ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| Trends

Stereogram ภาพสามมิติเจน Y (?) ที่เจน Z มองไม่ออก

Table of Content

ใครที่โตมาในยุค 90 ถึงต้นยุค 2000 น่าจะเคยผ่านตากับหนังสือภาพลายจุดแปลก ๆ ที่เขียนกำกับว่าเป็น “ภาพสามมิติ” ให้ลอง “ทำตาเหล่” หรือ “มองทะลุผ่านมันไป” แล้วจะค่อย ๆ มีภาพนูนขึ้นมาให้เห็น เป็นความทรงจำร่วมของเจน Y ที่หลายคนยังจำความรู้สึกปวดหัว ตาลาย นั่งเพ่งอยู่นานกว่าจะมองเห็น ในขณะที่เด็กข้าง ๆ กลับชี้แล้วตอบได้ทันทีว่าเป็นภาพอะไร

เรื่องนี้ยังคงเป็นปริศนาสำหรับคนเจนใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเห็นภาพเหล่านี้มาก่อน จนหลายคนมองไม่ออกเลยว่าในภาพ 2 มิติเหล่านั้นซ่อนอะไรไว้เบื้องหลัง วันนี้ bt beartai จะพาไปทำความรู้จักว่าภาพเหล่านี้คืออะไร และมีวิธีมองอย่างไรบ้าง

ภาพเหล่านี้คืออะไร

โดยพื้นฐานแล้ว ภาพเหล่านี้เรียกว่า Stereogram (สเตอริโอแกรม) เป็นภาพที่มีลวดลายซ้ำกันซึ่งต้องโฟกัสไปที่ด้านหลังของภาพ เพื่อจะมองเห็นได้ชัดเจน สร้างขึ้นจากการนำภาพสองภาพที่เหมือนหรือเกือบเหมือนกันมาวางไว้ข้างกัน ภาพที่ใช้ไม่จำเป็นต้องเป็นลวดลายสุ่มเสมอไป บางครั้งก็เป็นภาพที่มองเห็นได้ตามปกติอย่างสมบูรณ์อยู่แล้วด้วยซ้ำ

เมื่อโฟกัสไปที่ด้านหลังของภาพ ภาพคู่จะค่อย ๆ รวมเข้าเป็นจุดโฟกัสเดียวกัน เพราะดวงตากำลังมองเลยภาพออกไปแทนที่จะมองที่ตัวภาพตรง ๆ สมองจึงตีความระดับการโฟกัสใหม่ว่าเป็นระดับที่ภาพนั้นตั้งอยู่จริง ระบบการรับรู้ความลึกจึงเริ่มทำงาน และทำให้มองเห็นเป็นภาพสามมิติในที่สุด

คนที่มองไม่เห็น ต้องทำยังไงถึงจะมองเห็น ?

คนที่ “มองไม่ออก” สามารถฝึกมองภาพสเตอริโอแกรมได้ แต่ต้องใช้ความอดทนหน่อยนะ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องผ่อนคลาย ปล่อยให้สายตาหลุดโฟกัส แล้วมองไปที่ด้านหลังของภาพ เมื่อมองเห็นครั้งหนึ่งแล้ว จะเห็นภาพชัดเจนไปเลย ไม่ใช่แบบเห็นครึ่ง ๆ กลาง ๆ และยิ่งฝึกดูบ่อยเข้า ก็จะยิ่งมองเห็นได้เร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้สึกเป็นเรื่องปกติ

แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้ เพราะบางคนกว่าจะมองออกครั้งแรก ก็ใช้เวลานานมาก เพราะมันเป็นวิธีการใช้สายตาที่ผิดปกติไปจากที่คุ้นเคยเล็กน้อย แต่ถ้าใครยังมองไม่เห็นสักที ลองเทคนิคต่อไปนี้ดูได้

วิธีที่ 1 จุดนำสายตา

สเตอริโอแกรมบางภาพจะมีจุดนำสายตาอยู่ด้านบนหรือด้านล่างสองจุด ให้ผ่อนคลายสายตาและมองให้ตาพร่าไปที่จุดนำสายตาเหล่านั้น ให้จาก 2 จุดกลายเป็น 4 จุด แล้วค่อย ๆ ปรับสายตาให้จุดตรงกลางเคลื่อนรวมกันจนเหลือ 3 จุด เมื่อรวมกันได้แล้ว รูปแบบสีต่าง ๆ จะเผยให้เห็นภาพสามมิติ 

เคล็ดลับ : ดวงตามักพยายามปรับโฟกัสกลับมาที่หน้ากระดาษตามธรรมชาติ หากเกิดขึ้นและเห็นจุดนำสายตาเหลือแค่สองจุด ให้เริ่มต้นใหม่ หากจุดยังไม่รวมกันเป็นสาม ให้ลองขยับหน้ากระดาษเข้าใกล้หรือออกห่างจากตัวช้า ๆ จนกว่าจะเจอระยะที่ภาพรวมกันพอดี แล้วค่อยปรับระยะให้ภาพชัดขึ้น ถ้ามองเห็นวัตถุที่ซ่อนอยู่แต่ภาพยังเบลออยู่ ให้ลองขยับหน้ากระดาษให้ห่างออกไปอีกและปล่อยให้ดวงตาใช้เวลาโฟกัสมากขึ้น

