Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Adobe เปิดตัวครีเอทีฟคลาวด์เน็กซ์เจน “Next-Gen of Creative Cloud” ณ งาน MAX 2018

งานประชุม Adobe MAX คือ การประชุม ที่รวบรวมเหล่ามืออาชีพด้านครีเอทีฟ ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอุตสาหกรรม และคนดังระดับโลกเข้าร่วมในงานนี้ ซึ่งภายในงานนั้นทาง อะโดบี ได้เปิดตัวอัปเดตสำคัญสำหรับแอปพลิเคชั่น Creative Cloud รวมถึง Photoshop CC, Lightroom CC, Illustrator CC, InDesign CC, Premiere Pro CC และ Adobe XD แถมอะโดบียังได้เปิดตัว Adobe Premiere Rush CC ครั้งแรกกับแอปฯตัดต่อวิดีโอแบบครบวงจร ที่ใช้งานง่ายสำหรับผู้สร้างสรรค์โซเชียลมีเดีย ช่วยเพิ่มความสะดวกในการสร้างและแชร์วิดีโอบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น YouTube และ Instagram และยังเปิดพรีวิวเวอร์ชั่นใหม่สำหรับ iPad ในส่วนของแอปฯ Adobe Photoshop CC และ Project Gemini ซึ่งเป็นแอปฯวาดรูป นับเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของอะโดบีในการนำเสนอแอปฯประสิทธิภาพสูง ที่ทำงานบนหน้าจอทุกจอได้อย่างไร้รอยต่อ

วันนี้ เราได้เผยโฉมพอร์ตโฟลิโอของเน็กซ์ เจนเนเรชั่น แอปฯครีเอทีฟ ที่มอบคุณประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมแก่กลุ่มผู้ใช้ ด้วยการปรับปรุงเวิร์กโฟลว์ด้านครีเอทีฟบนอุปกรณ์และแพลตฟอร์มที่หลากหลาย  อะโดบีมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการขยายสู่เซ็กเมนต์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น การออกแบบประสบการณ์ (Experience Design) และการสร้างวิดีโอคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มโซเชียล รวมทั้งบุกเบิกสื่อรูปแบบใหม่ ๆ เช่น ระบบสัมผัส เสียงพูด ระบบ 3D และ AR ส่งผลให้ Adobe Creative Cloud เป็นแพลตฟอร์มการสร้างสรรค์สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง”

ขยายนวัตกรรมบนแอปพลิเคชั่นและบริการของครีเอทีฟ คลาวด์

  • การทำงานของฟีเจอร์ Content-Aware Fill ใน Photoshop CC
  • การปรับปรุงประสิทธิภาพและเวิร์กโฟลว์บน Lightroom CC และ Lightroom Classic
  • ความสามารถในการออกแบบโดยใช้โฟโต้เรียลลิสติก
  • การไล่ระดับสีแบบ Freeform ใน Illustrator CC
  • ฟีเจอร์ Content-Aware Fit ใน InDesign CC
  • ความสามารถในการสร้างและทำให้หุ่นเคลื่อนไหวโดยใช้กล้องเว็บแคมและอาร์ตเวิร์กอ้างอิงในส่วน Characterizer ใน Character Animator
  • เอนจิ้นใหม่สำหรับการเรนเดอร์ ซึ่งช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพในการพรีวิวภาพเรนเดอร์ใน Dimension CC และฟีเจอร์การค้นหาแบบใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย Sensei และคอนเทนต์สุดพิเศษใน Adobe Stock รวมไปถึงไลบรารีคลิปจาก GoPro

