ในงาน GCA x TGS 2026 ปีนี้ นอกจากบูทเกมและกิจกรรมมากมายที่เสิร์ฟแฟน ๆ เกมเมอร์กันจนจุใจแล้ว เขาก็มีโซนเอนเทอร์เทนเมทต์สายภาพยนตร์ ซีรีส์ และอนิเมะ ซึ่งแอดก็ได้ไปนั่งฟังเซสชันอนิเมะไซไฟในตำนานของญี่ปุ่นมาในโซน ACE
เชื่อเลยว่าใครที่อายุ 30+ ขึ้นไปน่าจะคุ้นชื่อ The Ghost in The Shell บ้างแน่ ๆ เพราะเขาดังจากมังงะจนพัฒนาเป็นอนิเมะ และเมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็ได้เอาเวอร์ชัน Revision กลับมาฉายในโรงด้วย แต่กลับมารอบนี้เป็นอนิเมะหลายตอน (เพื่อใส่ดีเทลได้จุใจมากขึ้น) ทีมสร้างเล่าว่าเขาเอามารีดีไซน์ใหม่และตั้งใจทำเป็นซีรีส์ทั้งหมด 3 ภาค โดยพยายามอ้างอิงตามฉบับมังงะให้เป๊ะที่สุด สำหรับภาคนี้ ทีมสร้างทั้ง 4 คน เคนโงะ อาเบะ, ไดจิ ซาสะ ,โคเฮ ซากิตะ และ ทาเคชิ คัตสึราดะ ก็มาให้อินไซต์เกี่ยวกับการการรีดีไซน์ครั้งนี้
เนื้อเรื่องจะเกิดในปี 2029 เรื่องราวโฟกัสไปที่ คุซานางิ โมโตโกะ ไซบอร์กสาวที่มีร่างกายเป็นหุ่นยนต์ทั้งหมด แต่สมองและจิตวิญญาณยังเป็นมนุษย์ เธอได้รับการขอร้องจาก “อารามากิ ไดสุเกะ” ให้มาเป็นหัวหน้าทีมปฏิบัติการลับ Section 9 เพื่อคอยจัดการกับคดีอาชญากรรมไซเบอร์และการก่อการร้ายสุดอันตราย จนกระทั่งทีมของเธอต้องมาสืบสวนคดีใหญ่ระดับประเทศ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสุดยอดแฮกเกอร์ลึกลับไร้ตัวตนที่ถูกขนานนามว่า ‘หุ่นเชิด’ (The Puppet Master) ที่สามารถเจาะระบบเข้ามาควบคุมจิตใจคนได้เหมือนหุ่นเชิด
ทั้งนี้อนิเมะเรื่องนี้อ้างอิงมาจากมังงะต้นฉบับเขียนโดยอาจารย์ ชิโระ มาซามุเนะ ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Young Magazine เมื่อปี 1989 (เกือบ 40 ปีก่อน) ซึ่งเป็นยุคที่อินเทอร์เน็ตยังจำกัดอยู่แค่ในวงการทหารและคนทั่วไปยังไม่รู้จัก แต่อาจารย์สามารถเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต, AI และไซบอร์กที่สอดคล้องกับโลกปัจจุบันและอนาคตได้อย่างแม่นยำ คุณคัตสึราดะเปิดเผยว่า แม้จะวาดการ์ตูนไซไฟล้ำยุค แต่อาจารย์ชิโระในชีวิตจริงไม่ใช้อินเทอร์เน็ตในการทำงานเลยเพราะกลัวข้อมูลถูกขโมย เวลาส่งไฟล์งานกับกองบรรณาธิการจะไรต์ลงแผ่น CD-R ส่งทางไปรษณีย์ และปัจจุบันยังคงใช้โทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าอยู่เลยด้วยนะ !
ตั้งใจทำตามต้นฉบับจริงจัง สู่สตูดิโอ Science SARU
ทีมเผยว่าตลอดระยะเวลา 35-36 ปี มีการสร้างแอนิเมชันออกมาแล้วถึง 6 ซีรีส์ (รวมภาคใหม่ล่าสุด) โดยเริ่มต้นจากภาพยนตร์แอนิเมชันปี 1995 ของผู้กำกับ โอชิอิ มาโมรุ และต่อยอดไปสู่ทีวีซีรีส์ ภาพยนตร์คนแสดง เกม และดนตรี แต่ประเด็นคือหลาย ๆ เวอร์ชันไม่ได้ตรงต้นฉบับมังงะเลย ภาคหนังที่ดัง ๆ ในปี 1998 ตัวละครหลักก็เย็นชาเกินไป ขาดสีสันจนโทนหนังทั้งเรื่องมีความหม่นสูง ทั้งที่ในความจริงตัวละครหลักก็มีความโก๊ะ เลยตัดสินใจดึงสตูดิโอ Science SARU มาช่วยทำให้เวอร์ชันนี้ตรงใจ และคงต้นฉบับมากที่สุด
ว่าด้วยการออกแบบตัวละคร และการทำภาพให้สนุกมากขึ้น
คุณซากิตะ (ตัวแทนจาก Science SARU) ยอมรับว่ากดดันมากที่ต้องมาทำผลงานระดับตำนานต่อจาก Production แต่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะคงเสน่ห์และแฟชั่นยุค 80-90 ของมังงะต้นฉบับไว้ แล้วเติมความร่วมสมัยลงไปผ่านการใช้สีและงานฟินิชชิง รวมถึงปรับโทนเรื่องให้ดูง่ายและผ่อนคลายขึ้น ดังนั้นภาพจะมีความผสมผสาน 2D และ 3D ออกมาทำให้ดูกลมกลืนเหมือนภาพวาด 2D และสลับคัต 2D กับ 3D ไปมาในฉากเดียวกัน (เช่น ฉากที่ตัวละครต้องสัมผัสกับตัวรถจะสลับไปใช้วาดมือ 2D เพื่อความลื่นไหล) ทีมต่างชื่นชมเป็นเสียงเดียวกันว่ามังงะต้นฉบับเป็นแนวสืบสวนที่มีฉากพูดคุยเยอะมาก แต่ Science SARU สามารถทำให้ตัวละครขยับได้อย่างมีชีวิตชีวาและสนุกมากขึ้น ! แถมยังวาดสีหน้าของตัวละครหลักออกมาเยอะมาก ๆ เพื่อให้แสดงอารมณ์ได้หลากหลาย และสมจริงมากขึ้น
ใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากดู ทุกคนสามารถดู The Ghost in the Shell ได้แล้วใน Prime Video 240 ประเทศทั่วโลก แต่ตอนนี้ทีมกระซิบว่าจะมีออกมาอีก 2 ภาคจากมังงะที่ยังไม่เคยเห็นค่ายไหนเอามารีเมกอย่างจริงจัง ก็อยากให้ติดตามต่อไปว่าจะดีไซน์ออกมาเป็นยังไง และยังมีเซอร์ไพรส์เตรียมเปิดตัวมังงะ ปี 2029 ที่จะถึงนี้ด้วย













