Connect with us

ข่าววงการถ่ายภาพ

เปิดตัว Nikon D850 กล้อง Full Frame เจาะกลุ่มผู้ใช้มืออาชีพ

Nikon เปิดตัว D850 กล้อง Full Frame (หรือที่นิคอนเรียกว่า FX) สำหรับมืออาชีพ โดย Nikon D850 เทคโนโลยีที่อัดมาในกล้องรุ่นนี้ก็มีทั้งเซนเซอร์ CMOS ความละเอียดสูงถึง 45.7 ล้านพิกเซล แบบไม่มี Low-pass filter สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 7 ภาพต่อวินาที (และจะถ่ายได้ 9 ภาพต่อวินาทีถ้าต่อกริปเสริม) แล้วยังยกระบบโฟกัสตัวเทพ 153 จุดของ Nikon D5 มาใส่ด้วย โดยรวมแล้ว Nikon D850 ถือว่าเป็นรองเพียง Nikon D5 กล้องเรือธงของค่ายเท่านั้น

Published

on

Nikon เปิดตัว D850 กล้อง Full Frame (หรือที่นิคอนเรียกว่า FX) สำหรับมืออาชีพ โดย Nikon D850 เทคโนโลยีที่อัดมาในกล้องรุ่นนี้ก็มีทั้งเซนเซอร์ CMOS ความละเอียดสูงถึง 45.7 ล้านพิกเซล แบบไม่มี Low-pass filter สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 7 ภาพต่อวินาที (และจะถ่ายได้ 9 ภาพต่อวินาทีถ้าต่อกริปเสริม) แล้วยังยกระบบโฟกัสตัวเทพ 153 จุดของ Nikon D5 มาใส่ด้วย โดยรวมแล้ว Nikon D850 ถือว่าเป็นรองเพียง Nikon D5 กล้องเรือธงของค่ายเท่านั้น

ในส่วนของวิดีโอ Nikon D850 ก็ปรับปรุงไปเยอะจาก D810 รุ่นก่อนหน้านี้ ด้วยการบันทึกวิดีโอระดับ 4K แบบเต็มเฟรม แถมยังสามารถส่งสัญญาณสดจากกล้องแบบ 4:2:2 8 bit 4K ผ่านพอร์ต HDMI ได้ด้วย และมีช่องเสียบไม่โครโฟนและหูฟังไว้ใช้งาน

เรื่องดีๆ อีกอย่างหนึ่งคือกล้องรุ่นนี้ปรับมาใช้จอสัมผัสแบบพลิกได้แล้ว โดยเป็นจอขนาด 3.2 นิ้ว ความละเอียด 2.36 ล้านพิกเซล มาพร้อมช่องเสียบการ์ด 2 ช่องคือ SD Card และ XQD Card กล้องสร้างจาก Magnesium Alloy กันน้ำ กันฝุ่นระดับหนึ่ง น้ำหนัก 1,015 กรัม

Nikon D850 จะวางขายในช่วงเดือนกันยายนนี้ ราคาต่างประเทศตั้งไว้ $3,299.95 หรือประมาณ 110,000 บาท

คุณลักษณะเด่นของนิคอน D850

1. คุณภาพโดดเด่น ชัดเจนทุกรายละเอียด

Nikon D850 มาพร้อมระบบประมวลผลภาพ EXPEED 5 และระบบเซ็นเซอร์ CMOS แบบ backside illumination ฟอร์แมต FX ความละเอียด 45.7 ล้านพิกเซล พร้อมระบบถ่ายภาพไร้เสียง จึงไม่เกิดการสั่นไหวจากการทำงานของกลไก เพื่อคงรายละเอียดภาพได้อย่างดี รองรับช่วง ISO กว้างตั้งแต่ ISO 64 ไปจนถึง ISO 25600 และขยายออกได้อีกจากระดับ Lo 1 (ISO 32) ไปจนถึง Hi 2 (ISO 102400) สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้แม้ในสภาพแสงที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างหลากหลาย

