Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

ZTE จัดเรือธง ‘AXON’ พร้อม ‘Nubia’ และ ‘Blade’ เปิดศึกชนมือถือค่ายดัง

งานนี้ใครที่กำลังมองหามือถือใหม่ ๆ ทาง ZTE ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือชั้นนำของโลก ได้เข้ามาลุยตลาดประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบแล้วครับ ด้วยการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือเรือธงรุ่น Axon และ Axon Mini หวังผลักดันแบรนด์แซดทีอี ให้ก้าวเป็น 1 ใน 5 ผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนของไทยภายในปี 2559 ที่จะถึงนี้

งานนี้ใครที่กำลังมองหามือถือใหม่ ๆ ทาง ZTE ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือชั้นนำของโลก ได้เข้ามาลุยตลาดประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบแล้วครับ ด้วยการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือเรือธงรุ่น Axon และ Axon Mini หวังผลักดันแบรนด์แซดทีอี ให้ก้าวเป็น 1 ใน 5 ผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนของไทยภายในปี 2559 ที่จะถึงนี้

ในประเทศไทยนั้น ทาง ZTE เรียกได้ว่ากำลังเป็นมือถือแบรนด์ที่ทุกคนเริ่มรู้จักกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการมีส่วนแบ่งตลาดที่มากขึ้นในกลุ่มสมาร์ทโฟน Android โดยยอดขายมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 20 เท่าเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2558 และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งทาง ZTE มีแผนจะเปิดร้าน ZTE Smartphone ในประเทศไทย 20 แห่งภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ และแผนขยายการวางจำหน่ายสมาร์ทโฟน ZTE ในอีกกว่า 1,500 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2559

IMG_8282_h

มิสเตอร์เจเรมี จ้าว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค แซดทีอี คอร์ปอเรชั่น

มิสเตอร์เจเรมี จ้าว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค แซดทีอี คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า “แซดทีอี เตรียมทุ่มงบกว่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 180 ล้านบาท) ทางด้านการขายและการตลาดในประเทศไทยไปจนถึงปี 2559 โดยเรามีแผนที่จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในตลาดระดับกลางถึงตลาดระดับไฮเอนด์ในประเทศไทยผ่านซีรีส์ที่เป็นสมาร์ทโฟนกลยุทธ์ ได้แก่ Axon (แอ็กซอน), Nubia (นูเบีย) และ Blade (เบลด) ผนวกกับการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและเน้นบริการหลังการขาย”

“เป้าหมายของแซดทีอี คือ การก้าวขึ้นเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนแถวหน้า 5 อันดับแรกของไทยภายในปี 2559 และนำเสนอสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า”

This slideshow requires JavaScript.

น้องเฟื่องลดา สรานี สงวนเรือง 1 ในแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ ZTE

แซดทีอีมุ่งมั่นที่จะจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยม ในระดับกลางถึงไฮเอนด์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 45% ของยอดขายการผลิตสมาร์ทโฟนของ ZTE โดยรวมทั่วโลก ดังนั้น แซดทีอีจึงเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่น Axon ในประเทศไทยและภูมิภาคเพื่อเป็นแรงผลักดันดังกล่าว

Axon เป็นสมาร์ทโฟนที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเชิงนวัตกรรมและล้ำสมัย ทั้งยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมระบบตรวจสอบและยืนยันตัวบุคคลแบบไบโอเมตริก (Biometric) ถึง 3 แบบ ได้แก่ ระบบตรวจสอบลายนิ้วมือ ระบบ Smart voice (ยืนยันด้วยเสียง) และ EyePrint ID™ (ตรวจสอบจากดวงตา) ทำให้ Axon เป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่มีความปลอดภัยสูงที่สุดในตลาดเท่าที่มีวางจำหน่ายอยู่ทั่วโลกในขณะนี้

IMG_8270_h

นอกจากนี้ Axon ยังเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่มาพร้อม dual-cam ที่สามารถบันทึกวิดีโอระดับ 4K ส่วนกล้องหลังประกอบด้วยเลนส์ HD คู่ (13 ล้านพิกเซลและ 2 ล้านพิกเซล) ซึ่งให้ประสบการณ์การถ่ายภาพเทียบเท่ากล้อง DSLR พร้อมรูรับแสงขนาดใหญ่ f/1.8 ขยายได้ถึง f/1.0 ให้ภาพถ่ายที่มีคุณภาพแม้ในจุดที่มีแสงน้อย ในขณะเดียวกันก็สามารถบันทึกวิดีโอ HD ความละเอียด 4K ที่ความเร็ว 30fps กล้องหน้ามีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และครอบคลุมมุมกว้าง 84 องศาและวิดีโอความละเอียด 1080p HD

This slideshow requires JavaScript.

นอกจากนั้น วัสดุที่ใช้ประกอบตัวเครื่องยังมีความโดดเด่น ด้วยการใช้วัสดุเกรดเดียวกับเครื่องบินโบอิ้ง 787 ซึ่งเป็นโลหะอลูมิเนียมผสมแมกนีเซียมอัลลอยที่ใช้ในธุรกิจอากาศยาน คุณสมบัติช่วยสร้างความแข็งแกร่ง (มากขึ้น 80%) และทำให้ตัวเครื่องเบาขึ้น (30%) ในขณะที่การใช้โลหะและหนังเทียมผสมผสานกันช่วยเพิ่มความหรูหราสง่างามอีกด้วย คุณสมบัติสำคัญอื่นๆ ได้แก่ หน้าจอแบบ Full HD ขนาด 5.5” พร้อมกระจกกันรอย Corning Anti-Bacterial Gorilla Glass รุ่นล่าสุดที่ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายได้ถึง 99% ทั้งยังรองรับ Hi-Fi (แบบ two-way) โดยใช้ระบบ digital playback และ recording ระดับพรีเมี่ยม พร้อม audio chipset แยกเป็นอิสระ แบตเตอรี่สุดทนทานความจุ 3000mAh สายชาร์จ Quick Charge™ 2.0 เพื่อการชาร์จไฟที่เร็วขึ้นอย่างมาก ทั้งนี้ การชาร์จนาน 10 นาทีสามารถรองรับการโทรได้ 160 นาที

การเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธง Axon ในไทยนี้จัดขึ้นพร้อมกันในมาเลเซีย สิงคโปร์และฮ่องกง ซึ่งนับเป็นกลยุทธ์ทางด้านแบรนด์และการขยายตลาดสมาร์ทโฟนไฮเอนด์เชิงรุกของแซดทีอี ทั้งนี้ รวมถึงการขายผ่านช่องทางอีเบย์ทั่วโลก

“เราอยู่ในตลาดที่มีการแข่งขันรุนแรง การเปิดตัว Axon และ Axon Mini ในครั้งนี้มีเป้​​าหมายในการบุกตลาดสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ ในขณะที่เราเป็นผู้นำทางในด้านฮาร์ดแวร์ เราทราบดีว่าเราจะไม่สามารถประสบความสำเร็จจากการแข่งขันด้านฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียว ซึ่งนี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมเทคโนโลยีชั้นนำต่างๆ ที่เสริมสร้างประสบการณ์การสื่อสารมีคุณค่าและความสำคัญมากเพียงใด” มิสเตอร์จ้าวกล่าวสรุป

IMG_8330

สโลแกนของแซดทีอี คือ Tomorrow never waits ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพันธกิจของแซดทีอีในการส่งมอบเทคโนโลยีแห่งอนาคตให้กับลูกค้าในปัจจุบัน เพราะพวกเขาไม่จำเป็นต้องรอ

Axon Elite (ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นอินเตอร์เนชันแนลของ Axon) ที่ล่าสุดในงาน IFA ซึ่งเป็นงานมหกรรมแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิคส์ที่ใหญ่ที่สุดโลก ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้รับรางวัล ‘User Experience Gold Award’ โดย IDG และ German Industry and Commerce Ltd. อีกด้วย

การเปิดตัวสมาร์โฟนเรือธงนี้เกิดขึ้นก่อนหน้างานมหกรรมมือถือครั้งใหญ่ของไทยคือ Thailand Mobile Expo 2015 ทั้งนี้ Axon จะวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป (ราคา 17,900 บาท)ส่วน Axon Mini จะเปิดตัวพร้อมรายละเอียดในไทยเร็วๆ นี้

IMG_8305_h

สเป็คของ ZTE Axon

  • รองรับคลื่น: GSM 850/900/1800/1900,
  • CPU: Qualcomm Snapdragon 810 processor with Adreno™ 430 GPU
  • OS: MiFavor 3.2 (Android  OS 5.0.2)
  • ขนาด: กว้าง 154mm X สูง 75mm X หนา 9.3mm
  • สี: Ion, Gold (สีไอออน โกลด์)
  • ขนาดหน้าจอ: 5.5″ CGS (Continuous Grain Silicon) TFT LCD, 2.5D curved display.
  • ความละเอียดหน้าจอ: 1920 x 1080 FHD, PPI 401 ใช้กระจก Corning Antbacterial Gorilla Glass
  • กล้องหลัง: Dual lens 13ล้าน, 2ล้าน มีระบบ dual LED Flash, ถ่ายวิดีโอ 4K HD ได้ที่ 30 FPS
  • กล้องหน้า: 8ล้าน, 84 degree wide-angle, 1080p HD resolution
  • เสียง: Audio Hi-Fi Audio Chipset: AKM 4961
  • ระบบความปลอดภัย: ระบบสแกนลายนิ้วมือทั้ง 5 (five finger records), ระบบสแกนม่านตา, ระบบสแกนเสียงผู้ใช้งาน
  • แบตเตอรี่: 3000mAh, มีระบบ Quick Charge™ สามารถชาร์ตได้อย่างรวดเร็ว
  • แรม: 3GB  LP DDR4
  • รอม: 32GB eMMC ROM, ใส่เพิ่มได้เป็น 128GB
  • รองรับ 2 Sims
  • ราคา 17,900 บาท
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

FameLab Thailand 2019 ศึกการแข่งขันเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์ในรูปแบบที่คนทั่วไปเข้าใจง่าย ปีที่ 4

Published

on

บริติช เคานซิล ร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มทรู สวทช. สวทน. อพวช. เดอะ สแตนดาร์ด และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัว “FameLab Thailand 2019” การแข่งขันนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์บนเวทีระดับโลก ปีที่ ในประเทศไทย เพื่อร่วมค้นหาสุดยอดนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ตัวแทนประเทศไทยร่วมแข่งขัน ณ สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 3-9 มิถุนายน 2562พร้อมเชิญ FameLab Ambassadors ตัวแทนนักวิทยาศาสตร์ เจนเนอเรชั่น นำโดย ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศ.นพ.วรศักดิ์  โชติเลอศักดิ์ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ และผู้ได้รับทุน Newton Fund และ เฌอปราง อารีย์กุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาเคมี วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมแชร์มุมมองถึงความสำคัญของ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” เพื่อการพัฒนาสังคมและประเทศ

จากซ้าย: เฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง BNK48), ศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, คุณแอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย, ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงาน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ทักษะ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” เป็นสิ่งสำคัญสำหรับบุคลากรที่อยู่ในแวดวงวิทยาศาสตร์ เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ ต้องมีความสามารถในการสื่อสารให้บุคคลทั่วไปเห็นถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์แต่ละสาขา และบทบาทที่ต่างกันในการขับเคลื่อนประเทศ นักสื่อสารวิทยาศาสตร์จะเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้บุคคลทั่วไปได้เข้าใจถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ในฐานะตัวแปรสำคัญ   ในการพัฒนาสังคม ชีวิตความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจประเทศ โดยโครงการ FameLab ทำหน้าที่สำคัญในการเชื่อมบุคลากรในแวดวงวิทยาศาสตร์ เข้ากับคนทั่วไปในสังคม ทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวและเข้าถึงง่าย ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ และในเรื่องการผลักดันวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

คุณแอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า FameLab คือ เวทีการแข่งขันนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์ ให้สนุก และเข้าใจง่ายภายใน นาที ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีที่ ที่จัดขึ้นในประเทศไทย เพื่อค้นหาตัวแทนไปร่วมแข่งขันในงานเทศกาลวิทยาศาสตร์ระดับโลก (Cheltenham Science Festival) ณ ประเทศอังกฤษ ซึ่ง FameLab Thailand 2019 เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ บริติช เคานซิล ร่วมมือกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทรู คอร์ปอเรชั่น และหน่วยงานพันธมิตรอีกมากมาย ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้คนทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ในฐานะหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมส่งวิดีโอบอกเล่าวิทยาศาสตร์ใน นาที ผ่านทางเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th/famelab ได้ตั้งแต่วันนี้ – 22 มีนาคม 2562 และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเพื่อหาผู้ชนะในประเทศไทย จะถูกจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยตัวแทนของประเทศไทยจะได้เข้าร่วมแข่งขันบนเวทีระดับโลก  “Cheltenham Science Festival” ในวันที่ 3 – มิถุนายน 2562 ณ สหราชอาณาจักร

ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงาน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้านสื่อสารโทรคมนาคม กลุ่มทรูเล็งเห็นความสำคัญของการสื่อสาร ที่จะสามารถสร้างคุณค่าและประโยชน์ต่อสังคม และเป็นเครื่องมือที่จะช่วยในการแบ่งปันองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศ การสื่อสารวิทยาศาสตร์จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ได้เข้าใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบตัว เวที FameLab เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการนำเสนอ การสื่อสารวิทยาศาสตร์” ให้คนรับรู้ว่าวิทยาศาสตร์   ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยากเสมอไป ปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่ทาง ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมสนับสนุนโครงการ FameLab ซึ่งถือเป็นโครงการที่สอดคล้องกับพันธกิจของกลุ่มทรู ที่มุ่งมั่นสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร โดยจะนำศักยภาพด้านการสื่อสารของกลุ่มทรู สนับสนุนการประชาสัมพันธ์โครงการให้ไปถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ ผ่านช่องรายการ ของทรูวิชั่นส์ / True4You / TNN 24 / True ปลูกปัญญา รวมถึง Social Media ของกลุ่มทรู นอกจากนี้ จะทำการถ่ายทอดสดการแข่งขัน FameLab รอบชิงชนะเลิศผ่านช่องทรูปลูกปัญญา ซึ่งเป็นช่องรายการยอดนิยมสำหรับเยาวชนและคนในวงการการศึกษาทั่วประเทศอีกด้วย

