Connect with us

ข่าววิทยาการ

องค์การอนามัยโลกรับรองยาต้าน HIV ที่ผลิตในไทย! ราคาถูกกว่ายานำเข้าหลายเท่าตัว

ดร.โสภณ เมฆธน ประธานองค์การเภสัชกรรม และ รองอธิบดี ภญ.มุกดาวรรณ ประกอบไวทยกิจ ได้ออกมาประกาศว่า WHO ได้รับรองยาต้าน HIV (Efavirenz) ที่ผลิตที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ดร.โสภณ ได้กล่าวว่า ยาต้านไวรัสตัวนี้เป็นยารุ่นแรกที่ถูกพัฒนาขึ้นในประเทศไทย และ ในอาเซียน ที่ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลกเมื่อเดือนสิงหาคม รวม ถึงการรวมอยู่ในรายชื่อยาของทาง WHO ด้วย ดังนั้นกองทุนของต่างประเทศอย่าง Global Fund และ Unicef สามารถส่งซื้อยาจากเราเพื่อประเทศที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาได้

ดร.โสภณ เมฆธน ประธานองค์การเภสัชกรรม

ยา Efavirenz เป็นยาที่ใช้ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV ในขั้นแรกเมื่อพวกเขาถูกวินิจฉัยว่ามีการติดเชื้อไวรัส ทางด้าน ภญ.มุกดายังได้กล่าวอีกว่า เป็นเวลากว่า 16 ปีในการพัฒนายาตัวนี้เพื่อให้ได้ยาที่มีประสิทธิภาพและผ่านการทดสอบการต้านเชื้อไวรัสของ WHO

โดยยาตัวนี้จะวางขายที่ราคา 30 เม็ด/ 1 กระปุก กระปุกละ 180 บาท และตัวเม็ดยาน้ำหนัก 600 มิลลิกรัม ในขณะที่ยานำเข้านั้นราคาสูงถึง 1,000 บาท/ กระปุก หลังจากที่ WHO ได้รับรองยาแล้ว ก็มีหลายประเทศที่ได้ส่งเรื่องไปทาง WHO ให้ทำการรับรองยาตัวนี้ในประเทศของตนเอง เพื่อที่ทางประเทศจะได้สั่งยาเข้าไปใช้ได้ โดยเธอยังกล่าวอีกว่า ทางฟิลิปปินส์ ได้มีแผนในการสั่งยาตัวนี้แล้วกว่า 300,000 กระปุก ซึ่งคิดเป็นราคา 51 ล้านบาท

ในปีนี้องค์การเภสัชและยา ได้ทำการผลิตยา Efavirenz 42 ล้านเม็ด โดยยาจำนวนนี้เป็นเพียง 2.5% ของยาที่กำลังรอการผลิตทั้งหมดของ GPO

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววิทยาการ

Audi เปิดตัวระบบ GLOSA เพื่อหลีกเลี่ยงการติดไฟแดง!

Published

on

ก่อนหน้านี้ Audi ได้เปิดตัวระบบที่สามารถบอกคุณได้ว่าจะติดไฟแดงอีกนานแค่ไหน แต่วันนี้ Audi จะช่วยคุณหลีกเลี่ยงการติดไฟแดงเหล่านั้นด้วยระบบ GLOSA!

เพราะตามทฤษฎีแล้วการขับรถโดยไม่หยุด ย่อมประหยัดเวลามากกว่าการจอดติดไฟแดง ถึงแม้ว่าจะขับในความเร็วที่น้อยกว่าก็ตาม Audi เตรียมเปิดตัว Green Light Optimization Speed Advisory (GLOSA) ระบบที่จะช่วยแนะนำความเร็วที่คุณควรขับ เพื่อไม่ให้คุณไปติดไฟแดง ระบบนี้เหมือนเป็นส่วนขยายของข้อมูลการจราจรบนท้องถนนเท่านั้น

การแนะนำความเร็วและ TLI เป็นส่วนหนึ่งในคุณสมบัติของ Audi Connect Prime ในปี 2017 และรุ่นที่ใหม่กว่าอย่าง A3 และ TT ถึงอย่างไรก็ตามการใช้งานระบบเหล่านี้ยังคงจำกัดใน 13 เขตเมืองรวมถึง Dallas, Denver, Gainesville, Houston, Kansas City, Las Vegas, Los Angeles, New York (White Plains), Orlando, Phoenix, Portland, San Francisco Bay Area (Palo Alto และ Walnut Creek) และ Washington, DC เท่านั้น

ถึงแม้ว่าจะยังคงมีข้อจำกัดบางอย่างแต่ในอนาคตเทคโนโลยีเหล่านี้อาจจะพัฒนาถึงขั้นที่รถดับตอนติดไฟแดงและติดเครื่องอีกครั้งเมื่อไฟเขียวเพื่อใช้ลดพลังงานของรถ และระบบนำทางที่สามารถใช้วางแผนการเดินทางที่มีประสิทธิภาพมากกว่าปัจจุบัน

โอ้ย อยากให้มีในเมืองไทยมากๆ แล้ว!

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววิทยาการ

จีนเตรียมทำฟาร์มโซลาเซลล์บนอวกาศเพื่อส่งพลังงานกลับมาใช้บนโลกในปี 2025 !!!

