Connect with us

ข่าววงการถ่ายภาพ

เปิดตัว Nikon D850 กล้อง Full Frame เจาะกลุ่มผู้ใช้มืออาชีพ

Nikon เปิดตัว D850 กล้อง Full Frame (หรือที่นิคอนเรียกว่า FX) สำหรับมืออาชีพ โดย Nikon D850 เทคโนโลยีที่อัดมาในกล้องรุ่นนี้ก็มีทั้งเซนเซอร์ CMOS ความละเอียดสูงถึง 45.7 ล้านพิกเซล แบบไม่มี Low-pass filter สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 7 ภาพต่อวินาที (และจะถ่ายได้ 9 ภาพต่อวินาทีถ้าต่อกริปเสริม) แล้วยังยกระบบโฟกัสตัวเทพ 153 จุดของ Nikon D5 มาใส่ด้วย โดยรวมแล้ว Nikon D850 ถือว่าเป็นรองเพียง Nikon D5 กล้องเรือธงของค่ายเท่านั้น

Published

on

Nikon เปิดตัว D850 กล้อง Full Frame (หรือที่นิคอนเรียกว่า FX) สำหรับมืออาชีพ โดย Nikon D850 เทคโนโลยีที่อัดมาในกล้องรุ่นนี้ก็มีทั้งเซนเซอร์ CMOS ความละเอียดสูงถึง 45.7 ล้านพิกเซล แบบไม่มี Low-pass filter สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 7 ภาพต่อวินาที (และจะถ่ายได้ 9 ภาพต่อวินาทีถ้าต่อกริปเสริม) แล้วยังยกระบบโฟกัสตัวเทพ 153 จุดของ Nikon D5 มาใส่ด้วย โดยรวมแล้ว Nikon D850 ถือว่าเป็นรองเพียง Nikon D5 กล้องเรือธงของค่ายเท่านั้น

ในส่วนของวิดีโอ Nikon D850 ก็ปรับปรุงไปเยอะจาก D810 รุ่นก่อนหน้านี้ ด้วยการบันทึกวิดีโอระดับ 4K แบบเต็มเฟรม แถมยังสามารถส่งสัญญาณสดจากกล้องแบบ 4:2:2 8 bit 4K ผ่านพอร์ต HDMI ได้ด้วย และมีช่องเสียบไม่โครโฟนและหูฟังไว้ใช้งาน

เรื่องดีๆ อีกอย่างหนึ่งคือกล้องรุ่นนี้ปรับมาใช้จอสัมผัสแบบพลิกได้แล้ว โดยเป็นจอขนาด 3.2 นิ้ว ความละเอียด 2.36 ล้านพิกเซล มาพร้อมช่องเสียบการ์ด 2 ช่องคือ SD Card และ XQD Card กล้องสร้างจาก Magnesium Alloy กันน้ำ กันฝุ่นระดับหนึ่ง น้ำหนัก 1,015 กรัม

Nikon D850 จะวางขายในช่วงเดือนกันยายนนี้ ราคาต่างประเทศตั้งไว้ $3,299.95 หรือประมาณ 110,000 บาท

คุณลักษณะเด่นของนิคอน D850

1. คุณภาพโดดเด่น ชัดเจนทุกรายละเอียด

Nikon D850 มาพร้อมระบบประมวลผลภาพ EXPEED 5 และระบบเซ็นเซอร์ CMOS แบบ backside illumination ฟอร์แมต FX ความละเอียด 45.7 ล้านพิกเซล พร้อมระบบถ่ายภาพไร้เสียง จึงไม่เกิดการสั่นไหวจากการทำงานของกลไก เพื่อคงรายละเอียดภาพได้อย่างดี รองรับช่วง ISO กว้างตั้งแต่ ISO 64 ไปจนถึง ISO 25600 และขยายออกได้อีกจากระดับ Lo 1 (ISO 32) ไปจนถึง Hi 2 (ISO 102400) สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้แม้ในสภาพแสงที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างหลากหลาย

นอกจากนั้น ด้วยโหมดไวท์บาลานซ์ Natural Light Auto ช่วยปรับค่าต่าง ๆ โดยอัตโนมัติ ให้ได้ภาพที่มีโทนสีสวยสมจริงภายใต้แสงธรรมชาติ ด้วยไวท์บาลานซ์ที่ปรับปรุงใหม่และมีความแม่นยำ

การทำงานร่วมกันของเซ็นเซอร์ 180K-pixel RGB และ ระบบรู้จดจำฉากขั้นสูง (Advanced Scene Recognition) ลิขสิทธิ์เฉพาะของนิคอน และช่องมองภาพแบบออพติคอลที่มีอัตราขยายสูงถึง 0.75x จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถอิ่มเอมไปกับประสบการณ์แห่งการถ่ายภาพเหนือระดับได้อย่างง่ายดาย

2. บันทึกวีดีโอ 4K UHD (3840×2160)/30p แบบฟูลแฟรม

กล้อง D850 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานมัลติมีเดีย ด้วยความสามารถในการรองรับการบันทึกวีดีโอ 4K และภาพยนตร์ time-lapse3 ระดับ 8K ผ่านการทำงานของระบบถ่ายภาพแบบหน่วงเวลาแบบไร้เสียง (silent interval timer) ที่ตั้งค่าห่างระหว่างเฟรมเริ่มต้นที่ 0.5 วินาที หรือบันทึกวีดีโอ Full HD สโลว์โมชั่นฟอร์แมต DX (100- หรือ 120-fps และแสดงผลที่ 24, 25p หรือ 30p) นอกจากนี้ ยังรองรับการประมวลผลภาพ RAW แบบเป็นชุด การขยายช่วงวัดค่าแสง และฟังก์ชั่น peaking5 ที่จะช่วยให้การโฟกัสแบบแมนนวลมีความถูกต้องแม่นยำ ในขณะที่ฟังก์ชั่น ‘Flat’ ใน Picture Control ของนิคอนจะช่วยเสริมการทำงานของผู้สร้างผลงานภาพยนตร์ให้สามารถปรับแต่งสี ค่าแสง และส่วนสว่างจ้าของภาพ โดยไม่ต้องกังวลกับกระบวนการที่ยุ่งยากซับซ้อนในวีดีโอ LOG LUT

3. ระบบถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็ว 9 fps หรือ 7 fps

ช่างภาพที่ต้องบันทึกภาพการเคลื่อนไหวที่ฉับไว เช่น การแข่งขันกีฬาระดับอาชีพ จะสัมผัสได้ถึงความสะดวกง่ายดายเมื่อใช้กล้องรุ่นนี้ เพราะไม่เพียงแต่จะมีประสิทธิภาพในการบันทึกภาพต่อเนื่องความเร็วสูง แต่ยังมาพร้อมระบบออโตโฟกัสแบบ 153 จุด และเซ็นเซอร์แบบ cross type 99 จุด เพื่อการเก็บภาพที่แม่นยำ รายละเอียดเด่นชัดทั่วทั้งเฟรม ซึ่งแม้แต่การถ่ายภาพในฉากที่มีคอนทราสต์ต่ำ ก็เป็นเรื่องที่ไม่ต้องกังวล เพราะระบบออโตโฟกัสสามารถหาโฟกัสวัตถุได้ในสภาวะแสงน้อยถึง -4 EV

สำหรับการถ่ายภาพมาโคร โหมดพื้นที่โฟกัส Pinpoint ใหม่ในระบบไลฟ์วิว จะช่วยให้ช่างภาพสามารถโฟกัสจุดเล็ก ๆ ได้ในขนาดที่เล็กเพียงหนึ่งในสี่ของพื้นที่ออโตโฟกัสปกติ

รวมถึงความสามารถในการบันทึกภาพ RAW แบบบีบอัดข้อมูลโดยไม่สูญเสียความละเอียด (lossless compression) ขนาด 14 บิตได้สูงสุดถึงราว 51 ภาพ หรือขนาด 12 บิต (ภาพขนาด L) ได้ถึงราว 170 ภาพ ด้วยการรัวชัตเตอร์ในโหมดถ่ายภาพต่อเนื่องเพียงครั้งเดียว8

4. สู่อีกก้าวของประสิทธิภาพและความคล่องตัว

หน้าจอแอลซีดีทัชสกรีนขนาด 3.2 นิ้ว ความละเอียดสูงระดับ 2359k จุด แบบปรับเอียงได้ พร้อมปุ่มเรืองแสงเพื่อความสะดวกในการตั่งค่าการทำงานกล้องในที่มืด ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพได้หลากมุม หลายสถานการณ์ นอกจากนี้ ช่างภาพยังสามารถปรับเลือกขนาดไฟล์ภาพ RAW ได้ตามต้องการ ทั้งขนาดใหญ่ กลาง หรือเล็ก

