Connect with us

ข่าววิทยาการ

เชิญชม “วิดีโอลับ” การทดสอบนิวเคลียร์ “ของจริง” ที่ได้รับการเผยแพร่เป็น “ครั้งแรก” บน YouTube

นี่เป็นครั้งแรกที่วิดีโอ “ลับ” เกี่ยวกับการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐอเมริกา ระหว่างปี 1945-1992 ได้รับกาเผยแพร่ต่อสาธารณชนผ่านทาง YouTube

Published

on

นี่เป็นครั้งแรกที่วิดีโอ “ลับ” เกี่ยวกับการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐอเมริกา ระหว่างปี 1945-1992 ได้รับกาเผยแพร่ต่อสาธารณชนผ่านทาง YouTube

Greg Spriggs นักฟิสิกส์อาวุธนิวเคลียร์ที่ “ศูนย์ทดลองแห่งชาติ Lawrence Livermore” และ Jim Moye ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิล์ม ได้ร่วมกันกู้วิดีโอเก่าที่ถูกบันทึกไว้ในฟิล์มประมาณ 6,500 – 10,000 ม้วน ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี จึงจะสแกนได้ครบทั้งหมด และจะทำให้การเปิดเผยวิดีโอทั้งหมดนั้นต้องใช้เวลานานมากขึ้นไปอีก เนื่องจากต้องผ่านการตรวจสอบทางทหารเสียก่อน

ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาได้นำฟิล์มมาสแกนเพียง 4,200 ม้วน และอัปโหลดเป็นวิดีโอจำนวน 64 ชิ้น เพื่อเผยแพร่ผ่านทาง YouTube ตามลิงค์ด้านล่างนี้

Greg Spriggs หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลดังกล่าวนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาฟิสิกส์อาวุธนิวเคลียร์ในอนาคต

ข้อมูลอ้างอิง : engadget

แสดงความคิดเห็น

ข่าววิทยาการ

แม่ควรรู้ ลิเทียมเพิ่มโอกาสพิการให้เด็กในครรภ์ด้วย

Published

on

นักวิจัยจาก Icahn School of Medicine at Mount Sinai พบว่าการที่คุณแม่ที่เพิ่งตั้งครรภ์ได้รับลิเทียมเข้าไปในร่างกาย จะทำให้เพิ่มอัตราความเสี่ยงที่ทารกจะผิดปกติมากขึ้น โดยเรื่องนี้ได้มีการทำงานวิจัยมาก่อนแล้วอย่างมากมาย จากงานวิจัยพบว่า 7.4 % ของทารกแรกเกิดที่ได้รับลิเทียมนั้นมีความผิดปกติเมื่อแรกเกิด เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับลิเทียมซึ่งคิดเป็น 4.3% เท่านั้น

นอกจากนี้เด็กทารกที่ได้รับลิเทียมเข้าไป ยังมีอัตราการเข้าโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับเด็กกลุ่มที่ไม่ได้รับลิเทียมในระหว่างการตั้งครรภ์ 3 เดือนแรกอีกด้วย (คิดเป็น 27.5% : 14.3%) แต่อย่างไรก็ตาม การที่ทารกในครรภ์ได้รับลิเทียมเข้าไปนั้น ไม่ได้ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในระหว่างการตั้งครรภ์หรือการคลอด ยกตัวอย่างเช่น อาการครรภ์เป็นพิษ การคลอดก่อนกำหนด การเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือ น้ำหนักเด็กแรกเกิดน้อย เป็นต้น นักวิจัยพบว่าความเสี่ยงของความผิดปกติในเด็กแรกเกิดจะมีอัตราต่ำกว่างานก่อนหน้านี้เพราะว่า ในงานวิจัยนี้ทดสอบในกลุ่มประชากรที่มากกว่างานวิจัยเดิม

งานวิจัยชิ้นนี้ทำการทดสอบความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติของทารกแรกเกิด เช่น โรคหัวใจบกพร่อง หรือ ภาวะแทรกซ้อนทางการตั้งครรภ์ ด้วยการแบ่งคุณแม่เป็นสองกลุ่ม กลุ่มของแม่ที่ได้รับลิเทียมในระหว่างตั้งครรภ์ 727 คน และ กลุ่มคุณแม่ที่มีปัญหาทางด้านอารมณ์ (Bipolar) 21,397 คน (โดยคุณแม่กลุ่มควบคุมนั้นจะไม่ได้รับประทานยา ที่มีลิเทียมในระหว่างนี้) ข้อมูลของการวิจัยจะเก็บจาก 6 ที่คือ เดนมาร์ก, แคนาดา, เนเธอร์แลนด์, สวีเดน, สหราชอาณาจักร และ สหรัฐอเมริกา โดยนักวิจัยจะติดตามวัดผลทารก 28 วันหลังคลอดพบว่า ความเสี่ยงของความผิดปกติในเด็กแรกเกิดจะมีอัตราต่ำกว่างานก่อนหน้านี้เพราะว่างานวิจัยนี้ทดสอบในกลุ่มประชากรที่มากกว่างานวิจัยเดิม

