ถ้าพูดถึงการทดลองเครื่องสำอาง หลายคนอาจนึกถึงภาพนักวิทยาศาสตร์กำลังทดสอบผลิตภัณฑ์กับสัตว์ทดลอง แต่ทุกวันนี้ นักวิจัยกำลังพยายามหาวิธีที่แตกต่างออกไป นั่นคือการสร้าง “ผิวมนุษย์ขึ้นมาในห้องแล็บ”
ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องจากหนังไซไฟ แต่เทคโนโลยีนี้มีการพัฒนามานานหลายสิบปีแล้ว
โดยผิวสังเคราะห์หรือ Reconstructed Human Skin คือเนื้อเยื่อที่สร้างขึ้นจากเซลล์ผิวมนุษย์ในห้องแล็บ เพื่อให้มีโครงสร้างและคุณสมบัติใกล้เคียงกับผิวจริง นักวิจัยสามารถนำผิวจำลองนี้มาใช้ทดสอบสารต่าง ๆ ได้ เช่น ครีม เซรั่ม หรือส่วนผสมในเครื่องสำอาง แล้วดูว่าสารเหล่านั้นส่งผลต่อผิวอย่างไร ซึ่งสามารถช่วยตอบคำถามอย่าง สารนี้ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวไหม ? จะทำลายเซลล์ผิวหรือเปล่า ? หรือส่งผลต่อชั้นผิวยังไง ? ได้
พูดง่าย ๆ ก็คือ แทนที่จะนำผลิตภัณฑ์ไปทดลองกับผิวของสัตว์ นักวิจัยสามารถสร้าง “ผิว” ขึ้นมาในห้องแล็บ แล้วนำผลิตภัณฑ์ไปทดสอบกับผิวนี้แทน
และหนึ่งในบริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีนี้มานานที่สุดก็คือ L’Oréal
บริษัทเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีสร้างผิวมนุษย์ขึ้นใหม่ ตั้งแต่ปี 1979 และในปี 1989 ก็ประกาศหยุดการทดลองผลิตภัณฑ์กับสัตว์ในห้องทดลองของตัวเอง
ปัจจุบัน L’Oréal มีศูนย์ผลิตผิวจำลอง Episkin ในฝรั่งเศส จีน และบราซิล และศูนย์ประเมินในฝรั่งเศสสามารถผลิตเนื้อเยื่อที่สร้างขึ้นใหม่ได้ประมาณ 150,000 หน่วยต่อปี
และเหตุผลสำคัญที่ทำให้ต้องสร้างผิวจำลองมีอยู่สองอย่าง คือ ลดการพึ่งพาการทดลองกับสัตว์ และทำให้ได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผิวมนุษย์โดยตรงมากขึ้น
เพราะเวลานักวิจัยต้องการรู้ว่าส่วนผสมหนึ่งจะส่งผลต่อผิวมนุษย์อย่างไร การมีแบบจำลองที่สร้างจากเซลล์ผิวมนุษย์ก็ช่วยให้สามารถศึกษาปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อมนุษย์ได้โดยตรง
แต่ผิวจำลองก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถแทนผิวมนุษย์จริงได้ทุกกรณี เพราะผิวของคนเรามีความซับซ้อน และแต่ละคนก็มีสภาพผิวที่แตกต่างกัน ตรงนี้เองที่ทำให้การพัฒนาผิวจำลองเริ่มก้าวไปอีกขั้น
โดยในช่วงแรก เป้าหมายหลักคือการสร้างผิวที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับผิวมนุษย์ เพื่อใช้ทดสอบความปลอดภัย แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น นักวิจัยเริ่มตั้งคำถามใหม่ว่า ถ้าเราสามารถสร้างผิวที่มีลักษณะเฉพาะได้ จะช่วยให้เราศึกษาปัญหาผิวได้ละเอียดขึ้นหรือไม่ ?
L’Oréal จึงพัฒนาเทคโนโลยี Human Skin Bio-Engineering ที่ผสมผสานชีววิทยา วิศวกรรม และเทคโนโลยีการพิมพ์ 3D เข้าด้วยกัน
หนึ่งในเทคนิคที่บริษัทกำลังทำงานร่วมกับ University of Oregon คือ Melt Electrowriting (MEW) ซึ่งใช้การพิมพ์เส้นใยขนาดเล็กมากเพื่อสร้างโครงสร้างที่เลียนแบบโครงข่ายภายนอกเซลล์ของผิว ฟังดูซับซ้อน แต่ถ้าอธิบายง่าย ๆ ก็คือ จากที่นักวิจัยสร้างผิวจำลองขึ้นมาเพื่อดูว่าสารนี้จะปลอดภัยไหม ในอนาคตเราอาจสร้างแบบจำลองผิวที่มีเงื่อนไขเฉพาะ เพื่อใช้ศึกษาปัญหาผิวแต่ละรูปแบบและทดสอบผลิตภัณฑ์ได้ตรงจุดมากขึ้น
ตรงนี้ทำให้ Lab-grown Skin น่าสนใจมากกว่าแค่เรื่องการเลิกทดลองกับสัตว์ เพราะว่ามันกำลังกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจผิวมนุษย์มากขึ้น
นอกจากนี้ ผิวหนังจำลองยังสามารถนำมาใช้ร่วมกับเทคโนโลยีอื่น ๆ ตั้งแต่การคำนวณโครงสร้างโมเลกุล การตรวจสารพิษ ไปจนถึงการทดลองในคนจริง
ทำให้ในอนาคต การทดสอบเครื่องสำอางอาจไม่ได้พึ่งวิธีใดวิธีหนึ่ง แต่เป็นการนำทั้งเซลล์ผิวจำลอง การพิมพ์ 3D AI และการวิเคราะห์ข้อมูล มาทำงานร่วมกัน เพื่อให้เราเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์หนึ่งจะทำงานกับผิวมนุษย์อย่างไร
จากเดิมที่เทคโนโลยีความงามอาจหมายถึงการสร้างครีมหรือเครื่องสำอางสูตรใหม่ วันนี้มันกำลังขยับไปถึงการสร้าง “ผิว” ขึ้นมาเพื่อใช้ค้นหาคำตอบก่อนที่ผลิตภัณฑ์จะไปถึงมือผู้บริโภค
และนี่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการความงาม เพราะในอนาคต สิ่งที่ช่วยให้เราสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นอาจไม่ใช่แค่การพัฒนาสูตรใหม่ แต่คือการเข้าใจ “ผิวมนุษย์” ให้มากกว่าเดิมเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น













