ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

Apple เครียด! Foxconn เชื่อว่าวิกฤติชิปหายจะยืดยาวถึงครึ่งหลังของปี 2022

Table of Content

Foxconn ซัปพลายเออร์หลักของ Apple ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองต่อวิกฤติการขาดแคลนชิปว่า บริษัทเชื่อว่าการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์จะลากยาวไปจนถึงครึ่งหลังของปีหน้า

ปัจจุบันโลกของเรานั้นอยู่ในวิกฤติการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะ ยานยนต์, เครื่องใช้ในบ้าน, สมาร์ตโฟน และอีกมากมาย โดยอ้างอิงรายงานของ WallStreetJournal ได้ระบุว่า Apple นั้นได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนชิปมาหลายไตรมาสแล้ว แต่ในไตรมาสล่าสุดข้อจำกัดในการจัดหาส่วนประกอบเริ่มมีผลต่อธุรกิจของบริษัท

ปัญหาดังกล่าวส่งผลให้ระยะเวลาเฉลี่ยตั้งแต่การสั่งซื้อไปจนถึงการจัดส่งวัสดุใช้เวลานานขึ้นกว่าเดิม ซึ่งผลิตภัณฑ์ทุกอย่างของ Apple ตั้งแต่ iPhone, iPad, Apple Watch หรือแม้แต่ Mac ล้วนได้รับผลกระทบทั้งสิ้น Apple ระบุว่า การขาดแคลนส่งผลกระทบต่อบริษัทเป็นมูลค่าประมาณ 6,000 ล้านเหรียญ (เกือบ 200,000 ล้านบาท) และจะยิ่งได้รับผลกระทบมากขึ้นในช่วงวันหยุดเทศกาล

แม้ว่ากระบวนการผลิตสำหรับ iPhone ของ Foxconn จะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น แต่ระยะเวลาในการจัดส่งก็ยังคงสูงกว่าปกติอยู่ดี ทำให้ในวันหยุดเทศกาลที่จะมาถึงนี้ บริษัทผู้ผลิตจะต้องพยายามจัดส่งผลิตภัณฑ์ให้ทันช่วงวันหยุดให้ได้ โดยปัญหาดังกล่าวถึงขั้นทำให้บริษัทต้องเพิ่มข้อมูล ‘วันที่สั่งซื้อ’ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมเลยทีเดียว

อ้างอิง: GizmoChina

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

จบดราม่าดึงสกอร์กลับ ! บอลโลก 2026 ใช้ AI สร้างอวตารนักเตะ 3 มิติ เช็กล้ำหน้าเป๊ะยันปลายนิ้ว

05/06/2026
Read More

เอเซอร์ เผยโฉมไลน์อัป Copilot+ PC ปี 2026 ซีรีส์ Swift และ Aspire ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ด้วยพลัง AI

05/06/2026
Read More

ผู้นำโลก VS เจ้าอวกาศ อีลอน รีดเงินเพนตากอน อัปค่า Starlink 5 เท่า !

05/06/2026
Read More

นักวิจัยใช้ AI ตรวจเลือดจางผ่าน ‘ดวงตา’ โดยไม่ต้องใช้เข็มเจาะเลือด 

05/06/2026
Read More

หมดยุคหว่านเรซูเม่ ? Gen Z ใช้ IG หางานแทน LinkedIn เน้นสร้างคอนเน็กชันเข้าถึงผู้บริหารเอง

05/06/2026
Read More

วิธีลงทะเบียนเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’

05/06/2026
Read More

Related Content