นอกจากนั้น ด้วยโหมดไวท์บาลานซ์ Natural Light Auto ช่วยปรับค่าต่าง ๆ โดยอัตโนมัติ ให้ได้ภาพที่มีโทนสีสวยสมจริงภายใต้แสงธรรมชาติ ด้วยไวท์บาลานซ์ที่ปรับปรุงใหม่และมีความแม่นยำ

การทำงานร่วมกันของเซ็นเซอร์ 180K-pixel RGB และ ระบบรู้จดจำฉากขั้นสูง (Advanced Scene Recognition) ลิขสิทธิ์เฉพาะของนิคอน และช่องมองภาพแบบออพติคอลที่มีอัตราขยายสูงถึง 0.75x จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถอิ่มเอมไปกับประสบการณ์แห่งการถ่ายภาพเหนือระดับได้อย่างง่ายดาย

2. บันทึกวีดีโอ 4K UHD (3840×2160)/30p แบบฟูลแฟรม

กล้อง D850 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานมัลติมีเดีย ด้วยความสามารถในการรองรับการบันทึกวีดีโอ 4K และภาพยนตร์ time-lapse3 ระดับ 8K ผ่านการทำงานของระบบถ่ายภาพแบบหน่วงเวลาแบบไร้เสียง (silent interval timer) ที่ตั้งค่าห่างระหว่างเฟรมเริ่มต้นที่ 0.5 วินาที หรือบันทึกวีดีโอ Full HD สโลว์โมชั่นฟอร์แมต DX (100- หรือ 120-fps และแสดงผลที่ 24, 25p หรือ 30p) นอกจากนี้ ยังรองรับการประมวลผลภาพ RAW แบบเป็นชุด การขยายช่วงวัดค่าแสง และฟังก์ชั่น peaking5 ที่จะช่วยให้การโฟกัสแบบแมนนวลมีความถูกต้องแม่นยำ ในขณะที่ฟังก์ชั่น ‘Flat’ ใน Picture Control ของนิคอนจะช่วยเสริมการทำงานของผู้สร้างผลงานภาพยนตร์ให้สามารถปรับแต่งสี ค่าแสง และส่วนสว่างจ้าของภาพ โดยไม่ต้องกังวลกับกระบวนการที่ยุ่งยากซับซ้อนในวีดีโอ LOG LUT

3. ระบบถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็ว 9 fps หรือ 7 fps

ช่างภาพที่ต้องบันทึกภาพการเคลื่อนไหวที่ฉับไว เช่น การแข่งขันกีฬาระดับอาชีพ จะสัมผัสได้ถึงความสะดวกง่ายดายเมื่อใช้กล้องรุ่นนี้ เพราะไม่เพียงแต่จะมีประสิทธิภาพในการบันทึกภาพต่อเนื่องความเร็วสูง แต่ยังมาพร้อมระบบออโตโฟกัสแบบ 153 จุด และเซ็นเซอร์แบบ cross type 99 จุด เพื่อการเก็บภาพที่แม่นยำ รายละเอียดเด่นชัดทั่วทั้งเฟรม ซึ่งแม้แต่การถ่ายภาพในฉากที่มีคอนทราสต์ต่ำ ก็เป็นเรื่องที่ไม่ต้องกังวล เพราะระบบออโตโฟกัสสามารถหาโฟกัสวัตถุได้ในสภาวะแสงน้อยถึง -4 EV

สำหรับการถ่ายภาพมาโคร โหมดพื้นที่โฟกัส Pinpoint ใหม่ในระบบไลฟ์วิว จะช่วยให้ช่างภาพสามารถโฟกัสจุดเล็ก ๆ ได้ในขนาดที่เล็กเพียงหนึ่งในสี่ของพื้นที่ออโตโฟกัสปกติ

รวมถึงความสามารถในการบันทึกภาพ RAW แบบบีบอัดข้อมูลโดยไม่สูญเสียความละเอียด (lossless compression) ขนาด 14 บิตได้สูงสุดถึงราว 51 ภาพ หรือขนาด 12 บิต (ภาพขนาด L) ได้ถึงราว 170 ภาพ ด้วยการรัวชัตเตอร์ในโหมดถ่ายภาพต่อเนื่องเพียงครั้งเดียว8

