ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| กล้องโทรทรรศน์อวกาศ
Read More

NASA เผย กล้อง เจมส์ เวบบ์ สามารถถ่ายดาวที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลกได้เป็นครั้งแรก!

หลังจากช่วงปลายปี 2021 ที่ NASA ส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เวบบ์ (James Webb Space Telescope) ออกเดินทางไกลจากโลกกว่า 1.5 ล้านกิโลเมตร เพื่อทำภารกิจถ่ายภาพในห้วงอวกาศ ก็มีการเผยภาพออกมาเรื่อย ๆ เช่น ภาพเนบิวลาทารันทูลา ภาพส่วนลึกที่สุดของจักรวาลที่เคยถ่ายได้ และดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่อาจมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็นต้น ล่าสุดทางองค์การด้านอวกาศอย่าง NASA, ESA และ CSA ออกมาเผยว่ากล้อง เจมส์ เวบบ์ สามารถถ่ายดวงดาวที่มีขนาดความใหญ่ใกล้เคียงกับโลกได้เป็นครั้งแรก (ของกล้องตัวนี้) โดยชื่อดาวคือ LHS 475 b ดาวเคราะห์หิน (Rocky planet) หรือดาวเคราะห์มีพื้นผิวเป็นของแข็งและโคจรรอบดาวฤกษ์คล้ายโลก ตั้งอยู่ในกลุ่มดาวออกแทนต์ (Octans) อยู่ห่างจากโลก 41 ปีแสง ทีมนักวิจัยยืนยันว่า LHS 475 b มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใกล้เคียงกับโลกถึง 99% (เล็กกว่าโลกนิดเดียว) แต่จะมีอุณหภูมิที่ร้อนกว่าโลก 2-3…
James Webb telescope explores deep space. JWST launch art. Elements of this image furnished by NASA.
09/06/2022

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ ยังทำงานได้ดี แม้โดนอุกกาบาตจิ๋วชนหลายครั้ง

วันที่ 8 มิถุนายน มีรายงานจากนาซาว่ากล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ นั้นได้รับแรงกระแทกจากอุกกาบาตขนาดเล็กหลายครั้ง แต่อุปกรณ์ก็ยังทำงานได้ดีเกินมาตรฐานอยู่
03/05/2022

กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ กางและปรับกระจกเสร็จสิ้น เตรียมใช้งานจริง

หลังจากที่ได้มีการส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และได้มีการกางในหลายขั้นตอนอย่างมาก ในที่สุด กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ ก็ได้กางและเรียงกระจกเสร็จสิ้น พร้อมใช้งานและเริ่มเก็บภาพถ่ายของดวงดาวต่าง ๆ ในจักรวาลแล้ว
19/02/2022

ภาพแรกจากเจมส์ เวบบ์ สู่การปรับกระจกเพื่อเปิดเอกภพ

หากพูดถึงเครื่องมือทางดาราศาสตร์ที่น่าจับตามองสุด ๆ ในขณะนี้ ก็คงหนีไม่พ้นกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ ล่าสุดหลายคนอาจได้ยลโฉมภาพแรกผลงานของกล้องโทรทรรศน์ดังกล่าวแล้ว แต่นั่นยังไม่ใช่ภาพที่อุปกรณ์ชิ้นนี้จะใช้ในการปฏิบัติภารกิจ
29/01/2022

งานวิจัยใหม่ยืนยัน ‘หลุมดำ’ ผู้ทำลายล้าง ก็ช่วยสร้าง ‘ดวงดาวใหม่’ ได้!

เมื่อได้ยินคำว่า “หลุมดำ” เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงแรงโน้มถ่วงมหาศาลที่ดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างของมัน ไม่แปลกนักที่ภาพจำเกี่ยวกับหลุมดำ จะเป็นไปในทางทำลายล้าง แต่แท้จริงแล้ว “หลุมดำ” ไม่ได้เป็นเพียงผู้ทำลายเท่านั้น แต่ยังเป็น “ผู้สร้าง” ได้อีกด้วย 
10/01/2022

กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ คลี่ทุกส่วนสำเร็จแล้ว เตรียมพร้อมใช้งาน

