สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) ชายที่สร้างตำนานให้กับชื่อของ Apple มาอย่างยาวนานจนเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2011 เขาก็ได้จากโลกนี้ไป ผ่านมา 15 ปี จากวันที่จอบส์ลาโลกไป ยังมีอะไรที่เขาทิ้งไว้ให้เรานึกถึงบ้างนะ ?
ถ้าพูดถึงโมเมนต์ตำนานที่เป็นภาพจำของสตีฟ จอบส์ บ้างอาจจะนึกถึงตอนที่จอบส์เปิดตัว iPhone เป็นครั้งแรก บ้างก็นึกถึงตำนานการคิดค้น iPod ที่มาจากการผสมผสานระหว่างเครื่องเล่นเพลงและอัลบั้มเพลงในอุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ ชิ้นเดียว แต่ในระหว่างที่เขายังมีชีวิตอยู่ จอบส์ได้สร้างโมเมนต์ที่น่าจดจำมากมายกว่านั้น แต่หากจะเล่าทุกอย่างก็คงเล่าไม่หมด เราจะหยิบ 5 โมเมนต์ที่ทำให้ภาพจำของสตีฟ จอบส์โดดเด่นในสายตาของใครหลายคน เพราะเชื่อว่าเหล่านี้คือโมเมนต์ที่ทำให้เขาเป็นที่จดจำแม้จะผ่านมานาน 15 ปีแล้วก็ตาม
ตำนานเปิดตัว iPhone รุ่นแรก
ปี 2007 คนทั่วโลกได้รู้จักกับ iPhone บนเวที Macworld จอบส์ประกาศว่าจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 อย่าง ได้แก่ “iPod จอสัมผัส, โทรศัพท์ และอุปกรณ์สำหรับเล่นอินเทอร์เน็ต” เขาพูดทวน 3 สิ่งนี้ซ้ำ ๆ ก่อนที่หน้าจอจะแสดงให้เห็นว่ามันไม่ใช่ 3 อุปกรณ์ แต่มันคืออุปกรณ์เครื่องเดียวที่รวม 3 สิ่งนี้ด้วยกัน และเขาตั้งชื่อให้อุปกรณ์สิ่งนี้ว่า ‘iPhone’ ถือเป็นการกำเนิดสมาร์ตโฟนที่เปลี่ยนโลกไปตลอดกาลเลยก็ว่าได้

ดึง MacBook Air ออกจากซองเอกสาร
ในปี 2008 จอบส์อยากพิสูจน์ให้เห็นว่าโน้ตบุ๊กตัวใหม่ของ Apple บางและเบาแค่ไหน แต่รอบนี้เขาไม่ได้แค่ขึ้นจอแสดงตัวเลขสเปกความหนาแบบที่เคยทำ จอบส์เดินไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาล ที่ใช้กันในสำนักงานทั่วไป แล้วดึง MacBook Air ออกมาจากซองนั้น กลายเป็นภาพจำที่ทรงพลังและคลาสสิกที่สุดภาพหนึ่งในประวัติศาสตร์ไอที

โยนเครื่องต้นแบบ iPod ลงตู้ปลา
มีเรื่องเล่าขานกันในทีมวิศวะว่า ตอนที่ทีมกำลังสร้าง iPod ทีมวิศวกรนำเครื่องต้นแบบ iPod เครื่องแรกมาให้จอบส์ดู ทีมงานยืนยันว่า ‘นี่คือขนาดที่เล็กที่สุดเท่าที่จะออกแบบให้เป็นไปได้แล้ว’ จอบส์พิจารณาดูแล้วไม่เชื่อ เขาเอาไอ้เครื่องต้นแบบนั้นโยนลงไปในตู้ปลาที่อยู่ในห้อง เมื่อมีฟองอากาศลอยปุด ๆ ขึ้นมาจากตัวเครื่อง เขาก็ชี้ให้วิศวกรดูแล้วบอกว่า ‘นั่นไงฟองอากาศ แปลว่ามันยังมีพื้นที่ว่างอยู่ข้างใน กลับไปทำให้มันเล็กกว่านี้อีก’

สุนทรพจน์ ‘Stay Hungry, Stay Foolish’ ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
ย้อนกลับไปปี 2005 จอบส์ได้รับเชิญให้ไปกล่าวสุนทรพจน์ในวันจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (แม้ว่าเขาไม่ได้เรียนจบเลยก็ตาม) สิ่งที่เขาทำกลับไม่ได้พูดถึงความสำเร็จทางธุรกิจอะไรเลย แต่เลือกเล่าเรื่องราวชีวิตตัวเอง 3 เรื่อง ได้แก่ การลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อไปเรียนสิ่งที่สนใจ, การถูกไล่ออกจากบริษัทตัวเอง และการป่วยเป็นโรคมะเร็ง ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยประโยคตำนานที่ว่า ‘จงหิวโหย และจงโง่เขลาอยู่เสมอ’ เพื่อเตือนใจให้คนไม่หยุดเรียนรู้และค้นหาสิ่งใหม่ ๆ ทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้ว
การกลับมากอบกู้ Apple ที่กำลังจะล้มละลาย
ในปี 1997 หลังจากถูกไล่ออกจากบริษัทที่ตัวเองร่วมก่อตั้งไปนานถึง 12 ปี จอบส์กลับมาในขณะที่ Apple ขาดทุนย่อยยับและเกือบจะล้มละลาย เขาเข้ามาจัดระเบียบใหม่ทั้งหมด สั่งยุบสายการผลิตที่ซับซ้อนยุ่งเหยิงทิ้งจนเหลือแค่ผลิตภัณฑ์หลักเพียง 4 กลุ่ม และเปิดตัวแคมเปญโฆษณา ‘Think Different’ เพื่อดึงจิตวิญญาณเดิมของ Apple กลับมา ก่อนจะพาบริษัทพลิกฟื้นจนกลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกในเวลาต่อมา
โดยทาง ทิม คุก (Tim Cook) CEO คนเก่าที่เพิ่งลงจากตำแหน่งไปก็ได้โพสต์บน X ว่า
‘มีผู้คนมากมายบนโลกใบนี้ที่ทิ้งสิ่งต่าง ๆ ไว้ให้โลก และเปลี่ยนมันไปโดยสิ้นเชิง สตีฟเปลี่ยนโลกและชีวิตคนมากมาย และแน่นอนที่สุดเขาเปลี่ยนชีวิตผมไปตลอดกาลเช่นกัน สปิริตของเขาจะอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาสร้างขึ้นมา และทุกคนก็จะได้รับแรงบันดาลใจจากมัน’
นอกจากนี้ จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) CEO คนปัจจุบันของ Apple ก็ออกมาโพสต์เช่นเดียวกันว่า
‘สิ่งที่สตีฟสอนเราให้ใส่ใจทุกรายละเอียด ทุกประสบการณ์ และทุกคน มันยังเป็นแนวทางที่เราใช้ในการทำงานทุก ๆ วัน ผมยังรู้สึกขอบคุณเขาคนนี้เสมอและตลอดไป’













