นอกจาก AI จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานของหลายอาชีพแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่กำลังเปลี่ยนไปไม่แพ้กันก็คือ “นิยามของตำแหน่งงาน” เอง ล่าสุด บอริส เชอร์นี (Boris Cherny) หัวหน้าทีม Claude Code (Head of Claude Code) จาก Anthropic ได้โพสต์ผ่าน X ว่า เมื่อบทบาทด้านวิศวกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบ วิทยาศาสตร์ข้อมูล และสายงานอื่น ๆ เริ่มหลอมรวมเข้าหากัน เขาจึงลองตั้งคำถามว่า “บทบาทของคนทำงานในอนาคตจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร” จากประสบการณ์ในการสร้างทีม Claude Code เขาจึงสรุปว่าคนทำงานในอนาคตอาจแบ่งออกเป็น 5 บทบาทหลัก ดังนี้
1. Prototyper นักสร้างต้นแบบ
คนกลุ่มนี้มีหน้าที่คิดไอเดียใหม่ ๆ และเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นต้นแบบได้อย่างรวดเร็ว จุดเด่นไม่ได้อยู่ที่ทุกไอเดียจะต้องถูกนำไปใช้จริง แต่คือการสร้างทางเลือกใหม่ให้ทีมได้ทดลอง หลายไอเดียอาจไม่เคยถูกปล่อยสู่ผู้ใช้ แต่คุณค่าของนักสร้างต้นแบบ (Prototyper) คือการช่วยตอบคำถามว่า “แนวคิดนี้เป็นไปได้หรือไม่” และเปิดประตูไปสู่สิ่งที่ทีมอาจไม่เคยนึกถึงมาก่อน เปรียบเหมือนทีมสำรวจที่เดินเข้าไปในพื้นที่ที่ยังไม่มีใครเคยไป
2. Builder นักสร้างระบบ
เมื่อมีต้นแบบแล้ว นักสร้างระบบ (Builder) คือคนที่เปลี่ยนมันให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์หรือระบบที่พร้อมใช้งานจริง หน้าที่ของ Builder ไม่ใช่แค่เขียนโคดให้เสร็จ แต่ต้องทำให้ระบบมีคุณภาพเพียงพอสำหรับผู้ใช้งานจริง มีความเสถียร รองรับการขยายตัว และสามารถส่งต่อให้ทีมอื่นพัฒนาต่อได้
3. Sweeper นักเก็บกวาดระบบ
เมื่อผลิตภัณฑ์เริ่มเติบโต ความซับซ้อนก็เพิ่มขึ้นตาม นักเก็บกวาดระบบ (Sweeper) จึงมีหน้าที่ทำให้ทุกอย่างกลับมาง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุง UI ลดความซ้ำซ้อนของโคด ลบฟีเจอร์ที่ไม่จำเป็น หรือเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ บทบาทนี้อาจไม่โดดเด่นเท่าการสร้างของใหม่ แต่กลับมีความสำคัญอย่างมาก เพราะหากไม่มีคนคอยจัดระเบียบ ระบบจะค่อย ๆ ซับซ้อน ช้าลง และดูแลรักษายากขึ้นเรื่อย ๆ
4. Grower นักต่อยอด
หลังจากผลิตภัณฑ์ถูกสร้างขึ้นแล้ว นักต่อยอด (Grower) คือคนที่ทำให้มันตอบโจทย์ตลาดมากขึ้น พวกเขาจะใช้ข้อมูลผู้ใช้ ฟีดแบ็ก และตัวชี้วัดต่าง ๆ มาปรับปรุงผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสอดคล้องกับความต้องการของตลาด หรือที่เรียกว่า Product-Market Fit เป้าหมายจึงไม่ใช่การสร้างสิ่งใหม่เสมอไป แต่คือการทำให้ของเดิม “ดีขึ้น” และ “พัฒนามากขึ้น”
5. Maintainer ผู้ดูแลระบบระยะยาว