ฟังก์ชั่นถ่ายภาพซ้อน (Multi-exposure) ได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานได้ง่ายและหลากหลายยิ่งขึ้น สามารถเลือกถ่ายภาพแต่ละภาพในชุดได้ใหม่ และจัดเก็บไว้ก่อนทำการซ้อนภาพได้โดยตรงในกล้อง สามารถเลือกภาพที่อยู่ในการ์ดหน่วยความจำให้เป็นภาพแรกของชุดภาพซ้อนได้10

โหมดถ่ายภาพแบบปรับเลื่อนโฟกัส (Focus Shift) ที่ช่วยการทำ Focus Stacking เป็นเรื่องง่าย11 ฟังก์ชั่นนี้ช่วยให้กล้องสามารถบันทึกภาพที่มีการปรับเลื่อนช่วงโฟกัสจากจุดเริ่มไปจนถึงระยะอินฟินิตี้ได้โดยอัตโนมัติสูงสุดถึง 300 ภาพ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพอัญมณี ภาพชิ้นส่วนตัวอย่าง และภาพทิวทัศน์ สามารถเลือกระดับการปรับระยะโฟกัสได้สูงสุดถึง 10 ระดับ และกำหนดช่วงห่างระหว่างการถ่ายภาพแต่ละภาพได้ตั้งแต่ 0 ถึง 30 วินาที พร้อมเสริมการทำงานของฟังก์ชั่นนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วยความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุดถึง 5 fps ,การปรับค่าแสงอย่างนุ่มนวล (Smooth Exposure) และการถ่ายภาพแบบไร้เสียง (Silent Photography)

เชื่อมต่อง่ายแค่ปลายนิ้ว

รองรับการทำงานของอุปกรณ์ส่งสัญญาณไร้สาย WT-7/A/B/C (อุปกรณ์เสริมแยกจำหน่าย) ช่วยให้การโอนถ่ายไฟล์ภาพและวีดีโอไปยังคอมพิวเตอร์ หรือเซิร์ฟเวอร์ FTP เป็นเรื่องสะดวกง่ายดาย และเมื่อมีการติดตั้งซอฟต์แวร์เสริม Camera Control Pro 2 เมื่อใช้ร่วมกับกล้อง ผู้ใช้งานจะสามารถควบคุมการทำงานของ D850 ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายทันทีผ่านคอมพิวเตอร์

นอกเหนือไปจากเรื่องการโอนถ่ายไฟล์แบบไร้กังวลแล้ว การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์แฟลช ก็เป็นเรื่องที่สะดวกง่ายดายไม่แพ้กัน กล้องนี้สามารถรองรับการทำงานของระบบควบคุมแสงไร้สายขั้นสูงผ่านสัญญาณวิทยุ ช่วยให้การถ่ายภาพแบบใช้แฟลชหลายตัวเป็นเรื่องที่ไม่ซับซ้อน

คืนชีวิตให้กับภาพฟิล์มด้วย Negative Digitizer

อะแดปเตอร์แปลงฟิล์มเป็นดิจิตอล ES-2 (ต้องซื้อเพิ่ม)

เมื่อใช้อุปกรณ์ยึดฟิล์มและเลนส์ไมโคร ร่วมกับชุดอุปกรณ์แปลงฟิล์มเนกาทีฟให้เป็นไฟล์ดิจิตอล หรือ negative digitizer ของกล้อง D850 กระบวนการแปลงฟิล์มเนกาทีฟ (ทั้งแบบสีและขาวดำ) ให้กลายเป็นภาพดิจิตอลความละเอียด 45 ล้านพิกเซลก็จะไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก สามารถปรับเปลี่ยนระดับความสว่างของภาพได้ทันที (สูงถึง +/- 5) และสามารถเชื่อมต่อไปยังหน้าจอมอนิเตอร์ผ่านทาง HDMI ช่วยให้สามารถฉายภาพในอดีตเพื่อย้อนกลับสู่ความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ของครอบครัว

 

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการถ่ายภาพ

สายฟรุ้งฟริ้งต้องเศร้า! Casio ประกาศหยุดผลิตกล้องดิจิตอลแล้ว

Published

on

Casio ผู้นำด้านกล้องดิจิตอลสายผิวสวย หน้าสวย ประกาศยุติการผลิตหลังสู้ศึกจากสมาร์ทโฟนไม่ไหว จบตำนานผู้สร้างกล้องดิจิตอลรายแรกๆ ของโลกที่ผลิตมานานกว่า 23 ปี

