หลังจากปล่อยให้เหล่า Revenant ออกวาดลวดลายฟาดฟันดูดเลือดในโลกดิสโทเปียกันมาพักใหญ่ ค่าย Bandai Namco ก็ไม่ปล่อยให้สาวกรอนาน จัดเต็มส่ง DLC เนื้อเรื่องเสริมในชื่อ Code Vein II: Mask of Idris เข้ามาต่อยอดทันที!

ใครที่คิดว่าการล้มบอสใหญ่ในเส้นทางฉากจบ “Luna Fraterna” คือจุดสิ้นสุดของเรื่องราว… ขอบอกเลยว่าคุณกำลังคิดผิด เพราะนี่คือตั๋วใบเบิกทางใบเดียวที่จะพาคุณก้าวเข้าสู่เนื้อเรื่องเสริมสุดเข้มข้น ดำดิ่งสู่มิติคู่ขนานที่เต็มไปด้วยความลับสุดสะพรึง
เมื่อมิติเวลาบิดเบี้ยว คู่หูคนใหม่และบอสไฟต์สุดเดือดจึงเริ่มต้น

ในการเดินทางครั้งนี้ ผู้เล่นจะได้พบกับ Liv Voda สาวผู้พิทักษ์มิติเวลา พี่สาวต่างแม่ของ Valentine Voda ที่จะมารับหน้าที่เป็น Partner คนใหม่ ร่วมบุกตะลุยเข้าสู่โลกต่างมิติ “Forsaken World” เผชิญหน้ากับความท้าทายรูปแบบใหม่ อาวุธ อุปกรณ์เสริมพลัง และที่ขาดไม่ได้คือ “บอสไฟต์” สุดเร้าใจสไตล์ Souls-like อนิเมะ ที่จัดเต็มทั้งจังหวะการและสกิลที่ตึงมือยิ่งกว่าเดิม
เจาะลึกเบื้องหลัง! บทสัมภาษณ์พิเศษกับ Director และ Producer


ทางทีมงานได้รับเกียรติร่วมพูดคุยกับ Hiroshi Yoshimura (Director) และ Keita Iizuka (Producer) ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของการสร้างสรรค์ DLC ตัวนี้แบบหมดเปลือก
Q: แนวคิดของ ‘Forsaken World’ ที่เกิดจากไทม์ไลน์พังทลายและความรู้สึกตกค้าง มีที่มาอย่างไร?
A: “ในเกมหลัก ผู้เล่นจะโฟกัสกับการเลือกเส้นทางด้วยเจตจำนงของตัวเองเพื่อเปลี่ยนประวัติศาสตร์อันน่าเศร้า แต่ใน ‘Forsaken World’ เราอยากชวนผู้เล่นหันมามองโลกและความรู้สึกของผู้คนที่ต้องสูญสลายไปจากผลลัพธ์ของการเปลี่ยนประวัติศาสตร์เหล่านั้น การได้มาสัมผัสความรู้สึกของโลกที่อาจไม่มีอยู่อีกแล้ว จะช่วยเติมเต็มมิติดราม่าของเกมหลักให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น”
Q: อะไรคือคอนเทนต์ใหม่ที่อยากให้ลองมากที่สุด?
A: “นอกเหนือจากพื้นที่ใหม่ คือการได้พบกับตัวละครใหม่และเรื่องราวที่ไม่เคยถูกเล่า การได้ค้นพบว่าเหตุการณ์ในอดีตเชื่อมโยงมาสู่จุดนี้ได้อย่างไร ถือเป็นประสบการณ์การเล่าเรื่องที่อยากให้ทุกคนเข้ามาลิ้มลองด้วยตัวเองครับ”

Q: Mask of Idris ถือเป็นบทสรุปของ CODE VEIN II หรือเป็นสะพานเชื่อมไปสู่ภาคถัดไป?
A: “DLC ตัวนี้ไม่ใช่บทสรุปที่ปูไปสู่ภาคต่อ แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเล่าสิ่งที่เกิดขึ้น ‘เบื้องหลัง’ หรือโลกคู่ขนานที่สูญหายไประหว่างเนื้อเรื่องหลัก ทั้งสองส่วนถูกดีไซน์มาเพื่อเติมเต็มซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์”

