The SpaceX Crew Dragon spacecraft, carrying NASA astronauts Robert Behnken and Douglas Hurley, undocks from the International Space Station on Aug. 1, 2020. Photo credit: NASA

10 สิ่งน่ารู้ อ่านพร้อมรอลุ้นให้ Dragon Endeavour กลับคืนสู่โลกอย่างปลอดภัยในคืนนี้ (2 ส.ค.63)

หลังจากเที่ยวบินประวัติศาสตร์ ที่ SpaceX ได้นำสองนักบินอวกาศของนาซา โรเบิร์ต เบนเคน (Robert Behnken) และ ดักลาส เฮอร์ลีย์ (Douglas Hurley) เดินทางไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา บัดนี้ภารกิจของสองนักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติได้เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่จึงเดินทางออกจากสถานีอวกาศฯ เมื่อเวลา 17:15 น. ของวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) หรือในช่วงเช้ามืดของวันนี้ตามเวลาประเทศไทย

โดยทั้งคู่ได้ออกเดินทางด้วยยานนาม “Dragon Endeavour” (คนละอันกับกระสวยอวกาศนะ อันนี้เป็นยาน Crew Dragon ของ SpaceX อันเดียวกับที่พาทั้งคู่เดินทางไปสถานีอวกาศฯ นั่นแหละ แต่สองนักบินอวกาศเขาตั้งชื่อพ่วงให้เพิ่ม เพราะกระสวย Endeavour เคยใช้เดินทางไปสถานีอวกาศฯ เหมือนกัน) และขณะนี้กำลังมุ่งหน้ากลับเข้าสู่โลก โดยมีกำหนดที่จะลงจอด (Splashdown) นอกชายฝั่งฟลอริดา เพื่อสิ้นสุดภารกิจ ในเวลา 14:48 น. ของวันที่ 2 สิงหาคม 2563 (ตามเวลาท้องถิ่น) หรือประมาณ 01:48 น. ของวันที่ 3 สิงหาคม 2563 ตามเวลาประเทศไทย

ก่อนจะไปร่วมลุ้นการกลับมาถึงของสองนักบินอวกาศในค่ำคืนนี้ เพื่อให้อินกันขึ้นไปอีก เราจึงรวบรวม 10 ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับการกลับคืนสู่โลกของ Dragon Endeavour ภารกิจแห่งประวัติศาสตร์มาให้อ่านกันไปพลาง ๆ ก่อน

1. แค่ลงจอด ก็ลุ้นแล้วว่าจะลงที่ไหน?

นาซาและ SpaceX ได้เตรียมการ วางจุดที่มีความไปได้ในการลงจอดไว้ถึง 7 แห่งด้วยกัน โดยทั้ง 7 แห่งนี้ล้วนอยู่นอกชายฝั่งฟลอริดา ได้แก่ นอกชายฝั่งเพนซาโคลา (Pensacola) แทมปา (Tampa) แทลลาแฮสซี (Tallahassee) ปานามาซิตี้ (Panama City) แหลมคานาเวอรัล (Cape Canaveral) เดย์โทนา (Daytona) และแจ็กสันวิลล์ (Jacksonville) 

ภาพจาก Google Map แสดงให้เห็นเมืองต่าง ๆ ในฟลอริดา ที่มีรายชื่ออยู่ในสถานที่ที่น่าจะเป็นจุดลงจอดของ Dragon Endeavour

2. NASA และ SpaceX คัดเลือกสถานที่ลงจอดอย่างไร?

การเลือกตำแหน่งลงจอดนั้นใช้การจัดลำดับความสำคัญเป็นหลัก เริ่มต้นด้วยการกำหนดวันและเวลาออกจากสถานีอวกาศนานาชาติ โดยพิจารณาเงื่อนไขของสภาพภูมิประเทศและสภาพอากาศในช่วงนั้นเป็นสำคัญ และพิจารณาควบคู่กับระยะเวลาที่ยานหลุดจากวงโคจรและพุ่งเข้าสู่พื้นโลก ซึ่งยิ่งใช้น้อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีเท่านั้น โดยคำนวณวงโคจรและโอกาสที่ยานจะพุ่งลงสู่ทะเลในเวลากลางวันเป็นสำคัญ

