ใครว่าผู้บริหารจะต้องเป็นคนสอนคนอื่นเสมอไป ? เพราะที่โรงเรียนชุมชนบ้านเขากลม จังหวัดกระบี่ เด็ก ๆ กลับได้สวมบทเป็นคุณครู สอนภาษาไทยให้กับ ซิกเว่ เบรกเก้ (Sigve Brekke) Group CEO ของทรู คอร์ปอเรชั่น ที่คราวนี้ต้องมานั่งเป็นนักเรียนซะเอง
เรื่องราวสนุก ๆ นี้เกิดขึ้นระหว่างที่ซิกเว่ พร้อมด้วย เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าสายงานด้านความยั่งยืนองค์กร และทีมงานทรู เดินทางมามอบคอมพิวเตอร์พร้อมใช้งานจำนวน 20 เครื่อง พร้อมหลักสูตรการเรียนรู้ ให้กับโรงเรียนชุมชนบ้านเขากลม เพื่อให้เด็ก ๆ มีอุปกรณ์สำหรับฝึกทักษะดิจิทัลและค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม
แต่ที่น่าสนใจคือ ระหว่างพูดคุยกับเด็ก ๆ ซิกเว่ได้เผยเรื่องราวอีกด้านของตัวเองว่า ก่อนจะก้าวมาเป็นผู้บริหารบริษัทโทรคมนาคม เขาเคยเป็นครูสอนนักเรียนชั้น Grade 6 หรือเทียบเท่า ป.6 มาก่อน เรียกได้ว่าจากคนเคยยืนหน้าห้องสอนหนังสือ วันนี้กลับมาเป็นนักเรียนให้เด็ก ๆ สอนภาษาไทย
นอกจากนี้ ซิกเว่ยังหยิบสุภาษิตจีน “สิบปีปลูกต้นไม้ ร้อยปีสร้างคน” มาพูดถึงการศึกษา เพราะกว่าต้นไม้สักต้นจะเติบโตต้องใช้เวลา แต่การสร้างคนหนึ่งคนให้มีความรู้และความสามารถ อาจต้องใช้เวลายาวนานกว่านั้นมาก

คอมพิวเตอร์ 20 เครื่อง กับโจทย์ใหญ่ของการศึกษาไทย
แน่นอนว่าการมีคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้น 20 เครื่อง คงไม่ได้ทำให้การศึกษาของโรงเรียนเปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืน แต่สำหรับเด็กที่มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีจำกัด การได้ลองใช้คอมพิวเตอร์จริง ๆ ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นให้พวกเขาได้ค้นพบความสนใจและทักษะใหม่ ๆ
โดยเฉพาะในวันที่โลกมีทั้ง AI และเทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นแทบทุกวัน ทักษะดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของคนทำงานสายไอทีอีกต่อไป แต่กลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้และการทำงานในหลากหลายอาชีพ
อย่างไรก็ตาม คอมพิวเตอร์ที่ดีแค่ไหนก็อาจไม่มีประโยชน์ หากขาดหลักสูตร ครูผู้สอน และโอกาสในการใช้งานอย่างต่อเนื่อง การมอบอุปกรณ์พร้อมหลักสูตรจึงเป็นส่วนหนึ่งของโจทย์ที่ใหญ่กว่าการส่งคอมพิวเตอร์เข้าไปไว้ในห้องเรียน
การมอบคอมพิวเตอร์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี (CONNEXT ED Foundation) ซึ่งมี ศุภชัย เจียรวนนท์ เป็นประธานกรรมการมูลนิธิฯ และมีโรงเรียนอยู่ในเครือข่ายมากกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ โดยทรูรับผิดชอบดูแลประมาณ 1,000 แห่ง
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าจำนวนโรงเรียน คือการนำเทคโนโลยีมาช่วยจัดการปัญหาการศึกษา เพราะทรูยังมีส่วนพัฒนาระบบข้อมูลเบื้องหลังให้กับมูลนิธิฯ เพื่อใช้ติดตามว่าโรงเรียนแต่ละแห่งกำลังเจอปัญหาอะไร และต้องการความช่วยเหลือด้านไหน
ลองนึกภาพโรงเรียน 1,000 แห่ง ที่แต่ละแห่งมีปัญหาไม่เหมือนกัน บางแห่งอาจขาดคอมพิวเตอร์ บางแห่งอาจมีอุปกรณ์แต่ขาดบุคลากร หรือบางแห่งอาจมีปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน การมีข้อมูลเหล่านี้จึงช่วยให้วางแผนแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น แทนที่จะใช้วิธีเดียวกันกับทุกโรงเรียน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องติดตามกันต่อคือ ระบบดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาได้มากน้อยเพียงใด และการสนับสนุนอุปกรณ์จะส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ในระยะยาวอย่างไร ซึ่งทางทรูก็มีการติดตามอย่างต่อเนื่อง
กลับมาที่โรงเรียนชุมชนบ้านเขากลม แม้วันนี้เด็ก ๆ จะได้เป็นคุณครูสอนภาษาไทยให้กับซีอีโอระดับโลก แต่หลังจากนี้ก็ถึงเวลาที่พวกเขาจะได้กลับมาเป็นนักเรียนอีกครั้ง พร้อมคอมพิวเตอร์ 20 เครื่องที่รอให้ลองใช้งาน
เพราะสิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ว่าวันนี้เด็ก ๆ ได้คอมพิวเตอร์กี่เครื่อง แต่อยู่ที่ว่าวันข้างหน้า พวกเขาจะใช้คอมพิวเตอร์เหล่านี้สร้างอะไรได้บ้างต่างหาก