ลิเทียมถูกใช้อย่างกว้างขวางในการบำบัดอาการของผู้ป่วย Bipolar (โดยลิเทียมนั้นมีผลข้างเคียงต่อประชากร เพียง 2% เท่านั้น เมื่อเทียบจากประชากรทั้งหมดบนโลกของเรา) ลิเทียมช่วยป้องกันความรุนแรงของภาวะวิตกกังวล และ อาการคลุ้มคลั่ง ในสหรัฐอเมริกาการ bipolar มักจะรักษาด้วยยาที่มีลิเทียมเป็นส่วนประกอบ นักวิจัยก่อนหน้านี้ได้กล่าวไว้ว่า “คุณแม่ควรจะได้รับรู้ผลกระทบของลิเทียมที่จะส่งผลต่อทารกในครรภ์ ระหว่างตั้งท้อง 3 เดือนแรก แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีความเสี่ยงมากที่อาการป่วยของคุณแม่จะกลับมาในระหว่างตั้งครรภ์ และ หลังคลอด”

Veerle Bergink, MD, PhD, ศาสตราจารย์จิตเวชศาสตร์และสูติศาสตร์ นรีเวชวิทยาและวิทยาศาสตร์การสืบพันธุ์จาก Icahn School of Medicine at Mount Sinai กล่าวว่า “การให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของลิเทียมในขณะตั้งครรภ์ จะช่วยลดอาการป่วยของแม่ในขณะตั้งครรภ์ได้ โดยในทางคลินิกแล้ว อาจจะพิจารณาในการปรับลดปริมาณยาที่คุณแม่จะได้รับในช่วง 3 เดือนแรกที่ตั้งครรภ์ หรือ ค่อยเริ่มรับประทานยาหลังจากพ้นช่วง 3 เดือนแรกหลังการตั้งครรภ์ หรือ ทันทีหลังจากคลอด”

อ้างอิง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววิทยาการ

อดีตคณบดีมหาวิทยาลัย Stanford เผย “8 ความสามารถ” ที่วัยรุ่นทุกคนควรมีเมื่ออายุครบ “18 ปี!”

Published

on

  1. วัยรุ่นอายุ 18 ต้องสามารถคุยกับคนแปลกหน้าได้

เมื่อเราออกเผชิญโลกภายนอก เราจะต้องรู้จักกับคนมากหน้าหลายตา ที่ปรึกษา พนักงานธนาคาร กระเป๋ารถเมล์ พนักงานฝ่ายบุคคล เพื่อนร่วมงาน ฯลฯ

ผู้ใหญ่มักสอนเด็กเล็กให้ไม่คุยกับคนแปลกหน้า แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่ควรสอนคือ ความสามารถในการสังเกตและหลีกเลี่ยงคนแปลกหน้าที่ประสงค์ร้ายกับเรา แต่ให้รู้จักพูดคุยกับคนแปลกหน้า เพราะเมื่อเราคุ้นเคยกับการทำความรู้จักคนแปลกหน้า จะมีประโยชน์มากในการหาแนวทาง หรือเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ของเรา

  1. วัยรุ่นอายุ 18 ต้องสามารถเดินทางไปไหนมาไหนเองได้

หากจะให้เรา ซึ่งเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งเดินทางไปสถานที่ใหม่ๆ หลายๆ ครั้งเราจะไม่สามารถเดินทางไปที่ๆ เราต้องการได้อย่างถูกต้อง สาเหตุเป็นเพราะ บางครอบครัวพ่อแม่มักจะคอยดูแลรับ-ส่งตลอดเวลา ทำให้วัยรุ่นไม่รู้จักการช่วยเหลือตัวเอง ไม่สามารถเดินทางไปที่ต่างๆ ได้ โดยสังเกตได้ว่า หลายคนไม่รู้วิธีเติมน้ำมันรถ หรือการอ่านแผนที่ในการเดินทาง

  1. วัยรุ่นอายุ 18 ต้องมีความรับผิดชอบทำงานเสร็จภายในกำหนดเวลา

ผู้ใหญ่มักสอนให้ลูกของเขาทำการบ้านเมื่อต้องทำ และบางครั้งถึงขนาดช่วยทำการบ้านเลยด้วยซ้ำ ด้วยการเลี้ยงดูแบบวิธีดังกล่าว วัยรุ่นที่โตขึ้นมามักจะไม่สามารถรับผิดชอบงานของตนเอง และไม่สามารถจัดการกับงานที่เข้ามาพร้อมๆ กันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. วัยรุ่นอายุ 18 ต้องสามารถช่วยแบ่งเบาภาระงานบ้าน

จริงๆ แล้วข้อนี้ไม่ได้หมายความว่า ให้เราช่วยหาเงินเลี้ยงครอบครัว แต่เป็นการแบ่งเบาภาระหน้าที่ภายในบ้านที่พอจะช่วยเหลือได้ เพราะอย่างไรก็ตามตัวเราในวัยนี้ก็มีสิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจอย่างการเรียนหนังสืออยู่ แต่การช่วยเหลืองานบ้านจะทำให้เรารู้จักตัวเองและเคารพผู้อื่นมากขึ้น และสามารถระบุได้ว่า สิ่งที่ตนเองต้องการคืออะไร

