Connect with us

ข่าววงการไอที

Google ไขความลับระบบกันภาพสั่นของ Pixel 2 และ Pixel 2 XL

Google เปิดเผยงานวิจัยเทคนิคระบบกันภาพสั่นของ Pixel 2 และ Pixel 2 XL ได้อย่างยอดเยี่ยม

Published

on

Google เปิดเผยงานวิจัยเทคนิคระบบกันภาพสั่นของ Pixel 2 และ Pixel 2 XL ได้อย่างยอดเยี่ยม

เทคนิคดังกล่าวเรียกว่า Fused Video Stabilization ซึ่งสร้างขึ้นจากระบบ OIS (Optical Image Stabilization) และ EIS (Electronic Image Stabilization) โดยให้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพสูง ป้องกันการสั่นไหวได้อย่างอิสระทุกทิศทาง จนได้คะแนนการทดสอบจาก DxO ไปสูงมาก

แต่การบันทึกวิดีโอด้วยสมาร์ทโฟนนั้น ขึ้นอยู่ปัจจัยต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • การสั่นของกล้อง ซึ่งโดยปกติแล้ว การหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาบันทึกวิดีโอในทันทีนั้นจะทำให้เกิดการสั่นไหวของภาพ และถ้าเราเคลื่อนไหวตามไปด้วย ภาพที่ได้ก็จะมีความสั่นไหวมากขึ้นด้วยเช่นกัน

  • อาการภาพที่เบลอจากการเคลื่อนไหว (Motion Blur) เกิดจากการที่กล้องหรือวัตถุสั่นในระหว่างบันทึกวิดีโอ ถึงแม้จะมีการแก้เฟรมต่างๆในภายหลัง แต่วิดีโอที่ได้จะปรากฏเป็นภาพเบลอและชัดสลับกันไป

  • อาการภาพล้ม (Rolling Shutter) เกิดจากการที่เซ็นเซอร์ภาพ CMOS เก็บพิกเซลภาพเป็นแถวจากด้านบนลงล่าง เป็นเวลา 10 มิลลิวินาที ซึ่งถ้าหากมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วระหว่างการบันทึก ก็จะทำให้เกิดอาการภาพล้ม ดังวิดีโอด้านล่างนี้

  • โฟกัสไหล (Focus Breathing) เป็นความไม่เสถียรของมุมมองภาพในขณะปรับโฟกัส เนื่องจากมีวัตถุมาอยู่ในระยะใกล้อย่างรวดเร็ว ผลก็คือทำให้ภาพพื้นหลังมีแสงจ้าและกระจายไปทั่ว ดังวิดีโอด้านล่างนี้

อย่างไรก็ดี ระบบป้องกันการสั่นของภาพที่รู้จักกันดีในปัจจุบันก็คือ OIS (Optical Image Stabilization: ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออฟติคอล) และ EIS (Electronic Image Stabilization: ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบอิเลกทรอนิกส์) ซึ่งยังมีข้อผิดพลาดในการประมวลผลภาพบางประเภท

แล้ว Fused Video Stabilization เข้ามาทำงานได้อย่างไร ?

Fused Video Stabilization จะใช้ทั้ง OIS และ EIS ในขณะบันทึกวิดีโอเพื่อระบุถึงปัญหาต่างๆข้างต้น โดยแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นตอน คือ

  • วิเคราะห์การเคลื่อนไหวด้วย ไจโรสโคป ความไวสูง
  • คัดกรองการเคลื่อนไหว (Motion Filtering) รวมเข้ากับ AI เพื่อคำนวนและคาดคะเนการเคลื่อนไหวของบุคคลในขณะที่ถูกบันทึกภาพ หรือเรียกว่า Lookahead Motion Filtering
  • สังเคราะห์เฟรม เพื่อลบอาการภาพล้มและโฟกัสไหล

นั่นทำให้วิดีโอที่ได้จากการเทคนิค Fused Video Stabilization ใน Pixel 2 นั้น มีอาการภาพเบลอจากการเคลื่อนไหวน้อยลง และดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ทั้งวิดีโอในระดับ 60 fps หรือ 4K

กล่าวคือ Fused Video Stabilization ได้นำเอา AI มาช่วยในการประมวผลภาพ โดยฟีเจอร์หนึ่งที่มีความสำคัญ ก็คือ Lookahead Motion Filtering โดยมีการทำงานที่น่าสนใจ ดังนี้

