Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Toshiba รุกหนักครึ่งปีหลัง 2018 เปิดตัวสินค้าใหม่ 34 รุ่น หวังรายได้โต 2 ดิจิต

Published

on

นายโตชิโระ อิชิวาตาริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไลฟ์สไตล์ โปรดักส์ แอนด์ เซอร์วิส คอร์ปอเรชัน (TLSC) ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “โตชิบา ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดี ภายใต้มาตรฐานการดีไซน์และการผลิตจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยมุ่งเน้นด้านคุณภาพชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค  จากการรวมกันของ TLSC และ Midea Group เรามุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดโลก (Global Market) มากยิ่งขึ้น ขยายกลุ่มสินค้าให้หลากหลาย

TLSC ยังยืนยันเจตนารมณ์เดิมที่จะลงทุนในประเทศไทย ทั้งในแง่เป็นฐานการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการขายและการทำตลาด  และโตชิบาจะยังคงเติบโต ยั่งยืน และก้าวไปด้วยกันกับคนไทย เรามุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพตามมาตรฐานญี่ปุ่น  และคำนึงถึงไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ทั้งนี้ เพื่อนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิตคนไทย ตามสโลแกนโตชิบา

นายไบรอัน จ้าว ประธาน บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เผยว่า “สำหรับตลาดในประเทศไทย  ภาพรวมเศรษฐกิจ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน อยู่ในช่วงฟื้นตัว และมีแนวโน้มดีขึ้น โดยคาดว่าปีนี้จะเติบโตสูงถึง 4.1% ซึ่งถือว่าเติบโตสูงสุดตั้งแต่ปี 2555  ส่วนค่า GDP หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ก็เพิ่มสูงขึ้นถึง 4.8% ซึ่งตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ถึงแนวโน้มในเชิงบวกว่าธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจะดีขึ้น

  • สำหรับไตรมาสแรกของปี 2561 ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านยังคงทรงตัวที่อัตราการเติบโต 0.2% เนื่องจากสภาพอากาศ ส่งผลกระทบต่อยอดขายกลุ่มเครื่องปรับอากาศ มีผลติดลบ 9%  อย่างไรก็ตาม เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก ยังมีการเติบโตสูงขึ้นถึง 7% ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าอนาคตจะเป็นไปในเชิงบวก
  • สำหรับผลประกอบการของโตชิบาในครึ่งปีแรก ภาพรวมยอดขายโตชิบา โตขึ้นถึงกว่า 20%  เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน ในส่วนของการเปิดตัวสินค้าใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก โตชิบาเผยโฉมสินค้าใหม่มากถึง 8 หมวดหมู่ รวม 32 รุ่น ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาร่วมกันระหว่างโตชิบาและไมเดีย และจากการลอนช์สินค้าดังกล่าว จึงเป็นที่มาของยอดขายที่เติบโตสูงขึ้น
  • สำหรับแผนการตลาดครึ่งปีหลัโตชิบายังคงใช้ความได้เปรียบจากการรวมกันของ 3 ประเทศ ได้แก่ สินค้าคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น // ความรวดเร็วในการผลิตและการพัฒนาจากประเทศจีน และ ประสบการณ์การทำตลาดอันยาวนานจากประเทศไทย เปิดตัวคอนเซปต์ A New Chapter Beyond All Limits เพื่อตอกย้ำโตชิบายุคใหม่ ที่จะก้าวทะยานไปข้างหน้าอย่างไร้ขีดจำกัด โดยคาดหวังจะเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า Top 3 ในประเทศไทย ภายใน 3 ปี และต้องเติบโตอย่างน้อย 2 ดิจิตขึ้นไป  เราวางแผนที่จะขยายธุรกิจของเราให้เติบโตยิ่งขึ้น จากการที่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มมากมาย โดยในครึ่งปีหลัง แผนเปิดตัวสินค้าใหม่เพิ่มอีก 8 หมวดหมู่ 34 รุ่น

