แพทย์ชี้ถึง 5 ผลเสียจากการใช้สมาร์ตโฟนขณะนั่งชักโครก

เป็นธรรมเนียมปฏิบัติโดยทั่วกันมาช้านานแล้วสำหรับชาวโลกทุกชาติทุกภาษา เวลาจะเข้าห้องน้ำ โดยเฉพาะถ่ายหนักถ้าจะต้องนั่งชักโครกเป็นเวลานาน ๆ แล้วจะต้องคว้าหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารเข้าไปนั่งอ่านด้วย มาถึงยุคปัจจุบันที่เริ่มหมดยุคของสื่อสิ่งพิมพ์ ผู้คนก็รู้สึกสะดวกยิ่งขึ้นเวลาเข้าห้องน้ำ ไม่ต้องไปแย่งหนังสือพิมพ์จากใครอีกต่อไปแล้ว ก็แค่หยิบสมาร์ตโฟนของตัวเองเข้าห้องน้ำไปด้วยแค่นั้น แค่เครื่องเดียวมีกิจกรรมให้ทำได้ตั้งมากมายขณะถ่ายทุกข์ จะเล่นเฟซบุ๊กก็ได้ ดูหนังฟังเลง หรือเล่นเกมก็ได้ ก็ดูน่าจะเป็นวิสัยปกติที่ใคร ๆ เขาก็ทำกัน แต่หารู้ไม่ว่าการกระทำแบบนี้ก็มีข้อเสียมากมายด้วย กระทบทั้งในเรื่องสุขภาพกายและสุขภาพจิต ถึงขนาดนั้นเลย ในบทความนี้เราจะหยิบยกคำเตือนจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถึง 5 ข้อเสีย จากการใช้สมาร์ตโฟนขณะนั่งชักโครกมาฝากกันครับ

1.สามารถแพร่กระจายเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายได้

หน้าจอสมาร์ตโฟนมีสิ่งสกปรกมากกว่าฝารองนั่งชักโครกเสียอีก

ก่อนหน้านี้เคยมีการเปิดเผยกันในวงกว้างมาแล้วว่า หน้าจอสมาร์ตโฟนของเรานั้นมีสิ่งสกปรกเสียมากว่าฝารองนั่งชักโครกเสียอีก เป็นข้อเท็จจริงที่ชวนอี๋แหยะมากมาย และการเอาสมาร์ตโฟนเข้าห้องน้ำไปด้วย ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสการรับสิ่งสกปรกที่ล่องลอยอยู่ในอากาศเข้ามาด้วย เคยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสุ่มตรวจเช็กสมาร์ตโฟนในโรงเรียนประถมแล้วก็พบเชื้ออีโคไลมาแล้ว (E. coli ป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ปกติพบอาศัยอยู่ในทางเดินอาหารส่วนลำไส้ของคนและสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม) ซึ่งอีโลไล ก็ไม่ใช่เชื้อโรคเพียงแค่ตัวเดียวที่จะติดมาบนสมาร์ตโฟนได้ ขณะที่เอาไปใช้ในห้องน้ำสาธารณะ

2.เพิ่มอัตราเสี่ยงเป็นโรคริดสีดวงทวาร

นั่งชักโครกนาน ๆ เสี่ยงเป็นริดสีดวงทวาร

สาเหตุที่จะก่อให้เกิดโรคริดสีดวงทวารได้นั้นก็เพราะยิ่งเราใช้เวลานานมากอยู่บนชักโครกนั้น ด้วยท่านั่งแบบนี้น้ำหนักตัวเราจะถ่ายเทกันลงมาที่ช่วงทวารหนักของเรา ซึ่งฝารองนั่งนั้นเป็นวงกลมที่รับน้ำหนักโดยรอบเท่านั้น แต่บริเวณช่องทวารหนักนั้นไม่มีอะไรมาช่วยรองรับน้ำหนักเลย แพทย์ยังกล่าวอีกว่า สาเหตุนี้ยังไม่ถึงกับฟันธงได้ 100% ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมอีกหน่อย ขณะนี้มีเพียงข้อสมมติฐานจากหลักฐานที่ว่าอัตราผู้ป่วยเป็นริดสีดวงทวารเพิ่มสูงขึ้นมาก ตั้งแต่มนุษย์เราเริ่มใช้สมาร์ตโฟนกันอย่างแพร่หลาย ก็นับว่ามีความสอดคล้องกันค่อนข้างสูง