  • วิเคราะห์และจดจำรูปแบบการเคลือนไหวของผู้ใช้ และสร้างการเคลื่อนไหวให้นุ่มนวลมากขึ้น
  • ทำการเทรนซอฟต์แวร์ให้แยกการเคลื่อนไหวที่ตังใจออกจากการเคลื่อนไหวอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น ถ้าหากระบบคาดการณ์ว่ากล้องจะหมุนไปในแนวราบ ก็จะตัดการเคลื่อนไหวในแนวดิ่งออก ซึ่งทำให้ภาพมีความนิ่งมากขึ้น
  • ตัดส่วนขอบที่เกินออกจากภาพ เพื่อให้ภาพมีความสมบูรณ์มากขึ้น

นอกจากนี้ การใช้ ไจโรสโคป ความไวสูง ร่วมกับ OIS ยังช่วยให้ระบุการเบลอของภาพจากการเคลื่อนไหวในแต่ละเฟรมได้อย่างแม่นยำ ทั้งก่อน ในระหว่าง และหลังจากการบันทึก แล้ว AI ก็จะคำนวณเพื่อสร้างแบบจำลองการสั่น และช่วยลดการสั่นของภาพที่เกิดขึ้นได้ ดังวิดีโอด้านล่างนี้

เรามาดูตัวอย่างวิดีโอที่บันทึกโดย Pixel 2 ด้วยเทคนิค Fused Video Stabilization ซึ่งทำให้ภาพมีความนุ่มนวลเป็นอย่างมาก

ข้อมูลอ้างอิง : google

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการไอที

Microsoft เปิดตัว Surface Laptop 2 สีชมพูสุดหวาน!

Published

on

Microsoft เปิดตัว Surface Laptop 2 สีใหม่ สีชมพูรุ่นพิเศษ วางจำหน่ายเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น ซึ่ง Panos Panay หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ Surface เผยว่า รุ่นนี้ถูกออกแบบโดย Quan ซึ่งเป็นนักออกแบบของทีมที่เก๋ามาก

ยังไม่มีการยืนยันจาก Microsoft แน่ชัดว่าทำไมสีชมพูถึงถูกวางจำหน่ายเฉพาะในจีนเท่านั้น แต่ดูจากก่อนหน้านี้ที่ Apple เปิดตัวผลิตภัณฑ์สี Rose Gold ซึ่ง Tim Cook ให้เหตุผลว่า “เพราะผู้ใช้งานชาวจีนชอบ”

พรุ่งนี้ Microsoft จะเปิดจำหน่าย Surface Laptop 2 อย่างเป็นทางการแล้ว มาพร้อมกับ CPU Intel รุ่นที่ 8 อย่างเป็นทางการแล้วครับ

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการไอที

การแพทย์ก้าวหน้า! Google AI ตรวจจับเซลล์มะเร็งเต้านมระยะลุกลามได้ดีกว่านักพยาธิวิทยา ให้ความแม่นยำสูงถึง 99%

Published

on

Google AI LYNA Breast Cancer

ทำ AI แข่งเกมโกะกับคนจริงๆ ก็ทำมาแล้ว คราวนี้ ยักษ์ใหญ่แห่งวงการไอทีก็ได้โอกาสสร้าง AI เพื่อรักษาชีวิตมนุษย์กันบ้าง โดยล่าสุด Google เผยว่า AI อาจกลายเป็นสิ่งสำคัญในอนาคต ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการตรวจจับเซลล์มะเร็ง โดยนักวิจัยของกูเกิลได้ออกแบบและพัฒนาระบบ Deep Learning ที่ตรวจจับเซลล์มะเร็งเต้านมระยะลุกลามในสไลด์ ได้แม่นยำกว่านักพยาธิวิทยาเสียอีก ซึ่งนักวิจัยได้พัฒนาอัลกอริทึมที่ชื่อว่า Lymph Node Assistant (LYNA) เพื่อจำแนกลักษณะของเนื้องอกจากสไลด์ตัวอย่างทั้งสองชุด จึงสามารถตรวจหาการแพร่กระจายของเนื้อร้ายได้หลายรูปแบบ นอกจากนี้ AI ยังแยกแยะสไลด์ที่มีเซลล์มะเร็งกับสไลด์ที่ไม่มีเซลล์มะเร็งได้แม่นยำถึง 99% (ในเงื่อนไขที่เหมาะสม) แม้ว่าจะเล็กมากจนนักพยาธิวิทยาอาจหาไม่เจอก็ตาม