นายฮิโรยูกิ ทากาเสะ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและทีวี กล่าวเสริมว่า “จากข้อมูลเดือนมกราคมถึงเมษายน 2561 ที่ผ่านมา มูลค่าการตลาดสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย เติบโตขึ้น 0.2%

  • โดยสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นเยอะได้แก่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก (SDA – Small Domestic Appliances) ซึ่งมีสัดส่วนการตลาด 31%
  • ในขณะที่เครื่องปรับอากาศ 32%
  • ตู้เย็น 19% และเครื่องซักผ้า 18%
  • ส่วนการเติบโตสินค้ากลุ่มความเย็นและกลุ่มซักผ้า เติบโต 4%
  • ในขณะที่เครื่องปรับอากาศ ติดลบ 9%
  • ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เติบโตสูงถึง 7.1% โดยเครื่องทำน้ำอุ่นโตถึง 31% และไมโครเวฟ 15%
  • ส่วนผลประกอบการของโตชิบาในครึ่งปีแรก ยอดขายโตชิบาโตถึงกว่า 20% โดยมาจาก ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ และ เครื่องทำน้ำอุ่นที่เติบโตถึง 38%, 35%, 189% และ 146% ตามลำดับ ส่วนเครื่องปรับอากาศ เติบโตเพียง 1%
  • ส่วนแผนการตลาดครึ่งปีหลัง บริษัทฯ มีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 34 รุ่น  ทั้งกลุ่มตู้เย็น เครื่องซักผ้า หม้อหุงข้าว เครื่องปั่นน้ำผลไม้ และเครื่องทำน้ำอุ่น เพื่อมาเติมเต็มช่องว่างของสินค้าที่โตชิบาขาดหายไป และถือเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้หลากหลายและครบถ้วนยิ่งขึ้น

นายบุนยรัตน์ ไตรสิริสมบัติ  ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน กล่าวเสริมว่า “ในครึ่งปีหลังนี้  โตชิบาจะเปิดตัวสินค้ามากมาย โดยเฉพาะตู้เย็นและเครื่องซักผ้า ที่จะมาขยาย Market Share ของโตชิบาให้กว้างขึ้น ทั้งตลาดพรีเมียมและตลาดแมส สำหรับสินค้ากลุ่มตู้เย็น โตชิบาเป็นที่ 1 ในเรื่องตู้เย็นประตูเดียวมาตลอดหลายปีต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีตู้เย็น 2 ประตู และตู้เย็นมินิบาร์ แต่ในปีนี้ เราจะมาครบไลน์อัพ เติมเต็มช่องว่างเค้กก้อนใหญ่ในส่วนของตู้เย็นมัลติดอร์ (Multi Doors) และ ตู้เย็นไซด์บายไซด์ (Side By Side) ที่มีมูลค่าการตลาดถึงหนึ่งพันล้านบาท โดยมีแผนออกสินค้าในไตรมาส 4 ส่วนในไตรมาส 3 เราส่งตู้เย็น 1 ประตูรุ่นใหม่ FIT ที่ปรับโฉมใหม่ เพื่อยังคงรักษาความเป็นผู้นำเบอร์ 1 ในตู้เย็น 1 ประตู ด้วยส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเกือบ 30%

ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ โตชิบาจะใส่ใจเรื่องความต้องการของลูกค้า รวมถึงดูเทรนด์ผู้บริโภคเป็นหลัก เฉกเช่นการพัฒนาตู้เย็น  ที่ผู้หญิงทำงานนอกบ้านมากขึ้น เวลามีจำกัด ดังนั้นการซื้อของกินของใช้ในแต่ละครั้งจึงมาก และเมื่อต้องเก็บมาก เราจึงออกแบบตู้เย็นให้ใหญ่ขึ้น รวมถึงต้องเก็บรักษาความสดได้ยาวนาน  และต้องออกแบบตู้เย็นให้จัดสรรของกินแต่ละประเภทให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม จึงเป็นที่มาของการเกิดตู้เย็นไซด์บายไซด์ และมัลติดอร์

