เคยไหม ? พักผ่อนอยู่ในบ้านของตัวเองแท้ ๆ แต่กลับต้องทนสูดกลิ่นควันบุหรี่ที่ลอยมาจากบ้านข้าง ๆ ทั้งที่เราไม่ได้สูบ ยิ่งไปกว่านั้น แม้ผู้สูบจะอ้างว่าเป็นสิทธิที่ทำได้เพราะสูบในรั้วบ้านตนเอง แต่ควันบุหรี่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในเขตบ้านของเขา ลมสามารถพัดพาควัน มลพิษ และกลิ่นเหม็นเข้ามาสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้เพื่อนบ้านอย่างเลี่ยงไม่ได้
ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องกลิ่นรบกวนเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ เพราะควันบุหรี่มือสองเป็นภัยเงียบที่ทำให้ผู้สูดดมป่วยสะสม มีสารพิษสะสมในร่างกายจนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดและโรคอื่น ๆ
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่าในแต่ละปี ยาสูบเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรทั่วโลกมากกว่า 7 ล้านคน รวมถึงผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองด้วย
สูบบุหรี่ในบ้านตัวเองผิดไหม ?
บางคนอาจจะมีคำถามหรือเคยเจอข้ออ้างของคนสูบที่มักจะบอกว่าการสูบเป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคล แต่จริง ๆ แล้วใช่หรือไม่กันแน่ “การสูบบุหรี่ในบ้านตัวเอง ถือเป็นสิทธิที่ทำได้โดยสมบูรณ์หรือไม่ ?” คำตอบคือ ไม่ใช่สิทธิที่ทำได้โดยสมบูรณ์ หากการกระทำนั้นไปละเมิดหรือสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น
ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ได้นิยามคำว่า “เหตุรำคาญ” ไว้อย่างชัดเจนใน มาตรา 25 (4) ว่า
“การกระทำใด ๆ อันเป็นเหตุให้เกิดกลิ่น แสง รังสี เสียง ความร้อน สิ่งมีพิษ ความสั่นสะเทือน ฝุ่น ละออง เขม่า เถ้า หรือกรณีอื่นใด จนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ”
ดังนั้นหากควันบุหรี่ลอยจากบ้านหลังหนึ่งไปสู่อีกหลังหนึ่งในปริมาณมาก หรือมีความถี่จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและสุขภาพของผู้อยู่อาศัยข้างเคียงก็จะเข้าข่ายเป็น “เหตุรำคาญ” ตามกฎหมายทันที ผู้สูบไม่สามารถใช้อ้างสิทธิความเป็นเจ้าของบ้านมาปฏิเสธความรับผิดชอบได้
4 ขั้นตอนการจัดการเมื่อประสบปัญหาเพื่อนบ้านสูบบุหรี่รบกวน
พอเป็นเรื่องเพื่อนบ้าน การจัดการขั้นเริ่มต้นจะแนะนำให้ลองเจรจาก่อน เพราะผู้สูบบุหรี่บางคนก็อาจจะไม่รู้และไม่ได้ตั้งใจที่จะสร้างความเดือดร้อนจริง ๆ แต่หากการพูดคุยขอความร่วมมืออย่างเป็นมิตรไม่ประสบความสำเร็จ คุณสามารถดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายได้ดังนี้
1. รวบรวมหลักฐานหมัดตัว
- บันทึกภาพ/คลิปวิดีโอ ถ่ายจุดที่มีการสูบบุหรี่และทิศทางของควันบุหรี่ที่ลอยเข้ามา
- จดบันทึกเวลา และความถี่ของการเกิดเหตุอย่างละเอียด
- หากมีอาการแพ้ หรือเจ็บป่วยจากควันบุหรี่ ให้ขอใบรับรองแพทย์ที่ระบุอาการชัดเจน ซึ่งจะเป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักมากในการดำเนินคดีมากขึ้น
2. ร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- บ้านพักทั่วไป ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เช่น สำนักงานเขต (ในกรุงเทพมหานคร), เทศบาล หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)
- กรณีหมู่บ้านจัดสรร / คอนโดฯ ให้แจ้งนิติบุคคลให้เข้ามาไกล่เกลี่ยตามกฎระเบียบของหมู่บ้านหรืออาคารชุด
3. กระบวนการตรวจสอบและออกคำสั่งของเจ้าหน้าที่
เมื่อได้รับเรื่องร้องเรียน เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะลงพื้นที่ตรวจสอบ หากพบว่าควันบุหรี่ก่อให้เกิดเหตุรำคาญจริง เจ้าหน้าที่จะใช้อำนาจตาม มาตรา 28 ในการ “ออกคำสั่งเป็นหนังสือ” ให้ผู้ก่อเหตุระงับ ป้องกัน หรือแก้ไขเหตุรำคาญนั้นภายในระยะเวลาที่กำหนด
4. บทลงโทษหากฝ่าฝืนคำสั่ง
หากผู้สูบบุหรี่ยังคงเพิกเฉย ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จะมีความผิดตามมาตรา 74 คือ
- โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน
- โทษปรับไม่เกิน 25,000 บาท
- หรือทั้งจำทั้งปรับ
แม้การสูบบุหรี่จะเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่สิทธินั้นย่อมสิ้นสุดลงเมื่อไปละเมิดสิทธิในการอยู่อาศัยอย่างปลอดภัยและมีสุขภาวะที่ดีของผู้อื่น กฎหมายสาธารณสุขจึงคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน













