ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| Trends

ปูมทะเลจีนใต้ทำเดือด ! จีนส่งโน้ตลับข่มขู่ฟิลิปปินส์กลางเวทีระดับโลก ถูกอ่านออกสื่อพร้อมวิจารณ์ยับ กลายเป็นซีนการเมืองแห่งปี ยิ่งกว่าละครหลังข่าว

Table of Content

กลายเป็นประเด็นไวรัลสนั่นโซเชียล เมื่อเมื่อการประชุมระดับสูง Seoul Defence Dialogue ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ วันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา เปลี่ยนจากเวทีเสวนาความมั่นคง กลายเป็นการปะทะคารมทางการเมืองระดับโลก ด้วยการส่งกระดาษโน้ตเพียงใบเดียว

คลิปเหตุการณ์ดังกล่าวถูกตัดและแชร์ว่อนข้ามคืน จนยอดเข้าชมและคอมเมนต์พุ่งกระฉูดในโลกออนไลน์ ผู้คนทั่วโลกต่างแห่เข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อฉากการปะทะฝีปากอย่างดุเดือดระหว่าง ฟิลิปปินส์ และจีน ที่เปลี่ยนโน้ตยื่นลับ ๆ ให้กลายเป็นการประจานกลางอากาศ

โดยเหตุการณ์นี่เกิดขึ้นขณะที่ นายกิลเบอร์โต ทีโอโดโร จูเนียร์ (Gilbert Teodoro Jr.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์ กำลังร่วมเสวนาบนเวทีวิเคราะห์ความมั่นคง แต่ระหว่างนั้นจู่ ๆ กลับมีเจ้าหน้าที่จัดงานเดินเข้ามาขัดจังหวะ แล้วยื่นกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งให้เขาต่อหน้าผู้ร่วมฟังและกล้องถ่ายทอดสดจากนานาชาติ และในวินาทีต่อมาหลังจากได้เห็นใจข้อความนั้น

รมว. กลาโหมฟิลิปปินส์ชูกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา แล้วพูดออกไมค์ด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ว่า  “ผมมีโน้ตอยู่แผ่นหนึ่งตรงนี้ครับ ผมคิดว่าส่งมาจากฝ่ายจีน” 

จากนั้นเขาก็เปิดอ่านข้อความภาษาอังกฤษบนโน้ตฉบับนั้นสด ๆ กลางกรุงโซล ซึ่งมีใจความย้ำตอกย้ำจุดยืนเดิมของปักกิ่งว่า จีนมีอธิปไตยเหนือทะเลจีนใต้ และปฏิเสธ คำตัดสินศาลอนุญาโตตุลาการปี 2016 ที่เคยตัดสินให้ฟิลิปปินส์ชนะคดีน่านน้ำทับซ้อน โดยจีนระบุในโน้ตว่ากระบวนการดังกล่าว ละเมิดหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ

ถามว่าทำไมจีนต้องโกรธขนาดที่ต้องส่งจดหมายคุกคามกันถึงบนเวทีระดับโลกแบบนั้น

สิ่งที่จีนระบุให้โน้ตว่า ละเมิดหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ นั่นต้นต่อความขัดแย้งต้องย้อนไปครั้งที่ฟิลิปปินส์ได้เคยนำข้อพิพาทน่านน้ำทับซ้อนในทะเลจีนใต้ขึ้นฟ้องศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ (PCA) และศาลมีคำตัดสินในปี 2016 ให้ ฟิลิปปินส์เป็นฝ่ายชนะ โดยระบุว่าการอ้างสิทธิ์เส้นเก้าท่อนของจีนไม่มีผลทางกฎหมายตาม UNCLOS

คำตัดสินครั้งนั้นทำลายการอ้างสิทธิ์ของจีนที่มีมาตั้งแต่ครั้งประวัติศาสตร์ ด้านฟิลิปปินส์เองก็ใช้คำตัดสินนี้เป็นความชอบธรรมในการไปจับมือกับสหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตกเข้ามาขยายกำลังทางทหารในพื้นที่

ซึ่งกระทบต่อการควบคุมเส้นทางการค้าทางทะเลระดับโลกของการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ ทุกครั้งที่ฟิลิปปินส์หรือนานาชาติอ้างอิงคำตัดสินปี 2016 จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และสถานะมหาอำนาจของจีน ทำให้จีนต้องออกมาแถลงปฏิเสธและยืนยันอธิปไตยของตนเองอยู่เสมอ

และเช่นกันกับครั้งนี้เมื่อต้องเผชิญหน้า จีนก็เลือดขึ้นหน้าอีกครั้ง หลังจากอ่านโน้ตจบ รมว.กลาโหมฟิลิปปินส์ไม่ได้ถอย แต่จัดหนักสับแหลกแบบไม่ไว้หน้า โดยชี้ว่าพฤติกรรมแอบยื่นโน้ตดักคอแบบนี้คือหลักฐานชัดเจนของความ “ก้าวร้าว ข่มขู่ และใช้อำนาจบาตรใหญ่”

การตอบกลับของฟิลลิปปินส์กลายเป็นโควทไวรัล แต่ในมุมมองของจีนนี่คือการสร้างซีนทางการเมือง

เขาตั้งคำถามว่าเหตุใดโน้ตแผ่นนี้ถึงถูกส่งมาให้ในระหว่างที่เขากำลังกล่าวสุนทรพจน์ พร้อมทั้งโต้แย้งข้อกฎหมายในเอกสารดังกล่าว “เราจะเจรจาหรือปฏิสัมพันธ์กับประเทศหนึ่งในเวทีระดับโลกได้อย่างไร หากไม่นับคำถามที่ถามผมในเมื่อคุณยังหักหน้าผู้จัดงานขนาดนี้ แล้วจะหวังให้พูดคุยกันอย่างปัญญาชนได้อย่างไร?”

