AI กำลังเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้น และสิ่งที่ต้องแลกกับความสะดวกก็คือ “ข้อมูล” เพราะยิ่งอยากให้ AI เข้าใจเราและทำงานแทนเราได้มากเท่าไร มันก็ยิ่งต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวมากขึ้นเท่านั้น
หนึ่งในกรณีที่กำลังถูกจับตามองคือ Instinct ผู้ช่วย AI ที่อยู่ในช่วงทดสอบแบบจำกัด โดยสามารถเชื่อมต่อกับอีเมล แอปฯ แชต ปฏิทิน รวมถึงข้อมูลจากอุปกรณ์อย่างหน้าจอ เสียง ตำแหน่ง และข้อมูลการใช้งานต่าง ๆ เพื่อให้ AI สามารถจัดการงานแทนผู้ใช้ได้
แต่สิ่งที่ทำให้ Instinct ถูกพูดถึงไม่ใช่แค่ความสามารถ เพราะผู้ทดสอบบางรายได้ตั้งคำถามถึง ขอบเขตการเข้าถึงและการจัดการข้อมูลของผู้ใช้
โดยเฉพาะเงื่อนไขการใช้งานที่ระบุไว้ว่า บริษัทสามารถเข้าถึงและเก็บข้อมูลของผู้ใช้ได้หลายอย่าง ตั้งแต่ภาพหน้าจอ การขยับเมาส์ ไปจนถึงการกดแป้นพิมพ์ และข้อมูลเหล่านี้ยังสามารถถูกนำไปใช้ฝึก AI ได้อีกด้วย
ทำให้เกิดคำถามว่า ถ้า AI ต้องเข้าถึงอีเมล ข้อความ และสิ่งที่เราเปิดอยู่บนหน้าจอ แล้วข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บไว้นานแค่ไหน และใครจะเห็นข้อมูลของเราบ้าง ?
เพราะปัญหาไม่ได้มีแค่เรื่องข้อมูลรั่วไหล แต่เป็นหลังจากเราให้ AI เข้าถึงข้อมูลแล้ว เรายังควบคุมข้อมูลเหล่านั้นได้มากแค่ไหน
อีกเรื่องที่น่ากังวลคือ เมื่อ AI สามารถอ่านอีเมลและข้อมูลต่าง ๆ ของเราได้ คนอื่นก็อาจพยายามส่งข้อความที่หลอกให้ AI ทำบางอย่างที่เราไม่ได้ต้องการ เช่น เปิดเผยข้อมูลหรือส่งข้อมูลสำคัญออกไปได้
ปัญหานี้ทำให้เห็นว่า ยิ่ง AI เข้าถึงข้อมูลของเราได้มาก ก็ยิ่งต้องระวังมากขึ้น เพราะถ้า AI ถูกหลอกได้ ข้อมูลส่วนตัวที่มันเข้าถึงก็อาจถูกนำไปใช้ได้
ดังนั้น ก่อนจะให้ AI เข้าถึงข้อมูลส่วนตัว เราควรดูให้ดีว่า AI ขอเข้าถึงข้อมูลอะไรบ้าง ข้อมูลจะถูกเก็บไว้นานแค่ไหน และนำไปใช้ทำอะไร เพราะความสะดวกที่ AI มอบให้ อาจมาพร้อมกับการเปิดเผยข้อมูลที่เราไม่ทันระวัง













