ่งเป็นผลจากบริการพร้อมเพย์ ภายใต้แผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชําระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Scheme) ทำให้ร้านค้าสามารถใช้บริการ “แกร็บเพย์ บาย เคแบงก์” ได้ทันทีที่เปิดให้บริการ

  • การพัฒนาให้แอปพลิเคชันเคพลัส (k pkus) และ แกร็บ ใช้งานร่วมกันได้ ทำให้ลูกค้าใช้บริการได้ตลอดวงจรการให้บริการ ทั้งของธนาคารกสิกรไทยและแกร็บ
  • นำเสนอผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าที่อยู่ในวงจรการให้บริการของธนาคารกสิกรไทย และ แกร็บ โดยธนาคารกสิกรไทยและแกร็บ ร่วมกันนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้กับกลุ่มลูกค้าของตนเอง เช่น
    • การเสนอสินเชื่อกสิกรไทย ให้ผู้ขับรถแกร็บสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น
    • การนำเสนอบริการ “แกร็บ ฟอร์ บิสซิเนส” (Grab for Business) ให้กับลูกค้าเอสเอ็มอีของธนาคารกสิกรไทย เพื่อช่วยบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการเดินทางของบริษัท
    • ตลอดจนการสื่อสาร สร้างการรับรู้แบรนด์ และเข้าถึงลูกค้าผ่านบริการโฆษณาของแกร็บ
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

ยังต้องพบใบขับขี่! เมื่อตำรวจไม่รับ “ใบขับขี่ดิจิทัล” เพราะเหตุใด? – ทนายออกความเห็นเรื่องนี้

Published

on

By

วันนี้เป็นวันแรกที่ประกาศใช้ใบขับขี่ดิจิทัลอย่างเป็นทางการโดยกรมขนส่งฯ จากการที่เคยนำเสนอข่าวเดิมไว้ ว่าประมาณกลางเดือนมกราคม 2562 จะได้ใช้อย่างเป็นทางการ

เหมือนจะเรียบร้อยดีแต่ว่า “ตำรวจดันไม่เอาด้วย”

เนื่องจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ ยังไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง แต่ก็มีเหตุผลของเขา

พล.ต.ต.เอกลักษณ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการศึกษาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กล่าวว่า “ทางปฏิบัติการเรียกตรวจผู้ขับขี่ทำผิดกฎหมายจราจร ผู้ขับขี่จะต้องแสดงใบขับขี่ต่อเจ้าพนักงานตำรวจจราจร” แต่ว่าเมื่อมีการปรับเปลี่ยนแล้วยังไม่สามารถทำได้ทันที ซึ่งเรื่องนี้ต้องนำเข้าพิจารณาผ่าน สนช. ในวันที่ 17 นี้  เนื่องจากต้องแก้ไข พ.ร.บ. ให้ยกเลิกการเรียกเก็บใบขับขี่ ให้รองรับนโยบายใหม่ของกรมขนส่งฯ โดยต้องอาศัยอำนาจตามมาตรา 140 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จราจรทางบกปี 2522 ไปก่อน

ส่งผลให้ช่วงที่ยังไม่ได้ประกาศ พ.ร.บ. ใหม่ อย่างเป็นทางการ ตำรวจยังมีสิทธิยึดใบขับขี่เดิมได้อยู่ ต้องพกติดตัวไว้  โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แจ้งทางกรมขนส่งฯ แล้วว่าขอเลื่อนการใช้ใบขับขี่ดิจิทัลไปก่อน

ด้านทนายก็ออกมาให้ความเห็น

ทนายรัชพล ศิริสาคร
ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ได้โพสต์ในเพจ “สายตรงกฎหมาย” ระบุว่า

“ในทางกฎหมาย หากมีการจับกุมข้อหาไม่พกใบขับขี่ ถือว่า สตช และ ขนส่ง ทำผิดต่อกฎหมาย เพราะเป็นผู้จงใจทำให้ประชาชนตกเป็นผู้เสียหาย จะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับประชาชน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เรื่องละเมิด มาตรา 420