เมื่อผลิตภัณฑ์เข้าสู่ช่วงที่มีผู้ใช้จำนวนมาก ผู้ดูแลระบบระยะยาว (Maintainer) จะเข้ามารับหน้าที่ดูแลให้ระบบยังคงปลอดภัย เสถียร ทำงานได้รวดเร็ว และรองรับการขยายตัวในอนาคต บทบาทนี้ไม่ได้หมายถึงการแก้บั๊กเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการเพิ่มความปลอดภัย ลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน ปรับปรุงประสิทธิภาพ และทำให้ระบบสามารถเติบโตต่อไปได้โดยไม่สะดุด
คนหนึ่งคนอาจมีมากกว่าหนึ่งบทบาท
ประเด็นที่น่าสนใจคือ บอริสมองว่า คนส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในบทบาทใดบทบาทหนึ่งเพียงอย่างเดียว หลายคนสามารถทำได้ 2 บทบาท และบางคนอาจทำได้ถึง 3 บทบาท ขึ้นอยู่กับจุดแข็งและความต้องการของผลิตภัณฑ์ในแต่ละช่วง ที่สำคัญ บทบาทเหล่านี้ไม่ได้ผูกติดกับตำแหน่งงานแบบเดิมอีกต่อไป
นักออกแบบ (Designer) บางคนอาจเป็นนักสร้างต้นแบบ (Prototyper) ที่คิดต้นแบบได้รวดเร็ว ขณะที่บางคนอาจเป็นนักสร้างระบบ (Builder) ที่เปลี่ยนแนวคิดให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์จริง แต่ก็ยังเป็นนักเก็บกวาดระบบ (Sweeper) ที่เชี่ยวชาญการลดความซับซ้อนของประสบการณ์ผู้ใช้
เช่นเดียวกับวิศวกร (Engineer) ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ (Product Manager) หรือผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) ซึ่งแต่ละคนอาจมีจุดแข็งแตกต่างกัน บางคนเหมาะกับการสร้าง บางคนเหมาะกับการพัฒนาให้เติบโต และบางคนเหมาะกับการดูแลระบบในระยะยาว
ทีมที่ดีต้องมีบทบาทที่สมดุล
ตามแนวคิดของบอริส ทีมที่แข็งแรงไม่ได้ประกอบด้วยคนประเภทเดียว แต่ต้องมีส่วนผสมที่เหมาะสมกับช่วงชีวิตของผลิตภัณฑ์
หากเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ยังไม่พบ Product-Market Fit ทีมควรมี Prototyper, Builder และ Sweeper เป็นกำลังหลัก เพื่อทดลอง สร้าง และปรับปรุงอย่างรวดเร็ว
เมื่อผลิตภัณฑ์เริ่มเติบโตและเริ่มพบ Product-Market Fit แล้ว บทบาทของ Builder, Sweeper และ Grower จะมีความสำคัญมากขึ้น พร้อมเริ่มมี Maintainer เข้ามาดูแลเสถียรภาพของระบบ
ส่วนผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเต็มที่และมี Product-Market Fit ที่แข็งแรงแล้ว ทีมจะพึ่งพา Sweeper, Grower และ Maintainer เป็นหลัก ขณะที่ยังคงต้องมี Builder บางส่วนเพื่อสร้างความสามารถใหม่ ๆ ให้ระบบเดินหน้าต่อไป
สรุปแนวคิดใหม่
แนวคิดของ บอริส ซึ่งเป็นหัวแถวในวงการ AI คิดว่าอนาคตตำแหน่งงานอาจไม่ได้ถูกแบ่งตามสายอาชีพเหมือนในปัจจุบันอีกต่อไป แต่คนทำงานอาจถูกมองจาก “บทบาทที่สร้างคุณค่า” ให้กับผลิตภัณฑ์มากกว่า ว่าเป็นคนที่เก่งในการคิดสิ่งใหม่ สร้างของจริง ปรับปรุงระบบ ผลักดันการเติบโต หรือดูแลให้ระบบทำงานได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
หากแนวโน้มนี้เกิดขึ้นจริง การพัฒนาทักษะในอนาคตอาจไม่ใช่การยึดติดกับตำแหน่งงานเพียงตำแหน่งเดียว แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะขยับตัวเองให้ทำหน้าที่ได้หลายบทบาทตามโจทย์ของทีมและช่วงเวลาของผลิตภัณฑ์