  • ตู้เย็นมัลติดอร์ โดดเด่นด้วย 3 Cycle Real Inverter มาพร้อมระบบทำความเย็น  3 Cooling กระจายความเย็นได้ทั่วถึง และระบบการกำจัดกลิ่นชั้นยอด นอกจากนี้ยังแบ่งช่องต่างๆ ในตู้เย็นได้มากถึง 26 ช่อง เพื่อให้คุณเลือกแช่ได้ตามใจ
  • ส่วนตลาดเครื่องซักผ้า เราตั้งเป้าเติบโต 50% โดยขยายไลน์อัพเพิ่ม ด้วยการเปิดตัวเครื่องซักผ้า 2 ถังสำหรับจับตลาดกลางถึงล่าง และเพิ่มเครื่องซักผ้าฝาหน้า และ 2 in 1 เครื่องซักอบผ้าฝาหน้า เพื่อจับกลุ่มคอนโด และตลาดกลางถึงบน ซึ่งใน 2 ตลาดดังกล่าว มีมูลค่าการตลาดสูงถึง 6,000 ล้านบาท ซึ่งจะมาช่วยเติมเต็มมาร์เก็ตแชร์ของกลุ่มเครื่องซักผ้าของโตชิบามากขึ้น
  • ในไตรมาส 3 นี้ โตชิบามีแผนเปิดตัวเครื่องซักผ้า 2 ถัง ซึ่งมาด้วยดีไซน์ที่สวยหรู ตัวถังกันสนิม พร้อมจุดเด่นท่อเติมน้ำแบบคู่ ที่ทำให้การซักและการปั่นสะดวก สะอาดยิ่งขึ้น  มีให้เลือกมากถึง 4 ความจุ คือ 7.5 กก. 8.5 กก. 11 กก. และ 13 กก. เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย
  • สำหรับเครื่องซักผ้าฝาหน้า หรือ Front Load จะมาด้วยเทคโนโลยี Great Wave ที่ช่วยให้ผ้าสะอาดโดยไม่ต้องใช้น้ำร้อน จึงทำให้ประหยัดไฟ ประหยัดเวลา รวมถึงช่วยปกป้องสีสันของเสื้อผ้าให้อยู่ยาวนานยิ่งขึ้น มาพร้อม 3 ความจุให้เลือก คือ 7.5 กก. 8.5 กก. และ 9.5 กก.
  • ส่วนตัวไฮไลท์ เป็นเครื่องซักอบฝาหน้า ที่มีความจุทั้งซักและอบที่เท่ากัน  เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งมีให้เลือก 2 ความจุ คือ 10/10 กก. และ 8/8 กก. ซึ่งแพลนวางขายในไตรมาส 4

นายชาตรี พลสอนดา ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก กล่าวว่า “ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีราคาไม่สูงมาก มีความต้องการใช้ต่อเนื่อง และด้วยความที่สินค้ามีหลากหลาย จึงตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้แตกต่างกัน  สำหรับแบรนด์โตชิบา เราตั้งเป้าขึ้นเป็น Top 3 ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กภายใน 3 ปี โดยในครึ่งปีแรก เห็นผลชัดเจนว่าเราเติบโตมากในกลุ่มสินค้ากลุ่มไมโครเวฟ ซึ่งโตขึ้นถึง 189% จากการที่เราเปิดตัวไมโครเวฟใหม่ 7 รุ่นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา  นอกจากนี้ยังมีเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งโตขึ้นถึง 146% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ทำให้ใน ไตรมาสที่ 3 นี้ เราแพลนออกเครื่องทำน้ำอุ่นใหม่อีก 8 รุ่น เพื่อเตรียมรับหน้าหนาวที่จะมาถึงในปลายปีนี้ สำหรับตลาดหม้อหุงข้าว เราตั้งใจขยายตลาดระดับกลางถึงล่าง โดยส่งหม้อหุงข้าวประเภท Jar Type หรือหม้ออุ่นทิพย์ดีไซน์ใหม่ สดใส และทันสมัยกว่าเดิม มีให้เลือก 2 ความจุ 5 รุ่น 3 ดีไซน์  มากไปกว่านั้น โตชิบากำลังขยายไลน์สินค้ากลุ่มเครื่องปั่นน้ำผลไม้เพิ่ม ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงเช่นกัน เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน และคนใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น เครื่องปั่นน้ำผลไม้ของโตชิบา มาด้วยเทคโนโลยี Off Center ที่ช่วยให้น้ำผลไม้ปั่นละเอียดยิ่งขึ้น”