Published

on

ในโลกปัจจุบันมนุษย์มีการใช้พลังงานกันเป็นอย่างมาก และพลังงานแสงอาทิตย์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของพลังงานสะอาด ที่ถูกนำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าบนโลก แต่แค่บนโลกคงไม่เพียงพอสำหรับประเทศจีน

จากการรายงานของ China’s state-backed Science and Technology Daily ในตอนนี้นักวิทยาศาสตร์จีนมีแผนที่จะปล่อยสถานีโซลาเซลล์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ stratosphere เพื่อโคจรกว่า 36,000 กิโลเมตรรอบโลก ในระหว่างปี 2021-2025 โดยในชั้นแรกจะปล่อยขึ้นไปเป็นสถานีขนาดเล็กก่อน แล้วค่อยทำการเลื่อนเป็น megawatt-level station ในปี 2030 และเป็นโรงงานไฟฟ้าแรงสูงระดับโลกในปี 2050 ตามลำดับ

พลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้รับนี้จะไม่ผ่านการดูดซับผ่านชั้นบรรยากาศ และไม่มีช่วงเวลากลางคืน มันจึงเป็นฟาร์มพลังงานสะอาดที่ไม่มีวันหมด สถาบันเทคโนโลยีอวกาศแห่งประเทศจีนกล่าวว่า ฟาร์มแห่งนี้สามารถให้พลังงานได้ 99% ตลอดเวลา และมีความเข้มข้น 6 เท่าเมื่อเทียบกับพลังงานที่ได้รับบนพื้นโลก เมื่อฟาร์มโซลาสามารถสร้างพลังงานได้แล้ว พลังงานเหล่านั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานรูปแบบอื่น เพื่อส่งพลังงานเหล่านั้นกลับสู่โลก โดยใช้รังสีไมโครเวฟหรือเลเซอร์ ส่งมายังตัวรับภาคพื้นดิน

และแน่นอนงานใหญ่แบบนี้มีความท้าทายกับจีนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการนำสถานีที่หนักกว่า 1,000 ตัน ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ หรือจะสามารถสร้างสถานีโดยใช้หุ่นยนต์และการพิมพ์สามมิติได้หรือไม่ และรังสีไมโครเวฟที่อาจส่งผลต่อชั้นบรรยากาศเมื่อส่งพลังงานกลับมาอีกด้วย

ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะมีหลายประเทศที่พยายามจะทดลอง และคิดค้นเทคโนโลยีเหล่านี้ แต่ดูเหมือนว่าจีนจะก้าวนำประเทศเหล่านั้นไปมาก ประเทศจีนได้เพิ่มโครงการอวกาศเป็นจำนวนมากในเวลาไม่นาน หรือนี่จะเป็นเวลาที่จีนจะกลายเป็นมหาอำนาจการสำรวจอวกาศแล้ว
อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววิทยาการ

เท่านี้อาจไม่พอ! Facebook ควรใช้มาตรการพิเศษเพื่อจัดการข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับวัคซีน

Published

on

สำนักข่าว Bloomberge รายงานถึงการสำรวจมาตรการเพิ่มเติมของ Facebook เพื่อกำจัดข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนว่า ข้อมูลที่ถูกเข้าใจผิดยังคงระบาดอยู่ในกลุ่มผู้ปกครองบางส่วน ทำให้ Adam Schiff ตัวแทนจาก US ทำการร้องเรียนไปยัง Facebook และ Google ให้ทำการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ก่อนการระบาดของโรคหัดจะเกิดขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น Schiff ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า Facebook ยังคงมีการกระจายข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และยังส่งเสริมโฆษณาจากกลุ่มต่อต้านการฉีดวัคซีน ถึงแม้ระบบจะไม่สามารถแยกแยะได้ว่าโฆษณาที่ขึ้นมาเป็นข้อมูลที่ถูกหรือผิด แต่การนำโฆษณาเหล่านั้นมาฉายซ้ำ ๆ อาจทำให้คนเข้าใจผิดได้

ส่วนทางด้าน Facebook ได้ออกมากล่าวว่า การสำรวจมาตรการเพิ่มเติมเป็นการต่อสู้กับปัญหาที่ดีที่สุด รวมถึงการลดและลบ เนื้อหาประเภทนี้ออกจากกลุ่มที่แนะนำและถอนข้อมูลออกจากการค้นหา ในขณะเดียวกันก็ต้องแน่ใจว่ามีข้อมูลคุณภาพที่เชื่อถือได้มากขึ้น

ส่วนทางด้าน Google เพิ่งจะกล่าวว่า Youtube จะจำกัดการแนะนำวีดีโอที่อาจทำให้ผู้ชมเข้าใจผิด รวมถึงวิดีโอต่อต้านวัคซีน แต่ถึงอย่างนั้นวีดีโอเกี่ยวกับกลุ่มต่อต้านการฉีดวัคซีนก็ยังติด 1 ใน 10 อันดับ เมื่อคนทำการค้นหาเกี่ยวกับวัคซีนอยู่ดี

กรมควบคุมโรค (CDC) กล่าวว่าการแพร่ระบาดของโรคหัดเป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง และวัคซีนก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรก็ตามการหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กได้รับวัคซีน จะทำให้เกิดความเสี่ยงขึ้นกับเด็กและชุมชน ซึ่งนั่นคงจะไม่เป็นผลดีจากการพยายามป้องกันโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากวัคซีนในเวลาหลาย 10 ปีที่ผ่านมาแน่ ๆ
อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!