ปลดปล่อยศักยภาพของผู้สร้างวิดีโอคอนเทนต์บนโซเชียลด้วย Premiere Rush CC

Premiere Rush CC ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับผู้สร้างวิดีโอออนไลน์ โดยผสานรวมการจับภาพ การตัดต่อที่ใช้งานง่าย การปรับแต่งสี เสียง และโมชั่นกราฟิก พร้อมการเผยแพร่อย่างไร้รอยต่อไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลชั้นนำ เช่น YouTube และ Instagram โดยทั้งหมดนี้รวมอยู่ในโซลูชั่นหนึ่งเดียวที่ใช้งานง่ายด้วย Premiere Rush CC ผู้สร้างคอนเทนต์ไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านวิดีโอ สี และเสียง เพื่อที่จะเผยแพร่วิดีโอคุณภาพสูงระดับมืออาชีพ Premiere Rush CC ใช้ประโยชน์จากพลังของ Premiere Pro CC และ After Effects CC พร้อมทั้งรองรับการเข้าถึงเทมเพลต Motion Graphics ที่ออกแบบอย่างมืออาชีพใน Adobe Stock เพื่อเริ่มต้นทำงานได้อย่างรวดเร็ว และมีฟีเจอร์ Auto-duck แบบคลิกเดียว ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Sensei เพื่อปรับแต่งเพลงและปรับระดับเสียง  นอกจากนี้ยังรองรับการเข้าถึงทุกที่ทุกเวลา ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างโปรเจ็กต์วิดีโอที่โดดเด่น ปรับแต่งเป็นพิเศษสำหรับการเผยแพร่บนแพลตฟอร์มโซเชียล โดยอาจสร้างอยู่บนอุปกรณ์เครื่องหนึ่ง และเผยแพร่จากอุปกรณ์อีกเครื่องหนึ่ง ด้วยประสบการณ์การใช้งานที่สอดคล้องกันทั้งบนเครื่องเดสก์ท็อปและโมบายล์

พรีวิวระบบภาพครีเอทีฟและแอปวาดรูปประสิทธิภาพสูงบนทุกอุปกรณ์

อะโดบีเปิดพรีวิวสองโมบายล์แอปรุ่นอนาคตที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อบุกเบิกการสร้างสรรค์ผลงานบนหลากหลายหน้าจอ พร้อมทั้งเสริมสร้างเวิร์กโฟลว์การทำงานบนเดสก์ท็อปแอปพลิเคชั่นเรือธงที่มีอยู่ของอะโดบี:

  • Photoshop CC บน iPad : ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อการใช้งานแบบสัมผัสที่ทันสมัย โดย Photoshop CC บน iPad จะมอบพลังและความแม่นยำของเวอร์ชั่นเดสก์ท็อป และให้ผู้ใช้สามารถเปิดและแก้ไขไฟล์ PSD แบบเนทีฟ โดยใช้เครื่องมือการแก้ไขภาพที่เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมใน Photoshop และประกอบด้วยแผงเลเยอร์ Photoshop ที่คุ้นเคย  ด้วยการใช้ Photoshop CC บนหลากหลายอุปกรณ์ รวมถึงเวอร์ชั่นบน iPad ที่จะเปิดตัวในปี 2562 คุณจะสามารถเริ่มต้นการทำงานบน iPad และแก้ไขชิ้นงานครั้งแล้วครั้งเล่าได้อย่างไร้รอยต่อด้วย Photoshop CC บนเดสก์ท็อป โดยผ่านทาง Creative Cloud
  • Project Gemini: แอปใหม่ที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อเพิ่มความรวดเร็วให้กับเวิร์กโฟลว์การวาดภาพและระบายสีบนอุปกรณ์ต่างๆ โดย Project Gemini ซึ่งจะเปิดตัวเวอร์ชั่น iPad ในปี 2562 ผสานรวมภาพแรสเตอร์ (Raster), เวคเตอร์ (Vector) และพู่กันแบบไดนามิกที่แปลกใหม่เข้าไว้ในแอปเดียว ซึ่งออกแบบมาสำหรับการวาดรูปโดยเฉพาะ  ทั้งนี้ Project Gemini จะช่วยให้ศิลปินสามารถใช้และซิงค์พู่กันที่ใช้งานเป็นประจำบน Photoshop และผลงานต่างๆ เข้ากับ Photoshop CC ได้อย่างไร้รอยต่อ

ปรับปรุงประสบการณ์อย่างเหนือชั้นด้วย Adobe Sensei

รีลีส 2019 ของครีเอทีฟ คลาวด์ นำเสนอฟีเจอร์และการปรับปรุงประสิทธิภาพซึ่งขับเคลื่อนด้วย Adobe Sensei โดยพัฒนาต่อยอดจากฟีเจอร์หลายสิบรายการที่ขับเคลื่อนด้วย Sensei และพร้อมใช้งานอยู่ในปัจจุบันสำหรับลูกค้าที่ใช้ Adobe Creative Cloud, Document Cloud และ Experience Cloud โดยฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย Sensei ในรีลีส 2019 มีดังนี้:

  • ขยายขีดความสามารถของฟีเจอร์ Content-Aware Fill ใน Photoshop CC ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำและการควบคุม เพื่อให้ผู้ใช้ประหยัดเวลาในการแก้ไขรูปภาพ
  • ฟีเจอร์ใหม่ Content-Aware Fit ใน InDesign CC ซึ่งตรวจจับรูปภาพอย่างชาญฉลาด และครอบตัดหรือปรับขนาดให้พอดีกับเฟรมภาพโดยอัตโนมัติ
  • การไล่ระดับสีแบบฟรีฟอร์ม (Freeform Gradients) ใน Illustrator CC ซึ่งรองรับการไล่ระดับสีอย่างเป็นธรรมชาติ
  • เครื่องมือใหม่ใน Character Animator CC นั่นคือ Characterizer ซึ่งปรับเปลี่ยนภาพบุคคลในสไตล์ต่างๆ ให้กลายเป็นตัวละครการ์ตูนที่มีชีวิตชีวา

เต็มอิ่มกับการพรีวิวอนาคตของงานดีไซน์

อะโดบี เปิดพรีวิว Project Aero ซึ่งเป็นเครื่องมือสร้าง AR บนอุปกรณ์ที่หลากหลาย ช่วยให้ผู้สร้างสามารถออกแบบประสบการณ์ Augmented Reality ได้อย่างเหนือชั้น  Project Aero เป็นแอป AR รุ่นแรกที่สร้างขึ้นสำหรับนักออกแบบและศิลปิน และเปิดให้ชมตัวอย่างเป็นครั้งแรกบนเวทีการประชุมนักพัฒนาทั่วโลกของแอปเปิล ซึ่งจัดขึ้นเมื่อช่วงต้นปีนี้  Project Aero รองรับการนำเสนอประสบการณ์ AR ที่ยอดเยี่ยม ช่วยให้ครีเอทีฟสามารถวางดิจิทัลคอนเทนต์ไว้ในโลกแห่งความเป็นจริง ในการประชุม Adobe MAX อะโดบีได้จัดแสดงร้านค้าปลีกแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AR ซึ่งเผยให้เห็นถึงศักยภาพที่น่าสนใจของประสบการณ์ด้านงานดีไซน์ที่ชวนดื่มด่ำ

ราคาและการวางจำหน่าย

  • อัพเดตสำหรับซอฟต์แวร์เดสก์ท็อป Creative Cloud พร้อมใช้งานแล้วสำหรับสมาชิกทั้งหมดที่ใช้ Creative Cloud รวมถึงสมาชิกที่เป็นผู้ใช้ทั่วไป นักศึกษา ทีมงาน สถานศึกษา หน่วยงานราชการ และองค์กรธุรกิจ  ส่วนโมบายล์แอปของอะโดบีสามารถดาวน์โหลดได้จาก iOS App Store และ Google Play
  • Photoshop CC บน iPad, Project Aero และ Project Gemini บน iPad จะพร้อมใช้งานในปี 2562  ส่วน Spark Post บน Android ซึ่งก่อนหน้านี้เปิดให้ใช้งานรุ่นเบต้าแก่บุคคลทั่วไป ตอนนี้พร้อมใช้งานแล้วในรูปแบบของแอปเวอร์ชั่น 1.0 ใน Google Play store
  • โปรแกรมใหม่ Premiere Rush CC พร้อมใช้งานแล้วบน Windows และ macOS และผ่านทาง iOS App Store (จะพร้อมใช้งานใน Google Play store ในปี 2562) ภายใต้แผนบริการที่หลากหลาย ซึ่งปรับแต่งตามความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้า
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

HONOR เผยเทคนิคถ่ายเซลฟี่…ให้สวย ด้วยสไตล์ “ออเนอร์”

Published

on

ไม่ว่าสถานที่ไหน ๆ ก็มีการตกแต่งให้เข้ากับเทศกาลทุก ๆ เทศกาล ทั้งตรุษจีน วาเลนไทน์ ไปที่ไหนก็น่าถ่ายรูปแล้วโพสต์โชว์ทั้งนั้น ออเนอร์ มีเทคนิคง่าย ๆ ถ่ายเซลฟี่ยังไงให้ปังกว่าใคร มาแนะนำกันค่ะ!! ให้โพสต์ไหน ๆ ของคุณก็ปังทั้งนั้น

  • ถ่ายในที่แสงไฟเพียงพอ และใช้ทิศทางของแสงให้เป็นประโยชน์

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการถ่ายรูปอย่างหนึ่งก็คือแสง หากถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย จะทำให้ภาพออกมามืดเกินไป ดูหม่นหมอง แสงที่ดีที่สุด เหมาะกับการถ่ายเซลฟี่ก็คือ แสงจากธรรมชาติหรือแสงจากหลอดไฟสีส้มจะช่วยทำให้ผิวออกมาเนียนสวย กลับกันสิ่งที่ไม่แนะนำเลย คือแสงจากแฟลชที่สาดเข้ามาตรง ๆ เพราะจะทำให้ทุกอย่างดูหลอก แถมยังจะไปเน้นจุดบกพร่องของผิว อย่างเช่นสิว หรือว่าริ้วรอยบนใบหน้าอีกด้วยนะ หรือถ้าต้องการแสงจริง ๆ ให้ลองเปลี่ยนมาใช้ไฟวงแหวนเซลฟี่ดูรับรองว่าแสงจะออกมาเนียนธรรมชาติแถมทำให้ดวงตาดูมีประกาย โดดเด่น ชวนหลงใหลมากขึ้น

  • มองเหนือกล้องขึ้นไปอีกนิด

เวลาถ่ายรูป ทุก ๆ คนมักจะมองไปที่เลนส์กล้องของสมาร์ทโฟน แต่จริง ๆ แล้วการตั้งใจมองไปที่กล้องมากเกินไป ทำให้ตาเราดูโตเกินไปจนดูปลอม วิธีการที่จะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นก็คือ การมองขึ้นไปเหนือบริเวณเลนส์ด้านหน้านิดหนึ่ง จะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ทั้งยังเป็นการหลีกเลี่ยงเงาจากขนตาที่จะสะท้อนลงมาบดบังบางส่วนของใบหน้าสำหรับคนที่ขนตายาวอีกด้วย

  • ใช้อวัยวะบางส่วนปิดหน้า

สำหรับคนที่กลัวถ่ายเซลฟี่แล้วหน้าใหญ่ ปัญหานี้จะหมดไปด้วยการใช้อวัยวะบางส่วนอย่าง มือ เส้นผม หรือแขนมาประกอบท่าโพสต์ เช่น จัดให้บางส่วนของผมปิดจุดที่ต้องการซ่อน หรือทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง  หรืออาจใช้มือ ปิดบางส่วนของหน้า เพื่อพลางส่วนที่ไม่ชอบ

  • ฉากหลังสีอ่อน ดึงความโดดเด่นให้ภาพได้มากขึ้น  

ภาพเซลฟี่จะดูสวย ไม่รกตา และโด่ดเดนมากขึ้นด้วยฉากหลังสีอ่อน เพราะเมื่อแสงจากธรรมชาติสะท้อนเข้ากับฉากหลังแล้ว จะทำให้ภาพดูสว่างมากขึ้น  และยังช่วยลดเงาที่เกิดจากการตกกระทบไม่ทั่วถึงของแสงอีกด้วยนะ แต่ถ้าหากอยู่ในสถานการณ์ที่กำหนดฉากหลังไม่ได้ ฟังก์ชั่นการเบลอฉากหลังของสมาร์ทโฟนก็เป็นสิ่งที่ประโยชน์มาก ๆ อีกวิธีหนึ่ง

  • หัดใช้ฟังก์ชั่นเซล์ฟไทม์เมอร์ให้คล่อง

สมาร์ทโฟนเกือบทุกรุ่นคงมีฟังก์ชั่นเซล์ฟไทม์เมอร์มาพร้อมกับกล้องอยู่แล้ว ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่มีประโยชน์มากสำหรับการเซลฟี่ เพราะช่วยไม่ให้ภาพเบลอจากการถือและกดชัตเตอร์ไปพร้อมกัน  แล้วยิ่งถ้าคุณสามารถใช้ฟังก์ชั่นเซล์ฟไทม์เมอร์ตั้งเวลาแล้วนำสมาร์ทโฟนไปวางในที่ต่าง ๆ เพื่อถ่ายภาพให้ได้มุมแปลกตาเหมือนมีคนถ่ายให้ หรือ เซล์ฟฟี่แบบเต็มตัวดูบ้าง รับรองว่าต้องได้ภาพที่ออกมาเก๋ เรียกยอดไลค์ได้เยอะสุด ๆ ไปเลย

  • ใช้สมาร์ทโฟนที่มีฟังก์ชั่นเหมาะกับการเซลฟี่

โทรศัพท์มือถือรุ่นที่มีกล้องหน้าคมชัด และมีฟังก์ชั่นช่วยปรับแสงและความสว่าง ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้รูปภาพเซลฟี่ของคุณดูสวยไม่เหมือนใคร

HONOR 10 lite ซึ่งมีฟังก์ชั่น AI มากับกล้องหน้าความละเอียด 24ล้านพิกเซล ช่วยเพิ่มความสดใส และมีมิติ ให้ผิวของคุณดูเป็นธรรมชาติ ด้วยฟังก์ชั่น AI Beauty ที่สามารถปรับเปลี่ยนการตั้งค่าได้ตามสีผิว และอายุของผู้ใช้งาน และยังมี 3D Portrait Lighting เอฟเฟกต์แสงสตูดิโอ 5 รูปแบบ เพิ่มลูกเล่นให้ภาพเซลฟี่ของคุณดูสวย มีสเน่ห์ ยังไม่รวมถึงลูกเล่น AR Camera เพิ่มความสนุกสนาน เปลี่ยนภาพเซลฟี่ของคุณให้ไม่เหมือนเดิม

HONOR 10 Lite พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคาเริ่มต้นที่ 6,490 บาท มีสีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีฟ้าสกายบลู (Sky blue), สีน้ำเงินเข้ม (Sapphire blue) และสีดำ (Midnight black) ผ่านช่องทาง Lazada และร้านค้าตัวแทนจำหน่าย CSC และร้านค้า HONOR Shop สาขา MBK Center ชั้น 5

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Ascenti เปิดตัว Biostar A10N-8800E เมนบอร์ด SOC รุ่นใหม่ล่าสุด ฟังก์ชั่นจัดเต็ม ราคาสุดคุ้ม!

Published

on

Ascenti เปิดตัว Biostar A10N-8800E เมนบอร์ด System-On-Chip (SOC) รุ่นใหม่ล่าสุด เลือกใช้ CPU AMD FX-8800P แกนประมวลผล 4 คอร์ ความเร็ว 3.4GHz รวมถึงกราฟิกออนบอร์ดที่ยอดเยี่ยม AMD Radeon™ R7 ถึงแม้เมนบอร์ดขนาด Mini-ITX อัดแน่นด้วยฟีเจอร์การรองรับเทคโนโลยีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรองรับแรม DDR 4 Dual Channel Bus 2133 / M.2 PCI-e 16Gb/s / USB 3.1 Gen 1 / SATA 3 Gb/s อีกทั้งยังพอร์ทต่อภาพ Out Put แบบ HDMI และ VGA และ เสียงคุณภาพด้วย Realtek ALC887 HD 7.1-Channel อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี Protection+ป้องกันเมนบอร์ดเสียหายทำงานได้คงทนมากยิ่งขึ้น

Biostar A10N-8800E เป็นเมนบอร์ด SOC ขนาดเล็กกะทัดรัด เน้นการออกแบบที่ประหยัดพลังงาน มีการประมวลผลที่ยอดเยี่ยม การทำงานแอพพลิเคชั่นที่ทันสมัยเหมาะสำหรับงานบ้าน สำนักงานออฟฟิศ เกมออนไลน์กราฟิกไม่สูงมาก คอมพิวเตอร์สำหรับร้องเพลงคาราโอเกะ