4. สู่อีกก้าวของประสิทธิภาพและความคล่องตัว

หน้าจอแอลซีดีทัชสกรีนขนาด 3.2 นิ้ว ความละเอียดสูงระดับ 2359k จุด แบบปรับเอียงได้ พร้อมปุ่มเรืองแสงเพื่อความสะดวกในการตั่งค่าการทำงานกล้องในที่มืด ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพได้หลากมุม หลายสถานการณ์ นอกจากนี้ ช่างภาพยังสามารถปรับเลือกขนาดไฟล์ภาพ RAW ได้ตามต้องการ ทั้งขนาดใหญ่ กลาง หรือเล็ก

ฟังก์ชั่นถ่ายภาพซ้อน (Multi-exposure) ได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานได้ง่ายและหลากหลายยิ่งขึ้น สามารถเลือกถ่ายภาพแต่ละภาพในชุดได้ใหม่ และจัดเก็บไว้ก่อนทำการซ้อนภาพได้โดยตรงในกล้อง สามารถเลือกภาพที่อยู่ในการ์ดหน่วยความจำให้เป็นภาพแรกของชุดภาพซ้อนได้10

โหมดถ่ายภาพแบบปรับเลื่อนโฟกัส (Focus Shift) ที่ช่วยการทำ Focus Stacking เป็นเรื่องง่าย11 ฟังก์ชั่นนี้ช่วยให้กล้องสามารถบันทึกภาพที่มีการปรับเลื่อนช่วงโฟกัสจากจุดเริ่มไปจนถึงระยะอินฟินิตี้ได้โดยอัตโนมัติสูงสุดถึง 300 ภาพ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพอัญมณี ภาพชิ้นส่วนตัวอย่าง และภาพทิวทัศน์ สามารถเลือกระดับการปรับระยะโฟกัสได้สูงสุดถึง 10 ระดับ และกำหนดช่วงห่างระหว่างการถ่ายภาพแต่ละภาพได้ตั้งแต่ 0 ถึง 30 วินาที พร้อมเสริมการทำงานของฟังก์ชั่นนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วยความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุดถึง 5 fps ,การปรับค่าแสงอย่างนุ่มนวล (Smooth Exposure) และการถ่ายภาพแบบไร้เสียง (Silent Photography)

เชื่อมต่อง่ายแค่ปลายนิ้ว

รองรับการทำงานของอุปกรณ์ส่งสัญญาณไร้สาย WT-7/A/B/C (อุปกรณ์เสริมแยกจำหน่าย) ช่วยให้การโอนถ่ายไฟล์ภาพและวีดีโอไปยังคอมพิวเตอร์ หรือเซิร์ฟเวอร์ FTP เป็นเรื่องสะดวกง่ายดาย และเมื่อมีการติดตั้งซอฟต์แวร์เสริม Camera Control Pro 2 เมื่อใช้ร่วมกับกล้อง ผู้ใช้งานจะสามารถควบคุมการทำงานของ D850 ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายทันทีผ่านคอมพิวเตอร์

นอกเหนือไปจากเรื่องการโอนถ่ายไฟล์แบบไร้กังวลแล้ว การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์แฟลช ก็เป็นเรื่องที่สะดวกง่ายดายไม่แพ้กัน กล้องนี้สามารถรองรับการทำงานของระบบควบคุมแสงไร้สายขั้นสูงผ่านสัญญาณวิทยุ ช่วยให้การถ่ายภาพแบบใช้แฟลชหลายตัวเป็นเรื่องที่ไม่ซับซ้อน

คืนชีวิตให้กับภาพฟิล์มด้วย Negative Digitizer

อะแดปเตอร์แปลงฟิล์มเป็นดิจิตอล ES-2 (ต้องซื้อเพิ่ม)

เมื่อใช้อุปกรณ์ยึดฟิล์มและเลนส์ไมโคร ร่วมกับชุดอุปกรณ์แปลงฟิล์มเนกาทีฟให้เป็นไฟล์ดิจิตอล หรือ negative digitizer ของกล้อง D850 กระบวนการแปลงฟิล์มเนกาทีฟ (ทั้งแบบสีและขาวดำ) ให้กลายเป็นภาพดิจิตอลความละเอียด 45 ล้านพิกเซลก็จะไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก สามารถปรับเปลี่ยนระดับความสว่างของภาพได้ทันที (สูงถึง +/- 5) และสามารถเชื่อมต่อไปยังหน้าจอมอนิเตอร์ผ่านทาง HDMI ช่วยให้สามารถฉายภาพในอดีตเพื่อย้อนกลับสู่ความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ของครอบครัว

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการถ่ายภาพ

จบหลังกล้องที่แท้ทรู Zeiss ZX1 กล้อง Full-frame Compact พร้อม Lightroom ในตัว

Published

on

Zeiss ก้าวไปอีกขั้นด้วยกล้องใหม่ Zeiss ZX1 ที่ใช้เซนเซอร์ 37.4 ล้านพิกเซลแบบ Full-frame มาพร้อมเลนส์ Zeiss Distagon F2 35 mm แบบถอดเปลี่ยนไม่ได้ พร้อมจอยักษ์ขนาด 4.3 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล ซึ่งจอใหญ่ขนาดนี้ก็สามารถใช้ระบบปฏิบัติการ Android พร้อมมีแอป Adobe Photoshop Lightroom CC เพื่อให้ผู้ใช้สามารถแต่งภาพอย่างโปรได้ในกล้องเลย ขุ่นพระ จบหลังกล้องที่แท้ทรู

สเปคของ Zeiss ZX1 นั้นประหลาดมาก มันเหมือนส่วนผสมระหว่างกล้องถ่ายรูปกับสมาร์ทโฟน คือกล้องตัวนี้ไม่มีช่องใส่การ์ดเพิ่ม แต่มีหน่วยความจำในตัวมา 512 GB ซึ่ง Zeiss บอกว่าสามารถเก็บภาพ RAW ได้ 6,800 รูป ส่วน JPEG ได้มากกว่า 50,000 รูป และสามารถโอนรูปเข้าแฟลชไดร์ฟหรือหน่วยความจำภายนอกผ่าน USB-C ในตัวกล้องได้เลย (ก็เป็น Android นี่เนอะ) นอกจากนี้กล้องยังมาพร้อม Wi-Fi และ Bluetooth ในตัว

มาดูสเปคที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพกันบ้าง ตัวเลนส์ 35 mm f/2 นั้นสามารถถ่ายภาพได้ใกล้สุด 30 cm แต่กล้องไม่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวใดๆ ทั้งนั้น ทำให้การถ่ายวิดีโอ 4K 30 fps อาจจะต้องอาศัยอุปกรณ์ช่วยให้ภาพไม่สั่น และในส่วนของช่องมองภาพเป็นจอ OLED ให้ความละเอียด 1920 x 1080 pixel กำลังขยาย 0.74x แต่น่าเสียดายว่า Zeiss ZX1 นั้นไม่มีแฟลชในตัว ต้องต่อแฟลชนอกผ่าน Hot-shoe อย่างเดียว

ที่น่าสนใจคือด้านหลังกล้องแทบไม่มีปุ่มอะไรเลย ใช้การควบคุมผ่านจอสัมผัสเป็นหลัก ก็ต้องรอดูรีวิวกันต่อไปว่ามันจะถ่ายภาพได้ดีแค่ไหน บอกตรงๆ แอดก็ไม่ค่อยเชื่อใจ Android ว่ามันจะเหมาะสำหรับการใช้กับกล้องถ่ายรูป มันอาจจะทำให้แบตหมดเร็วมากก็ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นกล้องที่แปลก สามารถแต่งภาพอย่างโปรได้ในกล้องเลย ซึ่งคุณภาพภาพก็น่าจะหายห่วงเพราะ Zeiss ทำเอง

ส่วนราคายังไม่ประกาศครับ เราเดาว่าอยู่หลักแสนบาทแน่นอน ซึ่งจะวางขายช่วงต้นปีหน้าครับ

อ้างอิง: DPreview

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการถ่ายภาพ

ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย GoPro HERO6 อัปเดตล่าสุดให้กันสั่นแย่กว่าเฟิร์มแวร์เก่า แล้ว HERO7 ก็ปรับให้ดีขึ้น

