เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 Finnair เปิดเผยว่าสายการบินของจีนได้รับอนุญาตให้บินผ่านน่านฟ้ารัสเซียอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันกับสายการบินสัญชาติฟินแลนด์อย่างชัดเจน นับตั้งแต่มอสโกปิดกั้นไม่ให้สายการบินฝั่งตะวันตกใช้เส้นทางดังกล่าว
เติร์กกา กูอูซิสโต (Turkka Kuusisto) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Finnair กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สายการบินจีนยังคงขยายเที่ยวบินระหว่างยุโรปกับจีนอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประโยชน์จากเวลาบินที่สั้นกว่าเนื่องจากสามารถบินผ่านน่านฟ้ารัสเซียได้ เขากล่าวว่า “ในมุมมองของผม มันคือสนามแข่งขันที่ไม่เท่าเทียมและไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง”
ที่ผ่านมา Finnair อาศัยจุดแข็งด้านทำเลของเฮลซิงกิที่อยู่ใกล้เอเชีย ทำให้สามารถให้บริการเส้นทางบินที่สั้นที่สุดเชื่อมยุโรปกับเมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และโตเกียว แต่เมื่อสูญเสียสิทธิ์การใช้น่านฟ้ารัสเซีย สายการบินต้องปรับเส้นทางบินและจัดสรรกำลังการบินใหม่ทั้งหมด ขณะที่คู่แข่งอย่างจีนยังคงได้เปรียบทั้งด้านต้นทุนและระยะเวลาเดินทาง กูอูซิสโตระบุว่า เที่ยวบินจากเซี่ยงไฮ้ไปเฮลซิงกิปัจจุบันใช้เวลากว่า 12 ชั่วโมง เทียบกับในอดีตที่ยังบินผ่านรัสเซียได้จะใช้เวลาเพียงแค่ 8 ชั่วโมง
นอกจากแรงกดดันจากจีนแล้ว Finnair ยังเผชิญการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากสายการบินตะวันออกกลาง โดยเมื่อเดือนก่อน บริษัทได้ยกเลิกเที่ยวบินไปโดฮาและดูไบ เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัยจากความขัดแย้งในภูมิภาค ซึ่งเส้นทางเหล่านี้คิดเป็นราว 3% ของกำลังการรองรับและปริมาณผู้โดยสารทั้งหมด กูอูซิสโตกล่าวว่า “หากสถานการณ์ผ่อนคลายลงและมีความสงบแบบถาวร เราคงต้องกลับมาทบทวนอีกครั้ง” ในขณะเดียวกัน สายการบิน Emirates ก็กำลังเตรียมเปิดเที่ยวบินเส้นทางดูไบ-เฮลซิงกิ
ถึงแม้จะเผชิญแรงกดดันด้านการแข่งขัน แต่กูอูซิสโตยังเชื่อมั่นว่าเฮลซิงกิยังมีบทบาทในฐานะศูนย์กลางการเชื่อมต่อเที่ยวบิน โดยชี้ว่าคู่แข่งในอดีตที่พยายามใช้สนามบินแห่งนี้ต่างประสบปัญหาในการสร้างเครือข่ายที่ยั่งยืน
ส่วนด้านเชื้อเพลิง กูอูซิสโตระบุว่า Finnair ยังไม่พบปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน โดยเสริมว่าเที่ยวบินระยะสั้นกว่า 80% จากเฮลซิงกิสามารถบรรทุกเชื้อเพลิงเพียงพอสำหรับการบินไป-กลับได้หากจำเป็น ทั้งนี้ สายการบินได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงด้านราคาเชื้อเพลิงไว้แล้วที่ 81% ของความต้องการใช้ในไตรมาสที่สาม และ 71% ของความต้องการในไตรมาสที่สี่