ประเด็นถัดมาที่ตำรวจจะจับข้อหาไม่พกใบขับขี่นั้น โดยอำนาจไม่สามารถทำได้ เพราะเมื่อข้อกฎหมายไม่ชัดเจน หรือข้อกฎหมายขัดกันเอง ต้องยกประโยชน์ให้จำเลย หมายความว่า เมื่อประชาชนใช้ใบขับขี่ดิจิทัล ซึ่งกฎหมายเปิดช่องให้ทำได้ และเป็นการพกใบขับขี่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทางตำรวจจะมาบอกว่าผิดกฎหมายได้อย่างไร”

สรุปคร่าวๆ นะครับ เป็นเพราะว่าเนื่องจากทั้งสองฝ่าย ทำให้เกิดความสับสนนั่นเอง แทนที่จะดำเนินการให้พร้อมและค่อยประกาศใช้ ทำให้ประชาชนสับสน ถ้าดูจากเจตนาของประชาชนมันแสดงให้เห็นได้ชัดเจน

ที่มา: ไทยรัฐ, เพจ “สายตรงกฎหมาย”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

ชายสี่หมี่เกี๊ยว, SCB และ VISA ประกาศความร่วมมือ ซื้อบะหมี่ผ่าน QR Code ก็ง่าย รับส่วนลด

Published

on

วันนี้ (14 มกราคม) ธนาคารไทยพานิชย์ (SCB) ร่วมมือกับ VISA มุ่งสู่สังคมไร้เงินสด Cashless society ผนึกกำลังกับแฟรนไชน์สตรีทฟู้ดส์ชื่อดัง “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” เปิดมิติการชำระเงินรูปแบบใหม่ในระดับ Total Business Solution ที่แก้ปัญหา Painpoint ของเจ้าของกิจการได้อย่างตรงจุด  เพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าไม่ต้องพกเงินสดอีกต่อไป

คุณพิมพ์ใจ ทองมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสาย Payments Product Sales and Delivery ธนาคารไทยพาณิชย์

Cashless Society ก้าวสำคัญในการพัฒนาประเทศ

คุณพิมพ์ใจ ทองมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสาย Payments Product Sales and Delivery ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้เล่าวิสัยทัศน์ของธนาคารไทยพาณิชย์ว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของคนไทยมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น โดยเฉพาะแนวโน้มการใช้ E-Payment มีการเติบโตสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งด้านการใช้งาน internet banking และการชำระเงินผ่านสูงขึ้นมากจากการที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการใช้งาน และความสะดวกสบายของผู้ใช้ เพราะทุกคนต่างก็พก Smartphone ติดตัวอยู่แล้วในยุคปัจจุบัน

โดยปัจจุบันมีการเติบโตของการใช้ดิจิตอลแบงก์กิ้งสูงขึ้นมาก โดยมีเป้าหมายที่ตั้งไว้อยู่มี่ 12 ล้าน และการทำธุรกรรมในปัจจุบันก็เติบโตสูงขึ้นมากในช่วงปีที่ผ่านมาจาก 237 ล้านธุรกรรมเป็น 711 ล้านธุรกรรม โดยเป้าหมายปี 2019 ของ SCB อยากให้แม่มณีเข้าสู่ร้านค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อย 2 ล้านร้านค้า และอีก 100,000 ร้านค้าที่รับบัตรเครดิต เพื่อช่วยในการผลักดันประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสดอย่างแท้จริง

ทำไมถึงต้องจับมือกับชายสี่บะหมี่เกี๊ยว?

