โลกหมุนเร็วกว่าตำราเรียน การศึกษาไทยจึงหยุดนิ่งไม่ได้ การประชุมสามัญและความร่วมมือ 3 ภาคส่วน (ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม) ประจำปี 2569 ของมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี (CONNEXT ED) จึงจัดขึ้นท่ามกลางความท้าทายครั้งสำคัญ ทั้งวิกฤตอัตราการเกิดใหม่ที่ลดฮวบ สถิติจากปี 2568 มีเด็กเกิดใหม่เพียง 400,000 คนเท่านั้น และคลื่นดิสรัปชันจาก AI กับ Robotics ที่เข้ามาเปลี่ยนอนาคตการทำงานของเด็ก ๆ
ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญคือการดันคะแนน PISA (โปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล) ของไทยให้อยู่ใน Top 3 ของอาเซียน

โดยมี 3 ตัวแทนกล่าวเปิดงานในครั้งนี้ ซึ่งได้แก่ คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ, พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรีและประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ และคุณประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยได้แสดงทัศนะซึ่งเป็นพันธกิจภาพรวมว่า “จะไม่ให้เด็กคนใดต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของโลกเพียงลำพัง” พร้อมขับเคลื่อนการศึกษารูปแบบใหม่ที่พร้อมรับมือโลกอนาคต

จากการประเมินโรงเรียน CONNEXT ED กว่า 7,023 แห่งทั่วประเทศ คะแนนภาพรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 3.14 โดยมีโรงเรียนที่ผ่านเกณฑ์ระดับ Good ขึ้นไปสูงถึง 61% ผ่าน 5 ยุทธศาสตร์หลักที่ขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม
- ด้านความโปร่งใสและดิจิทัล ขยายผลเชื่อมโยงข้อมูลสู่ DE Cloud Server และทดลองใช้ข้อสอบมาตรฐาน CSAP ในโรงเรียนนำร่อง
- ด้านกลไกตลาด ส่วน Crowdfunding มียอดระดมทุนสะสมรวมกว่า 232.42 ล้านบาท พร้อมพัฒนา School Partner กว่า 2,100 คน
- ด้านผู้บริหารและครู อบรมบุคลากรด้าน Digital & AI Governance กว่า 114,000 คน และจัดตั้ง ICT Talent ครบทุกโรงเรียน
- ด้านหลักสูตรและเด็กเป็นศูนย์กลาง จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ชุมชน (Learning Center) แล้ว 2,304 แห่ง พร้อมแอปพลิเคชัน World Library ที่มีคลังความรู้ดิจิทัลกว่า 18,800 รายการ
- ด้านโครงสร้างพื้นฐาน จัดสรรคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กเพื่อการศึกษาแล้ว 60,959 เครื่อง และผลักดันโรงเรียนต้นแบบ Smart School AI ช่วยลดเวลาเตรียมสอนให้ครูได้ถึง 50%

ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ภาคเอกชน 64 องค์กรได้ร่วมสนับสนุนงบประมาณสะสมมากกว่า 4,106 ล้านบาท ผ่านรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการสื่อสาร
ในฐานะที่ bt beartai ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในพลังสำคัญของ 64 องค์กรพันธมิตรเอกชนของ CONNEXT ED ที่ bt ได้ร่วมใช้ความเชี่ยวชาญด้านสื่อเทคโนโลยี นวัตกรรม และการสร้างสรรค์คอนเทนต์ เพื่อเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการสะท้อนเรื่องราวดี ๆ ของโรงเรียนในโครงการ ผลักดันการเรียนรู้ยุคดิจิทัล และสร้างการตระหนักรู้ให้สังคมไทยเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนก้าวทันโลกเทคโนโลยีอย่างเท่าทัน

ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับตัวอย่างความขับเคลื่อนจากเครือข่ายพันธมิตรอื่น ๆ อาทิ กลุ่ม ปตท, กลุ่มมิตรผล, ธนาคารไทยพาณิชย์ และซีพี ออลล์ เป็นต้น เพื่อรับมือกับโลกยุคใหม่ อาทิ การสร้าง AI Companion เป็นติวเตอร์ส่วนตัวให้เด็กทุกคน, การใช้ AI คืนเวลาให้ครูอย่างน้อย 5 ชั่วโมง/สัปดาห์, ระบบข้อมูลช่วยเหลือนักเรียนตั้งแต่เนิ่น ๆ, เชื่อมโยงโรงเรียนเข้ากับเครือข่ายทั่วประเทศ, และการปั้น CONNEXT ED ให้เป็น “ห้องทดลองระดับชาติ”
โดยมีเป้าหมายสำคัญภายในปี 2570–2571 ที่จะผลักดันคะแนน PISA ของไทยให้อยู่ใน Top 3 ของอาเซียน (ปัจจุบันอยู่อันดับที่ 4), ยกระดับโรงเรียนระดับ Good ให้ถึง 75%, และระดมคอมพิวเตอร์ใหม่อีก 140,000 เครื่อง เพื่อให้เด็กนักเรียนสามารถใช้งานได้ในสัดส่วน 1 คน/เครื่อง

การผนึกกำลังของทุกภาคส่วนในวันนี้ รวมถึงการร่วมแรงร่วมใจของสื่อและองค์กรพันธมิตร คือเครื่องยืนยันว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะสร้างระบบนิเวศทางการศึกษาใหม่เพื่อให้เด็กไทยเติบโตไปไกลกว่าเดิมได้อย่างมั่นคง
อย่างไรก็ตามหลังจากการประชุมครั้งนี้จบไปคณะทำงานจะมีโจทย์ที่จะต้องไปทำการบ้านต่อต่อ ด้วยการการนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงให้แผนดำเนินงานครอบคลุมและเพิ่มโอกาสให้เข้าถึงทักษะและความสามารถที่จะทำให้เด็กสามารถเติบโตในสายงานและอาชีพ เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันการศึกษาและเศรษฐกิจไทยต่อไปในอนาคต













