ล่าสุดหุ้น Samsung Electronics พุ่งสูงขึ้นกว่า 15% ส่งผลให้มูลค่าบริษัทตามราคาตลาดแตะระดับ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ สำเร็จ โดยราคาหุ้นล่าสุดยังขยับขึ้นไปแตะจุดสูงสุดใหม่ และเป็นการเพิ่มขึ้นในวันเดียวที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งถือเป็นบริษัทแห่งที่สองในเอเชียต่อจาก TSMC ที่ทำสถิตินี้ได้
ปัจจัยหลักมาจากผลประกอบการไตรมาสแรกที่ Samsung ทำกำไรพุ่งขึ้นกว่า 8 เท่า อยู่ที่ 57.2 ล้านล้านวอน ซึ่งกำไรเพียงไตรมาสเดียวนี้ สูงกว่ากำไรทั้งปีในปี 2025 ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า Apple กำลังเจรจากับ Samsung และ Intel ให้เป็นผู้ผลิตชิปในสหรัฐฯ เพื่อลดการพึ่งพา TSMC เพียงเจ้าเดียว ข่าวนี้ส่งผลบวกไปทั้งอุตสาหกรรมจนทำให้หุ้นของ SK Hynix พุ่งตามไปด้วย และดันให้ดัชนีหุ้นเกาหลีใต้ (Kospi) ทะลุ 7,000 จุดเป็นครั้งแรก
ด้านนักวิเคราะห์มองว่าปัจจุบันชิป DRAM และ NAND ที่กำลังขาดแคลนอย่างหนัก เนื่องจากระบบ AI ที่ต้องการหน่วยความจำมหาศาล สวนทางกับการสร้างโรงงานผลิตชิปใหม่ ต้องใช้เวลา 2-3 ปีถึงจะเริ่มเดินเครื่องได้จริง ๆ
ส่งผลให้ในช่วง 1-2 ปีนี้ Samsung จะยังคงทำกำไรได้ดีจากราคาชิปที่พุ่งสูงขึ้น แม้ช่วงก่อนหน้านี้ Samsung จะตามหลัง SK Hynix ในตลาดชิปความจำความเร็วสูง (HBM) แต่ล่าสุด Samsung ได้ประกาศว่าเป็นรายแรกที่เริ่มผลิตชิป ‘HBM4’ รุ่นที่ 6 ในปริมาณที่มากขึ้น และได้เริ่มส่งมอบให้ลูกค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยชิปตัวนี้จะเป็นส่วนประกอบสำคัญในสถาปัตยกรรม AI รุ่นใหม่ของ NVIDIA ที่มีชื่อว่า ‘Vera Rubin’ ซึ่งจะใช้ในศูนย์ข้อมูลทั่วโลกเลยทีเดียว นอกจากนี้ ในฝั่งนักลงทุนยังคลายความกังวลเรื่องการแข่งขัน เพราะปัจจุบันกำไรจาก DRAM ก็เริ่มกลับมาแซงหน้าชิป HBM แล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อภาพรวมธุรกิจของ Samsung ในระยะยาว













