ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

รายงานเผย มีการจ่ายค่าไถ่ทางไซเบอร์ผ่านธนาคารในสหรัฐฯ รวมกันกว่า 45,000 ล้านบาท

Table of Content

เครือข่ายการบังคับใช้กฎหมายต่ออาชญากรรมทางการเงิน (FinCEN) ในสังกัดกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา (USDT) เผยว่าในปี 2021 มีการทำธุรกรรมเกี่ยวกับการจ่ายค่าไถ่ให้กับอาชญากรที่ใช้มัลแวร์เรียกค่าไถ่ผ่านธนาคารของสหรัฐฯ รวมกันถึงเกือบ 1,200 ล้านเหรียญ (ราว 45,000 ล้านบาท)

นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่าการจ่ายค่าไถ่ในปี 2021 ยังเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 188 เมื่อเทียบกับปี 2020 เหตุการณ์ถึงร้อยละ 75 เกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2021 โดยผู้ก่อเหตุจำนวนมากมาจากรัสเซีย

FinCEN ชี้ว่าตัวเลขข้างต้นไม่ได้แปลว่ามีจำนวนการโจมตีมากขึ้นเสมอไป แต่อาจหมายถึงว่าการโจมตีในแต่ละครั้งทวีความรุนแรงมากขึ้นก็ได้

ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ใช้ในการวิเคราะห์นั้น FinCEN นำมาจากเอกสารคดีภายใต้กฎหมายรักษาความลับของธนาคาร (BSA) ตลอดทั้งปี 2021 ซึ่ง FinCEN ได้รับเอกสารบันทึกที่เกี่ยวกับมัลแวร์เรียกค่าไถ่มากถึง 1,489 ฉบับ

ฮิมาเมาลิ ดัส (Himamauli Das) รักษาการณ์ผู้อำนวยการ FinCEN ระบุว่ารายงานนี้เผยให้เห็นความสำคัญของการจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ BSA ซึ่งทำให้ FinCEN สามารถศึกษาแนวโน้มและรูปแบบภัยคุกคามดังกล่าว ให้นำไปสู่การร่วมมือในระดับรัฐบาลเพื่อปกป้องและต่อกรกับมัลแวร์เรียกค่าไถ่ได้

ที่มา TechRadar

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

สัมภาษณ์ผู้สร้าง Mega Man Dual Override ที่เผลอสร้างปีศาจมาให้คุณปราบ!

04/11/2026
Read More

ฉลอง 10 ปี ! ทรูเปิดตัว “TrueSphere SKY EDITION – Where Every Journey Becomes a Privilege” เชื่อมโยงความสุขระดับเฟิร์สคลาสจากใจกลางเมืองสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

03/11/2026
Read More

เปิดราคา NEW DENZA D9 สองรุ่นย่อย พร้อม BYD Flash Technology ระดับพรีเมียม เริ่ม 2,199,900 บาท

03/11/2026
Read More

Apple เตือน 99 ประเทศ สปายแวร์เจาะข้อมูลกำลังระบาด ! อาวุธไซเบอร์ที่แม้แต่คนดังและนักการเมืองยังต้องหวาดผวา

03/11/2026
Read More

THAIMART PRESENTS CREATOR AFFILIATE & COMMERCE FEST 2026

03/11/2026
Read More

นี่เรายังได้เบิร์นแผ่น CD อยู่นะ Gadhouse เปิดให้เข้าไปแต่ง CD + เพิ่มเพลย์ลิสต์เองไว้อวดโซเชียล

03/11/2026
Read More

Related Content