Windows 11 มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานครั้งใหญ่ เมื่อเทียบกับ Windows 10

YouTuber ชื่อ Ben Anonymous ได้ทำการทดสอบ Windows 11 โดยอ้างว่าใช้ Windows 11 อย่างเป็นทางการ แต่ก็สังเกตได้ว่าเป็น Build 21996.1 เหมือนกับไฟล์ที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ แต่มีสิ่งที่ต่างแบบผิดปกติคือ มีคุณสมบัติบางอย่างที่ไม่ได้ปรากฎในไฟล์ที่หลุดมา โดยได้ใช้แล็ปท็อปที่ใช้ Intel Core i7-10875H และ NVIDIA GeForce RTX 2070 Super ในการทดสอบ

เมื่อได้ทำการทดสอบพบว่ามีสิ่งที่น่าสนใจดังนี้

  • บูตบนเครื่องนี้ได้ใน 13 วินาที จากแต่เดิมใช้ Windows 10 ใช้เวลาบูต 16 วินาที
  • ทดสอบประสิทธิภาพกราฟิกด้วยชุดทดสอบ Time Spy ของ 3DMARK ได้คะแนนถึง 7,613 คะแนน จากเดิมที่ได้ 6,573 คะแนน โดยคะแนน GPU เพิ่มขึ้นจาก 6,927 เป็น 7,426 คะแนน และคะแนน CPU เพิ่มขึ้นจาก 6,573 เป็น 8,886 คะแนน
  • ทดสอบประสิทธิภาพการอ่านเขียนข้อมูลบน SSD/HDD ด้วยโปรแกรม CrystalDiskMark ก็สามารถอ่านเขียนได้เร็วกว่าเดิมอีก!

ตรงนี้ทางแบไต๋ก็ได้ทดสอบติดตั้งลงในโน้ตบุ๊กรุ่นเก่า Core i5 Gen 3 ที่ยังคงใช้ HDD 5400rpm และใช้งานทั่วไปพบว่าการเรียกใช้งานโปรแกรมต่าง ๆ เร็วกว่าตอนยังใช้ Windows 10 อย่างเห็นได้ชัดนะครับ แม้ว่ายังมีหน่วงให้เห็นอยู่บ้างแต่น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ทางเราทดสอบกับไฟล์ที่หลุดมานะครับ

  • ทดสอบประสิทธิภาพเครื่องด้วย Geekbench พบว่าประสิทธิภาพของ CPU ระดับ single-core เพิ่มขึ้นจาก 1,138 ใน Windows 10 เป็น 1,251 ใน Windows 11 และคะแนน multi-core เพิ่มขึ้นจาก 6,284 เป็น 7,444

จากผลที่ได้พบว่า Microsoft น่าจะปรับปรุงทั้งด้านการรีดประสิทธิภาพแล้วยังปรับปรุงการจัดการพลังงานใหม่ด้วย เนื่องจากผู้ที่ทำการทดสอบได้ถอนการติดตั้งซอฟต์แวร์ ASUS ที่ใช้ควบคุมพัดลม ดังนั้นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นที่นั่นจึงถูกควบคุมโดย OS เป็นที่น่าสังเกตว่าพัดลมทำงานแตกต่างกันในขณะที่ทำการทดสอบ โดยทั่วไปจะทราบกันดีว่า CPU และ GPU เย็นลงเท่าใด ประสิทธิภาพก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตามเมื่อเรียกใช้ 3DMark ผลลัพธ์บอกว่าร้อนขึ้น แต่พัดลมก็ดังขึ้นและสม่ำเสมอมากขึ้น

ทั้งนี้ยังแนะนำให้ติดตามวันเปิดตัวจริง 24 มิถุนายนนี้นะครับ

อ้างอิง: Xda-Developers

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส