Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Toshiba รุกหนักครึ่งปีหลัง 2018 เปิดตัวสินค้าใหม่ 34 รุ่น หวังรายได้โต 2 ดิจิต

Published

on

นายโตชิโระ อิชิวาตาริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไลฟ์สไตล์ โปรดักส์ แอนด์ เซอร์วิส คอร์ปอเรชัน (TLSC) ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “โตชิบา ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดี ภายใต้มาตรฐานการดีไซน์และการผลิตจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยมุ่งเน้นด้านคุณภาพชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค  จากการรวมกันของ TLSC และ Midea Group เรามุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดโลก (Global Market) มากยิ่งขึ้น ขยายกลุ่มสินค้าให้หลากหลาย

TLSC ยังยืนยันเจตนารมณ์เดิมที่จะลงทุนในประเทศไทย ทั้งในแง่เป็นฐานการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการขายและการทำตลาด  และโตชิบาจะยังคงเติบโต ยั่งยืน และก้าวไปด้วยกันกับคนไทย เรามุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพตามมาตรฐานญี่ปุ่น  และคำนึงถึงไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ทั้งนี้ เพื่อนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิตคนไทย ตามสโลแกนโตชิบา

นายไบรอัน จ้าว ประธาน บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เผยว่า “สำหรับตลาดในประเทศไทย  ภาพรวมเศรษฐกิจ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน อยู่ในช่วงฟื้นตัว และมีแนวโน้มดีขึ้น โดยคาดว่าปีนี้จะเติบโตสูงถึง 4.1% ซึ่งถือว่าเติบโตสูงสุดตั้งแต่ปี 2555  ส่วนค่า GDP หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ก็เพิ่มสูงขึ้นถึง 4.8% ซึ่งตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ถึงแนวโน้มในเชิงบวกว่าธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจะดีขึ้น

  • สำหรับไตรมาสแรกของปี 2561 ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านยังคงทรงตัวที่อัตราการเติบโต 0.2% เนื่องจากสภาพอากาศ ส่งผลกระทบต่อยอดขายกลุ่มเครื่องปรับอากาศ มีผลติดลบ 9%  อย่างไรก็ตาม เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก ยังมีการเติบโตสูงขึ้นถึง 7% ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าอนาคตจะเป็นไปในเชิงบวก
  • สำหรับผลประกอบการของโตชิบาในครึ่งปีแรก ภาพรวมยอดขายโตชิบา โตขึ้นถึงกว่า 20%  เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน ในส่วนของการเปิดตัวสินค้าใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก โตชิบาเผยโฉมสินค้าใหม่มากถึง 8 หมวดหมู่ รวม 32 รุ่น ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาร่วมกันระหว่างโตชิบาและไมเดีย และจากการลอนช์สินค้าดังกล่าว จึงเป็นที่มาของยอดขายที่เติบโตสูงขึ้น
  • สำหรับแผนการตลาดครึ่งปีหลัโตชิบายังคงใช้ความได้เปรียบจากการรวมกันของ 3 ประเทศ ได้แก่ สินค้าคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น // ความรวดเร็วในการผลิตและการพัฒนาจากประเทศจีน และ ประสบการณ์การทำตลาดอันยาวนานจากประเทศไทย เปิดตัวคอนเซปต์ A New Chapter Beyond All Limits เพื่อตอกย้ำโตชิบายุคใหม่ ที่จะก้าวทะยานไปข้างหน้าอย่างไร้ขีดจำกัด โดยคาดหวังจะเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า Top 3 ในประเทศไทย ภายใน 3 ปี และต้องเติบโตอย่างน้อย 2 ดิจิตขึ้นไป  เราวางแผนที่จะขยายธุรกิจของเราให้เติบโตยิ่งขึ้น จากการที่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มมากมาย โดยในครึ่งปีหลัง แผนเปิดตัวสินค้าใหม่เพิ่มอีก 8 หมวดหมู่ 34 รุ่น