Specification

  • AMD Carrizo ชิพเซต
    • AMD FX-8800P แกนประมวลผล 4 คอร์ ความเร็ว 3.4GHz
    • AMD Radeon™ R7 กราฟิกออนบอร์ด
  • เชื่อมต่อด้วยความเร็ว Super Fast – USB 3.1 Gen 1, SATA3, PCI-e M.2
    • USB 3.1 Gen 1 โอนถ่ายด้วยความเร็วสูงสุด 5Gbps
    • พอร์ท SATA 3 6Gb/s จำนวน 2 ช่อง
    • PCI-e M.2 16Gb/s จำนวน 1 ช่อง
  • HD Audio
    • ชิพเสียง Realtek ALC887 7.1-Channel เสียงมีรายละเอียดและความเที่ยงตรงสูง
  • HDMI 4K2K
    • แสดงภาพความละเอียดได้สูง 4K2K resolution
    • รองรับเกมที่ใช้ DirectX 12
    • มีพอร์ท HDMI เพื่อแสดงผลกราฟิกด้วยความละเอียดแบบ HD
  • Protection+: Super Anti-Surge Protection, ESD Protection, OV/OT Protection, Super LAN Surge Protection
    • ระบบป้องกัน Anti-Surge พิเศษที่ช่วยปกป้องเมนบอร์ดจากแรงดันไฟเกิน ไฟกระชาก ไฟฟ้าสถิตขั้นสูง ฟ้าผ่า
  • พอร์ทเชื่อต่อด้านหลัง
    • PS/2 Mouse x 1 พอร์ท
    • PS/2 keyboard x 1 พอร์ท
    • USB 3.1 Gen1 x 2 พอร์ท
    • USB2.0 x 2 พอร์ท
    • HDMI x 1 พอร์ท
    • VGA x1 พอร์ท
    • LAN x 1 พอร์ท
    • Audio เขียว ชมพู ฟ้า

Biostar A10N-8800E ราคา 2,390 บาท

สามารถหาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายตามห้างไอทีชั้นนำ และ ร้านค้าออนไลน์ ทั่วประเทศ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

AIS ขึ้นอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย 4 ปีซ้อนจาก Ookla

Published

on

Ookla Speedtest ผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตอันดับต้นของโลก มีผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านรายใน 190 ประเทศทั่วโลก ด้วยความแม่นยำและได้รับการยอมรับในมาตรฐานสากล พร้อมทั้งเป็น App ซึ่งคนไทยนิยมใช้มากที่สุด ในปีที่ผ่านมา ได้เผยผลการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ครึ่งปีหลังของปี 2018

ทาง Ookla ได้จัดอันดับให้ AIS เป็นอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย พร้อมครองอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการใช้งานเน็ตหนาแน่นที่สุด โดยวัดจากผู้ใช้มือถือในประเทศไทย ที่ร่วมกดทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต มากกว่า 7 ล้านครั้ง ภายใน 6 เดือน ตั้งแต่กรกฎาคม – ธันวาคม 2018 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ AIS ครองผู้นำอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย ถึง 4 ปีซ้อน ตั้งแต่ ปี 2015 – 2018 (ดูข้อมูลการจัดอันดับเครือข่ายในประเทศไทยได้ที่ www.speedtest.net/awards/thailand/)

“เป้าหมายสำคัญของเอไอเอส คือการมุ่งมั่นพัฒนาเครือข่ายที่ดีที่สุดอย่างไม่หยุดยั้ง วันนี้เรามีคลื่นความถี่ ให้บริการคนไทยมากที่สุดคือ 120 MHz  (60 MHz x 2) แบบเต็มประสิทธิภาพ พร้อมพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีเครือข่ายในอนาคต และยกระดับความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมในประเทศ รวมถึงมีเครือข่าย AIS NEXT G ที่เร็ว แรงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เครือข่าย AIS 4.5G และ AIS 4G ADVANCED ที่รองรับเทคโนโลยีขั้นสูง MIMO 4×4 with CA, 256 QAM DL/64 QAM UL, LAA (Licensed Assisted Access) และ FDD Massive MIMO 32T 32R รวมทั้ง AIS SUPER WiFi ที่มีกว่า 100,000 จุดทั่วประเทศ ที่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิตและตอบสนองการใช้งานของคนไทยได้อย่างดี

รางวัลนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอส ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมลูกค้าทั่วประเทศ ยืนยันว่าการเก็บข้อมูลและประเมินผลของ Ookla Speedtest เป็นวิธีการที่เป็นมาตรฐานสากล และได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมระดับโลก สะท้อนได้ถึงคุณภาพเครือข่ายโดยรวม และความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ผู้ใช้ได้รับบริการจริง ๆ ด้วยการรวบรวมข้อมูลความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Intelligent) ที่ผู้ใช้แอปพลิเคชัน Ookla Speedtest ที่กดทดสอบด้วยตนเอง ผ่านเว็บไซต์และบนโทรศัพท์มือถือ

สถิติของ Ookla Speedtest ในฐานะผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต อันดับต้นของโลกและของประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับและน่าเชื่อถือมากที่สุด เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2006

  1. ปัจจุบันมีการใช้งานอย่างแพร่หลายใน 190 ประเทศทั่วโลก รองรับได้ถึง 17 ภาษา
  2. Ookla Speedtest เป็นแอปฯ ประเภทสปีดเทสต์ที่มีคนดาวน์โหลดมากกว่า 190 ล้านครั้งทั่วโลก ทั้งบน App Store และ Google Play Store
  3. ในประเทศไทย มีคนร่วมกดทดสอบความเร็วเน็ตบน Ookla จำนวนมากกว่า 7 ล้านราย
  4. มีผู้ใช้ทั่วโลกกดทดสอบความเร็วเน็ตบน Ookla Speedtest มาแล้วมากกว่า 22,000 ล้านครั้ง หรือประมาณ 10 ล้านครั้งต่อวัน
  5. มีเครือข่าย Global Testing Server มากกว่า 7,900 Servers
  6. Ookla Speedtest ถือเป็นผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตเพียงรายเดียว ที่กำหนดเกณฑ์การประเมินคะแนนความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ตที่แม่นยำและน่าเชื่อถือมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทั้งการกำหนดกลุ่มประชากรตัวอย่างในประเทศอย่างน้อย 3% ในแต่ละพื้นที่ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เที่ยงตรงและแม่นยำสูงสุด จนสามารถเป็นตัวแทนของประชากรกลุ่มใหญ่ได้ และสะท้อนถึงความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ได้รับอย่างแท้จริง ต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นที่มีกลุ่มประชากรตัวอย่างยังไม่มากพอที่จะเป็นตัวแทนกลุ่มประชากรทั้งประเทศ หรือบางรายไม่ระบุที่มาและจำนวนกลุ่มประชากรตัวอย่างที่ชัดเจน  รวมถึงการกรองข้อมูลกลุ่มตัวอย่างจากผู้ใช้ตัวจริงที่มิใช่คะแนนจาก Bot (หรือบอต โปรแกรมอัตโนมัติ)

รางวัลทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต หรือ Speedtest Awards สำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย ใช้เกณฑ์การตัดสินด้วย

  • คะแนนความเร็วในการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Speed Score) มาจากประสิทธิภาพในการดาวน์โหลดและอัปโหลด
  • และประเมินจากค่าเฉลี่ยของผลการทดสอบบนอุปกรณ์สมัยใหม่ (Modern Device) โดยดูจากผลการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือทุกชนิด โดยไม่จำกัดว่าจะใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมต่อแบบใด
  • ขอเพียงอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือสามารถเข้าถึงความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงสุดในตลาดก็เพียงพอ
  • จากใช้เกณฑ์นี้ในการประเมิน คะแนนความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ต (Speed Score) จะนับเป็นความเร็วสูงสุดของอินเทอร์เน็ต ที่เข้าถึงได้ของประเทศนั้น ๆ
  • โดยผู้ให้บริการเครือข่ายแต่ละราย จะต้องมีกลุ่มประชากรตัวอย่างในประเทศอย่างน้อย 3% ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างมากในการให้บริการทดสอบความเร็ว
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!