นางสาวธัญปภัสส์ อริยะวรวัฒน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด กล่าวเสริมว่า “นอกจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อตลาดแล้ว ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยโดยตรงจากกลุ่มผู้บริโภคด้วย อย่างแนวโน้มหรือเทรนด์ เรื่องความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งแนวโน้มดังกล่าว จะส่งผลต่อการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องความสะดวกสบาย  คุณภาพและเทคโนโลยี ดีไซน์ของสินค้า ที่อาจนับได้ว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน รวมถึงการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ อย่างเรื่องการประหยัดเวลา นอกจากนี้ ปัจจัยอื่นๆ ยังรวมถึงการรักษ์โลก ประหยัดพลังงาน และการรักสุขภาพ ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของโตชิบา จึงถูกออกแบบมา โดยคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นปัจจัยหลัก เพื่อให้แน่ใจว่า เราจะ    “นำสิ่งที่ดี มาสู่ชีวิต” ให้กับผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง”

  • สำหรับกิจกรรมการตลาดในครึ่งปีแรก อัตราส่วนการลงทุน จะมุ่งเน้นที่ การสร้างแบรนด์ สร้างภาพลักษณ์ และการจดจำต่อสาธารณชน ซึ่งรวมไปถึง ณ จุดขาย การส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากยิ่งขึ้น และนอกจากการลงทุนข้างต้นแล้ว ทางบริษัทยังให้ความสำคัญกับ พนักงานขาย  อีกด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์จะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคได้มากที่สุด นอกเหนือจากการจัดจำหน่าย สินค้า ที่มีคุณภาพ หลากหลาย และแข่งขันได้
  • ส่วนแผนการตลาดครึ่งปีหลัง จะเน้นเรื่อง 4P ได้แก่
    • สินค้า อย่างเรื่องการเพิ่มไลน์สินค้า การอัพเกรดสินค้าให้มีคุณภาพและทันสมัยยิ่งขึ้น
    • การขยายช่องทางการขาย ช่องทางการจัดจำหน่าย ให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
    • แพลนปรับโฉมร้านค้าให้ดูทันสมัย และสวยงามยิ่งขึ้น แผนการสื่อสารและการตลาดงบกว่า 12% เพื่อการลงทุนด้านโฆษณาและส่งเสริมการขาย ทั้ง Above the line และ Below the line เพื่อสร้างการรับรู้ และความเชื่อมั่นในตราสินค้า ทั้งนี้ ภาพรวมการตลาดจะผ่านการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะ Online & Social Media เป็นหลัก โดยเน้นเรื่อง Digital Marketing,  Localized Marketing
    • การทำกิจกรรมส่งเสริมการขายให้เหมาะกับกลุ่มสินค้า ฤดูกาล และพื้นที่การขาย โดยจะมีแคมเปญออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ
      • แคมเปญรับหน้าฝน แคมเปญฉลองวันเกิด แคมเปญรับปีใหม่
      • หรือแม้แต่การทำ Road Show และ Work Shop ไปยังกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้สินค้า
      • และสุดท้าย เรายังคงให้ความสำคัญกับ พนักงานขาย ที่ไม่ได้ต้องการให้เป็นตัวแทนขายสินค้า แต่เขาคือที่ปรึกษาส่วนตัว (Personal Consultant)  เราจึงมีแผนพัฒนาบุคลากรให้ความรู้และฝึกอบรมทั้งในส่วนการขาย การสร้างประสบการณ์การใช้งาน การเป็นเลขาส่วนตัว รวมถึงการให้คำแนะนำหลังการขายด้วย

