ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2026 บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ Google และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประกาศความร่วมมือยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาของประเทศในโครงการ “AI for All Thais” ท่ามกลางวิกฤตการขาดแคลนบุคลากรด้าน AI ในไทยที่สูงถึง 80,000 คน และความท้าทายจากสังคมสูงวัยที่เริ่มส่งผลกระทบต่ออัตราการเติบโตของ GDP อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
บทความนี้จะวิเคราะห์เจาะลึกถึงมิติต่าง ๆ ของความร่วมมือนี้ ที่มุ่งหวังจะเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ยุค AI-First อย่างเป็นรูปธรรม
สูตร 50/50 การปฏิรูปโครงสร้างแรงงานไทยแห่งอนาคต

คุณซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้นำเสนอวิชันที่น่าสนใจเกี่ยวกับโครงสร้างแรงงานในยุค AI โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2030 จะต้องเสริมเพิ่มขีดความสามารถด้าน AI ของคนไทยให้ได้ถึง 12 ล้านคน โดยยึดโมเดลการแบ่งสัดส่วนพนักงานออกเป็น 2 กลุ่มหลัก
- กลุ่มที่ 1 (50%): คือกลุ่มที่เป็น “Advanced AI Builders” หรือ “Active AI Users” ที่สามารถสร้างเครื่องมือ AI หรือนำมาประยุกต์ใช้ในงานประจำวันได้อย่างลึกซึ้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
- กลุ่มที่ 2 (50%): คือกลุ่มที่มี “Basic Understanding” หรือความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับ AI เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่นี้ได้อย่างไม่ติดขัด
การเปลี่ยนผ่านนี้เริ่มต้นจากการอัปสกิลพนักงานในองค์กรทรูเอง ก่อนจะขยายผลสู่ระดับประเทศผ่านระบบนิเวศของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ CP-CoE ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค
การศึกษาที่ AI ที่นับหน่วยกิตได้

หัวใจสำคัญที่ทำให้โครงการนี้ต่างจากโครงการอบรมทั่วไปคือ การบูรณาการหลักสูตร AI เข้าสู่ระบบมหาวิทยาลัยในรูปแบบที่นับหน่วยกิตได้จริง ภายใต้หลักสูตร AI for Future Workforce ระยะเวลา 45 ชั่วโมง ซึ่งทรูและ Google ร่วมกันออกแบบ
โครงการนี้จะนำร่องในมหาวิทยาลัยกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ ผ่าน Gemini Academy การสอนพื้นฐาน AI, AI Safety และ Prompt Engineering ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยทรูมอบดาต้าฟรี 10GB สำหรับนิสิตนักศึกษาที่เรียนผ่านโครงการนี้ เพื่อเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงองค์ความรู้ การสร้างผู้เชี่ยวชาญระดับสูงเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานที่กำลังขาดแคลน
โดย ศารณีย์ บุญฤทธิ์ธงไชย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ของ Google ได้หยิบวิชันของ Google ประเทศไทยที่ตั้งไว้ตั้งแต่ปี 2019 “Leave no Thai behind” ขึ้นมาพูดถึงการผลักดันศักยภาพและขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของคนไทยให้ก้าวไปอีกขั้นผ่านการร่วมมือกับหลายพาร์ตเนอร์
AI ในฐานะ “New Growth Engine” ของเศรษฐกิจไทย

ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รมว. อว. ได้เน้นย้ำถึงบทความสำคัญของ AI ในการเป็น ฟันเฟืองหลัก เพื่ออัปเกรดเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิมของไทยใน 3 ภาคส่วนหลัก ทั้ง เกษตรมูลค่าสูง (Precision Farming) ใช้ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเพิ่มผลผลิตในยุคที่แรงงานภาคเกษตรลดลง อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ การใช้ AI ในด้าน Cell and Gene Therapy รวมถึงการยกระดับ Wellness Tourism ผ่านระบบ Telemedicine เพื่อดึงดูดผู้ป่วยจากทั่วโลก และความโปร่งใสในภาครัฐ ช่วยตรวจสอบเรื่อง “Zero Corruption” และการติดตาม Beneficial Ownership เพื่อป้องกันปัญหาทุนเทา ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ
หนึ่งในประเด็นที่แหลมคมที่สุดจากการวิเคราะห์ของคุณซิกเว่ คือเป้าหมายการสร้างโมเดลภาษา (Language Model) ที่ไม่เพียงแต่เข้าใจ “ภาษาไทย” เท่านั้น แต่ต้องเข้าใจถึง “วัฒนธรรมไทย” (Thai Culture) ด้วย เพื่อให้ AI มีความเหมาะสมกับบริบททางสังคมและสามารถใช้งานได้จริงในทุกระดับ
ความสำเร็จนี้จะเกิดขึ้นได้จากการผสานพลังของพาร์ตเนอร์ระดับโลกอย่าง Google ที่ยึดมั่นในพันธกิจ Leave No Thai Behind เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของทรู และการสนับสนุนเชิงนโยบายจากกระทรวง อว. เพื่อสร้างระบบนิเวศด้าน AI ที่แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน
“AI for All Thais” ไม่ใช่แค่การสอนวิธีใช้เครื่องมือ แต่คือการวางรากฐาน “Infrastructure ของมนุษย์” เพื่อเตรียมพร้อมสู่โลกใหม่ที่เทคโนโลยี AI จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของทุกมิติในชีวิต หากประเทศไทยสามารถผลิตบุคลากรตามเป้าหมายและประยุกต์ใช้ AI ในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ได้สำเร็จ AI จะไม่ใช่สิ่งที่มาแทนที่คนไทย แต่จะเป็นสิ่งที่ทำให้คนไทยสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ในอนาคต