  1. วัยรุ่นอายุ 18 ต้องสามารถรับมือกับปัญหาส่วนบุคคล

การที่พ่อแม่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับความไม่เข้าใจกัน ทะเลาะกันของลูกกับบุคคลอื่น ทำให้เมื่อโตขึ้นเป็นวัยรุ่น พวกเขาไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้โดยไม่เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง

  1. วัยรุ่นอายุ 18 ต้องสามารถร่วมมือกับคนหลากหลายช่วงวัย

ในช่วงอายุ 18 ปี เป็นช่วงส่งต่อจากมัธยมไปมหาวิทยาลัย ซึ่งเราจะต้องเจอกับผู้คนและลักษณะการทำงานเป็นทีมมากขึ้น นอกจากนี้ยังต้องเจอกับอาจารย์ที่ไม่ตามมาเตือนเราเหมือนเมื่อก่อน การที่พ่อแม่เข้ามาช่วยเมื่อมีปัญหาต่างๆ ทำให้วัยรุ่นไม่รู้ว่า ในชีวิตจริง สิ่งต่างๆ จะไม่เป็นไปตามใจของพวกเขา

  1. วัยรุ่นอายุ 18 ต้องรู้จักหาเงินและจัดการเงินของตนเอง

คนที่รู้จักหาเงินให้ตัวเองตั้งแต่วัยรุ่นจากการทำงานต่างๆ เช่น งานพาร์ทไทม์ โดยได้เงินจากที่บ้านอย่างเดียว จะทำให้เราไม่ได้รับการพัฒนาในเชิงความรับผิดชอบเพื่อทำงานให้เรียบร้อย และการเข้าหาหัวหน้าเพื่อทำให้เขาเอ็นดูเรา นอกจากนี้เมื่อโตขึ้นยังไม่สามารถจัดการบริหารการเงินของตัวเองได้อีกด้วย

  1. วัยรุ่นอายุ 18 ต้องกล้าเสี่ยง!

จากตัวอย่างต่างๆ ที่พูดถึง จะเห็นว่า การประคบประหงมของคนเป็นพ่อและแม่จะทำให้ลูกของพวกเขาไม่รู้จักการล้มและลุกด้วยตัวเอง อีกทั้งยังไม่รู้วิธียับยั้งแก้ไขปัญหาที่เข้ามาหาตัวอีกด้วย ดังนั้นวัยรุ่นจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ เพราะพวกเขาไม่กล้าที่จะพยายาม และท้าทายความล้มเหลว

อ้างอิง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววิทยาการ

นักวิทยาศาสตร์สร้าง “เอนไซม์กลายพันธ์ุ” ที่สามารถกินขวดพลาสติกได้

วิธีการแก้ปัญหาขยะพลาสติกนั้น ได้รับการค้นพบโดยไม่ตั้งใจ

Published

on

วารสารวิทยาศาสตร์ชื่อดัง PNAS (Proceedings of the National Academy of Sciences: ) ได้ระบุว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติได้สร้างเอนไซม์กลายพันธุ์ที่สามารถ “ทำลาย” ขวดน้ำพลาสติกได้

การสร้างเอนไซม์ดังกล่าว ได้ถูกคิดค้นขึ้นมาโดยยังเอิญ เมื่อทีมนักวิทยาศาสตร์ นำโดยศาสตราจารย์ John McGeehan จากมหาวิทยาลัยพอร์ตสมัธ (University of Portsmouth) ประเทศอังกฤษ ได้ทำการทิ้งแบคทีเรียที่พวกเขาได้ค้นพบในประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2016 โดยแบคทีเรียดังกล่าวได้วิวัฒนาการขึ้นเองตามธรรมชาติจนสามารถกินพลาสติกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ PET (Polyethylene Terephthalate: พอลิเอทิลีน เทเรฟทาเลต) ซึ่งเป็นพลาสติกที่นำมาผลิตเป็นขวดน้ำ

กระบวนการย่อยสลายนี้ใช้เวลาเพียงไม่นาน ซึ่งต่างจากการทิ้งให้ย่อยสลายตามธรรมชาติที่ใช้เวลานานหลายร้อยปี

เมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา นักวิจัยได้พบว่ามีขวดพลาสติกนับล้านขวดถูกซื้อจากทั่วโลกในทุกๆนาที และจะเพิ่มขึ้นอีก 20% ภายในปี 2021

“สิ่งที่เราหวังเป็นอย่างยิ่งคือการใช้เอนไซม์นี้เปลี่ยนพลาสติกเหล่านี้ให้กลายเป็นสารประกอบดั้งเดิมของมัน แล้วเราสามารถนำมารีไซเคิลกลับมาเป็นพลาสติกได้อีกครั้ง” John McGeehan กล่าว “นั่นหมายความว่าเราจะไม่ต้เองขุดน้ำมันขึ้นมาผลิตพลาสติกอีกเลย”

ข้อมูลอ้างอิง : cnet

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!