Messenger Kids

หายห่วง! Messenger Kids อัปเดตให้ผู้ปกครองตามดูประวัติการแชต วิดีโอคอลและภาพที่ส่งได้

ตั้งแต่ Facebook เปิดตัว Messenger Kids เมื่อเดือนธันวาคม 2017 มีหลายคนตั้งข้อสงสัยมากมายว่าจะสร้างแอปสำหรับเด็กไปเพื่ออะไร เพราะทุกวันนี้เด็กติดดูคลิปและเล่นเกมบนมือถือจนมีอาการไม่ปกติทางสาย สมาธิสั้น และขาดความเอาใจใส่หน้าที่อย่างอื่นจนผู้ปกครองหลายคนหนักใจ บางรายต้องพาไปพบแพทย์ถึงขั้นบำบัด ก็ไม่แปลกถ้าบางคนจะมีความคิดแว้บเข้ามาว่า Facebook อยากให้เด็กเล่น Messenger Kids เพื่อจะได้มีโฆษณาสำหรับเด็กเข้ามาใช่หรือไม่ ดังนั้นจึงมีผู้ปกครองออกมาเรียกร้องให้ปิดแอป

ต่อมาปีที่แล้ว Facebook ออกมายืดอกยอมรับว่า Messenger Kids มีข้อบกพร่องด้านความปลอดภัย ซึ่งเด็กสามารถเข้าร่วมกลุ่มแชตกับผู้ที่ไม่มีรายชื่อในการติดต่อได้ โดยปกติบุคคลในรายชื่อการติดต่อจะถูกเพิ่มเข้ามาได้ต้องรับอนุญาตจากผู้ปกครองก่อน ดังนั้นเพื่อนที่ผู้ปกครองไม่รู้จักหรือไม่ไว้ใจก็สามารถเข้ามาพูดคุยกับเด็กได้

4 กุมภาพันธ์ 2020 Facebook ประกาศว่าได้อัปเดต Messenger Kids ให้มีออปชันใหม่เพิ่มเข้ามาสำหรับผู้ปกครองสามารถเห็นและควบคุมการใช้แอปแชตข้อความของลูกหลาน โดยผู้ปกครองสามารถเข้าถึงเครื่องมือควบคุมได้ที่หน้าแดชบอร์ดบน Facebook หลักของตน

ฟีเจอร์ใหม่จะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมว่าใครกำลังส่งข้อความคุยกับเด็ก แม้กระทั่งวิดีโอคอลหาเด็ก และประวัติการคุยของใครก็ตามที่เด็กได้บล็อกเอาไว้ในแอป นอกจากนี้สามารถดูภาพที่เด็กเคยรับส่งหากันได้ด้วย

นอกจากนี้ผู้ปกครองยังสามารถปลดแอปออกจากการเชื่อมต่อในระยะไกลได้ตลอดเวลา ประมาณว่าคุยกับเพื่อนนานหรือคุยอะไรไม่เหมาะสมก็ปิดการเชื่อมต่อได้ทันที และผู้ปกครองสามารถดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมดของเด็กได้เช่นเดียวกับฟีเจอร์ใน Facebook อีกด้วย

แม้ Messenger Kids จะอนุญาตให้บล็อกเพื่อนในรายการผู้ติดต่อบางคนได้ แต่เด็กก็สามารถคุยกับเพื่อนคนนั้นได้ถ้าเขาอยู่ในกลุ่มแชตเดียวกัน ซึ่งเมื่อเด็กเข้าในกลุ่มแชตก็จะมีการแจ้งเตือนให้ทราบว่ามีใครบางคนที่ถูกบล็อกอยู่ในกลุ่มนั้น โดย Facebook จะบอกให้เด็กสามารถปลดบล็อกเพื่อนในตอนนั้นได้ด้วยตนเอง และการสนทนากับผู้ติดต่อที่ถูกบล็อกจะถูกจัดเก็บไว้ในอินบ็อกซ์เพื่อแสดงอยูในตัวเลือกให้ผู้ปกครองเข้ามาอ่านตรวจสอบได้

สุดท้าย Facebook ยืนยันว่าจะไม่แชร์ข้อมูลผู้ใช้ Messenger Kids ให้กับบุคคลที่สามและไม่นำข้อมูลไปใช้ในด้านโฆษณา แต่หลายอาจจะไม่มั่นใจว่า Facebook จะทำได้หรือไม่ อันนี้ก็ไม่แน่ Facebook อาจต้องการจะสร้างสิ่งใหม่ที่ดีให้กับทุกคนก็เป็นได้

ที่มา : The Verge

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก