Connect with us

ข่าววงการไอที

Instagram เปิดตัวฟังก์ชันเพิ่มเพื่อนใหม่ด้วย Nametag ไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์ Username อีกต่อไป!

ใครที่มีเพื่อนใน Instagram แล้วใช้ Username ยาวๆ หรือมีอักษรแปลกๆ คงจะลำบากไม่น้อยตอนกด Follow แต่ล่าสุด อินสตาแกรมได้เปิดตัวฟังก์ชันใหม่อย่าง Nametag ซึ่งคล้าย QR-Code แต่ลักษณะออกแนวป้ายชื่อ ทำให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มเพื่อนได้ทันทีโดยไม่ต้องพิมพ์ตัวอักษรเลยแม้แต่น้อย หรือจะแคปหน้าจอของ Nametag แล้วนำไปแชร์ต่อบนสื่อสังคมออนไลน์เพื่อให้เป็นที่รู้จักแก่ผู้อื่นก็ทำได้อีกเช่นกัน นอกจากนี้ ตัว Nametag เองสามารถปรับเปลี่ยนสี อีโมจิ ภาพเซลฟี่ ตามที่ผู้ใช้ต้องการอีกด้วย โดยเข้าไปตั้งค่าได้ที่ โปรไฟล์ > เมนู (ปุ่มสามขีด) > Nametag

หากผู้ใช้ต้องการเพิ่มเพื่อน ให้เข้าไปที่ Nametag แล้วกดที่ Scan a Nametag กล้องจะปรากฎขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้สแกน Nametag ของเพื่อน

ซึ่ง Nametag ตัวนี้สามารถตกแต่งลวดลายด้วย Emoji หรือหน้าตัวเองได้ด้วย เก๋มาก

เมื่ออัปเดตแอพอินสตาแกรมเวอร์ชันล่าสุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สามารถใช้งานได้ทันที ทั้งบน Android และ iOS

ที่มา : Instagram

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการไอที

หลุดข้อมูล Collection #1 แค่น้ำจิ้ม! ยังมี “Collection #2 ถึง #5 อีก” รวมกันเกือบ 1 TB

Collection #1 แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ยังมี Collection #2, Collection #3, Collection #4 และ Collection #5 อีก

Published

on

จากเมื่อไม่นานมานี้มีรายงานข้อมูลในระดับมหาศาลหลุดออกมา เรียกว่า Collection #1 โดยมีขนาด 87 GB ซึ่งมีอีเมลแอดเดรสไม่น้อยกว่า 773 ล้านแอคเคาท์ และพาสเวิร์ดอีก 21 ล้านชุด

ล่าสุดมีรายงานว่า Collection #1 เป็นแค่ส่วนหนึ่งของชุดข้อมูลที่หลุดออกมาเท่านั้น ยังมีการหลุดของข้อมูลในลักษณะเดียวกันอีกหลายชุด รวมกันมีขนาดเกือบ 1 TB โดยทั้งหมดได้ถูกนำจำหน่ายในราคารวมกันเพียงแค่ 45 เหรียญ เท่านั้น

ชุดข้อมูลดังกล่าวที่หลุดออกมา นอกเนือจาก Collection #1 ยังมีทั้ง Collection #2, Collection #3, Collection #4, Collection #5, AP MYR&ZABUGOR #2 และ ANTIPUBLIC #1

Brian Krebs ได้อธิบายว่าชุดข้อมูล Collection #1 นั้น มีอายุเพียง 2 – 3 ปี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บางรายที่ไม่ได้เปลี่ยนพาสเวิร์ดเลยในช่วง 3 ปีหลังมานี้ และชุดข้อมูลหลุดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ Collection #2 ซึ่งมีขนาดถึง 526 GB

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ แฮกเกอร์ได้จำหน่ายชุดพาสเวิร์ดอายุไม่เกิน 1 ปี ซึ่งมีขนาดมหาศาลถึง 4 TB เลยทีเดียว

 

จริงอยู่ที่ผู้ใช้บางรายอาจไม่ให้ความสนใจเกี่ยวกับพาสเวิร์ดมากนัก ทำให้มีการใช้พาสเวิร์ดที่สามารถคาดเอาได้ง่ายอยู่บ่อยครั้ง ซ้ำรายผู้ใช้บางรายยังใช้พาสเวิร์ดเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีก

นั่นจะกลายเป็นเหยื่อของเหล่าแฮกเกอร์ที่พยายามเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้อยู่บ่อยครั้ง

ทั้งนี้ ผู้ใช้พีงตระหนักว่า เพียงแค่พาสเวิร์ดชุดเดียวที่ถูกแฮกไป ก็อาจสามารถเข้าถึงแอคเคาท์ต่าง ๆ ได้มากมาย และอีเมลแอดเดรสที่ถูกแฮกไป ก็เป็นกุญแจสำคัญที่จะเข้าถึงบริการออนไลน์ต่าง ๆ ได้หลายตัวอีกด้วย

ข้อมูลอ้างอิง : bgr

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการไอที

Apple เตรียมเปิดตัว iPad mini 5 และ iPad ราคาถูกรุ่นใหม่ช่วงครึ่งปีแรก!

