Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

“อาร์ทีบีฯ” ปล่อยหมัดหนักส่งท้ายปี อวดโฉม “ATH-M50xBT” หูฟังระดับตำนาน เชื่อมต่อแบบไร้สาย!!

Published

on

บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด ผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพชั้นนำของไทย เดินหน้าเขย่าตลาดหูฟัง ส่งท้ายปลายปีอย่างต่อเนื่อง อวดโฉม ATH-M50xBT สุดยอดนวัตกรรมหูฟังจากแบรนด์ระดับตำนาน ออดิโอ-เทคนิก้า (Audio-Technica) ลุยตลาดเอาใจคนดนตรีตัวจริง ที่ต้องการฟังเสียงดนตรีคุณภาพสูง แต่ต้องการความคล่องตัวได้อย่างยอดเยี่ยม

ATH-M50xBT เป็นหูฟังไร้สายแบบครอบหู ในกลุ่ม Studio Monitor ที่กลุ่มมืออาชีพนิยมใช้ในการทำเพลง ได้รับการปรับปรุงคุณสมบัติพิเศษจากหูฟังรุ่นยอดนิยมอย่าง ATH-M50x

  • เพิ่มการเชื่อมต่อไร้สายแบบ ด้วย Bluetooth 5.0 เพื่อความสะดวกสบาย และหลากหลายในการฟังเพลงยิ่งขึ้น
  • พร้อมกับไดร์ฟเวอร์ขับเสียง Neodynium ขนาด 45 มิลลิเมตร คุณภาพเยี่ยม โดยใช้แม่เหล็กพลังสูง และใช้ขดลวดมีความบริสุทธิ์ของค่าทองแดงระดับ 6N เพื่อมอบประสบการณ์รับฟังทุกรายละเอียดของเสียงดนตรีได้อย่างคมชัด สมจริง ใกล้เคียงกับเสียงในสตูดิโอระดับมืออาชีพที่สุด ทั้งยังให้สัมผัสถึงพลังเสียงเบสที่นุ่มลึกอีกด้วย
  • ATH-M50xBT ยังได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด สวมใส่สบายด้วยวัสดุชั้นเยี่ยม
  • สามารถใส่ฟังเพลง สามารถใส่ทำงาน และฟังเพลงได้เป็นเวลานานโดยไม่เจ็บหู
  • ทั้งยังทนทาน สามารถพับเก็บและหมุนได้ 90 องศา ช่วยเพิ่มความคล่องตัวเมื่อต้องการใช้งานได้อย่างสะดวกไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม
  • รวมถึงมีปุ่มควบคุมบนหูฟัง ทำให้เพิ่มความสะดวกในการฟังเพลง เลือกเพลง รับสาย วางสาย และปรับระดับความดังของเสียงเพลงด้วยปุ่มควบคุมที่ตัวหูฟัง
  • หรือควบคุมการสั่งงานผ่าน Audio-Technica Connect App บนสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวกและง่ายดาย
  • โดยในแพ็คเกจให้สายเคเบิ้ลเพื่อรองรับการใช้งานขนาด 1.2 เมตร และสายชาร์จขนาด 30 เซนติเมตร
  • ตัวแบตเตอรี่รองรับการใช้งานแบบไร้สายได้นานสูงสุด 40 ชม.
  • พร้อมวางจำหน่ายใน เดือนพฤศจิกายน 2561 ในราคา7,690 บาท

สามารถหาซื้อและสัมผัสประสบการณ์ฟังเพลงจากสุดยอดนวัตกรรมหูฟังจาก “ออดิโอ-เทคนิก้า” (Audio-Technica) รุ่น ATH-M50xBT ได้ที่ มั่นคงแก็ดเจ็ท , โปรปลั๊กอิน , ไอโคนิค มิวสิค และ เมอร์คูล่าร์ หรือ www.rtbtechnology.com

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

#NARIT ชวนชมและถ่ายภาพฝนดาวตกลีโอนิดส์ “ราชาแห่งฝนดาวตก” คืนเสาร์ 17 พย.นี้

Published

on

สาวกดวงดาวห้ามพลาด ! คืนเสาร์ 17 พย ตั้งแต่ตีสองจนถึงย่ำรุ่งเช้า 18 พย นี้ มีโอกาสเห็นฝนดาวตกลีโอนิดส์ “ราชาแห่งฝนดาวตก” ทั่วทั้งประเทศ

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวนชม “ฝนดาวตกลีโอนิดส์ – ราชาแห่งฝนดาวตก” หลังเที่ยงคืนวันที่ 17 พ.ย. 61 เวลาประมาณตี 2 เป็นต้นไป จนถึงรุ่งเช้าวันที่ 18 พ.ย. 61 อัตราการตกสูงสุดเฉลี่ย 10-15 ดวงต่อชั่วโมง ช่วงดังกล่าวปราศจากแสงจันทร์รบกวน เหมาะแก่การสังเกตการณ์อย่างยิ่ง ดูได้ด้วยตาเปล่าทั่วไทย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณกลุ่มดาวสิงโต

“ฝนดาวตกลีโอนิดส์” หรือ “ฝนดาวตกกลุ่มดาวสิงโต” เป็นฝนดาวตกที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เกิดจากสายธารเศษฝุ่นของดาวหาง 55พี เทมเพล-ทัตเทิล (55P Tempel-Tuttle) ตัดผ่านวงโคจรของโลก เมื่อเศษฝุ่นของดาวหางเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก จึงเกิดการเผาไหม้เป็นแสงสว่างวาบคล้ายลูกไฟวิ่งพาดผ่านท้องฟ้า ผนวกกับทิศทางวงโคจรของเศษฝุ่นนั้นสวนทางกับทิศทางวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ทำให้เม็ดฝุ่นที่เข้ามาเสียดสีกับบรรยากาศโลกมีความเร็วสูงถึง 71 กิโลเมตรต่อวินาที แสงวาบที่เห็นจึงสว่างสุกสกาว เป็นที่มาของฝนดาวตกที่มีความสว่างมากที่สุด จนได้สมญา “ราชาแห่งฝนดาวตก” นั่นเอง

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า แม้คืนดังกล่าวเป็นคืนข้างขึ้น แต่ดวงจันทร์จะตกลับขอบฟ้าเวลาประมาณ 01.30 น. เมื่อไร้อิทธิพลของแสงจันทร์รบกวน ช่วงเวลาเหมาะสมที่สุดในการรับชมฝนดาวตกจึงเป็นเวลาประมาณ 02.00 น. เป็นต้นไป แนะชมในที่มืดสนิทจะเห็นชัดยิ่งขึ้น สำหรับการถ่ายภาพฝนดาวตก เนื่องจากฝนดาวตกกระจายทั่วท้องฟ้า ไม่สามารถระบุทิศทางได้ ช่างภาพจึงต้องอาศัยการคาดเดาและการกะจังหวะเปิดหน้ากล้องค้างไว้

นักล่าดาวทั้งหลายเตรียมตัวและอุปกรณ์ให้พร้อม พกโชคอีกสักหน่อย แล้วไปลุ้นเก็บภาพฝนดาวตกงวดนี้กัน ไม่ได้ภาพก็ขอให้เห็นดาวตกสักสี่ห้าดวงอย่างเต็มตาก็แล้วกัน เพี้ยง!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

“MVL , โอมิเซะโก” ร่วมมือ ดัน “เทคโนโลยีบล็อกเชน” สู่การคมนาคมขนส่งและการชำระเงิน

Published

on

บริษัท MVL Foundation จํากัด  และ บริษัท โอมิเซะโก จํากัด (OmiseGO) ประกาศความร่วมมือพัฒนา Proof of Concept (POC) รวมถึงร่วมพัฒนาในเชิงเทคนิค และการค้นคว้าวิจัยเกียวกับบล็อกเชน

MVL เป็นโปรโตคอลบล็อกเชนซึ่งพัฒนาขึนเพือสนับสนุนธุรกิจในอุตสาหกรรมด้านการคมนาคมขนส่งโดยเฉพาะ ปัจจุบันมีการใช้โปรโตคอลกับ TADA ธุรกิจที่ให้บริการแบบร่วมเดินทางหรือ ride hailing ทีมีการนําเอาบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้เข้ากับแพลตฟอร์มเป็นรายแรกในสิงคโปร์ ส่วนโอมิเซะโกเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านการชําระเงินบนอีทีเรียม (Ethereum)

ทั้งสองมีแผนที่จะนําเทคโนโลยีมาประสานและประยุกต์ใช้ร่วมกันเพือพัฒนาเป็น Proof of Concept การทํา Proof of Concept นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบและยืนยันประสิทธิภาพการทํางานของ OMG Network ซึ่งทาง MVL มีแผนที่จะนําไปใช้เพื่อเป็นระบบฐานข้อมูล สําหรับจัดเก็บข้อมูลสําคัญต่าง ๆ ของบริการร่วมเดินทาง TADA