Published

on

หลังจาก GoPro HERO7 Black เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยชูจุดเด่นว่าเป็นกล้อง GoPro ที่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวยอดเยี่ยมที่สุด ให้ภาพนิ่งเหมือนกับนั่งอยู่บนพรมวิเศษ ทำให้เราย้อนคิดถึงเมื่่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตอนที่เฟิร์มแวร์ 2.01 ของ GoPro HERO6 ออกมา (ตอนนี้ก็ยังเป็นรุ่นใหม่ที่สุดอยู่) ซึ่งได้รับเสียงบ่นจากผู้ใช้ว่าทำให้ประสิทธิภาพของระบบกันสั่นลดลงเมื่อเทียบกับเฟิร์มแวร์ 1.60 เดิม

ในบันทึกการเปลี่ยนแปลงของ Firmware 2.01 ของ GoPro HERO6 ระบุว่ามีการเปลี่ยนแปลงระบบป้องกันภาพสั่นไหวของวิดีโอใหม่ให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น และถ่ายวิดีโอกลางคืนดีขึ้น ซึ่งผลก็คือเวลาเดินถ่ายกลายเป็นมีการสั่นไหวแบบเห็นจังหวะเดิน ในขณะที่เฟิร์มแวร์ 1.60 จะให้ภาพที่นิ่งกว่าเหมือนใส่ Gimbal อยู่ ซึ่งลองดูจากวิดีโอข้างล่างนี้ได้เลย

และเมื่อ GoPro HERO7 ออกมาก็มีการปรับปรุงระบบป้องกันภาพสั่นไหวให้ได้ภาพนิ่งที่สุดอีกครั้ง (โดยที่ยังไม่แก้ปัญหากับ HERO6 เดิมเลย) ซึ่งถ้าเอา HERO6 ที่ใช้เฟิร์มแวร์ 2.01 ไปเทียบกับ HERO7 จะเห็นว่าระบบป้องกันภาพสั่นไหวนั้นแตกต่างกันมาก

แล้วถ้าเอา GoPro HERO6 ที่ใช้เฟิร์มแวร์ 1.60 ไปเทียบกับ GoPro HERO7 ล่ะ เราก็มีวิดีโอเปรียบเทียบจากช่อง TheEMPChannel (ช่องของคนไทยนี่แหละ) ก็จะเห็นว่าความสามารถในการป้องกันภาพสั่นไหวนั้นสู้กันได้เลย แม้จะไม่นิ่งเท่า HERO7 ตัวใหม่ แต่ก็ไม่ได้แตกต่างแบบเห็นได้ชัดเหมือนเหมือน HERO6 ที่ใช้เฟิร์มแวร์ 2.01

ก็ได้แต่คิดแล้วก็สงสัยต่อไป เอ๋ ทำไม GoPro ต้องดาวน์เกรดความสามารถในการป้องกันการสั่นไหวใน HERO6 นะ ส่วนใครที่มี HERO6 ที่ยังเป็นเฟิร์มแวร์เดิมอยู่ เราแนะนำว่าอย่าอัปเลยดีกว่าครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการถ่ายภาพ

เผยโฉม Ricoh GR III เมื่อตำนานกล้องเล็กคุณภาพโคตรดีกลับมาแล้ว!

Published

on

รูปเดียวของ Ricoh GR III ที่เรามีตอนนี้

หลังจากปล่อยให้แฟนๆ ของ Ricoh GR รอกล้องรุ่นใหม่มานานกว่า 3 ปี ในที่สุดริโกก็เผยโฉม Ricoh GR III ที่กำลังพัฒนาอยู่ โดยพัฒนาไปจาก GR II ในหลายจุด โดยเฉพาะจุดที่แฟนๆ ต้องการมากที่สุดคือเปลี่ยนเซนเซอร์ใหม่ เพิ่มระบบป้องกันภาพสั่นไหว 3 แกนที่เซนเซอร์ลงไป ปรับปรุงเลนส์ใหม่ให้เหมาะกับเซนเซอร์ใหม่ มีระยะมาโครสั้นลงไปอีก ระบบโฟกัสแบบ Phase Detection ทำให้โฟกัสรวดเร็วขึ้น และหน้าจอสัมผัสด้วย