นางกนิษฐ เมืองกระจ่าง ประธานกรรมการบริหารบริษัท กล่าวเสริมว่า “นอกจากบริษัทฯ จะเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และแผนการตลาดต่าง ๆ ตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว  บริษัทฯ ยังได้มีแผนการพัฒนาระบบสารสนเทศ ระบบงานบริการหลังการขาย ระบบการบริหารทรัพยากรบุคคล และระบบต่างๆ เพื่อเตรียมรองรับการเติบโตในอนาคต นอกจากนี้ขอให้เชื่อมั่นในโตชิบา เรายังคงเป็นแบรนด์ที่ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในฐานะผู้ถือหุ้นคนไทย เรายังเชื่อมั่นในโตชิบา และในการรวมพลังของเรา 3 ประเทศ จะนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดี ที่รวดเร็ว และเติบโตอย่างยั่งยืน และที่สำคัญ เรายังคงมุ่งเน้นนโยบายด้านส่งเสริมกิจกรรมที่ดีเพื่อสังคม (CSR – Corporate Social Responsibility) เช่นที่ผ่านมา  โตชิบาจะต้องเป็นตัวอย่างของบริษัทที่มีธรรมาภิบาลของสังคมไทย เป็นบริษัทที่ไม่ได้เน้นเพียงเรื่องการขายและการบริการเท่านั้น แต่ต้องเป็นบริษัทที่รับผิดชอบต่อท่านผู้แทนจำหน่าย ต่อสังคม ต่อคนรุ่นต่อไป ต่อประเทศชาติที่รักของพวกเราทุกคน และจะ “มุ่งมั่น …นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

#NARIT ชวนชมและถ่ายภาพฝนดาวตกลีโอนิดส์ “ราชาแห่งฝนดาวตก” คืนเสาร์ 17 พย.นี้

Published

on

สาวกดวงดาวห้ามพลาด ! คืนเสาร์ 17 พย ตั้งแต่ตีสองจนถึงย่ำรุ่งเช้า 18 พย นี้ มีโอกาสเห็นฝนดาวตกลีโอนิดส์ “ราชาแห่งฝนดาวตก” ทั่วทั้งประเทศ

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวนชม “ฝนดาวตกลีโอนิดส์ – ราชาแห่งฝนดาวตก” หลังเที่ยงคืนวันที่ 17 พ.ย. 61 เวลาประมาณตี 2 เป็นต้นไป จนถึงรุ่งเช้าวันที่ 18 พ.ย. 61 อัตราการตกสูงสุดเฉลี่ย 10-15 ดวงต่อชั่วโมง ช่วงดังกล่าวปราศจากแสงจันทร์รบกวน เหมาะแก่การสังเกตการณ์อย่างยิ่ง ดูได้ด้วยตาเปล่าทั่วไทย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณกลุ่มดาวสิงโต

“ฝนดาวตกลีโอนิดส์” หรือ “ฝนดาวตกกลุ่มดาวสิงโต” เป็นฝนดาวตกที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เกิดจากสายธารเศษฝุ่นของดาวหาง 55พี เทมเพล-ทัตเทิล (55P Tempel-Tuttle) ตัดผ่านวงโคจรของโลก เมื่อเศษฝุ่นของดาวหางเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก จึงเกิดการเผาไหม้เป็นแสงสว่างวาบคล้ายลูกไฟวิ่งพาดผ่านท้องฟ้า ผนวกกับทิศทางวงโคจรของเศษฝุ่นนั้นสวนทางกับทิศทางวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ทำให้เม็ดฝุ่นที่เข้ามาเสียดสีกับบรรยากาศโลกมีความเร็วสูงถึง 71 กิโลเมตรต่อวินาที แสงวาบที่เห็นจึงสว่างสุกสกาว เป็นที่มาของฝนดาวตกที่มีความสว่างมากที่สุด จนได้สมญา “ราชาแห่งฝนดาวตก” นั่นเอง