Casio เข้าสู่ธุรกิจกล้องดิจิตอลอย่างยิ่งใหญ่ในปี 1995 ด้วย Casio QV-10 กล้องดิจิตอลระดับผู้ใช้ทั่วไปรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมจอ LCD ด้านหลัง ซึ่งกล้องรุ่นนี้มีความละเอียด 250,000 พิกเซล และตั้งราคาไว้ที่ 65,000 เยน (~18,000 บาท) ถือเป็นประวัติศาสตร์ก้าวสำคัญของวงการเทคโนโลยีจนกล้องรุ่นนี้ถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของญี่ปุ่น

Casio QV-10

หลังจากนั้นคาสิโอก็พัฒนากล้องดิจิตอลเรื่อยมาจนทำยอดขายสูงสุด 6.85 ล้านตัวในปี 2007 ก่อนที่จะโดนกระแสสมาร์ทโฟนกล้องเทพเข้ามาตีตลาด ในปี 2017 ก็ทำยอดขายไปได้เพียง 550,000 ตัว หรือแค่ 1/10 ของยอดขายในช่วงพีค ขาดทุนไปเกือบ 5,000 ล้านเยนในธุรกิจกล้องดิจิตอล

ปัญหาหลักที่ทำให้คาสิโอสู้ต่อในตลาดนี้ไม่ได้คือ กล้องคาสิโอจับตลาดกล้องขนาดเล็ก (Compact) ที่ถ่ายภาพบุคคลสวย เมื่อ 3-4 ปีที่แล้วเราคงเห็นว่าคุณผู้หญิงอยากได้กล้องคาสิโอกันมากเพราะถ่ายคนสวยจริงๆ แม้จะมีราคาเทียบเท่ากับกล้อง Mirrorless ก็เถอะ แต่ก็เป็นจุดขายเดียวกับกล้องมือถือ เมื่อมือถือพัฒนามีกล้องดีขึ้นเรื่อยๆ คาสิโอจึงโดนกินตลาดจนต้องถอนตัวไปในที่สุด จะหนีไปยังตลาดกล้อง Mirrorless หรือกล้อง Premium Compact ก็ไม่ได้เพราะไม่มีเทคโนโลยีระบบเลนส์ที่ถอดเปลี่ยนได้อยู่ในมือ

เราก็ยังหวังว่าผู้ผลิตมือถือในญี่ปุ่นจะนำเทคโนโลยีฟรุ้งฟริ้งจาก Casio ไปใช้กับกล้องบ้างนะครับ จะได้ตามมือถือในฝั่งจีนที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ทัน

อ้างอิง: NHK

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววงการถ่ายภาพ

ขาเที่ยวมีเฮ!!! GoPro เปิดตัว HERO กล้องรุ่นใหม่ที่มีราคาถูกที่สุดในตอนนี้

แน่นอนว่าถ้าพูดถึงกล้อง Action Camera คงไม่มีใครไม่รู้จักกล้องยี่ห้อ GoPro ที่รุ่นต่าง ๆ เช่น HERO 5 และ HERO 6 ที่มีราคาค่อนข้างสูง ที่อาจจะทำให้กระจายให้กับผู้ใช้ได้ไม่ทั่วถึง ล่าสุด GoPro ปล่อยกล้อง Entry-Level รุ่นล่าสุดในชื่อ GoPro HERO ที่มีราคาเพียง 199 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ ประมาณ 6,xxx บาทเท่านั้น

Published

on

แน่นอนว่าถ้าพูดถึงกล้อง Action Camera คงไม่มีใครไม่รู้จักกล้องยี่ห้อ GoPro ที่รุ่นต่าง ๆ เช่น HERO 5 และ HERO 6 ที่มีราคาค่อนข้างสูง ที่อาจจะทำให้กระจายให้กับผู้ใช้ได้ไม่ทั่วถึง ล่าสุด GoPro ปล่อยกล้อง Entry-Level รุ่นล่าสุดในชื่อ GoPro HERO ที่มีราคาเพียง 199 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ ประมาณ 6,xxx บาทเท่านั้น

GoPro HERO เป็นกล้องแนว Action จาก GoPro นำมาเสริมทัพกับ HERO 5 และ HERO 6 ในระดับ Entry-Level เพื่อเจาะตลาดสำหรับคนเริ่มเล่นกล้องหรือทุนทรัพย์น้อย โดยรุ่นดังกล่าว เนื่องจากราคาที่ถูกลงก็จะมีฟีเจอร์บางอย่างที่ไม่สามารถเทียบเท่ารุ่นพี่อยู่ HERO 5 หรือ 6 ได้ แต่ฟีเจอร์ที่ให้มาก็ถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับราคา

โดยตัวกล้องนั้นจะมีจอสัมผัสขนาด 2 นิ้วอยู่ด้านหลัง สามารถกันน้ำได้ลึก 10 เมตร ความคมชัดในการถ่ายวีดีโออยู่ที่ 1440p และ 1080p ที่ 60 เฟรมต่อวินาที ทำให้วีดีโอที่ออกมาดูสมูธมากยิ่งขึ้น และมีเซ็นเซอร์ถ่ายภาพนิ่ง 10 ล้านพิกเซล

นอกจากนี้เรายังสามารถสั่งงาน เจ้ากล้อง GoPro ด้วยเสียงของเรา ว่าให้เริ่มถ่าย หรือ หยุดถ่าย ตอนไหนได้ด้วย และสามารถเชื่อมต่อกับแอป GoPro บนสมาร์ทโฟนได้เหมือนอย่างกล้องรุ่นพี่เลย

GoPro HERO นี้วางจำหน่ายแล้วทั่วโลก มีราคาที่ 199 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ ประมาณ 6,xxx บาทเท่านั้น

ที่มา : GoPro

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววงการถ่ายภาพ

แบไต๋ลองของจริง! ทดลองเล่นกล้องเทพ Sony α7 III ให้รู้กัน

Published

on

เมื่อวัน 16-17 มีนาคมที่ผ่านมาทาง บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ได้จัดทริป α7 III Exclusive Trip พาทีมงานแบไต๋ สื่อมวลชน และบล็อกเกอร์ เดินทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดภูเก็ต เพื่อเข้าร่วมงานเปิดตัวและแนะนำกล้อง α7 III โดยภายในงานทางทีมงานแบไต๋ยังได้ร่วมทดสอบประสิทธิภาพของกล้อง α7 III อีกด้วย วันนี้ทีมงานแบไต๋เลยอยากจะมาขอพรีวิวสั้น ๆ ให้ได้ทราบถึงประสิทธิภาพของกล้อง รวมถึงภาพตัวอย่างสวย ๆ ที่ทีมงานได้จากทริปนี้ และอยากแชร์ให้ทุกคนได้สัมผัสไปพร้อม ๆ กัน

ก่อนจะไปเริ่มทริปกันทางทีมงาน โซนี่ ไทย ได้ให้เราเลือกเลนส์ที่จะเอาไปใช้กับกล้อง α7 III ซึ่งมีทุกระยะให้ได้ลองประสบการณ์ร่วมกัน

เรามาทำความรู้จักกับกล้อง α7 III กันก่อนตะลุยไปถ่ายภาพตามสถานที่ต่างๆ สำหรับกล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส α7 IIIนับเป็นกล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรมระดับมืออาชีพรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล α7 Series ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากกล้องรุ่น α7 II ให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

โดยจุดเด่นของ α7 III คือเป็นกล้องมิเรอร์เลสที่ยังคงรูปลักษณ์การออกแบบที่เล็กกะทัดรัดและมีเซ็นเซอร์รับภาพตัวใหม่ที่มีความละเอียดสูง 24.2 เมกกะพิกเซล รวมถึงระบบประมวลผลภาพอันทรงพลังอย่าง BIONZ X ที่ให้ Dynamic Range กว้างถึง 15 สต็อป พร้อมค่าความไวแสง ISO 51200 พร้อมด้วยเทคโนโลยี Electronic Shutter ที่สามารถลั่นชัตเตอร์ได้อย่างเงียบกริบ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้รักการถ่ายภาพที่ต้องการความเงียบ นอกจากนี้ ยังมีระบบป้องกันสั่นภายในตัวกล้องแบบ 5 แกน ที่ช่วยให้ภาพนิ่งมากขึ้นขณะถ่ายในระยะไกลพร้อมรองรับการบันทึกวิดีโอที่มีความละเอียดของภาพสูงสุดระดับ 4K แบบ Full Pixel Readout อีกด้วย

กล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส α7 III ยังโดดเด่นด้วยระบบโฟกัสอัตโนมัติ 4D FOCUS และ Phase Detection 693 จุด ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 93% รวมถึงมีระบบ Eye AF ที่ช่วยโฟกัสติดตามดวงตาทำให้การถ่ายภาพบุคคลมีความง่ายดายและสวยงามยิ่งขึ้น ทั้งยังสามารถโฟกัสในที่แสงน้อยได้รวดเร็วและฉับไวกว่ารุ่นเดิมถึง 2 เท่า