Ricoh GR 3 ก็ยังคงเป็นกล้อง Premium Compact เหมือนต้นตระกูลของมันครับ แต่กลับมาคราวนี้ตัวเล็กลงกว่าเดิม เหลือขนาดแค่ 109.4 × 61.9 × 33.2mm (GR II มีขนาด 117 x 63 x 35 mm) ซึ่งนึกภาพตามง่ายๆ ก็กล้องขนาดเท่าฝ่ามือ สามารถพกใส่กระเป๋ากางเกงได้ แต่มาพร้อมเซนเซอร์ขนาด APS-C ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล และเลนส์เทียบเท่า 28 mm f/2.8 ที่ซูมไม่ได้ เน้นเดินเข้าหาตัวแบบเพื่อถ่ายภาพตาม DNA กล้องสตรีทของมัน ซึ่งความเล็กและคุณภาพภาพนิ่งที่เกินตัวของมัน ทำให้ Ricoh GR มีแฟนๆ อยู่ทั่วโลกครับ เพราะมันแทบจะไม่มีคู่แข่งโดยตรงเลย ตระกูล Sony RX100 ก็เซนเซอร์เล็กกว่านี้เยอะ คุณภาพภาพสู้กันไม่ได้ หรือตระกูล Fuji X100 ก็ตัวใหญ่และหนักกว่านี้มาก ไม่สามารถพกติดกระเป๋าได้ทุกวันอย่าง GR ตอนนี้จะมีแค่ Fuji XF10 เท่านั้นที่เป็นคู่แข่งโดยตรง

สรุปสเปคของ Ricoh GR III

  • เซนเซอร์ขนาด APS-C ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว 3 แกน ที่สามารถจำลองการทำงานของฟิลเตอร์ Anti aliasing ได้ และระบบป้องกันฝุ่นติดเซนเซอร์
  • ระบบโฟกัสแบบ Phase detection ทำให้โฟกัสได้รวดเร็วกว่ารุ่นเดิม
  • เลนส์ 18.3 mm (ความยาวโฟกัสเทียบเท่า 28 mm) f/2.8 โดยเป็นเลนส์ทางยาวโฟกัสเดี่ยว ซูมไม่ได้ ระยะมาโครที่ 6 ซม. ใกล้กว่าของเดิมที่ 10 ซม.
  • ถ่ายวิดีโอได้ 1080p 60 fps
  • หน้าจอสัมผัสขนาด 3 นิ้ว
  • น้ำหนักรวมแบตเตอรี่ 257 กรัม
  • มี Hot-shoe ต่อแฟลชนอกได้ แต่ไม่มีแฟลชในตัวกล้องแล้ว (ก็แลกมาด้วยขนาดกล้องที่เล็กลงนะ)
  • หน่วยความจำภายใน 2 GB (เยอะมาก)
  • ใช้พอร์ต USB-C เชื่อมต่อ ชาร์จกล้อง และต่อภาพออกทีวี
  • รายละเอียดต่างๆ ยังออกมาไม่ครบ เพราะกล้องกำลังพัฒนาอยู่ ส่วนกำหนดวางขายอยู่ต้นปี 2019

Ricoh GR นั้นกำเนิดมาตั้งแต่ 1996 ในฐานะกล้องฟิล์มขนาดเล็กที่ใช้เลนส์คุณภาพสูงครับ ซึ่งก็สร้างชื่อมาตั้งแต่ยุคฟิล์มด้วยความคมของเลนส์ที่คมตั้งแต่กลางภาพยันขอบภาพ และการควบคุมที่เข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ได้รวดเร็ว (โดยเฉพาะใน GR ยุคดิจิตอลตัวหลังๆ) ทำให้ถูกใจช่างภาพสายสตรีทมาก เพราะสามารถกำหนดระยะโฟกัสรอไว้ก่อน แล้วเดินเข้าไปถ่ายภาพในระยะที่คาดว่าภาพจะชัดได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาหาโฟกัสอีก

ในฐานะที่แอดเป็นแฟน Ricoh GR มาขนาดนี้ เราต้องตามหา Ricoh GR 3 มารีวิวแน่นอน

อ้างอิง: Ricoh

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!