นายฮิโรยูกิ ทากาเสะ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและทีวี กล่าวเสริมว่า “จากข้อมูลเดือนมกราคมถึงเมษายน 2561 ที่ผ่านมา มูลค่าการตลาดสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย เติบโตขึ้น 0.2%

  • โดยสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นเยอะได้แก่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก (SDA – Small Domestic Appliances) ซึ่งมีสัดส่วนการตลาด 31%
  • ในขณะที่เครื่องปรับอากาศ 32%
  • ตู้เย็น 19% และเครื่องซักผ้า 18%
  • ส่วนการเติบโตสินค้ากลุ่มความเย็นและกลุ่มซักผ้า เติบโต 4%
  • ในขณะที่เครื่องปรับอากาศ ติดลบ 9%
  • ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เติบโตสูงถึง 7.1% โดยเครื่องทำน้ำอุ่นโตถึง 31% และไมโครเวฟ 15%
  • ส่วนผลประกอบการของโตชิบาในครึ่งปีแรก ยอดขายโตชิบาโตถึงกว่า 20% โดยมาจาก ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ และ เครื่องทำน้ำอุ่นที่เติบโตถึง 38%, 35%, 189% และ 146% ตามลำดับ ส่วนเครื่องปรับอากาศ เติบโตเพียง 1%
  • ส่วนแผนการตลาดครึ่งปีหลัง บริษัทฯ มีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 34 รุ่น  ทั้งกลุ่มตู้เย็น เครื่องซักผ้า หม้อหุงข้าว เครื่องปั่นน้ำผลไม้ และเครื่องทำน้ำอุ่น เพื่อมาเติมเต็มช่องว่างของสินค้าที่โตชิบาขาดหายไป และถือเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้หลากหลายและครบถ้วนยิ่งขึ้น

นายบุนยรัตน์ ไตรสิริสมบัติ  ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน กล่าวเสริมว่า “ในครึ่งปีหลังนี้  โตชิบาจะเปิดตัวสินค้ามากมาย โดยเฉพาะตู้เย็นและเครื่องซักผ้า ที่จะมาขยาย Market Share ของโตชิบาให้กว้างขึ้น ทั้งตลาดพรีเมียมและตลาดแมส สำหรับสินค้ากลุ่มตู้เย็น โตชิบาเป็นที่ 1 ในเรื่องตู้เย็นประตูเดียวมาตลอดหลายปีต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีตู้เย็น 2 ประตู และตู้เย็นมินิบาร์ แต่ในปีนี้ เราจะมาครบไลน์อัพ เติมเต็มช่องว่างเค้กก้อนใหญ่ในส่วนของตู้เย็นมัลติดอร์ (Multi Doors) และ ตู้เย็นไซด์บายไซด์ (Side By Side) ที่มีมูลค่าการตลาดถึงหนึ่งพันล้านบาท โดยมีแผนออกสินค้าในไตรมาส 4 ส่วนในไตรมาส 3 เราส่งตู้เย็น 1 ประตูรุ่นใหม่ FIT ที่ปรับโฉมใหม่ เพื่อยังคงรักษาความเป็นผู้นำเบอร์ 1 ในตู้เย็น 1 ประตู ด้วยส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเกือบ 30%

ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ โตชิบาจะใส่ใจเรื่องความต้องการของลูกค้า รวมถึงดูเทรนด์ผู้บริโภคเป็นหลัก เฉกเช่นการพัฒนาตู้เย็น  ที่ผู้หญิงทำงานนอกบ้านมากขึ้น เวลามีจำกัด ดังนั้นการซื้อของกินของใช้ในแต่ละครั้งจึงมาก และเมื่อต้องเก็บมาก เราจึงออกแบบตู้เย็นให้ใหญ่ขึ้น รวมถึงต้องเก็บรักษาความสดได้ยาวนาน  และต้องออกแบบตู้เย็นให้จัดสรรของกินแต่ละประเภทให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม จึงเป็นที่มาของการเกิดตู้เย็นไซด์บายไซด์ และมัลติดอร์

  • ตู้เย็นมัลติดอร์ โดดเด่นด้วย 3 Cycle Real Inverter มาพร้อมระบบทำความเย็น  3 Cooling กระจายความเย็นได้ทั่วถึง และระบบการกำจัดกลิ่นชั้นยอด นอกจากนี้ยังแบ่งช่องต่างๆ ในตู้เย็นได้มากถึง 26 ช่อง เพื่อให้คุณเลือกแช่ได้ตามใจ
  • ส่วนตลาดเครื่องซักผ้า เราตั้งเป้าเติบโต 50% โดยขยายไลน์อัพเพิ่ม ด้วยการเปิดตัวเครื่องซักผ้า 2 ถังสำหรับจับตลาดกลางถึงล่าง และเพิ่มเครื่องซักผ้าฝาหน้า และ 2 in 1 เครื่องซักอบผ้าฝาหน้า เพื่อจับกลุ่มคอนโด และตลาดกลางถึงบน ซึ่งใน 2 ตลาดดังกล่าว มีมูลค่าการตลาดสูงถึง 6,000 ล้านบาท ซึ่งจะมาช่วยเติมเต็มมาร์เก็ตแชร์ของกลุ่มเครื่องซักผ้าของโตชิบามากขึ้น
  • ในไตรมาส 3 นี้ โตชิบามีแผนเปิดตัวเครื่องซักผ้า 2 ถัง ซึ่งมาด้วยดีไซน์ที่สวยหรู ตัวถังกันสนิม พร้อมจุดเด่นท่อเติมน้ำแบบคู่ ที่ทำให้การซักและการปั่นสะดวก สะอาดยิ่งขึ้น  มีให้เลือกมากถึง 4 ความจุ คือ 7.5 กก. 8.5 กก. 11 กก. และ 13 กก. เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย
  • สำหรับเครื่องซักผ้าฝาหน้า หรือ Front Load จะมาด้วยเทคโนโลยี Great Wave ที่ช่วยให้ผ้าสะอาดโดยไม่ต้องใช้น้ำร้อน จึงทำให้ประหยัดไฟ ประหยัดเวลา รวมถึงช่วยปกป้องสีสันของเสื้อผ้าให้อยู่ยาวนานยิ่งขึ้น มาพร้อม 3 ความจุให้เลือก คือ 7.5 กก. 8.5 กก. และ 9.5 กก.
  • ส่วนตัวไฮไลท์ เป็นเครื่องซักอบฝาหน้า ที่มีความจุทั้งซักและอบที่เท่ากัน  เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งมีให้เลือก 2 ความจุ คือ 10/10 กก. และ 8/8 กก. ซึ่งแพลนวางขายในไตรมาส 4

นายชาตรี พลสอนดา ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก กล่าวว่า “ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีราคาไม่สูงมาก มีความต้องการใช้ต่อเนื่อง และด้วยความที่สินค้ามีหลากหลาย จึงตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้แตกต่างกัน  สำหรับแบรนด์โตชิบา เราตั้งเป้าขึ้นเป็น Top 3 ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กภายใน 3 ปี โดยในครึ่งปีแรก เห็นผลชัดเจนว่าเราเติบโตมากในกลุ่มสินค้ากลุ่มไมโครเวฟ ซึ่งโตขึ้นถึง 189% จากการที่เราเปิดตัวไมโครเวฟใหม่ 7 รุ่นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา  นอกจากนี้ยังมีเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งโตขึ้นถึง 146% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ทำให้ใน ไตรมาสที่ 3 นี้ เราแพลนออกเครื่องทำน้ำอุ่นใหม่อีก 8 รุ่น เพื่อเตรียมรับหน้าหนาวที่จะมาถึงในปลายปีนี้ สำหรับตลาดหม้อหุงข้าว เราตั้งใจขยายตลาดระดับกลางถึงล่าง โดยส่งหม้อหุงข้าวประเภท Jar Type หรือหม้ออุ่นทิพย์ดีไซน์ใหม่ สดใส และทันสมัยกว่าเดิม มีให้เลือก 2 ความจุ 5 รุ่น 3 ดีไซน์  มากไปกว่านั้น โตชิบากำลังขยายไลน์สินค้ากลุ่มเครื่องปั่นน้ำผลไม้เพิ่ม ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงเช่นกัน เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน และคนใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น เครื่องปั่นน้ำผลไม้ของโตชิบา มาด้วยเทคโนโลยี Off Center ที่ช่วยให้น้ำผลไม้ปั่นละเอียดยิ่งขึ้น”