ถือเป็นข่าวดีของมวลมนุษยชาติ กับการประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ของนาซ่าในการติดตั้งกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ กล้องโทรทรรศน์อวกาศที่สร้างมาเพื่อตรวจจับรังสีอินฟราเรดโดยเฉพาะ ซึ่งสามารถถ่ายภาพต้นกำเนิดดวงดาวได้ ลบข้อจำกัดของกล้องโทรทรรศน์อวกาศอย่าง Hubble หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่เคยมีมา และอาจนำไปสู่องค์ความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับจักรวาลให้กับมวลมนุษยชาติ
05/01/2022

ทำไมการกาง Sun Shield ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์สำเร็จ จึงเป็นหมุดหมายสำคัญของมนุษยชาติ

กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ ออกเดินทางกว่า 1.5 ล้านกิโลเมตร เพื่อไขปริศนาของจักรวาล และได้กาง Sun shield ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของกล้องโทรทรรศน์สำเร็จแล้ว แต่ทำไมเรื่องนี้ถึงเป็นถึงเป็นหมุดหมายสำคัญของมนุษยชาติกันล่ะ
Dragonfly Telephoto Array
22/11/2021

ทีมนักวิจัยมัดรวมเลนส์ 400mm 24 ตัว สร้างกล้องโทรทรรศน์ Dragonfly Telephoto Array

ทีมนักวิจัยนานาชาติมัดรวมเลนส์เทเลโฟโต 'Canon EF 400mm f/2.8 IS II USM' เข้าด้วยกันถึง 24 ตัว ในชื่อ 'Dragonfly Telephoto Array' กล้องโทรทรรศน์กำลังสูงที่จะช่วยจับภาพดวงดาวหรือกาแล็กซีที่อยู่ห่างไกลออกไป ในแบบที่กล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ที่สุดทั่วไปก็ยังไม่สามารถจับภาพได้
This comparison view shows puffing dust bubbles and an erupting gas shell — the final acts of a monster star.You can explore the detail of the nebula surrounding the star AG Carinae by using the slider tool on the image above.  This Picture of the Week showcases new views of the dual nature of the star AG Carinae, which was the target of the NASA/ESA Hubble Space Telescope’s 31st anniversary image in April 2020. This new perspective was developed thanks to Hubble’s observations of the star in 2020 and 2014, along with others captured by the telescope’s WFPC2 instrument in 1994. You can compare these two new versions of AG Carinae by using the slider tool on the image above. The first image showcases the details of the ionised hydrogen and ionised nitrogen emissions from the nebula (seen here in red). In the second image, the blue demonstrates the contrasting appearance of the distribution of the dust that shines of reflected stellar light. Astronomers believe that the dust bubbles and filaments formed within and were shaped by powerful stellar wind . This giant star is waging a tug-of-war between gravity and radiation to avoid self-destruction. The star is surrounded by an expanding shell of gas and dust — a nebula — that is shaped by the powerful winds emanating from the star. The nebula is about five light-years wide, equal to the distance from here to our nearest star, Alpha Centauri. AG Carinae is formally classified as a Luminous Blue Variable because it is hot (blue), very luminous, and variable. Such stars are quite rare because there are not many stars that are so massive. Luminous Blue Variable stars continuously lose mass in the final stages of their life, during which a significant amount of stellar material is ejected into the surrounding interstellar space, until enough mass has been lost that the star has reached a stable state.  AG Carinae is surrounded by a spectacular nebula, formed by material ejected by the star during several
18/09/2021

เมื่อฮับเบิลจับสังเกต ‘ดวงตาเซารอนแห่งอวกาศ’ ฉลองครบรอบ 31 ปี แห่งการทำงาน

มองดูผิวเผินภาพนี้ช่างละม้ายคล้ายกับ 'ดวงตาเซารอน' ในภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง 'The lord of the ring' เสียจริง แต่ที่จริง ๆ แล้ว ภาพนี้ไม่ได้เกิดจากกราฟิกแต่อย่างใด แต่มันคือภาพที่บันทึกโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) ของ NASA/ESA และเป็นภาพวัตถุอย่างหนึ่งในห้วงอวกาศนั่นเอง ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงลักษณะของดาว AG Carinae ในสองแง่มุม โดยเป็นหนึ่งเป้าหมายในภารกิจภาพครบรอบ 31 ปีของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลของ NASA/ESA เมื่อเดือนเมษายน 2021 ที่ผ่านมา ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นฟองฝุ่นที่พองตัวและเปลือกก๊าซที่ปะทุจากภาวะในช่วงท้ายสุดของชีวิตของดวงดาว ถ้าอยากเทียบกันชัด ๆ จะ ๆ กดเข้าไปในลิงก์นี้ แล้วลองลากเลื่อนแถบตรงกลางไปทางซ้ายขวาดูกันเลย นี่ไม่ใช่ผลจากการถ่ายภาพเพียงแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้นนะ แต่เป็นผลจากการสังเกตการณ์ดาวฤกษ์ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเมื่อปี 2020 และ 2014 ร่วมกับภาพจากกล้องอื่นๆ ที่ถ่ายโดยกล้อง Wide Field Planetary Camera 2 เมื่อปี 1994 เรียกได้ว่าประมวลภาพกันตาแตกเพื่อการณ์นี้เลยทีเดียว ภาพแรกแสดงรายละเอียดของการปล่อยไฮโดรเจนและไนโตรเจนที่แตกตัวเป็นไอออนจากเปลือกที่กำลังขยายตัวของเนบิวลา (ส่วนที่เป็นสีแดง)…
18/07/2021

