ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| Science

งานวิจัยชี้ ! PM2.5 ทำให้อายุขัยเฉลี่ยสั้นลงราว 2.3 ปี

Tabel of Content

วิกฤต PM2.5 ในเขตเมืองเป็นโศกนาฏกรรมการหายใจที่ฉายซ้ำในช่วงฤดูหนาวของทุกปี แม้เราจะเลือกอาหารที่กินได้ เลือกน้ำที่ดื่มได้ (แม้ว่าตอนนี้เริ่มเลือกไม่ได้แล้ว เพราะมีไมโครพลาสติก) แต่อากาศเป็นสิ่งที่เราเลือกไม่ได้ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วว่าการสูดดม PM2.5 สัมพันธ์กับโรคเรื้อรังและปัญหาสุขภาพหลายอย่าง ตั้งแต่โรคอ้วนไปจนถึงโรคมะเร็ง และทำให้เราอายุสั้นลงได้ด้วย

ดร.ไมเคิล กรีนสโตน (Michael Greenstone) จากมหาวิทยาลัยชิคาโก (University of Chicago) ผู้อยู่เบื้องหลังงานวิจัยระดับโลกอย่าง Air Quality Life Index (AQLI) ได้บอกว่า “การสูดดม PM2.5 ในระดับปัจจุบัน กำลังพรากอายุขัยเฉลี่ยของประชากรโลกไปถึง 2.3 ปี”

งานวิจัยของ ดร.ไมเคิล ชี้ว่า มลพิษทางอากาศคือความเสี่ยงอันดับ 1 ของมนุษย์ มันฆ่าเราได้เร็วกว่าการสูบบุหรี่ เร็วกว่าแอลกอฮอล์ แต่ในขณะที่เรามีกฎหมายควบคุมเหล้าและบุหรี่อย่างเข้มงวด เรากลับปล่อยให้ฝุ่นและมลพิษทางอากาศลอยไปมาหน้าตาเฉย หรือมากสุด คือ การแจ้งเตือนประชาชนให้เลี่ยงการออกจากบ้านและสวมหน้ากากอนามัย

หากภาครัฐหรือใครสักคนบอกคุณว่า “การแก้ปัญหาฝุ่นมันยาก ต้องใช้เวลา” ก็ใช่ ในฐานะประชาชน เราเชื่อว่ามันทำยากและใช้เวลา แต่จากที่ผ่านมาหลายคนอาจไม่ได้เห็นความเคลื่อนไหวหรือท่าทางจริงจังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปีแล้ว ปีเล่า

ประเทศจีนเป็นเคสที่ชัดที่สุดของการเปลี่ยนเมืองที่ปกคลุมไปด้วยมลพิษทางอากาศ ทั้งจาก PM2.5 และฝุ่นละอองทั่วไปจากการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็ว ย้อนกลับไปไม่ถึง 10 ปีก่อน ปักกิ่งเคยถูกขนานนามว่าเป็นเมืองหายนะทางอากาศ หรือ Airpocalypse แต่เมื่อรัฐบาลจีนประกาศ สงครามกับมลพิษ (War on Pollution) ในปี ค.ศ. 2014 ด้วยมาตรการที่เด็ดขาด

ภายในเวลาเพียง 7 ปี (ค.ศ. 2013–2020) จีนลดปริมาณฝุ่นลงได้เกือบ 40% ผลลัพธ์คืออะไร ? หากอ้างอิงจากงานวิจัยของ ดร.ไมเคิล ประชาชนจีนได้อาจได้อายุขัยเฉลี่ยคืนมาราว 2 ปี นี่คือหลักฐานที่บอกว่า ถ้ารัฐเอาจริง ลมหายใจที่สะอาดก็สร้างได้ ไม่ต้องรอชาติหน้า

ความเหลื่อมล้ำทางลมหายใจ คนจนจ่ายแพงที่สุด

อีกสิ่งที่น่าเจ็บใจ คือ ความยุติธรรมในการเข้าถึงอากาศสะอาด งานวิจัยจาก The Lancet Planetary Health ตอกย้ำความจริงที่ว่า ผลกระทบจาก PM 2.5 ไม่ได้กระจายตัวอย่างเท่าเทียม คนที่มีกำลังทรัพย์สามารถซื้อเครื่องฟอกอากาศราคาหลักพันไปจนถึงหมื่น ติดตั้งระบบแรงดันบวกในบ้าน หรือขับรถยนต์ที่มีระบบกรองอากาศ

แล้วคนหาเช้ากินค่ำล่ะ ? คนที่ต้องยืนรอรถเมล์ คนที่ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ส่งของ คนที่บ้านไม่มีหน้าต่างมิดชิด ? พวกเขาคือ เครื่องฟอกอากาศมีชีวิต ที่ต้องใช้ปอดของตัวเองกรองฝุ่น โดยที่ไม่สามารถเปลี่ยนไส้กรองได้ อากาศสะอาดจึงไม่ควรเป็นสินค้าหรือสิ่งที่ผู้คนต้องไขว่คว้า แต่มันคือ สิทธิมนุษยชน

เรามาถึงจุดที่ต้องตั้งคำถามด้วยเสียงที่ดังที่สุดไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด แต่ด้วยข้อมูลและความจริง อากาศสะอาดเป็นพื้นฐานที่มนุษย์ควรได้รับโดยไม่ต้องร้องขอ เพราะมันสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิต และเป็นสิ่งที่ผู้คนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ตลอด ทำไมมาตรการที่เราเห็นยังคงเป็นการขอความร่วมมือ? ทำไมกฎหมายอากาศสะอาดถึงยังไปไม่ถึงไหน ? ทำไมเรายังต้องทนดูการเผาในที่โล่ง หรือควันดำจากรถบรรทุกหรือรถโดยสารที่มีการจดหรือต่อทะเบียนเป็นประจำ ขณะที่ด่านตรวจคนดื่มและคนละเมิดกฎจราจรมีอยู่ทุกหัวถนน ?

เราไม่ได้ต้องการแค่แอปพลิเคชันแจ้งเตือนค่าฝุ่น เพื่อบอกให้เรา “สวมหน้ากาก” หรือ “งดออกจากบ้าน” นั่นมันการผลักภาระมาที่เหยื่อ สิ่งที่เราต้องการคือนโยบายที่กล้า กฎหมายที่แข็งแรง การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และการจัดการต้นตอของปัญหาอย่างถอนรากถอนโคน เพื่อคืนเวลาชีวิตที่มนุษย์ควรจะมี

Highlight

ส่อง Tech Policy 6 พรรคการเมืองไทย ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้

15/01/2026
Read More

Google ประกาศอัปเดต Veo 3.1 ใหม่ สร้างวิดีโอ 9:16 ได้แล้ว !

14/01/2026
Read More

ยุคนี้ปรับตัว = รอด Viu เปิดตัว Viu Shorts เสิร์ฟละครสั้นแนวตั้ง มีภาษาไทยด้วย !

14/01/2026
Read More

งานเข้า! ซีอีโอ OnePlus โดนออกหมายจับในไต้หวัน เพราะแอบจ้างวิศวกร 70 รายแบบผิดกฎหมาย

14/01/2026
Read More

ชวนดูสถิติอาณาจักร RoV ทำไมผ่านไป 9 ปี เกมนี้ยังครองเมือง ?

13/01/2026
Read More

OPPO เปิดตัว A6s 5G ใช้ชิป Dimensity 6300 แบตฯ อึด 7,000 mAh

13/01/2026
Read More

Related Content