ขณะเดียวกันยังสามารถถ่ายภาพรัวได้สูงสุด 10 ภาพต่อวินาทีด้วยโหมด Slient Shooting ทั้งยังรองรับแบตเตอรี่รุ่นใหม่ NP-FZ100 ที่ช่วยในการถ่ายภาพได้อย่างยาวนานที่สุดถึง 710 ภาพต่อการชาร์จเพียง 1 ครั้ง นอกจากนี้ ยังมาพร้อมช่องใส่ SD Card 2 ช่องและรองรับการเชื่อมต่อแบบ USB type C รวมถึง My Menu ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยในการปรับแต่งเมนูเองได้ถึง 30 รายการ

ทำความรู้จักกล้อง α7 III กันมาพอสมควรแล้ว ถึงเวลาออกเดินทางไปยังท่าเรืออ่าวปอ Grand Marina เพื่อทดสอบกล้องกันเลย

ท่าเรืออ่าวปอ Grand Marina

พอขึ้นเรือยอชต์มาก็มีเหล่านางแบบมาให้เหล่าช่างภาพ ทีมงานแบไต๋ สื่อมวลชน และบล็อกเกอร์ ให้ได้ลองถ่ายภาพด้วยกล้อง α7 III กันเลยทีเดียว พร้อมมุ่งหน้าสู่เกาะรังใหญ่

เกาะรังใหญ่

พอถึงเกาะรังใหญ่เหล่าช่างภาพ ทีมงานแบไต๋ สื่อมวลชน และบล็อกเกอร์ ก็ไม่รอช้าลั่นชัตเตอร์กันนับครั้งไม่ถ้วนเพื่อทดลองประสิทธิภาพของกล้อง α7 III กันอย่างเข้มข้น

หลังจากถ่ายภาพเสร็จจากเกาะรังใหญ่ก็กลับมาถ่ายภาพรวมกับทีมงานโซนี่และผู้ร่วมทดสอบกล้อง α7 III จากสื่อต่างๆ

โดยภาพรวมกล้อง α7 III ที่ทางทีมงานแบไต๋ได้ทดสอบ ต้องบอกเลยว่าน่าทึ่งมากกับความสามารถที่อยู่ในตัวกล้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบโฟกัสที่ไวมาก ไม่ว่าคุณจะใส่แว่นดำตัวโฟกัสก็ยังจับได้ไม่มีหลุดอีกด้วย อีกทั้งคุณภาพไฟล์ก็ดี แบตเตอรี่ก็ใช้ได้ทนขนาดถ่ายภาพเกือบทั้งวันก็ยังคงเหลือแบตเตอรี่อีกเยอะ ต้องยอมรับว่ากล้อง α7 III ตัวนี้น่าสนใจมากเมื่อเทียบกับราคาที่ได้ตั้งไว้ เรียกได้ว่าทั้งวงการกล้องต้องสั่นสะเทือนกันเลยทีเดียว

ราคาที่เปิดตัวออกมา α7 III Packages

  • แพ็คเกจเฉพาะบอดี้ ILCE-7M3 เฉพาะ Body ราคา 68,990 บาท
  • แพ็คเกจบอดี้พร้อมเลนส์คิท ILCE-7M3K (Body + Lens 28 – 70mm) ราคา 74,990 บาท

(สำหรับผู้ที่ซื้อกล้อง α7 III ทั้ง 2 แพ็คเกจ จะได้รับ SD Card รุ่น SF-16UY ขนาดความจุ 16 GB อีกด้วย)

ภาพตัวอย่างจากกล้อง α7 III จากทีมงานแบไต๋

กล้อง α7 III FE 28-70 mm f/5.0 iso 100 โหมด Landscape

น้องเฟื่องลดา

กล้อง α7 III FE 28-70 mm f/5.6 iso 500 ถ่ายย้อนแสง dynamic range เยอะ เก็บส่วนมืดกับส่วนสว่างได้มาก แม้จะไม่ได้ถ่าย RAW

น้องเฟื่องลดา

กล้อง α7 III FE 28-70 mm f/5.6 iso 640 ได้ทดสอบ Eye-AF กับคนที่ใส่แว่นพบว่าโฟกัสได้ไม่มีหลุด

หมวดตัวอย่างภาพ

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!