‘กิจการอวกาศ’ กับงานหลากมิติและความเป็นไปได้ในไทย

การประกาศ คลอด ‘พรบ.กิจการอวกาศ’ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนสงสัยว่า การออก พรบ.นี้ในห้วงเวลาเช่นนี้เหมาะสมแล้วหรือไม่ และงานด้านอวกาศนั้นจะมีประโยชน์อะไร และส่งผลกับชีวิตเราอย่างไร สำหรับคำตอบของคำถามแรกนั้น เราคงไม่อาจตอบได้ แต่เพื่อให้เห็นปลายทางของคำตอบที่สองและสามมากขึ้น เราจึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับงานด้านอวกาศมาให้อ่านและทำความเข้าใจกัน
08/01/2021

ปักหมุดไว้ให้ดี กับภารกิจอวกาศที่น่าตามลุ้นตามชมตลอดปี 2021

ปี 2020 ที่ผ่านมาเป็นอีกปีที่ภารกิจอวกาศน่าสนใจมากมาย ทั้งการเดินทางสู่ดาวอังคารของชาติต่าง ๆ  ภารกิจ Osiris-REX เก็บตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อยของนาซา  การเก็บตัวอย่างดาวเคราะห์น้อยที่ประสบความสำเร็จของจีนและญี่ปุ่น ซึ่งนำมาสู่การค้นพบต่าง ๆ ที่น่าทึ่งมากมาย นอกจากนี้ ยังเป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ เป็นครั้งแรกที่ยานอวกาศของภาคเอกชนอย่างบริษัท SpaceX ได้นำส่งนักบินอวกาศขึ้นไปยังอวกาศด้วย และเพราะความสำเร็จจากหลากภารกิจนี่เอง ที่ทำให้ปี 2021 นี้ ก็น่าจะเป็นอีกปีหนึ่งของภารกิจน่าตื่นเต้นชวนจับตาอีกหลายภารกิจ ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น เรามาทำความรู้จักกันเสียหน่อย สนใจอันไหนก็ปักหมุดรอชมกันไว้ได้เลย (อนึ่ง วันเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ต้องคอยติดตามกันให้ดีต่อไป) LOW-EARTH ORBIT - จุดหมายอันเป็นพรมแดนระหว่างโลกและจักรวาล วงโคจรต่ำของโลกได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของบริษัทเอกชนหลายแห่งในปี 2021 อย่างบริษัท SpaceX ก็มีภารกิจ Crew Dragon ที่จะเดินทางไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station: ISS)  อีกถึง 3 ภารกิจด้วยกัน และยังมีภารกิจเดินทางไปยังอวกาศที่ร่วมกันระหว่าง SpaceX และบริษัท Axiom Space ที่จะนำทอม ครูซ (Tom…
20/12/2020

นาซาปล่อยภาพ 30 อัญมณีอวกาศ ฉลองครบรอบ 30 ปี กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล

เพราะกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) มีอายุครบ 30 ปีในปีนี้ นาซาจึงเลือกนำภาพไปประมวลผลใหม่ เพื่อเป็นของขวัญในวาระครบรอบ โดยแต่ละภาพนั้นมีความพิเศษคือ เป็นอัญมณีแห่งห้วงอวกาศที่สามารถมองเห็นได้ผ่านกล้องโทรทรรศน์หลังบ้าน หรือกระทั่งมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลทะยานขึ้นสู่อวกาศด้วยกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี (Space Shuttle Discovery) ในเดือนเมษายนปี 1990 หลังนักบินอวกาศออกไปเดินในอวกาศ (Spacewalk) เพื่ออัปเกรดและบำรุงดูแลถึง 5 ครั้ง ปัจจุบัน กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลที่มีอายุเข้าสู่ปีที่ 30 สามารถปฏิบัติงานได้ดีกว่าเมื่อครั้งถูกส่งขึ้นไปในขวบปีแรก และยังคงค้นพบสิ่งแปลกใหม่ที่ท้าทาย ซึ่งพัฒนาความเข้าใจพื้นฐานของเราเกี่ยวกับเอกภพอยู่เรื่อย ๆ  ในชุดภาพใหม่ล่าสุดที่เป็นผลงานของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลมีจำนวนกว่า 50 ภาพ และมีวัตถุท้องฟ้าถึง 30 ภาพ มาจากในแคตตาล็อกคาลด์เวล (Caldwell) อันที่จริงแล้ว กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลถ่ายภาพเหล่านี้เรื่อยมาตั้งแต่แรกเริ่มปฏิบัติภารกิจ แต่จนถึงขณะนี้ นาซาก็ยังประมวลผลภาพทั้งหมดเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะไม่เสร็จสิ้น  เนื่องจากมุมมองที่ละเอียดของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ทำให้มันไม่สามารถจับภาพวัตถุคาลด์เวลได้ครบทั้งวัตถุในบางภาพ บางครั้ง กล้องซูมเข้าไปที่กระจุกดาวอายุน้อยในแขนของกาแล็กซีก้นหอยหรือดวงดาวที่อยู่รอบนอกกระจุกดาว หรือดวงดาวที่สิ้นอายุแล้วใจกลางเนบิวลาแทน แต่ในกรณีกลับกันบางกรณี การสังเกตของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล กลับให้รายละเอียดเป็นภาพที่นำมาปะติดปะต่อกันแล้วรวมเป็นภาพที่สมบูรณ์หรือเกือบสมบูรณ์ได้ ซึ่งนั่นก็ทำให้เราได้เห็นความมหัศจรรย์หรือความน่าตื่นตาของวัตถุท้องฟ้านั้น ๆ อย่างยิ่ง แคตตาล็อกคาลด์เวลรวบรวมโดยนักดาราศาสตร์สมัครเล่นและนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ นามว่า…
03/12/2020

ปริศนากระจ่างแล้ว! เนบิวลาวงแหวนสีน้ำเงินที่ทำนักวิทย์ฯ งงมาตลอด 16 ปี

นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานใหม่ในเศษซากเรืองแสงลึกลับของเนบิวลาวงแหวนสีน้ำเงิน ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าโครงสร้างแปลกประหลาดนี้ก่อตัวขึ้นได้อย่างไร เนบิวลาวงแหวนสีน้ำเงินมีดาวฤกษ์ศูนย์กลางซึ่งเรียกว่า TYC 2597-735-1 นักดาราศาสตร์สังเกตเห็นวงแหวนอัลตราไวโอเลตที่ผิดปกติล้อมรอบดาวฤกษ์นี้เป็นครั้งแรกในปี 2004 ด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Galaxy Evolution Explorer (GALEX) ที่ปัจจุบันปลดประจำการแล้วของนาซา และนับแต่นั้นการก่อตัวของวงแหวนที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็ยังคงเป็นปริศนาเรื่อยมา มาร์ค ไซเบิร์ต (Mark Seibert) นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากสถาบันคาร์เนกีเพื่อวิทยาศาสตร์ (Carnegie Institution for Science) สมาชิกของทีม GALEX และผู้ร่วมเขียนการวิจัยใหม่เกี่ยวกับวงแหวนลึกลับนี้กล่าวในแถลงการณ์ว่า "ทุกครั้งที่เราคิดว่า เราคำอธิบายบางอย่าง ก็จะมีบางสิ่งโผล่ขึ้นมาบอกเราว่า 'ไม่ มันไม่ถูกต้อง'  ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่น่ากลัวในฐานะนักวิทยาศาสตร์ แต่ผมก็ชอบที่วัตถุชิ้นนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และชื่นชมในการพยายามหาคำอธิบายทั้งหลาย ที่หลายคนช่วยกันคิดออกมา" คริสโตเฟอร์ มาร์ติน (Christopher Martin) นักฟิสิกส์จากสถาบันคาลเทค (California Institute of Technology: Caltech) และอดีตผู้รับผิดชอบในภารกิจ GALEX อธิบายในการแถลงข่าวในวันที่ 17 พ.ย. 63 ก่อนที่งานวิจัยจะเผยแพร่สู่สาธารณะ (18 พ.ย. 63)…
Credits: NASA/CXC/SAO, NASA/STScI, NASA/JPL-Caltech/SSC, ESO/NAOJ/NRAO, NRAO/AUI/NSF, NASA/CXC/SAO/PSU, and NASA/ESA
26/09/2020