นางสาวธัญปภัสส์ อริยะวรวัฒน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด กล่าวเสริมว่า “นอกจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อตลาดแล้ว ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยโดยตรงจากกลุ่มผู้บริโภคด้วย อย่างแนวโน้มหรือเทรนด์ เรื่องความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งแนวโน้มดังกล่าว จะส่งผลต่อการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องความสะดวกสบาย  คุณภาพและเทคโนโลยี ดีไซน์ของสินค้า ที่อาจนับได้ว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน รวมถึงการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ อย่างเรื่องการประหยัดเวลา นอกจากนี้ ปัจจัยอื่นๆ ยังรวมถึงการรักษ์โลก ประหยัดพลังงาน และการรักสุขภาพ ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของโตชิบา จึงถูกออกแบบมา โดยคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นปัจจัยหลัก เพื่อให้แน่ใจว่า เราจะ    “นำสิ่งที่ดี มาสู่ชีวิต” ให้กับผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง”

  • สำหรับกิจกรรมการตลาดในครึ่งปีแรก อัตราส่วนการลงทุน จะมุ่งเน้นที่ การสร้างแบรนด์ สร้างภาพลักษณ์ และการจดจำต่อสาธารณชน ซึ่งรวมไปถึง ณ จุดขาย การส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากยิ่งขึ้น และนอกจากการลงทุนข้างต้นแล้ว ทางบริษัทยังให้ความสำคัญกับ พนักงานขาย  อีกด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์จะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคได้มากที่สุด นอกเหนือจากการจัดจำหน่าย สินค้า ที่มีคุณภาพ หลากหลาย และแข่งขันได้
  • ส่วนแผนการตลาดครึ่งปีหลัง จะเน้นเรื่อง 4P ได้แก่
    • สินค้า อย่างเรื่องการเพิ่มไลน์สินค้า การอัพเกรดสินค้าให้มีคุณภาพและทันสมัยยิ่งขึ้น
    • การขยายช่องทางการขาย ช่องทางการจัดจำหน่าย ให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
    • แพลนปรับโฉมร้านค้าให้ดูทันสมัย และสวยงามยิ่งขึ้น แผนการสื่อสารและการตลาดงบกว่า 12% เพื่อการลงทุนด้านโฆษณาและส่งเสริมการขาย ทั้ง Above the line และ Below the line เพื่อสร้างการรับรู้ และความเชื่อมั่นในตราสินค้า ทั้งนี้ ภาพรวมการตลาดจะผ่านการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะ Online & Social Media เป็นหลัก โดยเน้นเรื่อง Digital Marketing,  Localized Marketing
    • การทำกิจกรรมส่งเสริมการขายให้เหมาะกับกลุ่มสินค้า ฤดูกาล และพื้นที่การขาย โดยจะมีแคมเปญออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ
      • แคมเปญรับหน้าฝน แคมเปญฉลองวันเกิด แคมเปญรับปีใหม่
      • หรือแม้แต่การทำ Road Show และ Work Shop ไปยังกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้สินค้า
      • และสุดท้าย เรายังคงให้ความสำคัญกับ พนักงานขาย ที่ไม่ได้ต้องการให้เป็นตัวแทนขายสินค้า แต่เขาคือที่ปรึกษาส่วนตัว (Personal Consultant)  เราจึงมีแผนพัฒนาบุคลากรให้ความรู้และฝึกอบรมทั้งในส่วนการขาย การสร้างประสบการณ์การใช้งาน การเป็นเลขาส่วนตัว รวมถึงการให้คำแนะนำหลังการขายด้วย