เรียกได้ว่าคนไทยรวมไปถึงทุกคนบนโลกถือได้ว่าเรื่องอาหารเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งปัจจุบันมูลค่าตลาดอาหาร Street food มีการเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด ด้วยผลการค้นหากว่า 7,500,000 ครั้งในปี 2560 ก็เห็นได้ว่าคนค้นหา “ก๋วยเตี๋ยว” เป็นเทรนด์อันดับต้น ๆ ทาง SCB และ VISA ก็ได้เล็งเห็นโอกาสนี้ จึงเข้ามาจับมือกับร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยว ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น 1 ในร้านอาหารสตรีทฟู๊ดส์ประเภทก๋วยเตี๋ยวระดับแนวหน้าของประเทศไทยที่ใคร ๆ ก็รู้จักเป็นอย่างดี

ซึ่งนอกจากด้านการรับเงินจากลูกค้าแล้ว ทาง SCB ยังได้สร้าง Solution ให้ทางร้านแฟรนไชน์สามารถดำเนินงานได้ในรูปแบบ Cashless Society แบบครบวงจรเริ่มจากสายส่งที่ไปส่งของ ก็จะมีแอปฯ สำหรับให้ร้านค้าสแกน QR Code ขึ้นมาเพื่อสแกนและรับเงินเข้าสู่ระบบทันที ทำให้เจ้าของกิจการรู้ว่า แฟรนไชน์นี้ได้เงินเท่าไหร่ได้ทันทีโดยไม่ต้องมารวบรวมอีกครั้งในภายหลัง รวมไปถึงมีความปลอดภัยในด้านการจัดการเงินอีกด้วย

ประวัติร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยว

คุณ พันธ์รบ กำลา ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด

คุณ พันธ์รบ กำลา ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด ได้เล่าประวัติร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยวว่า ได้เริ่มต้นกิจการขึ้นตั้งแต่ปี 2535 – 2537 จึงเริ่มตั้งชื่อชายสี่บะหมี่เกี๊ยว และก็ได้มีสาขาขึ้นมา และเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนปัจจุบันขยายธุรกิจไปแล้วกว่า 4,300 สาขาและกระจายจนไปถึงต่างประเทศ ซึ่งเขาได้ขยายแบรนด์ออกมามากมายนอกเหนือจากการทำชายสี่บะหมี่เกี๊ยว เรียกได้ว่าเป็น 1 ในแบรนด์คนไทยที่เติบโตขึ้นมาสู่ธุรกิจระดับประเทศอย่างแท้จริง

และด้านความร่วมมือในครั้งนี้ก็เกิดขึ้นเรียกได้ว่าเป็นผลมาจากความผูกพันกับธนาคารไทยพาณิชย์ที่มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยว รวมไปถึงเขาก็ได้มองเห็นปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีตที่เคยเกิดขึ้น และการเข้ามาของ Total Business Solution ที่ SCB ได้ร่วมมือกับ VISA นี้มีข้อดีอยู่มากมายตั้งแต่เงินที่เข้าบริษัทจะไม่ถูกยักยอกอย่างแน่นอน รวมไปถึงเรื่องการขอกู้จะสามารถทำได้ง่ายเพราะเห็นกระแสเงินสดอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญคือฝั่งพ่อค้าแม่ค้าก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอนให้กับลูกค้าอีกต่อไป

อีกก้าวหนึ่งของ VISA กับ QR Payment

คุณ สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย

ทางด้านคุณ สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย ก็มองเห็นภาพว่า สังคมไร้เงินสดเริ่มเติบโตเข้ามาเรื่อย ๆ แต่ยังไม่มากพอ เพราะยังมีอีกอย่างที่ต้องจ่ายด้วยเงินสดอยู่ดี โดยการจับมือครั้งนี้ตั้งใจนำเอาเทคโนโลยีดี ๆ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้น ๆ จึงได้มีการนำเอาเทคโนโลยี QR Payment ที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดขึ้นมา พร้อมจับมือกับ SCB

