Anker Innovations ประกาศปรับยุทธศาสตร์องค์กรครั้งใหญ่ ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 โดยรวมแบรนด์ย่อยทั้งหมด 5 แบรนด์ ได้แก่
- Anker (เทคโนโลยีการชาร์จ)
- eufy (ระบบบ้านอัจฉริยะ)
- soundcore (ระบบเสียง)
- SOLIX (พลังงาน)
- eufyMake (เครื่องมือสร้างสรรค์)

กลับเข้าสู่แบรนด์หลักเพียงชื่อเดียวคือ Anker พร้อมปรับทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยเน้นการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์บนอุปกรณ์ (On-device AI) และชิปสถาปัตยกรรมเฉพาะทาง
การเคลื่อนไหวเชิงโครงสร้างครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดความซ้ำซ้อนของการทำตลาดและต้นทุนการสร้างแบรนด์ที่แยกจากกันมานานเกือบ 15 ปี พร้อมทั้งตอบสนองต่อแนวโน้มเทคโนโลยีในปัจจุบันที่อุปกรณ์พกพาและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเริ่มผสานการทำงานเข้าด้วยกันอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านชื่อแบรนด์จะเริ่มจากผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ก่อน ขณะที่ผลิตภัณฑ์เดิมจะทยอยเปลี่ยนตามลำดับ โดยที่เงื่อนไขการรับประกันและการบริการลูกค้ายังคงเดิม
การจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ 2 กลุ่มหลัก

โครงสร้างสินค้าใหม่ของ Anker ถูกแบ่งออกเป็น 2 หมวดหมู่อย่างชัดเจน ได้แก่:
- Anker For Home: กลุ่มอุปกรณ์เทคโนโลยีสำหรับที่พักอาศัย ครอบคลุมระบบความปลอดภัยและหุ่นยนต์ทำความสะอาด โดยมีหัวใจหลักคือระบบอัตโนมัติที่ลดการพึ่งพามนุษย์
- Anker For You: กลุ่มอุปกรณ์ส่วนบุคคลที่เน้นการพกพา ครอบคลุมระบบเสียง การดูแลสุขภาพ อุปกรณ์ชาร์จไฟ และเครื่องมือสร้างสรรค์ส่วนบุคคล
Anker MindBase ศูนย์กลางบ้านอัจฉริยะด้วย Local AI

ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Anker For Home บริษัทได้เปิดตัว Anker MindBase™ ซึ่งถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่เป็นฮับกลาง สำหรับอุปกรณ์สมาร์ทโฮม โดยชูจุดเด่นด้านการทำงานแบบ Local AI หรือการประมวลผลข้อมูลภายในตัวเครื่องโดยตรงแทนการส่งข้อมูลขึ้นระบบคลาวด์สาธารณะ ระบบดังกล่าวประกอบด้วย 3 แกนหลัก คือ การเชื่อมโยงอุปกรณ์ (Connection), การประมวลผลภายในพื้นที่ (Local Intelligence) และการจัดเก็บประวัติพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัย (Memory) ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้บริโภคและลดปัญหาการดีเลย์ของเครือข่าย
ชิป AI THUS และหัวชาร์จ Smart Display 45W สำหรับกลุ่ม Anker For You

สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์พกพา Anker ได้นำชิปประมวลผล AI THUS™ สถาปัตยกรรม Neural-Net Compute-in-Memory ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ เข้ามาติดตั้งในผลิตภัณฑ์กลุ่มหูฟังและอุปกรณ์เสียงรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ เพื่อให้สามารถประมวลผลอัลกอริทึมเสียงและตัดเสียงรบกวนได้บนตัวฮาร์ดแวร์โดยตรง
ขณะเดียวกัน ในประเทศไทยได้มีการเปิดตัว Anker Smart Display Charger 45W ซึ่งเป็นหัวชาร์จรุ่นแรกๆ ภายใต้แบรนด์เดี่ยว มีจุดเด่นด้านหน้าจอแสดงผลสถานะแบบเรียลไทม์ ทั้งกำลังวัตต์ อุณหภูมิ และเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ พร้อมระบบ Care Mode ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานจาก TÜV สำหรับคุมอุณหภูมิขณะชาร์จเพื่อลดอัตราการเสื่อมของเซลล์แบตเตอรี่


- Smart Display Charger 45W (Non-OTA) ชาร์จเร็ว 45W, หน้าจอแสดงผลสถานะ, ขาปลั๊กพับได้ 180 องศา วางจำหน่ายแล้ว 899 บาท
- Smart Display Charger 45W (OTA) เพิ่มการอัปเกรดระบบจดจำข้อมูลบนจอ, ตัวเลือกสีใหม่ ปลายเดือนกันยายน 2569 ราคา 999 บาท
การปรับโครงสร้างแบรนด์ของ Anker Innovations แสดงถึงความพยายามในการสร้างระบบนิเวศของตนเองให้มีเอกภาพมากขึ้น เพื่อรับมือกับคู่แข่งรายใหญ่ในตลาดที่ใช้วิธีรวมศูนย์แบรนด์เดียว อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญจะอยู่ที่การสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเดิมที่คุ้นเคยกับความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของชื่อแบรนด์อย่าง eufy หรือ soundcore รวมถึงประสิทธิภาพจริงของระบบ Local AI อย่าง MindBase ว่าจะสามารถทำงานข้ามแพลตฟอร์มร่วมกับมาตรฐานสากลอื่นๆ ในตลาดสมาร์ตโฮมได้อย่างราบรื่นเพียงใด