Published

on

Digitimes รายงานจากผู้ผลิตชิ้นส่วนหน้าจอเผยว่าตอนนี้โรงงานมีการเตรียมชิ้นส่วนหน้าจอทั้งหมดสองชิ้นสำหรับ iPad ซึ่งคาดว่าจะเป็น iPad mini 5 และ iPad ราคาถูกรุ่นใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2019 ครับ

ก่อนหน้านี้ก็เคยมีรายงานเกี่ยวกับ iPad รุ่นใหม่ทั้งสองรุ่นมาแล้ว โดยสื่อจากประเทศจีนเผยว่า Apple จะลดต้นทุนของ iPad mini 5 ลง โดยการลดประสิทธิภาพหน้าจอ แต่เพิ่มสเปกในส่วนอื่นได้แก่ชิปประมวลผลให้แรงยิ่งขึ้น

ส่วน iPad 9.7 จะถูกขยายขนาดหน้าจอเป็น 10 นิ้วในเครื่องขนาดเท่าเดิม นั่นหมายความว่า iPad ราคาถูกรุ่นใหม่จะมีขอบหน้าจอที่บางลง และมีความเป็นไปได้ว่าอาจใช้ดีไซน์เดียวกับ iPad Pro 2018 ซึ่งทำให้รองรับ Apple Pencil 2 ด้วย

สำหรับใครที่กำลังรอซื้อ iPad รุ่นใหม่แต่ผิดหวังจาก iPad Pro 2018 แล้ว (งอง่ายเสียเหลือเกิน) Apple อาจจเปิดตัวในเดือนมีนาคม-เมษายนนี้ครับ

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการไอที

ด่วน! หลุดข้อมูลอีเมลมหาศาลถึง 773 ล้านแอคเคาท์ : พร้อมวิธีตรวจสอบว่าข้อมูลเราโดนไปด้วยหรือไม่

Published

on

เว็บไซต์ Wired ได้รายงานว่า เมื่อไม่นานมานี้ได้มีฐานข้อมูลจำนวนมหาศาลซึ่งประกอบไปด้วย อีเมลแอดเดรสจำนวน 772,904,991 แอคเคาท์ และพาสเวิร์ดอีกมากกว่า 21 ล้านชุด ถูกโพสต์ลงในเว็บแฮกออนไลน์

การแฮกครั้งได้ถูกพบครั้งแรกโดย Troy Hunt จาก Have i Been Pwned เว็บไซต์ด้านความปลอดภัยจากการแฮกข้อมูลที่ช่วยตรวจสอบว่าอีเมลและพาสเวิร์ดของผู้ใช้ได้ถูกเจาะหรือไม่ และเว็บไซต์ใดที่ปล่อยข้อมูลนั้น ๆ ออกมา

ชุดข้อมูลที่หลุดออกมาในครั้งนี้ถูกเรียกว่า “Collection #1” โดยทาง Wired ได้รายงานว่า ไม่ได้มาจากแหล่งข้อมูลแหล่งใดแหล่งหนึ่งอย่างจำเพาะเจาะจง แต่เป็นการรวมรวมจากฐานข้อมูลที่หลุดออกมาถึง 2,000 แห่ง ซึ่งรวมถึงพาสเวิร์ดที่ได้ถูกเจาะไปแล้วด้วย

“Collection #1” ถือได้ว่าเป็นหนึ่งการรั่วไหลของข้อมูลระดับมหาศาลที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ รองจากการแฮก Yahoo ที่ส่งผลกระทบต่อยูสเซอร์ผู้ใช้มากถึง 3 พันล้านยูสเซอร์

วิธีตรวจสอบว่าข้อมูลอีเมลของเราโดนไม่ด้วยหรือไม่

การตรวจสอบว่าข้อมูลอีเมลของเราได้รับผลกระทบไปด้วยหรือไม่นั้น ทางเว็บไซต์ BusinessInsider ได้รายงานว่า สามารถตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ HaveIBeenPwned.com ได้โดยตรง โดยใส่อีเมลแอดเดรสลงไปก็จะรู้ได้ว่าข้อมูลของเราได้รับผลกระทบจาก Collection #1 หรือไม่ (ดังภาพที่ปรากฏด้านล่างนี้)

นอกจากนี้ในเว็บไซต์ HaveIBeenPwned.com ยังมีแท็บ Passwords ที่ช่วยตรวจสอบว่าพาสเวิร์ดของเราถูกเจาะไปด้วยหรือไม่ โดยใส่พาสเวิร์ดที่เราจำได้ลงไป

ถ้าหากพบว่าพาสเวิร์ดของเราได้รับผลกระทบ (ดังภาพที่ปรากฏด้านล่างนี้) ก็ควรรีบเปลี่ยนพาสเวิร์ดใหม่โดยทันที

ข้อมูลอ้างอิง : businessinsider

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!