นางกนิษฐ เมืองกระจ่าง ประธานกรรมการบริหารบริษัท กล่าวเสริมว่า “นอกจากบริษัทฯ จะเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และแผนการตลาดต่าง ๆ ตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว  บริษัทฯ ยังได้มีแผนการพัฒนาระบบสารสนเทศ ระบบงานบริการหลังการขาย ระบบการบริหารทรัพยากรบุคคล และระบบต่างๆ เพื่อเตรียมรองรับการเติบโตในอนาคต นอกจากนี้ขอให้เชื่อมั่นในโตชิบา เรายังคงเป็นแบรนด์ที่ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในฐานะผู้ถือหุ้นคนไทย เรายังเชื่อมั่นในโตชิบา และในการรวมพลังของเรา 3 ประเทศ จะนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดี ที่รวดเร็ว และเติบโตอย่างยั่งยืน และที่สำคัญ เรายังคงมุ่งเน้นนโยบายด้านส่งเสริมกิจกรรมที่ดีเพื่อสังคม (CSR – Corporate Social Responsibility) เช่นที่ผ่านมา  โตชิบาจะต้องเป็นตัวอย่างของบริษัทที่มีธรรมาภิบาลของสังคมไทย เป็นบริษัทที่ไม่ได้เน้นเพียงเรื่องการขายและการบริการเท่านั้น แต่ต้องเป็นบริษัทที่รับผิดชอบต่อท่านผู้แทนจำหน่าย ต่อสังคม ต่อคนรุ่นต่อไป ต่อประเทศชาติที่รักของพวกเราทุกคน และจะ “มุ่งมั่น …นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต”

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

แดสสอล์ท ซิสเต็มส์ เซ็น MOU กับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เดินหน้าโครงการผลักดัน ‘ดิจิทัลไทยแลนด์’

Published

on

แดสสอล์ท ซิสเต็มส์ (Dassault Systèmes) ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อติดตั้งแพลตฟอร์ม 3DEXPERIENCE ในโครงการสำคัญ ๆ ที่ช่วยผลักดันกลยุทธ์ ‘ดิจิทัลไทยแลนด์’ (Digital Thailand) ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘ไทยแลนด์ 4.0’  โครงการดังกล่าวครอบคลุมสองด้านหลัก ๆ ได้แก่ การออกแบบระบบการศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพในประเทศไทยเพื่อบ่มเพาะบุคลากรสำหรับอนาคต และการพัฒนา “เมืองอัจฉริยะ” หรือสมาร์ทซิตี้ (Smart City) ในประเทศไทย

การลงนามในข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการจัดนิทรรศการที่สำคัญของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล “Digital Thailand Big Bang 2018” ระหว่างวันที่ 19 – 23 กันยายน 2561 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้สังคมตระหนักรู้ถึงแผนงานและนโยบายระดับประเทศของไทยเพื่อการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

ทั้งนี้ จะมีการนำแพลตฟอร์ม 3DEXPERIENCE ของแดสสอล์ท ซิสเต็มส์ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาโครงการฝึกอบรมดิจิทัลภาคอุตสาหกรรม ‘Virtual Shipyard’ ในออสเตรเลียใต้ และการดำเนินโครงการสมาร์ทซิตี้ในเมืองต่างๆ เช่น สิงคโปร์ เมืองชัยปุระของอินเดีย และเมืองแรนส์ของฝรั่งเศส มาใช้ในโครงการ “ดิจิทัลไทยแลนด์” ที่สำคัญๆ ตามที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลกำหนดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ

“สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลกำลังดำเนินโครงการต่างๆ อย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง IoT ในเอเชีย รวมถึงการพัฒนา 7 หัวเมืองใหญ่ให้เป็น ‘เมืองอัจฉริยะ’ ภายในปี 2566  เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ จำเป็นที่จะต้องพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางด้านดิจิทัล  เราเลือกที่จะทำงานร่วมกับแดสสอล์ท ซิสเต็มส์ ซึ่งนำเสนอเทคโนโลยีชั้นนำของโลก และมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาสู่อุตสาหกรรม 4.0”ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

“สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและบริษัทของเรามีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อปฏิรูปอุตสากรรมของไทย รวมทั้งพัฒนาเมืองและบุคลากรเพื่อรองรับอนาคต  โครงการพัฒนาดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในระยะยาว ไม่ใช่เพียงแค่การติดตั้งโซลูชั่นที่เหมาะสม แต่ยังครอบคลุมถึงการศึกษาชุดทักษะที่เฉพาะเจาะจงและโครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับการเติบโตของประเทศในอนาคตอีกด้วย  เรามุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อก้าวเข้าสู่ยุค ‘ไทยแลนด์ 4.0’ อย่างยั่งยืน”มร. มาซากิ ซ็อกส์ คอนโน กรรมการผู้จัดการภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิกของ แดสสอล์ท ซิสเต็มส์

Dassault Systèmes

แดสสอล์ท ซิสเต็มส์ คือบริษัท 3DEXPERIENCE ที่นำเสนอโลกเสมือนจริงให้แก่ผู้คนและองค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างยั่งยืน ด้วยโซลูชั่นระดับชั้นนำของโลกที่ปรับปรุงแนวทางการออกแบบ ผลิต และสนับสนุนผลิตภัณฑ์ต่างๆ  โซลูชั่นการประสานงานร่วมกันของแดสสอล์ท ซิสเต็มส์ ช่วยส่งเสริมนวัตกรรมทางสังคม ขยายความเป็นไปได้สำหรับโลกเสมือนจริงเพื่อปรับปรุงโลกแห่งความเป็นจริง  บริษัทฯ มอบคุณประโยชน์ให้แก่ลูกค้าองค์กรทุกขนาดกว่า 220,000 รายในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมในกว่า 140 ประเทศ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

YouTube ยกเลิกแอปแยก “YouTube Gaming” แล้วย้ายส่วนเกมให้เลือกจากหน้าหลัก YouTube แล้ววันนี้

Published

on

YouTube เผย…ในแต่ละวันมีผู้เข้าชมวิดีโอเกี่ยวกับเกมและการสตรีมการเล่นเกมบน YouTube มากกว่า 200 ล้านคน เทียบเท่ากับจำนวนประชากรทั้งประเทศของบราซิล นั่นเป็นเพราะในปัจจุบันชุมชนนักเล่นเกมและผู้ที่สร้างสรรค์คอนเทนต์เกมหันมาใช้ YouTube เป็นแพลตฟอร์มสำหรับวิดีโอเกี่ยวกับเกมกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

  • การเล่นเกมบนมือถือ
  • คำแนะนำด้านกลยุทธ์ในการเล่นเกม
  • หรือการถ่ายทอดของ Let ‘s Play การแข่งขันอีสปอร์ต
  • และงานการกุศลต่าง ๆ

สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดแพลตฟอร์มเกมสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เล่นเกมอย่างจริงจัง หรือ แคชชวลเกมเมอร์ที่เล่นเกมเพื่อความสนุกสนานแอปพลิเคชัน YouTube Gaming มีกลุ่มผู้ชมที่แข็งแกร่งและมีชีวิตชีวา แต่จำนวนเกมเมอร์บน YouTube นั้นมีมากกว่า ในแต่ละวันมีผู้เข้าไปเล่นเกมและมีปฏิสัมพันธ์กับครีเอเตอร์บน YouTube มากกว่า 200 ล้านคน และในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีการดูเนื้อหาเกมบน YouTube รวมเป็นเวลากว่า 50 พันล้านชั่วโมง ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 เราจึงจะเปิดตัวแอปพลิเคชัน YouTube Gaming และมุ่งเน้นเกี่ยวกับเกมบนหน้าหลักของเว็บไซต์ YouTube ซึ่งจะทำให้เราสามารถเข้าถึงชุมชนเกมของเราได้ทั้งหมด

ในช่วง2 – 3ปีที่ผ่านมา เรามุ่งเน้นการสร้างเครื่องมือและประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนเกมเป็นหลัก ในปี พ.ศ. 2558 เราได้เปิดตัว YouTube Gaming ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันแบบสแตนด์อโลนสำหรับคอเกมที่เราได้ทดสอบฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น

