AI ช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้น แต่เบื้องหลังความสะดวกนั้น โลกกำลังต้องใช้ไฟฟ้า น้ำ และทรัพยากรเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ปัจจุบัน AI กลายเป็นเครื่องมือที่หลายคนใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูล เขียนบทความ สร้างภาพ หรือช่วยเขียนโคด จนหลายคนอาจมองว่า AI เป็นเพียง “ซอฟต์แวร์” ที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว
ทุกคำสั่งที่เราพิมพ์ลงไป คือการทำงานของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขนาดใหญ่ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง และใช้พลังงานในปริมาณมหาศาล จนหลายองค์กรเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า การเติบโตของ AI อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่คาดคิด
ความต้องการใช้ทรัพยากรเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของ AI
ทุกครั้งที่ผู้ใช้งานส่งคำสั่งถึง AI ระบบจะส่งข้อมูลไปประมวลผลยังศูนย์ข้อมูล ซึ่งประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ประสิทธิภาพสูงที่ต้องทำงานตลอดเวลาเพื่อรองรับผู้ใช้งานทั่วโลก
นอกจากตัวเซิร์ฟเวอร์แล้ว ศูนย์ข้อมูลยังต้องอาศัยระบบทำความเย็นขนาดใหญ่เพื่อป้องกันความร้อนสะสมของอุปกรณ์ ส่งผลให้มีการใช้ทั้งไฟฟ้าและน้ำในปริมาณสูง
ข้อมูลในรายงานของ United Nations University (UNU) ระบุว่า หาก AI ยังคงเติบโตในอัตราปัจจุบัน ภายในปี 2030 ศูนย์ข้อมูลทั่วโลกอาจใช้ไฟฟ้าสูงถึง 945 เทราวัตต์ชั่วโมง (TWh) ต่อปี
ขณะเดียวกัน การใช้น้ำเพื่อหล่อเย็นอาจเทียบเท่ากับความต้องการใช้น้ำขั้นพื้นฐานของประชากรกว่า 1,300 ล้านคนในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา และยังต้องใช้พื้นที่จำนวนมากในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับ AI
รายงานของ International Energy Agency (IEA) ระบุว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลทั่วโลกเพิ่มขึ้นร้อยละ 17 ในปี 2025 โดยศูนย์ข้อมูลที่รองรับ AI มีอัตราการเติบโตสูงกว่านั้น
IEA ยังประเมินว่า หากการลงทุนด้าน AI ยังคงขยายตัว การใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณสองเท่าภายในปี 2030
แม้ประสิทธิภาพของโมเดล AI จะได้รับการพัฒนาให้ใช้พลังงานต่อคำสั่งน้อยลง แต่จำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับรูปแบบการใช้งานใหม่ ๆ เช่น การสร้างวิดีโอ การสร้างภาพ และ AI Agent ทำให้การใช้พลังงานโดยรวมยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Cell Reports Sustainability ยังชี้ให้เห็นว่า การประเมินผลกระทบของ AI ควรพิจารณาทั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้น้ำ และการใช้ที่ดินไปพร้อมกัน ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะมิติของการใช้พลังงานเพียงด้านเดียว
หลายประเทศเริ่มจับตาผลกระทบจาก AI
การขยายตัวของศูนย์ข้อมูลทำให้หลายประเทศต้องเร่งวางแผนด้านพลังงานเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น
ในขณะเดียวกัน สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ความต้องการพลังงานของศูนย์ข้อมูลในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นจาก AI ทำให้มีการวางแผนสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซแห่งใหม่จำนวนมาก ซึ่งนักวิจัยเตือนว่าอาจทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นในอนาคต
AI กับสิ่งแวดล้อม : ความท้าทายของเทคโนโลยียุคใหม่
แม้ AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน สนับสนุนการวิจัยยา การพยากรณ์สภาพอากาศ และการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ แต่การเติบโตของเทคโนโลยีดังกล่าวก็ทำให้โลกต้องเผชิญกับความท้าทายด้านพลังงานและทรัพยากรเพิ่มขึ้นเช่นกัน
คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่ “ควรใช้ AI หรือไม่” แต่คือ “จะทำอย่างไรให้การพัฒนา AI เติบโตควบคู่ไปกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม”