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า แม้คืนดังกล่าวเป็นคืนข้างขึ้น แต่ดวงจันทร์จะตกลับขอบฟ้าเวลาประมาณ 01.30 น. เมื่อไร้อิทธิพลของแสงจันทร์รบกวน ช่วงเวลาเหมาะสมที่สุดในการรับชมฝนดาวตกจึงเป็นเวลาประมาณ 02.00 น. เป็นต้นไป แนะชมในที่มืดสนิทจะเห็นชัดยิ่งขึ้น สำหรับการถ่ายภาพฝนดาวตก เนื่องจากฝนดาวตกกระจายทั่วท้องฟ้า ไม่สามารถระบุทิศทางได้ ช่างภาพจึงต้องอาศัยการคาดเดาและการกะจังหวะเปิดหน้ากล้องค้างไว้

นักล่าดาวทั้งหลายเตรียมตัวและอุปกรณ์ให้พร้อม พกโชคอีกสักหน่อย แล้วไปลุ้นเก็บภาพฝนดาวตกงวดนี้กัน ไม่ได้ภาพก็ขอให้เห็นดาวตกสักสี่ห้าดวงอย่างเต็มตาก็แล้วกัน เพี้ยง!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

SEKIRO: SHADOWS DIE TWICE เตรียมขาย 22 มีนาคม 2562 พร้อมแปลไทย!

Published

on

โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ ฮ่องกง สาขาสิงคโปร์ ประกาศวางจำหน่ายเกม SEKIRO: SHADOWS DIE TWICE ผลงานการพัฒนาของ FromSoftware ค่ายเกมที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดี (ผู้พัฒนาเกม Demon’s Souls™ และ Bloodborne™) ผ่านโครงการความร่วมมือกับ Activision Publishing, Inc., รองรับการเล่นบนเครื่องเกมคอนโซล PlayStation®4 (PS4™) ในรูปแบบภาษาไทย, อังกฤษ, จีนดั้งเดิม, จีนแบบย่อ, ญี่ปุ่น และเกาหลี โดยจะวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกในวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2562

SEKIRO: SHADOWS DIE TWICE เป็นเกมแนวแอ็กชันผจญภัยที่มีส่วนผสมของ RPG ให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็นนินจาผู้โดดเดี่ยวที่ต้องสู้รบในยุคเซนโกคุ หนึ่งในกลียุคแห่งการนองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น ผู้เล่นจะได้รับประสบการณ์การสู้รบที่น่าตื่นเต้น และฉากแอ็กชันการต่อสู้ต่างๆจากนินจาผู้ใช้แขนกล โดยในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา SEKIRO: SHADOWS DIE TWICE ได้รับรางวัล Best of Gamescom Award จาก Gamescom 2018 งานเกมที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป และเป็นที่สนใจของผู้เล่นทั่วโลก

โบนัสสำหรับผู้ที่สั่งซื้อในรูปแบบแผ่นดิสก์ล็อตแรก (Standard Edition) และสั่งซื้อล่วงหน้าในรูปแบบดิจิทัลดาวน์โหลด จะได้รับอาร์ตเวิร์ครูปแบบดิจิทัล ประกอบด้วยการออกแบบภาพศิลป์ต่างๆ ของเกม และเพลงประกอบเกม (Original Mini Soundtrack) โดยในรูปแบบแผ่นดิสก์จะมาพร้อมแพคเกจพิเศษอีกด้วย

ข้อมูลการจำหน่าย SEKIRO: SHADOWS DIE TWICE

ราคา

  • Blu-ray Disc version THB 1,790
  • Digital version THB 1,690

ของแถมสำหรับสินค้าล็อตแรกและผู้ Pre-order เวอร์ชั่นดิจิตอลดาวน์โหลด

  • Special Package
  • Digital Art Works
  • Original Mini Soundtrack

ผู้ที่สั่งซื้อเกมล่วงหน้าในรูปแบบดิจิทัลดาวน์โหลด ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2562 จะได้รับ PS4™ Original Theme เป็นโบนัสพิเศษ

