เสา 5G

วุ่น! ชาวเบอร์มิงแฮมในอังกฤษเผาเสาโทรศัพท์ 5G เหตุถูกปลุกปั่นว่าแพร่เชื้อ COVID-19

เว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลกให้ข้อมูลว่า COVID-19 เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนาที่เพิ่งค้นพบใหม่ ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยถึงปานกลางและฟื้นตัวโดยไม่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง และโรคมะเร็งมีแนวโน้มที่จะเกิดป่วยร้ายแรง การแพร่กระจายเชื้อจะผ่านทางละอองน้ำลาย หรือน้ำมูกที่มาจากจมูกเป็นหลักเมื่อผู้ติดเชื้อมีอาการไอหรือจาม การป้องกันให้ล้างมือหรือใช้แอลกอฮอล์เช็ดถูบ่อย ๆ และไม่สัมผัสใบหน้า

สัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีความเชื่อที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลขององค์การอนามัยโลกที่อ้างว่าคลื่นโทรศัพท์ 5G สามารถแพร่กระจายเชื้อ COVID-19 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเมืองเบอร์มิงแฮมเมืองที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษเป็นอันดับสองรองลงมาจากกรุงลอนดอน ซึ่งได้มีการวางเพลิงเผาเสาโทรศัพท์ 5G ในหลายพื้นที่เนื่องจากประชาชนถูกปลุกปั่นว่าเสาสัญญาณ 5G จะแพร่กระจายเชื้อ COVID-19 รวมทั้งวิศวกรโทรคมนาคมที่ดูแลเครือข่ายกำลังเผชิญหน้ากับคำข่มขู่และการคุกคามสร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างพื้นฐานของ 5G

เกิดเหตุไฟไหม้เสาโทรศัพท์ให้บริการ LTE จุดหนึ่งที่สำคัญในเมืองเบอร์มิงแฮมที่มีการเข้าถึงมากที่สุด ซึ่งวิศวกรกำลังอยู่ในสถานที่เพื่อตรวจสอบสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ แต่เท่าที่ประเมินตอนนี้น่าจะเกิดจากการลอบวางเพลิง และยังไม่มีความชัดเจนว่าใครอยู่เบื้องหลัง

Stephen Powis ผู้อำนวยการระบบบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษได้ออกมากล่าวถึงการกระทำดังกล่าวว่าน่ารังเกียจอย่างที่สุด เพราะการโจมตีเครือข่ายโทรศัพท์จะมีผลกระทบที่สำคัญต่อการปฏิบัติงานของพนักงานฉุกเฉินและเจ้าหน้าที่ด้านการดูแลสุขภาพ และขณะเดียวกัน Nick Jeffery ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Vodafone ผู้ให้บริการโทรคมนาคมในอังกฤษให้ความเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ

ไม่มีทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ยืนยันได้ว่าความถี่สูงของ 5G จะเป็นอันตรายกับสุขภาพและช่วยกระตุ้นการเติบโตของไวรัสโคโรนา ซึ่งเห็นได้ชัดว่าอัตราการติดเชื้อ COVID-19 นั้นไม่เกี่ยวข้องกับเสาจุดแพร่สัญญาณ 5G เช่น ในประเทศอิหร่านยังไม่มีบริการ 5G แต่กลับมีอัตราการติดเชื้อสูง ดังนั้นการโจมตีต่อต้าน 5G ในอังกฤษน่าจะมาจากความกลัวที่ไม่ได้อยู่บนหลักการและเหตุผล จนถึงตอนนี้ยังไม่มีความแน่ชัดว่ารัฐบาลอังกฤษจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร จะจัดหนักแค่ไหนเดี๋ยวก็คงรู้กัน

ที่มา : engadget

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แสดงความคิดเห็น