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง MVL และ โอมิเซะโก ครอบคลุมถึงความร่วมมือด้านการพัฒนาเชิงเทคนิคด้วย รวมไปถึงการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการนําบล็อกเชนมาใช้ในธุรกิจของ TADA ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริการร่วมเดินทางที่กําลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในสิงคโปร์ ทั้งสองบริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางด้านบล็อกเชน รวมถึงฐานธุรกิจในประเทศไทยที่มีอยู่ในขณะนี้ได้ คาดว่าจะสามารถสร้างกรณีศึกษาจากธุรกิจของ TADA ซึ่งจะอนุญาตการชําระเงินด้วยสกุลดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มโอมิเซะโก

โอมิเซะโก มีความตั้งใจอยู่เสมอที่จะผลักดัน นําเทคโนโลยีบล็อกเชนไปใช้กับธุรกิจในปัจจุบันอย่างเป็นรูปธรรมและแพร่หลายยิ่งขึ้น ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้พัฒนากรณีศึกษา เพื่อสร้างความรู้รวมถึงแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีที่โอมิเซะโกกําลังพัฒนาขึ้น และยังจะได้ร่วมงานกับองค์กรที่สนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อส่งมอบความน่าเชื่อถือ ความมั่นคง ความโปร่งใส่ ผ่านโครงสร้างการทํางานแบบ incentive-based ที่จะทําให้เกิดระบบนิเวศน์ที่มีการร่วมจัดเก็บข้อมูลและแชร์ทรัพยากรระหว่างกัน”

TADA ถือเป็นธุรกิจรายแรก ๆ ของโลกที่มีระบบซึ่งถูกขับเคลื่อนโดยบล็อกเชน ที่เปิดให้บริการแก่มวลชนหมายความว่าบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงและเรียกใช้บริการได้ นอกจากจะช่วยยกระดับการทํางานของระบบและส่งเสริมธุรกิจ TADA ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดแล้ว ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการเปิดทางและช่วยสร้างการยอมรับในผลิตภัณฑ์หรือบริการต่าง ๆ ที่อยู่บนบล็อกเชนด้วย!!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Vivo นำเทรนด์ “Intelligent Phone ยุค 5G” ล้ำสมัยด้วยนวัตกรรม AI

Published

on

Vivo นำเสนอแนวคิดด้าน 5G และบทบาทของ 5G ในการใช้ชีวิตแบบสมาร์ทลิฟวิ่ง ที่งานประชุม Qualcomm’s 4G/5G Summit ณ ฮ่องกง โดยมีผู้นำด้านโทรศัพท์มือถือจากทั่วโลกเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ในการประชุมครั้งนี้ นายโจว เว่ย รองประธานของ Vivo และหัวหน้า Vivo Artificial Intelligence Global Research Institute ได้ขึ้นกล่าวในช่วง AI Forum โดยได้พูดถึงเรื่อง “อินเทลลิเจนท์โฟน ในฐานะผู้นำความสำเร็จยุค  5G”

การผสมผสานระหว่าง 5G และ AI สองสิ่งนี้จะเป็นหัวใจสำคัญของสมาร์ทโฟน 5G ในอนาคต โดย Vivo ได้ตั้งชื่อนวัตกรรมนี้ว่า “อินเทลลิเจนท์โฟน”

  • AI ทำให้สมาร์ทโฟนสามารถเรียนรู้ และคิดได้ ส่วน
  • 5G จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และความเร็วในการเชื่อมต่อ การผสมผสานสองสิ่งนี้จะพลิกโฉมสมาร์ทโฟน
  • จากเพียงแค่ “ฉลาด” สู่ความเป็น “อัจฉริยะ” พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

จากการคาดการณ์ของ Vivo คาดว่าจะสามารถพัฒนาและผลิต NSA และ SA 5G ในเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2562 เพื่อเปิดตัวสมาร์ทโฟน  5G และจะสามารถจำหน่ายโทรศัพท์ 5G ได้อย่างเป็นทางการภายในปี 2563 ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรม Vivo ได้ทุ่มทุนในการศึกษา และพัฒนาสมาร์ทโฟน  5G เพื่อนำเสนอประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดภายในระยะเวลาอันสั้นที่สุด

นายโจว เว่ย รองประธานของ Vivo และหัวหน้า Vivo Artificial Intelligence Global Research Institute

ผู้นำการขับเคลื่อนเทคโนโลยี 5G

  • Vivo เป็นหนึ่งในผู้นำด้านโทรศัพท์มือถือที่ค้นคว้า และวางรากฐานเรื่องเทคโนโลยี 5G ในปี 2559  Vivo ได้ก่อตั้งศูนย์วิจัย 5G ในกรุงปักกิ่ง เพื่อวางรากฐานเทคโนโลยีและมาตรฐาน 5G
  • และในปีเดียวกันนั้น Vivo ได้เข้าร่วมกับ 3GPP (3rd Generation Partnership Project, the 3rd Generation Partner Program) ดำเนินการสร้างมาตรฐาน 5G
  • ทางบริษัทมีส่วนสำคัญในการพัฒนา RAN1, RAN2, RAN4, SA2, CT1 และเทคโนโลยีอื่น ๆ ใน 3GPP
  • จนถึงวันนี้ Vivo ได้ส่งข้อเสนอด้านเทคโนโลยีไปแล้วกว่า 1,500 ฉบับให้แก่ 3GPP

Vivo ทุ่มทุนด้าน 5G และนับว่าเป็นผู้นำในการพัฒนา  5G

  • เมื่อปี 2561 Vivo ได้เปิดตัวการพัฒนาต้นแบบเครื่องทดสอบสัญญาณ 5G อย่างเป็นทางการ และประสบความสำเร็จในการโทรครั้งแรกโดย 5G เมื่อเดือนสิงหาคมในปีนี้  นับว่าเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาสมาร์ทโฟน 5G ทั้งด้านซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์เพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์ Vivo จึงวางแผนจะจัดแสดงการใช้งาน 5G สำหรับโทรศัพท์มือถือในเดือนธันวาคมนี้

โทรศัพท์ 5G ของ Vivo ความท้าทายด้านเทคนิคและนวัตกรรมใหม่ล่าสุด  

  • Vivo ได้เพิ่มศักยภาพบนแพลตฟอร์มเหล่านั้น และได้มีส่วนสำคัญในการวางมาตรฐานเทคโนโลยี 5G เช่น
    • การลดระดับสัญญาณแทรก (self-interference)
    • การประหยัดพลังงาน เสาสัญญาณ ค่าความหน่วงที่ต่ำ (low latency) ประสิทธิภาพที่ไว้วางใจได้ ดีไซน์ที่มีมาตรฐานสูง
    • การออกแบบวัสดุ และคุณลักษณะอื่น ๆ
    • นอกจากนี้ Vivo ยังร่วมมือกับพันธมิตรในการพัฒนาเทคโนโลยี 5G เพื่อรองรับยุคแห่ง 5G อีกด้วย

สมาร์ทโฟน 5G มาจากความต้องการของผู้บริโภค  

  • Vivo ยึดถือเรื่องความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลักในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ และบริการที่ตรงใจ
  • สำหรับยุค 5G ที่กำลังจะมาถึง Vivo เชื่อว่า ผู้บริโภคจะยังคงเป็นหัวใจของระบบสมาร์ทโฟน และเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาสมาร์ทโฟน 5G

เทคโนโลยี AI เป็นหัวใจของการรังสรรค์ “อินเทลลิเจนท์โฟน” ของ Vivo

  • Vivo เชื่อว่าการผสมผสานเทคโนโลยี  5G และ AI จะนำไปสู่ยุคแห่งสมาร์ทโฟนรุ่น 5G  นอกจากจะเป็นผู้วางรากฐานเทคโนโลยี 5G แล้ว Vivo ยังเป็นผู้นำด้านการวิจัย  AI อีกด้วย
  • ในเดือนมิถุนายน 2560 Vivo ได้เปิดตัว AI Labs เพื่อการวิจัยและพัฒนาด้าน AI
  • และในเดือนมีนาคม 2561 Vivo ได้เปิดตัว Jovi แบรนด์ AI ภายใต้ Vivo โดยเทคโนโลยี AI มีความก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก หลังจาก Vivo ทุ่มเทเวลาในการพัฒนามากว่าครึ่งปี

Vivo เป็นผู้นำในการก่อตั้ง IoT Open Ecosystem Alliance

  • เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2561 Vivo ได้ก่อตั้ง IoT Open Ecosystem Alliance โดยร่วมมือกับบริษัทชั้นนำด้าน IoT ความร่วมมือนี้จะนำไปสู่ระบบการเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ผลิตโดยแบรนด์ที่ต่างกัน
  • และยังช่วยให้ผลิตภัณฑ์ใหม่สามารถนำเสนอประสบการณ์การใช้งานที่สมบูรณ์แบบได้  ที่สำคัญคือ ผู้บริโภคจะสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ได้ตรงตามความต้องการในการใช้งานอีกด้วย
  • โดย Vivo กำลังพัฒนาระบบที่เรียกว่า “อินเทลลิเจนท์โฟน” ผ่านการลงทุนอย่างเต็มที่ และเป็นผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยี 5G เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับให้แก่ผู้บริโภค

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!