Q: ขนาดแผนที่และความยาวเมื่อเทียบกับเกมหลักเป็นอย่างไร?
A: “สเกลเนื้อหาจะเทียบเท่ากับเรื่องราวของตัวเอกหนึ่งคนในเกมหลัก แต่เราไม่ได้เน้นวิ่งทุ่งกว้าง เราเน้นการออกแบบดันเจี้ยนที่มีความเข้มข้นสูง (Dense Exploration) มีความกระชับ ท้าทาย และผสมผสานการเล่าเรื่องเข้ากับการสำรวจได้อย่างเต็มอิ่ม”
Q: ทำไมถึงเลือกให้ Liv Voda เป็นศูนย์กลางของเนื้อเรื่องเสริมนี้?
A: “ตัวละครในเกมหลักส่วนใหญ่จะแบกรับชะตากรรมที่ตึงเครียดและเศร้าหมอง เราจึงอยากนำเสนอ Liv Voda ที่มีมิติต่างออกไป เธอมีบุคลิกแปลกตา แฝงความคอมเมดี้ และแสดงอารมณ์ชัดเจนเกินจริง การร่วมเดินทางไปกับเธอในโลกที่เศร้าสร้อยจะช่วยสร้างคอนทราสต์ที่น่าสนใจมากครับ”
Q: ดีไซน์ของ Liv Voda มีที่มาอย่างไร?
A: “เธอถูกออกแบบมาให้ตรงข้ามกับตัวละคร Lou ใน Forsaken World อย่างสิ้นเชิง ทั้งนิสัยและรูปลักษณ์ ด้วยภูมิหลังตระกูลที่มั่งคั่ง ทำให้เธอมีสรีระสูงโปร่งและสง่างาม แต่นิสัยกลับเปิดเผย อารมณ์รุนแรง และตรงไปตรงมา ความย้อนแย้งระหว่างรูปลักษณ์ภายนอกกับตัวตนข้างในคือเสน่ห์ที่น่าจดจำของเธอ”
Q: ผู้เล่นต้องจบฉากจบ Luna Fraterna ก่อนหรือไม่ และใน DLC จะมีฉากจบหลายแบบไหม?
A: “จำเป็นต้องจบเส้นทาง Luna Fraterna มาก่อนครับ เพื่อให้เข้าใจชะตากรรมของตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง ส่วนตัว DLC ‘Mask of Idris’ จะมีเพียงฉากจบเดียวแบบเส้นตรง เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวที่ทีมงานตั้งใจร้อยเรียงไว้ให้จบลงอย่างสมบูรณ์ที่สุด”

Q: นำฟีดแบ็กจากเกมหลักมาปรับปรุงระบบการเล่นอย่างไรบ้าง?
A: “เราได้รับเสียงตอบรับเรื่องจังหวะแอ็กชันและการตอบสนองมาโดยตลอด จึงได้ปรับปรุงระบบการควบคุมให้ลื่นไหลและเร้าใจยิ่งขึ้น รวมถึงปรับบาลานซ์เกมเพลย์ทั้งหมด พร้อมเพิ่ม Blood Code ใหม่ อาวุธ อุปกรณ์ และทักษะการต่อสู้รูปแบบใหม่ให้ผู้เล่นได้สร้างบิลด์ตัวละครที่หลากหลายขึ้น”
Q: มีรายละเอียดเกี่ยวกับ Major Update ฝั่งฟรีที่จะปล่อยออกมาอย่างไรบ้าง?
A: “ในอัปเดตฟรี เราได้เตรียมเนื้อหา Post-Game Content ที่แฟน ๆ เรียกร้องเข้ามาเยอะมาก เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวละครแต่ละตัวหลังจบศึก รวมถึงเพิ่มโหมด Boss Rematch และทางเลือกเสริมพลังให้ตัวละครสำหรับสายเสพเนื้อเรื่องอีกด้วยครับ”
สายฟรีก็เฮ! อัปเดตใหญ่ “The Age of Harmony” จัดเต็มของใหม่เพียบ

นอกจากตัว DLC เสียเงินแล้ว ตัวเกมยังปล่อยอัปเดตฟรีแพตช์ใหญ่ในชื่อ “The Age of Harmony” มาเสิร์ฟคอนเทนต์หลังจบเกม (Post-Game) ขยายเรื่องราวชีวิตของตัวละครแต่ละตัวให้แฟน ๆ ได้ฟินกันต่อ พร้อมเปิดโหมดท้าทายสุดเดือด Trail of Remembrance ให้ผู้เล่นได้ลงไปดวลเดี่ยว รีแมตช์ประมือกับบอสระดับตำนานที่เคยผ่านมา เพื่อฟาร์มเก็บชิ้นส่วนและอุปกรณ์เซ็ตใหม่แกะกล่องมากกว่า 90 ชิ้น! ใครที่กระหายความท้าทายและอยากปั้นบิลด์เทพ งานนี้ได้ลงดันเจี้ยนกันยาว ๆ แน่นอน!
DLC ‘Mark of Idris’ และ Free update ‘Trail of Remembrance’ จะเปิดให้ download พร้อมกันในวันที่ 9 กันยายนนี้ เหล่าสาวกเตรียมตัวกันให้พร้อมแล้วไปลุย Forsaken World พร้อมกัน