จากนั้น จึงย้อนมาตรวจสอบเวลาที่ยานควรออกจากสถานีอวกาศนานาชาติ และเงื่อนไขอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อคำนวณและวิเคราะห์สภาพอากาศเชิงลึก เลือกหาจุดลงจอดที่เหมาะสมอีกครั้ง 

3. เที่ยวบินนี้จะยาวนานเพียงใด?

เวลาที่ใช้เดินทางกลับมายังโลกของสองนักบินนี้ จะขึ้นอยู่กับการเดินทางจากสถานีอวกาศนานาชาติ และจังหวะที่สองนักบินเลือกพุ่งเข้าสู่พื้นโลก โดยนาซาได้ประเมินไว้ว่า อาจใช้ระยะเวลาประมาณ 6 – 30 ชั่วโมง (และล่าสุดนาซาได้กำหนดเวลาที่ยานจะเดินทางมาถึงโลกไว้ที่เวลา 01:48 น. ของวันที่ 3 สิงหาคม 2563 ตามเวลาประเทศไทย นั่นเอง)

4. การเดินทางกลับมาจะเป็นเช่นไร? และอะไรคือเป้าหมายสำคัญที่สุดของภารกิจนี้?

การกลับบ้านของสองนักบินจะเริ่มต้นด้วยการแยกตัวออกจากสถานีอวกาศนานาชาติของ Crew Dragon ในช่วงแรกของการเดินทางนี้ ยานจะมีน้ำหนักประมาณ 12,519 กิโลกรัม (27,600 ปอนด์) โดยนาซาได้ถ่ายทอดสดการเดินทางแห่งประวัติศาสตร์นี้ไว้ตลอดช่วง (ติดตามได้ในวิดีโอด้านล่างนี้เลย)

เมื่อยานแยกตัวเป็นอิสระจากสถานีอวกาศแล้ว เครื่องยนต์ขนาดเล็กสองตัวจะทำงานทันที โดยยาน  Dragon Endeavour  จะจุดเครื่องขับเคลื่อนทั้งหมดสี่ครั้ง เพื่อให้ยานอวกาศออกออกเดินทางและมุ่งหน้าสู่โลก ในหลายชั่วโมงต่อมา ก่อนการขับเคลื่อนครั้งสุดท้ายเพียงเล็กน้อย ถังเชื้อเพลิงจะถูกแยกจากยาน มันจะร่วงหล่นและถูกเผาในชั้นบรรยากาศของโลก หลังจากขั้นตอนนี้ ยานจะมีน้ำหนักเหลือราว ๆ 9,616 กิโลกรัม (21,200 ปอนด์) เท่านั้น

จากนั้น ระบบการขับเคลื่อนขั้นสุดท้ายก็จะทำงาน ขั้นตอนนี้กินเวลาเพียงหกนาที เป็นช่วงที่ทำให้ยานอยู่ในเส้นทางการโคจรที่เหมาะสม พร้อมเข้าสู่การพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกต่อไป

5. เมื่อ Dragon Endeavour พุ่งเข้าสู่โลกมันจะเร็วและร้อนแค่ไหน?

จากการคำนวณ ยานจะเดินทางด้วยความเร็วประมาณ 28,164 กิโลเมตร (17,500 ไมล์) ต่อชั่วโมง อุณหภูมิสูงสุดที่น่าเกิดขึ้นเมื่อเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกคาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1,927 องศาเซลเซียส  (3,500 องศาฟาเรนไฮต์) โดยในช่วงเวลานั้น ยานจะตัดขาดการสื่อสารกับคนบนพื้นโลกไปประมาณ 6 นาที 

(อ่านต่อหน้าถัดไป กดหน้า 2 ที่ด้านล่างเลย)