  • ฟีเจอร์ Game Pages ที่ช่วยให้ค้นพบวิดีโอเกี่ยวกับเกมที่สนใจได้ดียิ่งขึ้น
  • ฟีเจอร์ Super Chat ที่เป็นการโต้ตอบกันระหว่างแฟน ๆ กับครีเอเตอร์ในขณะแชทสด
  • ฟีเจอร์ Channel Memberships ที่ให้แฟน ๆ สนับสนุนครีเอเตอร์ชื่นชอบ
  • ฟีเจอร์ Dark Theme รวมไปถึงแพลตฟอร์มสำหรับการสตรีมมิงแบบสดซึ่งเกิดจากความคิดเห็นของชุมชนเกม จากการตอบรับในเชิงบวกของฟีเจอร์เหล่านี้

เราจึงได้นำฟีเจอร์เหล่านี้ที่อยู่ใน แอปพลิเคชัน YouTube Gaming มาไว้บนหน้าหลักของ เว็บไซต์ YouTube วันนี้จึงเปิดตัวจุดหมายปลายทางการเล่นเกมใหม่ เพื่อเป็นชุมชนของเหล่าเกมเมอร์บน YouTube ให้คุณสามารถพบกับ YouTube Gaming ได้ที่ https://gaming.youtube.com/

  • ด้านบนสุดของหน้าเว็บจะเป็นเนื้อหาเกมที่คุณสนใจโดยอ้างอิงจากสิ่งที่คุณอยากดู
  • นอกจากนี้คุณยังจะเห็นการเล่นเกมแบบสดยอดนิยมและวิดีโอเกี่ยวกับเกมล่าสุดจากช่องที่คุณติดตามอยู่ เราได้นำวิดีโอที่ดีที่สุดและการเล่นเกมแบบสดมาไว้ให้คุณในที่เดียว
  • และยังได้จัดกลุ่มสำหรับการสตรีมสดและวิดีโอที่กำลังเป็นที่นิยมไว้โดยเฉพาะอีกด้วย

ซึ่งตอนนี้คุณสามารถค้นหาวิดีโอเกี่ยวกับเกมที่คุณสนใจจากวิดีโอที่มีอยู่มากมายบน YouTube ได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอยอดนิยม การสตรีมสด และเกมต่าง ๆ จากค่ายเกมหรือผู้พัฒนาเดียวกัน เราได้รวบรวมเพจเกมต่างๆ ไว้กว่านับหมื่นรายการ ฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นเกมดังที่มีคนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก หรือเกมที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก คุณก็จะเจอสิ่งที่ต้องการ และเราต้องการช่วยเหลือครีเอเตอร์รายเล็กให้เติบโตบนแพลตฟอร์ม YouTube ด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราจะมีการแนะนำครีเอเตอร์เกมที่เป็น “ดาวรุ่ง” ในส่วนของ Gaming และ Trending ในแต่ละสัปดาห์เราจะนำเสนอครีเอเตอร์เกมหน้าใหม่ที่กำลังมาแรงเพื่อช่วยให้แฟน ๆ ได้ค้นพบเนื้อหาของพวกเขามากขึ้น โดยจะนำร่องในสหรัฐอเมริกาก่อน และจะขยายต่อไปยังประเทศอื่น ๆ ในอนาคต

ขอขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมในการสร้างชุมชนเกมที่แข็งแกร่งบน YouTube ไม่ว่าจะเป็นครีเอเตอร์อย่าง

  • elrubiusOMG ที่ทำลายสถิติการเข้าดูการเล่นเกมสด
  • Ninja ครีเอเตอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของ YouTube ซึ่งช่วยให้เกมFortniteโด่งดัง
  • itsFunneh ครีเอเตอร์เกมที่ทำให้เราหัวเราะไปกับเกม Minecraft และ Roblox เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้ครีเอเตอร์เกมประสบความสำเร็จ
  • และเรายังคงติดตามความเคลื่อนไหวของเหล่าเกมเมอร์ว่าจะสร้างอนาคตของเกมต่อไปอย่างไร

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

LINE ปั้น “LINE@ Certified Coach” ตอกย้ำกลยุทธ์เสริมความรู้ให้ SME ไทยก้าวสู่ตลาดออนไลน์