รวมภาพจักรวาลหวานละมุน ผลงานจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรา

หลังจากที่ได้รับชมภาพอันน่าทึ่งจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์พร้อมผลงานอันโดดเด่นกันมาแล้ว นาซาก็ไม่ปล่อยให้คนชื่นชอบภาพดาราศาสตร์ต้องเหงาสายตา รวบรวมคอลเล็กชันภาพอวกาศสีละมุนจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรามาให้ชมกันอีกเซต แต่เพื่อให้เข้าใจถึงความแตกต่างของภาพที่มาจาก 2 กล้อง ฯ นี้ เราจึงขออธิบายเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศกันสักเล็กน้อย กล้องโทรทรรศน์อวกาศ ‘ดวงตาพิเศษ’ เพื่อล้วงความลับจักรวาล เพื่อสอดส่องค้นลึกเข้าไปในห้วงอวกาศ หน่วยงานด้านดาราศาสตร์ทั่วโลกจึงสร้างกล้องโทรทรรศน์ต่าง ๆ มาช่วยเป็น "ดวงตา" แทนดวงตาของมนุษย์ ปกติแล้ว มนุษย์จะมองเห็นได้แค่ช่วงคลื่นแสงที่ตาเห็นเท่านั้น ดวงตาหรือกล้องโทรทรรศน์ที่ว่านั้นมีระดับการมองเห็นที่เกินกว่านั้น มันสามารถตรวจจับแสงทุกประเภท ขึ้นอยู่กับการออกแบบการใช้งานของกล้อง เราสามารถตรวจจับได้ตั้งแต่คลื่นวิทยุไปจนถึงรังสีแกมมา การใช้ข้อมูลจาก ‘ช่วงคลื่นที่หลากหลาย (Multiwavelength)’ นี้ช่วยให้เราเข้าใจวัตถุในอวกาศ ตลอดจนวิวัฒนาการของเอกภพยิ่งขึ้น ช่วงคลื่นที่หลากหลายเกิดจาก ‘รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic radiation)’ พลังงานที่รังสีแผ่ออกมาจากคลื่นขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างจุดสูงสุดของคลื่นหรือความยาวคลื่น โดยทั่วไป ยิ่งความยาวคลื่นสั้นพลังงานของรังสีก็จะยิ่งสูง รังสีแกมมามีความยาวคลื่นน้อยกว่า 10 ล้านล้านส่วนเมตร (ขนาดประมาณนิวเคลียสของอะตอม) รังสีแกมมาจึงมีพลังงานสูงมาก ในทางกลับกัน รังสีอื่นมีความยาวคลื่นมากกว่านั้น ก็จะยิ่งมีพลังงานต่ำลง อย่างแสงที่มองเห็นได้ด้วยตามนุษย์นั้น มีความยาวคลื่นประมาณขนาดของเล็กกว่าเซลล์แบคทีเรียหน่อย (ใหญ่ขึ้นมาอีกนิดนึง) ในขณะที่คลื่นวิทยุอาจมีความยาวคลื่นได้ถึงมากกว่า 100 เมตรเสียอีก ดังนั้น ขอบเขตที่เรามองเห็นได้นั้นจึงเรียกได้ว่าน้อยยิ่งกว่าน้อย หากเราสามารถตรวจจับคลื่นเหล่านี้ได้หลายช่วงก็จะทำให้เรายิ่ง…
22/09/2020

