Tags
| การเงิน
19/08/2025
[บทความ] ลูก / ภาระ / ต้นทุนที่มองไม่เห็น และความพร้อมของพ่อแม่ยุคใหม่
บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาลดทอนคุณค่าความสัมพันธ์ครอบครัว แต่จะชวนสำรวจมุมมองความเป็นไปได้ที่จะเปรียบเทียบ ลูก กับ ภาระ ในหลายมิติ ผ่านการวิเคราะห์เพื่อให้เห็น "ต้นทุน" ที่แท้จริงของการมีลูกหนึ่งคน ซึ่งอาจทำให้เราเข้าใจเหตุผลที่คนมีลูกกันน้อยลงมากยิ่งขึ้น การมีลูก คือหนึ่งในความฝันของคู่รักหลายคู่ แต่ในยุคปัจจุบันที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การมีลูกไม่ใช่แค่เรื่องของการดำรงเผ่าพันธุ์อีกต่อไป เห็นได้ว่าคนยุคใหม่มีลูกน้อยลง อัตราการเกิดก็ต่ำลงทำลายสถิติในหลายประเทศ แม้ประเทศที่เจริญแล้วก็ตาม ความรักที่พ่อแม่มีต่อลูกนั้นคือรูปแบบของความสัมพันธ์ที่ทรงพลังที่สุด แต่หากเราลองถอดแว่นแห่งความรักออก แล้วสวมแว่นของยุคสมัย เราอาจพบความจริงที่น่าอึดอัดและต้องยอมรับที่ซ่อนอยู่ในความสัมพันธ์นี้ ต้นทุนทางสุขภาพ เมื่อร่างกายของแม่อาจเปรียบได้กับโฮสต์ ปรสิต คือสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนหรือในสิ่งมีชีวิตอื่น (Host) และได้รับประโยชน์ผ่านการดูดซึมสารอาหาร โดยที่เจ้าบ้านเป็นฝ่ายเสียประโยชน์ ความสัมพันธ์ระหว่างทารกในครรภ์กับแม่ก็อาจมีความคล้ายกันอยู่บ้าง แต่แน่นอนว่าการมีลูกไม่ใช่ปรสิตในเชิงชีววิทยา ตลอด 9 เดือน ทารกจะดึงสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตจากร่างกายแม่ผ่านทางสายรก ไม่ว่าจะเป็นแคลเซียมจากกระดูกและฟัน ธาตุเหล็กจากเลือด หรือโปรตีนจากกล้ามเนื้อของแม่ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมในช่วงที่คุณแม่ตั้งครรภ์ถึงควรดูแลตัวเองเป็นอย่างดี กินอาหารดี ๆ ใช้อาหารเสริมตามที่หมอแนะนำ ซึ่งตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น หลายคนอาจมองว่าคนสมัยก่อนไม่ใช้ของพวกนี้ก็คลอดทารกที่แข็งแรงได้ แต่ในยุคนี้ การเลือกที่จะมีลูก แต่เพิกเฉยต่อการมอบสิ่งที่ดีสุดให้เขาทั้งที่รู้ อาจกลายเป็นความรู้สึกผิดติดตัวพ่อแม่ไปชั่วชีวิต แล้วเราพร้อมจ่ายแค่ไหนในยุคที่เศรษฐกิจทั่วโลกไม่แน่นอน แม้การตั้งครรภ์เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางชีววิทยา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากมองลึกลงไปก็มีหลายอย่างที่คนเป็น ‘แม่’ ต้องแลกมา อย่างไรก็ตาม การอุ้มท้องนับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดอย่างหนึ่งของมนุษย์เพศหญิง ที่แม้จะรู้ว่าต้องพบเจอกับความเหนื่อยล้า…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 363 days ago
Read More15/08/2025
Negative Income Tax คืออะไร คำนวณอย่างไร และส่งผลต่อคนไทยยังไงบ้าง ?
คำว่า Negative Income Tax หรือ ภาษีเงินได้ติดลบ ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคมไทยเพียงชั่วข้ามคืน หลังจากการเปิดเผยแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงการคลังที่ตั้งเป้าจะนำระบบนี้มาใช้จริงภายในปี 2570 แนวคิดที่อาจพลิกโฉมระบบสวัสดิการและโครงสร้างภาษีของประเทศครั้งใหญ่นี้คืออะไร ? และเมื่อวันที่คนไทยทุกคนต้องเข้าสู่ระบบภาษีมาถึง...อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง? บทความนี้จะพาไปสำรวจทุกมิติของ Negative Income Tax (NIT) ตั้งแต่แนวคิดพื้นฐาน วิธีการคำนวณ ผลกระทบต่อคนแต่ละกลุ่ม ไปจนถึงภาพรวมของประเทศไทยในวันที่นโยบายนี้ถูกบังคับใช้ Negative Income Tax คืออะไร ? ลองจินตนาการถึงระบบภาษีที่กลับด้าน จากเดิมที่รัฐเป็นฝ่ายเก็บ จากผู้มีรายได้สูง มาสู่การที่รัฐให้กับผู้มีรายได้น้อย นั่นคือแนวคิดหลักของ Negative Income Tax แนวคิดนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1960 โดยนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล มิลตัน ฟรีดแมน (Milton Friedman) ที่มองว่าวิธีแก้ปัญหาความยากจนที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพที่สุด คือการให้เงินสดกับคนจนโดยตรง เพื่อลดความซ้ำซ้อนของระบบสวัสดิการที่ไม่ตรงเป้าหมาย หลักการทำงานของ NIT ในบริบทของไทยที่จะเกิดขึ้น มีเงื่อนไขสำคัญเพียงข้อเดียวคือ ประชาชนทุกคนที่มีรายได้ ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี เป้าหมายหลักของกระทรวงการคลังคือการปฏิรูประบบสวัสดิการที่กระจัดกระจายกว่า 20 โครงการให้รวมเป็นหนึ่งเดียว สร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 367 days ago