อัลกอริทึม LYNA จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเมื่อทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วย : นักพยาธิวิทยาได้วินิจฉัยแบบจำลอง พบว่า เทคโนโลยี Deep Learning ช่วยทำให้งานของพวกเขา (นักพยาธิวิทยา) ง่ายขึ้น ไม่เพียงแต่ลดอัตราการแพร่กระจายของเชื้อเท่านั้น แต่ยังลดระยะเวลาในการวินิจฉัยให้น้อยลงจาก 2 นาที เหลือแค่ 1 นาที อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังเป็นแค่งานวิจัย และยังไม่ได้นำมาใช้ร่วมกับการวินิจฉัยโรคจริงๆ ต้องรอดูกันต่อไปว่า หากนำมาใช้ในการรักษากับผู้ป่วยแล้ว จะมีสมาคมทางการแพทย์ที่ไหนรับรอง AI ตัวนี้บ้าง

 

ที่มา : Engadget

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการไอที

ลามไปถึงเพื่อนบ้าน! วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เตือนนายกแคนาดา ให้ยุติการพัฒนา 5G ร่วมกับ Huawei โดยด่วน

Published

on

Huawei Canada

หลังจากที่ Huawei โดนรัฐบาลมะกันสั่งแบนจนถึงขั้นม้วนเสื่อกลับบ้านเกิด ถึงคราวที่เพื่อนบ้านแดนเมเปิลต้องหวาดระแวงกันบ้างแล้ว เพราะล่าสุด Mark Warner และ Marco Rubio วุฒิสมาชิกของสหรัฐฯ ยื่นจนหมายเปิดผนึกถึง Justin Trudeau นายกรัฐมนตรีแคนาดา เรียกร้องให้รัฐบาลแคนาดายุติการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ร่วมกับหัวเว่ย

“ในขณะที่แคนาดามีระบบโทรคมนาคมที่ปลอดภัย เรากังวลว่าการรักษาความปลอดภัยดังกล่าวยังไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับข้อมูลของหัวเว่ยที่สหรัฐฯ และพันธมิตรได้สืบทราบมา” วุฒิสมาชิกเตือนแคนาดาอีกว่า “ให้พิจารณาความร่วมมือระหว่างหัวเว่ยและแคนาดา ไม่ว่าจะด้านใดๆ ก็ตาม รวมไปถึงการพัฒนา, การแนะนำ และการบำรุงรักษาระบบ 5G ด้วย”

เสียงเรียกร้องดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากที่หัวหน้าศูนย์ความมั่นคงทางไซเบอร์ของแคนาดา (Canadian Centre for Cyber Security) เผยข้อกังวลด้านความปลอดภัยของหัวเว่ยในเดือนที่แล้ว ซึ่งหน่วยงานแห่งนี้ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลกลาง ให้ดูแลด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นหลักนั่นเอง

เทคโนโลยี 5G นำไปสู่การท้าทายระบบรักษาความปลอดภัยแบบใหม่ ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัติออกคำเตือนถึงการนำบริษัทที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลจีนมาสร้างระบบ 5G โดยสหรัฐฯ และพันธมิตรที่ใกล้ชิด (แคนาดา, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และสหราชอาณาจักร) เปรียบเปรยว่า เหมือนเอาสุนัขจิ้งจอกมาเฝ้าเล้าไก่ (ไว้ใจไม่ได้)

รัฐบาลสหรัฐได้ลงนามกฎหมาย Defense Authorization Act ซึ่งห้ามไม่ให้หน่วยงานใดๆ ในประเทศใช้บริการ หรือสั่งซื้ออุปกรณ์ที่มาจาก Huawei หรือ ZTE และอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา รัฐบาลออสเตรเลียก็ได้สั่งห้ามไม่ให้สองบริษัทนี้พัฒนา 5G ด้วยเช่นกัน

เนื่องจากมีการแบ่งปันข่าวกรองร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรที่ใกล้ชิด รัฐบาลแคนาดาจึงได้รับรู้ถึงภัยคุกคามที่บริษัทของจีนกระทำต่อสหรัฐฯ “เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลของคุณ (รัฐบาลแคนาดา) สืบค้นข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ” หนึ่งในประโยคที่วุฒิสมาชิกระบุไว้ในจดหมายเปิดผนึก

 

ที่มา : TechCrunch

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!