พบดาวแคระขาวห่างดาวบริวารระดับ ‘โอบกอด’ ซึ่งอาจทำนายการอยู่รอดของโลกในอนาคต

โดยปกติแล้ว ภาพจำของเราที่มีต่อดาวฤกษ์มักมีดาวเคราะห์หรือดาวบริวารขนาดเล็กหมุนวนอยู่รอบมันห่าง ๆ (อย่างห่วง ๆ ) แต่ไม่ใช่กับการค้นพบครั้งใหม่นี้ เมื่อทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติใช้ดาวเทียมสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบเทสส์ (Transiting Exoplanet Survey Satellite: TESS) ของนาซา และกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ (Spitzer Space Telescope) ที่เกษียณแล้ว พบดาวเคราะห์ดวงแรกโคจรรอบดาวแคระขาวอย่างใกล้ชิด โดยดาวฤกษ์ที่ทำหน้าที่เหมือนดวงอาทิตย์นี้ มีขนาดใหญ่กว่าโลกเพียง 40% เท่านั้น ดาวแคระขาว ดาวบริวาร และการตรวจพบ เพื่อให้เข้าใจความว้าวของการค้นพบนี้ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักดาวที่เกี่ยวข้องกันก่อน เริ่มจาก ดาวแคระขาว (White dwarf) หรือบางคนอาจเรียกมันว่า ดาวแคระเสื่อม (Degenerate dwarf) และเหตุที่เรียกเช่นนั้นก็เป็นเพราะมันคือ ดาวฤกษ์มวลไม่มากที่อยู่ในช่วงสุดท้ายของวิวัฒนาการ ดาวฤกษ์มวลไม่มากนั้นมีปริมาณถึง 97% ของดาวฤกษ์ที่พบในกาแล็กซีทางช้างเผือก (ดวงอาทิตย์ของเราเองก็เข้าข่ายเช่นกัน) นั่นหมายความว่า มีดาวแคระขาวในจักรวาลมากมายตามไปด้วย และซึ่งที่น่าตื่นเต้นนั่นคือการพบว่ามันยังมีดาวบริวารดวงใหญ่โคจรอยู่ใกล้ ๆ ไม่ห่างเลย 'WD 1856 b' คือชื่อของดาวบริวารที่ว่า มันมีขนาดประมาณดาวพฤหัสบดี ใหญ่กว่าดาวแคระขาว 'WD…
Tony Dunn @tony873004
Tony Dunn's Simulation
18/08/2020

‘ดาวเคราะห์น้อยล่องหน’ ขนาดเท่ารถยนต์แต่นาซาไม่รู้ แถมเข้าใกล้โลกที่สุดเป็นประวัติการณ์ด้วย!

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากความร้อนแรงของข่าวทางการเมืองบ้านเรา ที่ต่างประเทศเองก็ตื่นเต้นกับดาวเคราะห์น้อยที่จู่ ๆ โผล่มาใกล้โลกให้ตกใจเล่นเช่นกัน 16 สิงหาคม 2563 - ดาวเคราะห์น้อยดวงหนึ่งเข้ามาเฉียดใกล้โลกด้วยระยะห่างประมาณ 2,950 กิโลเมตร และนั่นก็เป็นระยะที่ใกล้มาก มากจนบรรดานักติดตามดาวเคราะห์น้อย และบันทึกที่จัดทำโดยหอดูดาวซอร์มาโนที่อิตาลี (Sormano Astronomical Observatory) ยังเห็นพ้องต้องกันว่า มันใกล้มากที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา  ดาวเคราะห์น้อยล่องหนได้อย่างไร? แม้ขนาดของดาวเคราะห์น้อยยังถือว่าไม่เป็นอันตรายหากมันพุ่งเข้ามาในโลก แต่ระยะห่างนั้นต่ำกว่าระยะวงโคจรของดาวเทียมอย่างน่าใจหาย (วงโคจรดาวเทียมค้างฟ้า มีระยะห่างจากพื้นโลก 36,000 กิโลเมตร ส่วนดาวเทียม Star link ของอีลอน มักส์ มีระยะโคจรอยู่ที่ 550 กิโลเมตรจากผิวโลก) และที่น่าเป็นกังวลกว่า คือ ไม่มีนักดาราศาสตร์คนใดตรวจพบเจอมันเลยจนกระทั่งมันเคลื่อนผ่านไปแล้ว! แถมผู้ที่ค้นพบรายแรกกลับไม่ใช่นาซาเสียด้วย แต่เป็นหอดูดาวพาโลมาร์ (Palomar Observatory) ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยหอดูดาวพบดาวเคราะห์น้อยนี้หลังจากที่มันเคลื่อนที่ผ่านโลกไปแล้วถึงหกชั่วโมง  พอล โชดาส (Paul Chodas) ผู้อำนวยการศูนย์ติดตามวัตถุใกล้โลกของนาซา (NASA's Center for Near Earth…

PR Partners

See All
Read More

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์
26/12/2025

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…