Published

on

LINE ส่งเสริมการเติบโตของ SME ให้ทันสมัยและก้าวทันยุคดิจิตอล โดยตอกย้ำกลยุทธ์เสริมความรู้ให้กับธุรกิจ SME ไทยและผู้ดำเนินธุรกิจ Social Commerce ก้าวสู่ตลาดออนไลน์อย่างแข็งแกร่งด้วยการปั้น LINE@ Certified Coach โดยทั้ง 17 LINE@ Certified Coach ได้ผ่านการทดสอบทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ  และได้รับรองว่ามีความรู้เรื่อง LINE@ เป็นอย่างดี มีความรู้ในเรื่องภาพรวมของการตลาดดิจิทัลอย่างครบวงจร พร้อมถ่ายทอดความรู้ไปยังนักธุรกิจ SME หรือผู้ขายออนไลน์ Social Commerce ที่ต้องการเพิ่มความรู้ด้านการตลาดบนโลกออนไลน์

LINE@ Certified Coach ปี 2018 นี้ นำทัพโดย 5 โค้ชแนวหน้าของไทย ได้แก่

  • คุณโสภา พิมพ์สิริพานิชย์ (โค้ชโซอี้) : ผู้ได้รับรางวัล Best Coach และ Best Performance ในโครงการ LINE@ Certified Coach ปี 2017
  • คุณปฤณ จำเริญพานิช (โค้ชปฤณ) : LINE@ Certified Coach ปี 2017 อีกท่านในโครงการของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา
  • คุณมัญฑิตา จินดา (โค้ชทิป) : เจ้าของ LINE@: @digitaltips ที่มีเกร็ดความรู้ดีๆ ทั้งด้านดิจิทัลและการทำธุรกิจแชร์ให้อย่างสม่ำเสมอ
  • คุณปรีดี โรจน์ภิญโญ (โค้ชแชมป์) : ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำตลาดแบบ Full Funnel คือตั้งแต่เริ่มหาลูกค้า การปิดการขาย ไปจนถึงการให้ลูกค้ารักเราและกลับมาซ้ำ
  • คุณอุกฤษฎ์ ตั้งสืบกุล (โค้ชมินท์) : เจ้าของ LINE@: @mydigitalpartner และผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้สื่อออนไลน์พาธุรกิจให้เติบโตยิ่งไปอีก

ทั้งนี้ LINE@ Certified Coach ทั้ง 5 ท่าน จะมี LIVE บน LINE Official Account : LINE@ for Business

ร่วมถ่ายทอดความรู้ให้ผู้ติดตามกว่า 1.5 ล้านรายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยแบ่ง LIVE เป็น 5 ครั้ง ใน 5 หัวข้อ ดังนี้

  • วันที่ 28 ก.ย. 61 เวลา 11.00 น.
    • ข้อมูลเด็ดที่คนทำการตลาดออนไลน์ที่ต้องรู้ โดย โค้ชแชมป์
  • วันที่ 29 ก.ย. 61 เวลา 21.00 น.
    • เทคนิคการใช้ LINE@ สำหรับธุรกิจแฟชั่น โดย โค้ชโซอี้
  • วันที่ 8 ต.ค. 61 เวลา 11.00 น.
    • เทคนิคการใช้ LINE@ สำหรับธุรกิจความงาม โดย โค้ชปฤณ
  • วันที่ 18 ต.ค. 61 เวลา 14.00 น.
    • เทคนิคการใช้ LINE@ สำหรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม โดย โค้ชมิ้น
  • วันที่ 23 ต.ค. 61 เวลา 21.00 น.
    • เทคนิคการใช้ LINE@ สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม โดย โค้ชทิป

นอกจากทั้ง 5 ท่านนี้แล้ว ยังสามารถติดตาม LINE@ Certified Coach ปี 2018 ทั้ง 17 ท่านได้ใน LINE@ ของแต่ละท่าน ดูรายชื่อทั้งหมดได้ที่ https://at.lineapp.me/certified-coach

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!