สัมภาษณ์ Brand Ambassador 3 คน 3 Generation

เฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง BNK48) ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่สนใจและศึกษาวิทยาศาสตร์ กล่าวในฐานะ FameLab Ambassador ว่า การสื่อสารวิทยาศาสตร์ หรือ Science communicationเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ทำให้คนทั่วไปได้เปิดโลกทัศน์มากขึ้น ทำให้ได้เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว เพราะวิทยาศาสตร์ คือ ศาสตร์ที่อธิบายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งการสื่อสารวิทยาศาสตร์ เป็นทักษะสำคัญในการศึกษาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมีที่กำลังศึกษาอยู่ปัจจุบัน เพราะต้องเล่าเรื่องราวที่ได้ค้นคว้า นำมาเรียบเรียง ย่อยข้อมูล และนำเสนอข้อมูลให้ผู้อื่นเข้าใจ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีพื้นฐานวิทยาศาสตร์มาก่อน ซึ่งการสื่อสารวิทยาศาสตร์ ยังเป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้คนที่รู้สึกว่าวิทยาศาสตร์ไกลตัว กลับมาให้ความสนใจมากขึ้นด้วย โดยเวที FameLab ถือเป็นเวทีที่ท้าทายสำหรับผู้ที่มีความสนใจทางวิทยาศาสตร์ทุกคน ได้เข้ามาทดสอบความสามารถด้านการสื่อสาร และ FameLab ยังถือเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนที่มีความสนใจในวิทยาศาสตร์เหมือนกัน ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอีกด้วย
ด้าน ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ก็ได้กล่าวถึงกิจกรรม FameLab Thailand 2019 นี้ว่าเป็นกิจกรรมที่ดี เพราะเชื่อมั่นว่า วิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นต้องจำกัดในเรื่องอายุ ใครที่ชอบในการเรียนรู้ ก็สามารถเข้าใจมันได้
ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชพันธุศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ก็ได้พูดถึงประสบการณ์ เคล็ดลับว่า ต้องเชื่อว่าการสื่อสารวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะมนุษย์มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเราสามารถถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น ต่อยอดเจริญก้าวหน้าไปได้ ถ้าเราสามารถสื่อสารถ่ายทอดสิ่งสำคัญไปให้รุ่นถัดไปได้ รุ่นถัดไปก็จะสามารถต่อยอดได้อย่างรวดเร็วและพัฒนาโลกได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมส่งวิดีโอบอกเล่าวิทยาศาสตร์ใน นาที ผ่านทางเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th/famelab ได้ตั้งแต่วันนี้ – 22 มีนาคม 2562 โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเพื่อหาผู้ชนะในประเทศไทย จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัวลำโพงรุ่นใหม่ “BeoSound EDGE” จาก BANG & OLUFSEN ชูดีไซน์สุดหรูพร้อมเทคโนโลยีเด่นจัดเต็ม!

Published

on

อาร์ทีบีฯ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Gadget พร้อมรุกผนึกกำลังเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท เอชดับบลิว เทรดดิ้ง จำกัด ผู้นำเข้าและดำเนินการร้าน Bang & Olufsen เปิดตัวนวัตกรรมลำโพงตั้งพื้น/แขวนผนังระดับพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุด “BeoSound EDGE” โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ B&O ด้วยดีไซน์ใหม่ในรูปทรงเหรียญปอนด์ โดดเด่นอย่างมีสไตล์ ผสานเข้ากับเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำมากมายที่พัฒนาขึ้นสำหรับลำโพงโดยเฉพาะเป็นครั้งแรก ทั้ง Active Bass Port และระบบเสียงรอบทิศทาง ที่จะตอบสนองไลฟ์สไตล์คอเพลงยุคใหม่โดยเฉพาะ

BeoSound EDGE

BeoSound EDGE เป็นลำโพงไร้สายระดับพรีเมี่ยม ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ในการฟังเพลง มาพร้อมกับแนวคิดการดีไซน์จากนักออกแบบชื่อดัง MICHAEL ANASTASSIADES ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากเหรียญหนึ่งปอนด์ของประเทศอังกฤษ ผสานเข้ากับเทคโนโลยี IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฟังเพลงทั้งในเรื่องคุณภาพเสียง และการใช้งานที่ง่ายดายและสนุกสนานยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี Active Bass Port ลิขสิทธิ์เฉพาะของ Bang & Olufsen ที่เป็นระบบเพิ่ม – ลด เสียงเบสตามความดังของเพลง การทำงานคล้ายกับสปอยเลอร์ของรถสปอร์ต ที่เมื่อเสียงเพลงดังขึ้น และต้องการเบสมาก ก็จะเปิดตัวพอร์ทนี้เพื่อให้ความดังเบสออกมารองรับอย่างเหมาะสม ในขณะที่เมื่อเพลงเบาลง ก็จะสามารถปิดเพื่อไม่ให้เสียงเบสมีมากเกินจนกลบย่านกลางและสูง เหลือเพียงเสียงใส สะอาด ตามฉบับ B&O ได้เหมือนเดิม นอกจากนั้น BeoSound Edge ยังมาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 360 องศา มาพร้อมกับ Woofer 200 วัตต์สองตัว, Midrange 100 วัตต์สองตัว, และ Tweeter 100 อีกสองตัว ช่วยให้การขับเสียงเบสได้อย่างทรงพลังยิ่งขึ้น

โดยสามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่าน Bluetooth รวมไปถึงเชื่อมต่อผ่านแอปฯ BANG & Olufsen ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือจะเชื่อมต่อแบบ Streaming AirPlay และ Chromecast ก็ทำได้อย่างสะดวกสบายเช่นกัน โดยวางจำหน่ายในราคา 139,000 บาท ซึ่งเป็นราคามาตราฐานที่เท่ากันทั่วโลก

นอกจากนี้ยังมี Gadget สุดล้ำต่าง ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของ B&O ไม่ว่าจะเป็น Bang & Olufsen BeoVision Eclipse OLED TV ที่สามารถหมุนได้ 360 องศาก็ล้ำไม่แพ้กันเลยทีเดียว

ซึ่งการร่วมมือกันระหว่างสองบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน จะทำให้กลยุทธ์ในการขยายตลาดของแบรนด์ B&O ประสบความสำเร็จ และทั้งสองตั้งเป้าไว้ว่า จะเพิ่มยอดขายโดยรวมให้ได้ 200% ในปี 2020

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

กสทช. เปิดคืนใบอนุญาต “ดิจิทัลทีวี” อย่างเป็นทางการ – ประกาศแผนคลื่น 700 MHz

Published

on

By

ฐากร ตัณทสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. ได้กล่าวว่า กสทช. จะพิจารณาเรียกคืนคลื่นความถี่ 694-790 MHz ซึ่งตอนนี้ใช้โดยผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล มาจัดสรรใหม่เพื่อรองรับบริการ 5G และนำเงินที่ได้จากการประมูลชดเชยธุรกิจทีวีดิจิทัล

ซึ่ง ..นที ศุกลรัตน์ ได้ทำร่างหลักเกณฑ์ทั้งการเยียวยาและการประมูลคลื่น 700 MHz เสนอเข้าที่ประชุมบอร์ดกสทชในวันที่ 15 ที่ผ่านมา โดยต้องการ ชดเชยการเสียประโยชน์จากการใช้คลื่น 700 MHz ให้ผู้เกี่ยวข้องในด้านทีวีดิจิทัลดังนี้

  • ชดเชยทีวีดิจิทัลไม่ต้องจ่ายเงินค่างวดประมูล 2 งวดสุดท้ายที่เหลืออยู่
  • ชดเชยค่าเช่า MUX (เครื่องและเสาส่งสัญญาณ) และค่าเช่าสัญญาณดาวเทียมที่ช่องทีวีดิจิทัลต้องแบกรับภาระ
  • ผู้ประกอบการ MUX ได้รับเงินชดเชยการย้ายคลื่น หรือถูกเรียกคืนคลื่นบางส่วน
  • เงินสนับสนุนด้านทำ TV Rating

ส่งผลให้ผู้ประกอบการช่องทีวีดิจิทัลไม่ต้องจ่าย 1.6 หมื่นล้านบาทจาก 2 งวดสุดท้ายของค่าประมูล และเปิดทางให้ คืนใบอนุญาต ได้

ทั้งนี้ยังไม่ลดตัวว่าจะมีการประมูลคลื่นความถี่ 700 MHz จำนวนกี่ใบ โดยจะต้องพิจารณาจาก ช่วงคือ ย่านรับ 703-738 MHz และ ย่านส่ง 758-793 MHz โดยมีจำนวนแบนด์วิดท์รวมทั้งสิ้น 2×35 MHz กำหนดระยะเวลาจ่ายเงิน 10 ปี 9 งวด

ส่วนระยะเวลาการขยายเครือข่าย และราคาเริ่มต้นประมูล ยังไม่มีข้อสรุป ต้องรอการทำงานของคณะทำงาน กสทช. ก่อน

อ้างอิง Positioningmag

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!