ข้อมูลการจำหน่าย SEKIRO: SHADOWS DIE TWICE Collector’s Edition ราคา 3,790 บาท

ไอเท็มที่จะได้รับ

  1. แผ่นเกม
  2. ฟิกเกอร์ตัวละครสูง 18cm
  3. Collectible Artbook
  4. Map
  5. SteelBook®
  6. Replica Game Coins
  7. Digital Soundtrack

SEKIRO: SHADOWS DIE TWICE Collector’s Edition ที่จะวางจำหน่ายในวันเดียวกัน ประกอบไปด้วย ฟิกเกอร์ตัวละครความสูงขนาด 18 เซนติเมตร, Art Book, กล่องเหล็กสะสม, เหรียญเงินจำลอง และดิจิทัลซาวด์แทร็ค

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Dell เปิดตัวจอมอนิเตอร์ “UltraSharp” ขุมพลังแห่งนวัตกรรม รองรับการทำงานคนยุคใหม่

Published

on

ด้วยจำนวนคนรุ่นใหม่ที่หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดการทำงานเป็นจำนวนมาก เดลล์จึงให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้น ในการมอบประสบการณ์ให้กับทั้งพนักงานและลูกค้า  เพิ่มศักยภาพให้คนทำงานด้วยเทคโนโลยีที่ดีขึ้น รวมไปถึงจอมอนิเตอร์ที่เหมาะสม คือวิธีช่วยยกระดับประสบการณ์การทำงานของพนักงานให้ดีขึ้น ส่งผลไปถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าด้วยเช่นกัน

เดลล์ตอบโจทย์ความต้องการของคนทำงาน ด้วยสายผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp ใหม่ จอมอนิเตอร์ใหม่ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ในสายงานบริการดังนี้

  • ด้านการเงิน และการประกัน
  • ห้องค้าหลักทรัพย์
  • ฝ่ายวิเคราะห์ด้านการเงิน และการบัญชี
  • ฝ่ายผลิตสื่อในส่วน post production
  • ฝ่ายเขียนโปรแกรม และงานวิศวกรรม

จอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp 32 4K USB-C และ Dell UltraSharp 34 Curved USB-C มาพร้อมฟีเจอร์สำคัญมากมายทั้ง

  • Picture-by-Picture ช่วยให้สร้างคอนเทนต์หลายประเภทพร้อมกันได้จากพีซีต่างกันถึง 2 เครื่อง ทั้งบิวด์-อิน คีย์บอร์ด วิดีโอ และเมาส์ (KVM) ช่วยให้ผู้ใช้สลับการใช้งานไปมา และแก้ไขคอนเทนต์โดยใช้คีย์บอร์ดและเมาส์เพียงชุดเดียว
  • สายผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์ UltraSharp ใหม่ ช่วยอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อผ่าน USB-C ที่ชาร์จไฟจากแลปท็อปที่เชื่อมต่ออยู่
  • พร้อมกับส่งผ่านข้อมูล และสัญญาณวิดีโอได้ในขณะเดียวกัน ทั้งหมดนี้ทำได้ด้วยการใช้สายเคเบิลเดียวเพื่อช่วยลดความแออัดของสายเคเบิล

จอ UltraSharp ทั้งหมด ออกแบบมาโดยคำนึงถึงผลลัพธ์ของงานเป็นหลัก จึงมาพร้อมฟีเจอร์มาตรฐานดังต่อไปนี้  