วิธีที่ 2 ใช้เป้าหมายที่อยู่ด้านหลัง

เลือกวัตถุที่อยู่กับที่ในห้อง ควรอยู่ห่างประมาณ 4-6 ฟุตในระดับสายตา จากนั้นถือสเตอริโอแกรมไว้ในมือให้ยังมองเห็นวัตถุเป้าหมายอยู่เหนือภาพขึ้นไปเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ ขยับสเตอริโอแกรมขึ้นช้า ๆ โดยยังคงมองไปที่ระยะห่างของวัตถุเป้าหมาย วัตถุสามมิติที่ซ่อนอยู่ควรปรากฏขึ้นที่ระยะห่างเดียวกัน หากไม่ได้ผลทันที ให้ลองเปลี่ยนระยะห่างจากวัตถุเป้าหมายดู

วิธีที่ 3 การสะท้อน

วางสเตอริโอแกรมไว้หลังกรอบกระจกหรือหน้าต่าง หรือเคลือบด้วยพลาสติกมันวาว เปิดโคมไฟไว้ด้านหลังตัวเพื่อให้เห็นภาพสะท้อนของโคมไฟในกระจก จากนั้นมองไปที่โคมไฟในภาพสะท้อนนั้น ภาพที่ซ่อนอยู่ควรจะปรากฏขึ้นตรงตำแหน่งที่โคมไฟอยู่พอดี หากไม่ได้ผลทันที ให้ลองเปลี่ยนมุมและระยะห่างจากโคมไฟ

วิธีที่ 4 สัมผัสจมูก

วางหน้ากระดาษให้ใกล้ใบหน้าจนจมูกแตะหน้ากระดาษ ผ่อนคลายสายตาและมองให้ตาพร่ามัว พยายามคงสภาพนี้ไว้ จากนั้นเริ่มขยับหน้ากระดาษออกจากตัวอย่างช้า ๆ โดยไม่เปลี่ยนการจ้องมอง หากดวงตาพยายามปรับโฟกัสกลับมาที่ภาพ ให้เริ่มต้นใหม่ ขยับออกไปเรื่อย ๆ แม้จะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยหรือรูปทรงเบลอ ๆ ก็ตาม แล้วหยุดที่ระยะห่างประมาณระยะอ่านหนังสือ จ้องมองต่อไปจนภาพคมชัดขึ้น (วิธีนี้อาจทำให้เกิดภาพ “วัตถุซ้อน” ได้)

วิธีที่ 5 เหนื่อยจากการอ่าน

วางสเตอริโอแกรมไว้ที่ระยะอ่านหนังสือ มองให้ตาพร่ามัว แกล้งทำเป็นว่าเหนื่อยจากการอ่านจนดวงตาไม่สามารถโฟกัสไปที่ตัวหนังสือได้อีกต่อไป วิธีนี้จะช่วยให้มองทะลุหน้ากระดาษได้ ให้จ้องมองต่อไปจนเอฟเฟกต์สามมิติเบลอ ๆ เริ่มปรากฏ แล้วมองต่อจนภาพคมชัดและจดจำได้

วิธีที่ 6 กะพริบตา

วิธีนี้ไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่อาจได้ผลหากวิธีอื่นไม่สำเร็จ ให้หลับตาข้างหนึ่งแล้วมองสเตอริโอแกรมด้วยตาข้างเดียวในระยะอ่านหนังสือ พยายามอย่าจดจ่อกับภาพ ผ่อนคลายการโฟกัสให้ภาพปรากฏเป็นภาพเบลอ หลังจากผ่านไปสองสามวินาที ให้ลืมตาข้างที่ปิดอยู่ ภาพสามมิติเบลอ ๆ อาจจะปรากฏขึ้น ให้มองต่อไปจนภาพคมชัด (วิธีนี้ก็อาจทำให้เกิดภาพ “วัตถุซ้อน” ได้เช่นกัน)

ถ้าใครไม่เคยเห็นภาพเหล่านี้มาก่อน ลองหาภาพสเตอริโอแกรมสักภาพขึ้นมา ผ่อนคลายสายตา แล้วลองทำตามวิธีที่ bt แนะนำไปดูนะ ใครมองออกหรือมองไม่ออกก็คอมเมนต์มาบอกกันได้ ส่วนใครที่อยากลองทำภาพในแบบของตัวเอง ลองไปทำกันได้ที่เว็บนี้เลย https://www.easystereogrambuilder.com/

ที่มา : hidden3d, math.brown

Highlight

บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน รุก Co-Brand ดัน “T1 Dynamic Points” หวังกระตุ้นยอดใช้จ่ายโต 7% แตะ 1.4 แสนล้านบาท

11/09/2026
Read More

ปูมทะเลจีนใต้ทำเดือด ! จีนส่งโน้ตลับข่มขู่ฟิลิปปินส์กลางเวทีระดับโลก ถูกอ่านออกสื่อพร้อมวิจารณ์ยับ กลายเป็นซีนการเมืองแห่งปี ยิ่งกว่าละครหลังข่าว

10/09/2026
Read More

เปลี่ยนดีไหม ? เปิดตัว iPhone 18 ซีรีส์สีเป๊ะ สเปกเอาเรื่อง ใครควรอัปเกรด และรุ่นไหนที่ไม่ได้ไปต่อ

10/09/2026
Read More

OpenAI อ้าง AI แก้โจทย์คณิตศาสตร์ระดับโลกได้ แต่เจอดราม่าแย่งเครดิตนักคณิตศาสตร์

10/09/2026
Read More

OpenAI ดึงนักวิจัยสายเตือนภัย AI เข้ามานั่งในบอร์ด

10/09/2026
Read More

Anker Innovations ยุบ 5 แบรนด์รวมศูนย์ภายใต้ชื่อ Anker ปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอรับยุค Local AI

10/09/2026
Read More

Related Content