Connect with us

ข่าววิทยาการ

Ooho หยดน้ำกินได้ นวัตกรรมสุดเจ๋ง ลดปัญหาขยะล้นโลก

เป็นที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันมีการพยายามคิดค้นนวัตกรรม หรือวัสดุที่ผลิตออกมาใช้ทดแทนพลาสติก เนื่องจากเป็นสิ่งที่ย่อยสลายยาก และทำให้เกิดปัญหาขยะล้นในหลายประเทศ รวมถึงปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ล่าสุดทีมนักออกแบบจากบริษัท Skipping Rocks Lab จากกรุงลอนดอน อังกฤษ ได้ประดิษฐ์หยดน้ำกินได้ ชื่อว่า Ooho (อูโฮ) บรรจุภัณฑ์ของเหลวรูปแบบใหม่ ที่สามารถกินได้ทั้งชิ้น

อูโฮ บรรจุน้ำดื่มลงในแผ่นเยื่อใสกินได้ โดยเยื่อดังกล่าว สกัดมาจากพืชและสาหร่าย มีความยึดหยุ่น และกลิ้งไปมา รวมถึงบิดงอได้ มีลักษณะคล้ายหยดน้ำ ทั้งนี้บรรจุภัณฑ์แผ่นเยื่อใสจะมีอายุอยู่ได้นานราว 4 – 6 สัปดาห์ และจะย่อยสลายไปตามธรรมชาติ

Skipping Rocks Lab ผู้พัฒนาเจ้าหยดน้ำอูโฮ ใช่เวลา 3 ปีในการคิดค้นบรรจุภัณฑ์ชิ้นนี้ โดยผู้ผลิตสามารถผลิตหยดน้ำรูปแบบดังกล่าว ได้ 2,000 ชิ้นต่อวัน

ในอนาคตมีแนวโน้มว่าผู้ผลิตจะพัฒนากระบวนการการผลิต ให้สามารถผลิตจำนวนชิ้นอูโฮได้มากขึ้น และการพัฒนาให้หยดน้ำสามารถวางจำหน่ายบนชั้นสินค้าได้นานมากขึ้น และยังมีแผนปรับปรุงแผ่นเยื่อใสให้ทนทานยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม Skipping Rocks Lab ได้ผลิตอูโฮมาเพื่อสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป รวมถึงเจาะตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการใช้อูโฮแจกน้ำแก่นักวิ่งมาราธอนอีกด้วย

ที่มา www.zawya.com

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววิทยาการ

E.Coli ระบาดอีกครั้งในอเมริกา และ แคนาดา

Published

on

กว่า 32 คน มีอาการป่วยจากเชื้อ E.Coli ที่พบในผักกาดหอมคอส (Romaine lettuce) โดยผู้ป่วย 13 รายเป็นชาวอเมริกา และอีก 18 คนเป็นชาวแคนาดา เจ้าหน้าที่ของสหรัฐกล่าวว่าผู้บริโภค ร้านอาหาร และร้านค้าปลีก ควรทิ้งผักกาดชนิดนี้ โดยการระบาดของเชื้อ E.Coli ครั้งสุดท้ายที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 5 ราย ก็มีผักกาดหอมคอสเป็นหนึ่งในผักที่มีเชื้อนี้อยู่

แต่อย่างไรก็ตาม กรมควมคุมและป้องกันโรค (CDC) ออกมาบอกว่าการระบาดในช่วงต้นเดือนตุลาคมไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับเคสที่เกิดขึ้นก่อนหน้าปี 2018 เพราะเชื้อทั้งสองมี DNA ที่แตกต่างกัน ในแคนาดาพบหลักฐานการแพร่ระบาดที่ 2 รัฐ คือ Ontario และ Quebec ส่วนในสหรัฐพบการแพร่ระบาดแล้วกว่า 11 รัฐ และตอนนี้ทางการก็ยังคงทำการตรวจสอบการแพร่ระบาดอยู่

ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สหรัฐพบผู้ติดเชื้อ 100 คนทั่ว 35 รัฐ และ เสียชีวิตแล้ว 5 ราย หลังจากที่พบว่ามีเชื้อ E.Coli ในผักกาดหอมคอส เชื้อชนิดนี้ทำให้เกิดอาการท้องเสีย อาเจียน และแม้กระทั้งไตวายในกรณีที่รุนแรง

เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ E.Coli เราควรที่จะล้างมือก่อน และหลังรับประทานอาหาร หรือเข้าห้องน้ำทุกครั้ง นอกจากนี้ยังควรล้างมือหลังจากเล่นกับสัตว์ รวมถึงการระวังในเรื่องของการบริโภคผัก ควรล้างผักให้สะอาดก่อนที่จะนำมาประกอบอาหารทุกครั้ง แยกผักที่ล้างสะอาดออกจากผักที่ยังไม่ล้าง และเนื้อที่ยังไม่ได้ปรุงสุก และเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ผู้ที่ติดเชื้อไม่ควรปรุงอาหารให้ผู้อื่นรับประทานอย่างน้อย 48 ชม. ภายหลังการพักฟื้นเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่น

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววิทยาการ

กินแบบไหนไม่ให้น้ำหนักขึ้นในช่วงเทศกาล!

