Nintendo ออกโรงกวาดล้างอีมูเลเตอร์ (Emulator) หรือโปรแกรมจำลองเครื่องเกม ของเครื่อง Nintendo Switch อีกระลอก หลังเคยล้างบางมาก่อนหน้านี้ไปรอบหนึ่ง เรื่องมันมีอยู่ว่า Nintendo เพิ่งยื่นหนังสือแจ้งเตือนการละเมิดลิขสิทธิ์ ( หรือ DMCA) จำนวน 7 ฉบับให้กับทาง GitHub เพื่อขอให้ลบพื้นที่เก็บโค้ดที่เกี่ยวกับอีมูเลเตอร์ Switch กว่า 400 รายการภายในวันเดียว
เป้าหมายหลัก ๆ ที่โดนไปรอบนี้คือ ‘Suyu’ ซึ่งเป็นอีมูเลเตอร์ที่ดังขึ้นมารับไม้ต่อหลังจาก ‘Yuzu’ โดนสั่งปิดไปเมื่อปี 2024 สรุปคือ GitHub ลบโค้ดในเครือข่ายของ Suyu ไปถึง 311 รายการ นอกจากนี้พวกโค้ดที่ดัดแปลง มาจาก Yuzu รวมถึงโค้ดของ ‘Skyline’ ที่แม้จะประกาศปิดตัวหนีปัญหาฟ้องร้องไปตั้งแต่ปี 2023 ก็ยังโดนตามไปกวาดล้างโค้ดแบบ Open Source ที่หลงเหลืออยู่จนเกลี้ยงเช่นกัน
ในเอกสาร DMCA ทาง Nintendo ให้เหตุผลว่าอีมูเลเตอร์เหล่านี้มีพฤติกรรมหลบเลี่ยงระบบป้องกันของบริษัท และช่วยให้คนทั่วไปเล่นเกมเถื่อนหรือเกมที่ก๊อปปี้มาอย่างผิดกฎหมายได้ แถมยังมีการยกตัวอย่างคดีเก่า ๆ มาเป็นข้ออ้างอิงด้วย เช่น คดีดังที่ Nintendo ฟ้องบริษัท Tropic Haze ผู้พัฒนา Yuzu และคดีที่ฟ้องสตรีมเมอร์ข้อหาไลฟ์สตรีมเกมเถื่อน
แม้ว่าตอนนี้จะยังมีอีมูเลเตอร์บางตัวรอดและหลงเหลืออยู่บ้าง อย่างเช่น ‘Eden’ ที่เคยโดนเตะออกจาก GitHub ไปเมื่อเดือนมีนาคมแต่ผู้ใช้ยังตามไปหาโหลดหรือเอาโค้ดมาดัดแปลงจากแหล่งสำรองอื่น ๆ ได้เหมือนเดิม แต่ก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าถ้ามีอีมูเลเตอร์สำหรับ Switch ตัวใหม่ ๆ โผล่หน้าขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ Nintendo ก็คงเตรียมปาใบเตือน DMCA และเดินหน้าฟ้องร้องอีกเช่นเคย
Nintendo เคยย้ำ ‘อีมูเลเตอร์ไม่ได้ผิดกฎหมายในตัวมันเอง แต่ผิดที่วิธีการนำมาใช้งาน’
เมื่อต้นปี 2025 ในงาน Tokyo eSport Festa 2025 ที่ประเทศญี่ปุ่น Nintendo เคยออกมาพูดประเด็นอีมูเลเตอร์ว่าจริง ๆ การมีสิ่งนี้มันไม่ได้ผิดนะ แต่มันผิดที่คนนำมาใช้งานมากกว่า โดยคุณ โคจิ นิชิอุระ (Koji Nishiura) ผู้จัดการฝ่ายลิขสิทธิ์เคยอธิบายว่า ตัวโปรแกรมอีมูเลเตอร์ที่แค่จำลองการทำงานของเครื่องเกมอาจจะดูไม่ผิดกฎหมาย แต่ถ้าอีมูเลเตอร์นั้นดึงเอาโปรแกรมเฉพาะของเครื่องเกมนั้นๆ มาคัดลอกด้วย (เช่น Bios ของเครื่อง) ก็อาจเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ทันที
หรืออีกกรณีคือถ้าหากอีมูเลเตอร์ตัวนั้น ไปปิดการทำงานหรือเจาะระบบรักษาความปลอดภัย (เช่น การเข้ารหัส) ก็ถือว่าผิดกฎหมายเช่นกัน ซึ่งหลักการนี้ครอบคลุมไปถึงวิธีการอื่น ๆ อย่างพวก Flash cart ด้วย โดยเขายกตัวอย่างตำนานอย่างตลับ R4 ของเครื่อง Nintendo DS สมัยก่อน ที่ใช้วิธีเจาะระบบความปลอดภัยด้วยการจำลองตัวเองให้เครื่องมองว่าเป็นตลับเกมแท้
อีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญที่ทำให้อีมูเลเตอร์กลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายก็คือ การชี้เป้าหรือแปะลิงก์พาผู้ใช้งานไปโหลดเกมเถื่อน ซึ่งพฤติกรรมนี้ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์แบบเต็ม ๆ