ปัจจุบันคนกว่า 74% ของไทยรู้แล้วว่าสามารถนำเอา QR Code มาใช้ชำระเงินได้แล้ว ทาง VISA จึงได้พัฒนาในการใช้งาน QR Code ในการชำระเงินผ่านบัตร VISA ได้แล้ว โดยมีบัตรต่าง ๆ มากมายรวมไปถึง Mobile Banking ที่สามารถรองรับการชำระเงินผ่าน QR Code รูปแบบนี้ แล้วที่สำคัญคือได้มีโปรโมชั่นต่าง ๆ เหมือนกับการใช้บัตรเครดิต และยังได้ลุ้นรับเบนซ์ C250 Coupe มูลค่ากว่า 3,620,000 บาท ถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้

ทำไมถึงต้องเปลี่ยนวิถีชีวิต?

เพราะการทำในครั้งนี้ไม่เพียงแค่การสร้างการชำระเงินแบบไร้เงินสดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้าง Ecosystem เพื่อให้คนมีแรงจูงใจในการใช้ QR Code ซึ่งทาง SCB ก็ตั้งใจมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับทางพ่อค้าแม่ค้าชายสี่บะหมี่เกี๊ยวด้วยคูปอง 500 บาทเมื่อมียอดใช้จ่ายถึง 5,000 บาท ถ้าสะสมยอดถึง 20,000 บาทรับร่มแม่มณีฟรี ๆ และสุดท้ายคือมีสินเชื่อสำหรับร้านค้าโดยเฉพาะอีกด้วย

และฝั่งลูกค้า SCB มีสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จ่ายเงินผ่าน QR Code ถ้าใช้จ่ายเงิน 50 บาทขึ้นไปครบ 3 ครั้ง จะได้รับเงินคืน 100 บาทอีกด้วย คุ้มมาก!! สามารถใช้ได้แล้ววันนี้กับร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยว 378 ร้านที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

เรียกได้ว่าความร่วมมือในครั้งนี้เป็นอีก 1 ก้าวสำคัญที่จะช่วยให้คนไทยรู้จักโลกของ Cashless Society หรือสังคมไร้เงินสดอย่างแท้จริง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

เดกซ์ ดึง ซึบูราญ่า โปรดักชั่นส์ ชวนรวมพลังวิ่งปล่อยแสงปราบเหล่ามอนสเตอร์ใน “ULTRAMAN RUN & TRAIL”

Published

on

DEX เดกซ์ [ดรีม เอกซ์เพรส] ผู้นำเอนเตอร์เทนเมนต์คอนเทนต์ลิขสิทธิ์จากประเทศญี่ปุ่น รวมพลังกับ สวนนงนุช พัทยา และ ซึบูราญ่า โปรดักชั่นส์ ประเทศญี่ปุ่น เจ้าของลิขสิทธิ์อุลตร้าแมน จัดงานวิ่ง “ULTRAMAN RUN & TRAIL” รวมพลังวิ่งปล่อยแสงปราบเหล่ามอนสเตอร์กับเหล่า Character ขวัญใจตลอดกาลอย่าง
อุลตร้าแมน / อุลตร้าแมนทาโร่ / เจ้าแม่อุลตร้า / อุลตร้าแมนออร์บ / อุลตร้าแมนจี๊ด และเหล่าสัตว์ประหลาด โดยงานจะจัดขึ้นใน วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2562สวนนงนุช พัทยา สนับสนุนการจัดงานโดย สวนนงนุช พัทยา, สมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย, อีซูซุ

“ไฮไลท์ของการจัดงานในครั้งนี้ จะสร้างรอยยิ้มและความสุขให้แก่ผู้ร่วมงานได้อย่างแน่นอน อาทิ การปรากฏตัวของเหล่าพี่น้อง Ultraman และ Monster ตัวจริงจากญี่ปุ่น ที่จะมาสร้างความตื่นเต้นในช่วงปล่อยตัวและรอต้อนรับเหล่านักวิ่ง นอกจากนี้ คณะผู้จัดงานยังสร้างความท้าทายพิสูจน์ความแกร่งด้วยการวิ่งระยะ 3 km /6 km ผ่านสวนหินอวกาศและสวนมอนสเตอร์โลกล้านปี  สำหรับระยะทาง 12 km /16 km เหล่านักวิ่งจะได้ตะลุยกับเส้นทางเทรลขึ้นลงเนิน เพื่อรับผ้าคลุม Ultraman Finisher และแน่นอนที่สุดว่าเหล่ามอนสเตอร์ จะรอคอยทุกท่านตามเส้นทางวิ่ง!! เพื่อให้ได้รวมพลังปล่อยแสงปราบเหล่ามอนสเตอร์กันตลอดเส้นทางสำหรับเด็ก ๆ ทุกคน จะต้องเก็บตราประทับอุลตร้าแมนตามเส้นทางให้ครบทั้ง 5 Ultraman เพื่อรับเหรียญและของเล่น จากสมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย คนละ 1 ชิ้น เมื่อเข้าเส้นชัย (มาถึงก่อนได้เลือกของเล่นก่อนใคร) ทั้งนี้ กิจกรรมการวิ่งถือเป็นการออกกำลังกายที่ทุกคนในครอบครัวสามารถมีส่วนร่วมและช่วยให้ทุกคนมีสุขภาพดี เดกซ์ [ดรีม เอกซ์เพรส] จึงวางแผนจัดงานวิ่งที่สนุกแปลกใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆตลอด 3 ปีต่อจากนี้”

ทั้งนี้ งานวิ่ง “ULTRAMAN RUN & TRAIL” รวมพลังวิ่งปล่อยแสงปราบเหล่ามอนสเตอร์ จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2562 ณ สวนนงนุช พัทยา โดยแบ่งระยะทางวิ่งเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย

  1. Ultra Kids Race ระยะทาง 3 กม. / 6 กม. (ราคา 600 บาท)
  2. Ultra Race ระยะทาง 3 กม. / 6 กม. (ราคา 750 บาท)
  3. Ultra Challenge Race ระยะทาง 12 กม. / 16 กม. (ราคา 900 บาท)

ผู้สนใจสมัครวิ่งได้แล้ววันนี้!! ผ่านทางเว็บไซต์ shop.DEXclub.com/ultramanrun

  • Race Pack Collection ประกอบด้วย เสื้อวิ่งสุดเท่พร้อมแปลงร่างเป็น อุลตร้าแมน / อุลตร้าแมนทาโร่ / เจ้าแม่อุลตร้า / อุลตร้าแมนออร์บ / อุลตร้าแมนจี๊ด(เลือกได้ 1 ลาย)
  • BIB
  • เหรียญ (เมื่อวิ่งเข้าเส้นชัย)
  • ผ้าคลุม Ultraman Finisher (เฉพาะผู้สมัครวิ่งระยะทาง 12 กม. และ 16 กม. เมื่อวิ่งเข้าเส้นชัยเท่านั้น)

Early Bird Promotion

  • Early Bird ครั้งที่ 1 > 10 มกราคม – 14 กุมภาพันธ์ 2562 รับเพิ่ม นาฬิกาข้อมืออุลตร้าแมนออร์บสุดเท่!!
  • Early Bird ครั้งที่ 2 > 15 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2562 รับเพิ่มของเล่น Ultraman Truck

และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เคยร่วมประสบการณ์วิ่ง Rider x Rangers Run (ที่เคยลงทะเบียนทาง Shop.DEXclub.com/Riderrangersrun) และ DEX member รับเพิ่มส่วนลด 10% พร้อมนาฬิกาข้อมืออุลตร้าแมนออร์บ เมื่อซื้อแพ็กวิ่งตั้งแต่วันนี้ – 8 กุมภาพันธ์  2562

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!