ได้ยินคำว่า ‘เบิร์นแผ่น CD’ ครั้งแรก วัยรุ่นยุคนี้น่าจะงงหนัก ไม่ใช่แค่เบิร์นทำไม เบิร์นอะไร รวมถึงคำถามว่า CD คืออะไร ? ยุคนี้เขาไม่ใช้ CD กันแล้วพี่ ! แต่คนยุคเจน Y ช่วงต้นขึ้นไปยังไงก็รู้จักแน่นอน ไม่ใช่จากคำว่าเบิร์นแผ่น แต่คุ้นคำว่า ‘เนโร’ ด้วย bt source code บทความนี้พามาทำความรู้จักกับโปรแกรม ‘Nero Burning ROM’ ว่ามันคืออะไร สำคัญอย่างไร และเทคโนโลยีชนิดนี้พัฒนามาไกลแค่ไหนจนถึงปัจจุบัน
ยุค CD เขาจะมีวิธีการเขียนข้อมูลลงในแผ่น ไม่ว่าจะเป็นเพลง ภาพยนตร์ หรือข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งขั้นตอนนี้เขาเรียกกันว่าการไรท์ CD หรือ เบิร์น CD เพราะกระบวนการนี้คือการใช้เลเซอร์มายิงแผ่น CD เพื่อเผาชั้นเก็บข้อมูลเป็นรหัสที่ต้องการ เขาเลยใช้คำว่าเบิร์น (ที่แปลว่า เผา)
แล้วคำว่า เนโร คืออะไร ? เนโร (Nero) คือชื่อซอฟต์แวร์สำหรับเขียน/ไรท์แผ่น CD, DVD, Blu-ray ที่พัฒนาในยุคนั้นโดยบริษัท Nero AG จากเยอรมนี ซึ่งจะว่าผูกขาดก็ไม่เชิง เพราะซอฟต์แวร์เจ้านี้คนใช้กันทั่วโลกในยุคนั้น และเขาก็เรียกติดปากเรียกว่า ‘Nero Burn’ หรือที่ไทยก็ ‘เบิร์นเนโร’ คล้าย ๆ เวลาเราติดแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งจนใช้ชื่อแบรนด์เป็นการสื่อถึงสิ่งหนึ่ง ๆ อย่างเช่น กินมาม่า (บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป) ซักผ้าด้วยแฟ้บ (ผงซักผ้า) ทำนองนั้น
ที่มาของชื่อ Nero Burn ที่เล่าว่ามีจุดกำเนิดจากยุคโรมัน ชื่อของโปรแกรมไรท์แผ่นของ Nero Burning ROM มีที่มาจากเรื่องราวของ จักรพรรดิเนโร (Nero Claudius Caesar Augustus Germanicus) ผู้นำแห่งจักรวรรดิโรมันที่ขึ้นชื่อเรื่องมีความหลงใหลในศิลปะและดนตรีอย่างลึกซึ้ง แต่ก็ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็นผู้ปกครองที่โหดเหี้ยมที่สุดมากเหมือนกัน เพราะนอกจากเซนส์ศิลปะที่คนชื่นชมว่าอัจฉริยะ เขาก็คือคนบ้าคนหนึ่งที่ชอบใช้ความรุนแรง และสั่งประหารชีวิตผู้คนเป็นผักเป็นปลา
ทีนี้เรื่องของเรื่องคือในรัชสมัยกษัตริย์เนโร ได้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในกรุงโรม (Great Fire of Rome) เมื่อปี ค.ศ. 64 ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมือง เหตุการณ์ครั้งนี้ก็จุดชนวนให้เกิดข่าวลือและข้อสันนิษฐานว่า จักรพรรดิเนโรอาจเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการลอบวางเพลิงเผาเมืองเสียเอง เพราะปกติก็เป็นคนที่ทำร้ายคนอื่นแบบไม่มีเหตุผลอยู่แล้ว
แล้วเหตุการณ์ไฟไหม้กรุงโรมเกี่ยวข้องอะไรกับการไรท์แผ่นซีดี?
ความเชื่อมโยงนี้อยู่ที่การเล่นคำพ้องเสียงในภาษาอังกฤษ ในทางคอมพิวเตอร์ การเขียนข้อมูลลงบนแผ่นซีดีจะเรียกว่าการ Burn (เบิร์น หรือ เผา) และแผ่นซีดีมีชื่อเรียกทางเทคนิคว่า CD-ROM เมื่อนำคำว่า Nero Burning ROM (เนโรกำลังเบิร์นข้อมูลลงแผ่น ROM) มาเรียงต่อกัน จึงออกเสียงพ้องกับประโยคที่ว่า ‘Nero Burning Rome’ ซึ่งแปลว่า ‘เนโรกำลังเผากรุงโรม’ (ในภาษาเยอรมันซึ่งเป็นประเทศผู้พัฒนาโปรแกรมนี้ กรุงโรมสะกดว่า Rom ตรงตัว) สังเกตได้จากโลโก้ดั้งเดิมของโปรแกรมที่เป็นรูปโคลอสเซียมกำลังลุกไหม้ เพื่อตอกย้ำมุกตลกทางประวัติศาสตร์นี้นั่นเอง
จนถึงตอนนี้ แม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนผ่าน คนไม่นิยมไรท์แผ่น CD กันแล้ว แต่บริษัท Nero AG ก็ยังคงดำเนินกิจการต่อไปอยู่นะ แค่อาจจะไม่ได้นิยมเท่าแต่ก่อนแล้วก็ตาม เพราะการเข้ามาของเทคโนโลยีการสำรองไฟล์แบบใหม่ ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องมีการไรท์แผ่น ไม่ว่าจะเป็น NAS, Cloud, SSD ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่าข้อดีคือการเก็บไฟล์แบบนี้ จะทำให้เราเก็บไฟล์ได้เยอะมากขึ้น และสะดวกกว่ามาก แต่ข้อเสียคือเรื่องข้อมูลหลุดรั่วก็เยอะมากเหมือนกัน อีกทั้งยังมีต้นทุนแฝงระยะยาว ดังนั้นการใช้ CD เลยยังถือว่าเป็นการจ่ายทีเดียวแล้วจบเลย ใครทันยุคนี้บ้าง คอมเมนต์เล่าให้ฟังหน่อยว่าช่วงนั้นไรท์แผ่น หรือ Nero Burn ไปทำอะไรกันบ้าง