นอกจากนี้ เขาแย้งว่าปักกิ่งกำลังมีพฤติกรรม “บีบบังคับ ข่มเหง และก้าวร้าว” พร้อมระบุว่า “สิ่งที่จีนต้องทำเป็นอย่างแรก อาจเป็นการรู้จักมารยาทและสัมมาคารวะขั้นพื้นฐาน”

“หากโน้ตฉบับนี้คือจุดยืนของทางการจีนที่ส่งถึงผม มันไม่เพียงแต่จะฉีกกฎหมายระหว่างประเทศอย่างอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ทิ้งอย่างไม่แยแสเท่านั้น แต่ยังเป็นการหยามมารยาทพื้นฐานที่พฤตินัยควรมีต่อเกาหลีใต้ในฐานะเจ้าภาพผู้โอบอ้อมอารี ตลอดจนผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนในห้องนี้ด้วย” รัฐมนตรีกลาโหมกล่าวทิ้งท้าย ซึ่งนั่นกลายเป็นประโยคสุดแซ่บที่กลายเป็นโควทเด็ดไวรัลไปทั่วโซเชียลมีเดีย

ทำนองว่าสิ่งที่ฝ่ายจีนจำเป็นต้องทำก่อนเป็นอันดับแรกไม่ใช่การอ้างอธิปไตย แต่คือ “การไปเรียนรู้สมบัติผู้ดีและมารยาทพื้นฐานมาก่อน” พร้อมตบท้ายด้วยรอยยิ้มเจื่อน ๆ ว่า จะขอเก็บจดหมายฉบับนี้ไว้เป็น “ของเตือนความจำว่าจีนกำลังดิ้นรนและสิ้นคิดแค่ไหน” พร้อมโพสต์รูปถ่ายของจดหมายไว้บนเพจเฟซบุ๊กของกระทรวงกลาโหมแห่งชาติฟิลิปปินส์

ต่อมาสื่อเกาหลีใต้อย่าง Yonhap ได้ออกมาเปิดเผยเบื้องหลังว่า คนที่ขอให้เจ้าหน้าที่นำโน้ตแผ่นนี้ไปยื่นให้รัฐมนตรีฟิลิปปินส์ ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารประจำสถานทูตจีน ณ กรุงโซล นั่นเอง

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้ถูกชาวเน็ตและนักวิเคราะห์การเมืองนำไปแชร์และวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะมันสะท้อนให้เห็นถึงการปะทะกันทางทัศนคติอย่างชัดเจน ส่วนใหญ่ชื่นชมการแสดงออกของฟิลิปปินส์ หลายคนแสดงความคิดเห็นกันต่อด้วยว่าถ้าเป็นประเทศเราจะมีปฏิกิริยาตอบกลับแบบนี้ไหม หรือจะย้อมก้มหน้าให้เขาอย่างเดียว 

ในอีกด้านฝั่งที่อยู่ข้างจีนก็มองว่าฟิลิปปินส์ฉวยโอกาสสร้างซีนการเมือง เพื่อเรียกร้องความสงสารจากประชาคมโลก และเบี่ยงเบนประเด็นข้อพิพาททางทะเลให้กลายเป็นเรื่องดราม่าระหว่างประเทศ

Highlight

เปลี่ยนดีไหม ? เปิดตัว iPhone 18 ซีรีส์สีเป๊ะ สเปกเอาเรื่อง ใครควรอัปเกรด และรุ่นไหนที่ไม่ได้ไปต่อ

10/09/2026
Read More

OpenAI อ้าง AI แก้โจทย์คณิตศาสตร์ระดับโลกได้ แต่เจอดราม่าแย่งเครดิตนักคณิตศาสตร์

10/09/2026
Read More

OpenAI ดึงนักวิจัยสายเตือนภัย AI เข้ามานั่งในบอร์ด

10/09/2026
Read More

Anker Innovations ยุบ 5 แบรนด์รวมศูนย์ภายใต้ชื่อ Anker ปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอรับยุค Local AI

10/09/2026
Read More

เปิดตัว PEN กล้องที่คิดถึง แต่เป็นตัวแรกของ OM SYSTEM นะ

10/09/2026
Read More

Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore ก้าวสำคัญในการขับเคลื่อน Creator Economy ไทย บนเวทีรางวัลระดับประเทศ

10/09/2026
Read More

Related Content