3.ให้สมองเราได้มีช่วงเวลาอิสระทางความคิดบ้าง

ให้สมองได้ใช้ความคิดบ้าง

เพราะว่าการที่เราเพ่งสมาธิความสนใจไปอยู่บนหน้าจอสมาร์ตโฟนวันละหลาย ๆ ชั่วโมงนั้น มีผลกระทบต่อสมาธิและความคิดของตัวเราเองอย่างมาก ซึงจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำมาว่า ในแต่ละวันนั้นช่วงเวลาที่เราได้ใช้สมองทำงานโดยที่่ไม่ต้องไปจดจ่ออยู่กับหน้าจอสมาร์ตโฟนนั้น จำเป็นต่อสภาพจิตของเราอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เราได้เข้าห้องน้ำด้วยเช่นกัน แต่เมื่อเราเอาสมาร์ตโฟนเข้าไปด้วย ก็นับว่าเป็นการสูญเสียเวลาที่มีค่าที่ได้จะมีสติสมาธิอยู่กับตัวเองไปด้วย

4.อาจทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเสื่อม

ท่านั่งที่โน้มตัวไปข้างหน้า ทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานทำงานหนัก

การที่เรานั่งถ่ายทุกข์แล้วเล่นสมาร์ตโฟนไปด้วย ทำให้เราใช้เวลาบนชักโครกนานมากขึ้นกว่าที่ควร แพทย์ก็เตือนมาว่าการนั่งในท่านี้นาน ๆ ไม่เป็นผลดีและส่งผลเสียต่ออวัยวะภายในหลายส่วนเลย โดยเฉพาะผู้หญิง อย่างเช่น ลำไส้, กระเพาะปัสสาวะ และอวัยวะเพศหญิงจะเคลื่อน เหตุจากท่านั่งในลักษณะที่โน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อจ้องหน้าจอสมาร์ตโฟนที่อยู่ในมือ ท่านั่งแบบนี้จะทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานทำงานหนักและเสื่อมสภาพไปในที่สุด และผลจากอาการกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเสื่อมก็จะทำให้ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ แค่เพียงไอหรือจามก็อาจทำให้ปัสาสาวะเล็ดหรือราดออกมาได้

5.จะทำให้เราเสพติดสมาร์ตโฟนมากขึ้น

ปิดสมาร์ตโฟนบ้างก็ได้

ถ้าขึ้นชื่อว่าถึงขั้น เสพติด ไม่ว่ากับสิ่งใด ย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน ถึงตอนนี้หลายคนอาจยอมรับว่าขาดสมาร์ตโฟนไม่ได้อีกต่อไป เคยมีการสำรวจประชากรในกลุ่ม “มิลเล็นเนียล” หรือเหล่า เจนเนอเรชัน วาย ได้ผลลัพธ์มาว่า 1 ใน 10 ของประชากรกลุ่มนี้ยอมเสียนิ้วมือเพื่อแลกกับการมีสมาร์ตโฟนครอบคองต่อไป ถ้ารู้แบบนี้แล้ว ลองสำรวจตัวเองว่าเราถึงขั้นเสพติดไปแล้วหรือยัง ลองให้ตัวเราเองได้ห่างจากสมาร์ตโฟนแล้วสนใจสิ่งรอบตัวดูบ้าง ลองเริ่มจากการนั่งชักโครกโดยไม่ต้องจิ้มสมาร์ตโฟนดูก่อนก็ได้ครับ

อ้างอิง