  • ขาตั้งที่ปรับได้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อความสะดวกของผู้ใช้ ทั้งปรับให้สูงขึ้น ปรับเอียง หมุนรอบด้าน และหมุนได้รอบแกน
  • จอแบบ Flicker-free ที่ไม่มีแสงกระพริบ รวมถึง ComfortView ที่ช่วยลดการปล่อยแสงสีน้ำเงิน ช่วยให้สบายตา
  • Easy Arrange ในซอฟต์แวร์ Display Manager ช่วยจัดการแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อให้ประสิทธิภาพในการทำงานหลายงานได้พร้อมๆ กัน (multi-tasking)
  • มีโปรแกรม Premium Panel Exchange7  (เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีจุดสว่างของ pixel หรือ bright pixel defect ในหน้าจอ UltraSharp ตลอดเวลาที่อยู่ในช่วงการรับประกันจากเดลล์)
  • บริการ Advanced Exchange Service ของเดลล์ ครอบคลุมระยะเวลา 3 ปี

Dell UltraSharp 32 4K USB-C Monitor (U3219Q) โชว์สีสันเจิดจ้า พร้อมความกระจ่างตา

Ultra HD 4K ที่ให้ความละเอียดของภาพมากกว่าจอแบบ Full HD ถึง 4 เท่า พร้อมได้รับการรับรอง DisplayHDR™ 400 จาก VESA ที่รองรับ content playback ในโหมด HDR เพื่อให้ภาพสวยงามสมจริง โดยภาพจะปรากฏในสีสันสดใสที่สะท้อนรายละเอียดซึ่งก่อนหน้านี้หาดูได้ค่อนข้างยากในระดับความสว่างถึง 400 nits (ความสว่างปกติ) และให้ความลึกของสีที่ 1.07 พันล้านสี  สิ่งที่มาพร้อมหน้าจอที่สว่างเจิดจ้าคือ InfinityEdge เพื่อประสบการณ์ในการชมภาพได้ชิดขอบจอในแบบ edge-to-edge

Dell UltraSharp 34 Curved USB-C Monitor (U3419W) ให้ประสิทธิภาพที่เหนือชั้น และความดื่มด่ำในการรับชม

จอมอนิเตอร์ USB-C ขอบโค้งขนาด 34 นิ้ว ที่ยกระดับได้เหนือชั้นทั้งเรื่องงานและความบันเทิง หน้าจอโค้งแบบ ultra-wide ขนาด 34 นิ้ว (WQHD (3440 x 1440) เทคโนโลยี IPS ด้วยสัดส่วน 21:9 ให้พื้นที่หน้าจอกว้างขวางในอุดมคติสำหรับการทำงานหลายงานพร้อม ๆ กัน และมีลำโพงแบบดูอัล 9W ที่บิวด์อินมาในตัว เพื่อประสบการณ์สมบูรณ์แบบทั้งภาพและเสียง

Dell UltraSharp USB-C monitors 24 (U2419HC) และ 27 (U2719DC) ออกแบบมาเพื่อมอบประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

จอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp 24 และ 27 USB-C มาในขนาดจอที่เล็ก และขอบบาง ประหยัดพื้นที่ใช้สอย เหมาะสำหรับออฟฟิศสมัยใหม่ที่มีพื้นที่ไม่กว้าง InfinityEdge แบบไร้ขอบของแท้ มอบประสบการณ์การชมแบบ edge-to-edge เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้หลายจอต่อกันได้อย่างแนบเนียน ทั้งจอมอนิเตอร์ขนาด 24 นิ้ว (FHD) และ 27 นิ้ว (QHD) มาพร้อมสองทางเลือกที่แตกต่าง คือมีทั้งรุ่นปกติและรุ่นที่รองรับการเชื่อมต่อ USB-C เพื่อประสิทธิภาพหน้าจอที่เหนือชั้นในนวัตกรรมการออกแบบ

ความพร้อมในการวางตลาด

  • Dell UltraSharp 32 4K USB-C Monitor (U3219Q) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 37,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 34 Curved USB-C Monitor (U3419W) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 34,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 24 Monitor (U2419H) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 9,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 24 USB-C Monitor (U2419HC) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 11,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 27 Monitor (U2719D) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 18,700 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 27 USB-C Monitor (U2719DC) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 19,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!