Published

on

ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองกำลังใกล้เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลคริสต์มาสหรือเทศกาลปีใหม่ เมื่อพูดถึงเทศกาลก็ต้องคิดถึงงานสังสรรค์ หากพูดถึงงานสังสรรค์ก็ต้องคิดถึงเรื่องกินเลี้ยง และเมื่อพูดถึงเรื่องกินเลี้ยงก็ต้องพูดถึงเรื่องน้ำหนักตามมาด้วย กลายเป็นปัญหาน้ำหนักขึ้นที่กวนใจหลาย ๆ คน

แต่วันนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองวิธีการกินเพื่อป้องกันการน้ำหนักขึ้นจากการกินในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองนี้ ในงานวิจัยได้แบ่งอาสาสมัคร 272 คน เป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรก (Intervention group) เป็นกลุ่มที่ได้รับคำแนะนำ 10 อย่างในการจัดการกับน้ำหนักของพวกเขา โดยนักวิจัยได้ให้พวกเขาชั่งน้ำหนักอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ในช่วงระหว่างวันหยุด รวมถึงการระวังในเรื่องของการรับประทานอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มน้ำตาลสูง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อาสาสมัครในกลุ่มนี้จะได้รายการการออกกำลังกายที่ควรทำเมื่อรับประทานอาหารเข้าไป อย่างเช่น หากกินมันย่าง 3 ชิ้นใหญ่ ๆ เข้าไป พวกเขาต้องวิ่งอย่างน้อย 16 นาทีเพื่อเอามันออก

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง (Control group) ให้กินแบบรักษาสุขภาพ แต่พวกเขาจะไม่ได้รับการแนะนำในเรื่องของสารอาหารที่ควรได้รับต่อวัน หรือคำแนะนำใด ๆ เป็นพิเศษในช่วงวันหยุด
นักวิจัยจะทำการชั่งน้ำหนักอาสาสมัครก่อนช่วงวันหยุดคริสต์มาส (พ.ย. หรือ ธ.ค) และจะชั่งวัดผลหลังจากนั้น 1 เดือน (ม.ค. หรือ ก.พ.)

งานวิจัยพบว่ากลุ่ม Control group มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 0.4 กิโลกรัมโดยเฉลี่ย ในขณะที่กลุ่ม Intervention group น้ำหนักไม่เพิ่มขึ้นเลย และอาสาสมัครมีน้ำหนักลดลง 0.5 กิโลกรัมด้วย สรุปว่าทำอย่างที่นักวิจัยแนะนำคือ

  • ระวังการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มน้ำตาลสูง
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อชดเชยการกิน

จะช่วยเรื่องนี้ได้ แม้ว่าความแตกต่างของน้ำหนักตัวของทั้งสองกลุ่มจะน้อยมาก แต่ในทางปฏิบัติตัวเลขเล็กน้อยก็สามารถส่งผลถึงสุขภาพของคุณได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามนักวิจัยบอกกับเราว่า งานวิจัยนี้ผู้เข้าร่วมวิจัยส่วนมากเป็นผู้หญิงที่มีน้ำหนักปกติ หรือน้ำหนักมากกว่าเกณฑ์เล็กน้อย ดังนั้นจึงไม่สามารถสรุปได้ว่า วิธีนี้จะได้ผลกับผู้ที่อยู่ในภาวะอ้วน (obese)

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววิทยาการ

การกลั่นแกล้ง (Bully) เป็นวิถีของคนขี้ขลาดที่แสร้งทำเป็นเข้มแข็ง!

Published

on

ปัญหาหนึ่งในสังคมที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นวัยไหนก็ตามคงหนีไม่พ้นการกลั่นแกล้ง (Bullies) ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงจริยธรรมในสังคม Edward Zia ที่ปรึกษาด้านการตลาด และ นักพูด ได้ออกมาพูดถึงประสบการณ์ และแนวทางในเรื่องของการกลั่นแกล้งไว้ว่านั่นเป็นวิถีที่คนขี้ขลาดแสร้งทำเป็นเข้มแข็งเท่านั้น ซึ่งคุณ Zia ได้พูดหลายเรื่องที่น่าสนใจดังนี้

สิ่งหนึ่งที่ฉันสังเกตมาตลอดชีวิตคือ คนที่รังแกผู้อื่นเป็นคนที่อ่อนแอ พวกเขาอาจจะดูแข็งแรง แต่พวกเขากลับรู้สึกไม่มั่นคง ไม่ได้รับการสนใจ และที่สำคัญ พวกเขารับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ไม่ดี เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่กลับกัน และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ฉันได้เผชิญหน้ากับการถูกรังแก ตลอดหลายปีในช่วงเด็ก จนฉันอายุ 20 ปี จิตใจของฉันเข้มแข็งขึ้นมาก และ มันค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่สำคัญ

ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ฉันอาศัยอยู่ที่เมือง Hobart ในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างแออัด ถึงมันจะฟังดูแปลก แต่ทุกอย่างก็สงบเรียบร้อยดี ฉันเริ่มคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมและมีช่วงเวลาที่ดี แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันไม่ได้สังเกต นั่นคือชายแก่ท่าทางแปลกๆ ชอบบงการคนหนึ่ง ซึ่งสำหรับฉันก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ เพราะไม่มีใครสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากนั้น เมื่อชายแก่เริ่มก้าวร้าวและตะโกนใส่คนอื่นๆ รวมถึงฉันด้วย ทุกคนเบื่อหน่ายกับชายแก่มาก ความอดทนของฉันหมดลงเมื่อชายแก่ตะโกนว่าเด็กหญิงจิตใจดี จนเธอร้องไห้ ตอนนั้นฉันเข้าไปปกป้องเธอ ฉันกรีดร้อง ชายแก่พยายามที่จะบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของฉันเพื่อข่มขู่ ฉันรู้สึกตกใจที่เขาพูดว่า “ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าตำรวจจะมา ยังไงเรื่องนี้มันก็ต้องจบ” ดังนั้นไม่ว่าเขาจะทำอะไร ฉันจะทำมันเพิ่มมากขึ้น เขาตะโกน ฉันจะกรีดร้อง เขาก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว ฉันจะก้าวเข้าไปสองก้าว และคุณเดาได้หรือไม่ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคนอันธพาลถูกเผชิญหน้า? เขาตาแดง ร้องไห้ และ ขอให้ฉันออกจากบ้าน เขาสามารถทำแบบนี้กับคนอื่นได้ แต่คนอื่นกลับทำแบบนี้กับเขาไม่ได้ หลังจากนั้นก่อนฉันย้ายออกมา 2-3 สัปดาห์ เขาก็ไม่ตะโกนใส่ฉัน หรือใครๆก็ตามที่อยู่ใกล้ฉัน เขาไม่แม้จะสบตา เหมือนเขาจะกลัวฉัน

โดยทั่วไปคนอันธพาลจะรังแกคนที่อ่อนแอกว่า และ นั่นไม่มีศักดิ์ศรีเลย ฉันคิดว่านี่เป็นเรื่องที่แปลก ฉันใช้เวลา 2-3 ปี กว่าที่จะเข้าใจมัน Bec เพื่อนนักจิตวิทยาอธิบายให้ฉันเข้าใจว่า คนประเภทนี้จะไม่กล้าเผชิญหน้าเมื่ออีกฝ่ายลุกขึ้นสู้ จริงๆ แล้วอันธพาลหลายคนในปัจจุบันเป็นแค่คนอ่อนแอ ที่แกล้งทำเป็นเข้มแข็ง ฉันคิดว่าการที่คนเริ่มรังแกคนอื่นมีสาเหตุมาจากการที่เขารู้สึกไม่ดีกับตัวเอง เขาจึงอยากรู้สึกว่าตัวเองมีอะไรเหนือคนอื่นด้วยการรังแกคนที่อ่อนแอกว่า คุณเพียงต้องเข้าใจพวกเขา และส่วนมากสิ่งที่พวกเขาทำมักไม่ค่อยร้ายแรง หรือผิดจริยธรรมสักเท่าไหร่

ดังนั้นถ้าการถูกรังแกเกิดขึ้นกับคุณหรือคนอื่นๆ ให้หยุดมันซะ! ฉันได้เรียนรู้ว่าคุณไม่สามารถเพิกเฉยต่อคนเหล่านี้ได้ พวกเขาจะแย่ลง แย่ลง และ จะไม่มีอะไรจะเปลี่ยนแปลงจนกว่าคุณจะทำอะไรบางอย่างกับคนเหล่านี้

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!