Read More15/08/2025
ผ่อนมือถือด้วยบัตรประชาชน ความง่ายที่อาจกลายเป็นฝันร้ายทางการเงิน
ในยุคที่สมาร์ตโฟนกลายเป็นสิ่งจำเป็น และสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ก็ออกมาทุกเดือน ข้อเสนอในการผ่อนมือถือได้ง่าย ๆ ใช้แค่บัตรประชาชนใบเดียว เลยอาจดูหอมหวานและเป็นทางออกสำหรับใครหลายคนที่อยากได้สมาร์ตโฟน แต่เบื้องหลังความสะดวกสบายนี้ หากไม่ดูให้ดี ก็อาจเสี่ยงติดกับดักทางการเงินสุดอันตรายที่ซ่อนอยู่ ซึ่งอาจเปลี่ยนความสุขในการใช้มือถือของคุณให้กลายเป็นฝันร้ายได้ในพริบตา บทความนี้จะเจาะลึกทุกแง่มุมเพื่อเป็นเกราะป้องกันให้คุณไม่ตกเป็นเหยื่อ สินเชื่อนอกระบบในคราบของการผ่อนมือถือ สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การผ่อนมือถือลักษณะนี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่สินเชื่อในระบบที่อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งตามกฎหมายแล้ว สินเชื่อส่วนบุคคลจะคิดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 25% ต่อปี และบัตรเครดิตไม่เกิน 16% ต่อปี แต่การผ่อนโดยตรงกับร้านค้าเหล่านี้ ที่คุณเห็นได้ตามห้างสรรพสินค้า หรือบนโลกออนไลน์ คือ "สินเชื่อนอกระบบ" ที่ผู้ให้กู้ (ร้านค้า) สามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยได้ตามใจชอบ โดยอาจสูงถึง 20-30% ต่อเดือน หรือคิดเป็น 240% ต่อปี ซึ่งสูงกว่ากฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว กลโกงและภัยที่มาพร้อมความง่าย นอกจากดอกเบี้ยที่สูงเกินจริง ยังมีกลโกงอื่น ๆ ที่แฝงมากับข้อเสนอเหล่านี้ วิธีตรวจสอบก่อนตัดสินใจผ่อนมือถือจากรายย่อย เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ควรตรวจสอบสิ่งเหล่านี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน ทางเลือกการผ่อนมือถือที่ปลอดภัยกว่า ทางที่ดีที่สุดในการเลือกผ่อนมือถือ คือ การพิจารณาสินเชื่อในระบบจากสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือ หรือใช้บัตรเครดิตในการผ่อนชำระ หรืออาจใช้บริการจากผู้ให้บริการที่ถูกกฎหมายและคิดอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. อย่าง Samsung Finance Plus…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 367 days ago
Read More24/05/2021
ธนบัตรพอลิเมอร์คืออะไร? ทำไมหลายประเทศเลือกใช้แทนธนบัตรกระดาษ
แม้ว่ากระบวนการ e-payment จะเฟื่องฟูมากในปัจจุบัน แต่หลายประเทศยังคงมีความต้องการใช้ธนบัตรในระดับสูง อาทิ อังกฤษ, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เม็กซิโก และแคนาดา ธนาคารกลางของประเทศเหล่านี้ จึงมีการพัฒนารูปแบบและคุณลักษณะของธนบัตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการธนบัตรของประเทศ โดยหนึ่งในวิธีการคือ ธนบัตรพอลิเมอร์ แล้วธนบัตรพอลิเมอร์คืออะไร? ทำไมหลายประเทศจึงเลือกใช้แทนธนบัตรกระดาษ ดร.ไพโรจน์ บาลัน ฝ่ายกลยุทธ์และบริหารกิจการธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ให้คำตอบไว้แล้ว ธนบัตรพอลิเมอร์คืออะไร ธนบัตรพอลิเมอร์ ใช้วัสดุพลาสติกสังเคราะห์ประเภท Biaxially Oriented Polypropylene (BOPP) โดยในกระบวนการผลิตวัสดุพอลิเมอร์ประเภทนี้ จะใช้แรงดึงฟิล์มพลาสติกในสองทิศทาง ทำให้ได้วัสดุที่ทนทานและโปร่งแสง 4 คุณสมบัติเด่นของธนบัตรพอลิเมอร์ 1. ความสะอาด ธนบัตรพอลิเมอร์มีความทนทานต่อความชื้นและสิ่งสกปรกได้ดี จากกรณีศึกษาในประเทศต่าง ๆ พบว่า ธนบัตรพอลิเมอร์มีอายุการใช้งานประมาณ 2.5 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับธนบัตรกระดาษ โดยการออกใช้ธนบัตรพอลิเมอร์จะช่วยยกระดับคุณภาพธนบัตรที่ออกใช้หมุนเวียนให้ใหม่และสะอาดมากยิ่งขึ้น แม้ในประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น อย่าง มาเลเซีย และสิงคโปร์ ก็เลือกใช้ธนบัตรพอลิเมอร์ 2. ความทนทาน เทคโนโลยีในการผลิตธนบัตรพอลิเมอร์ได้มีพัฒนาการไปอย่างมากในช่วง 10-20 ปี…วาณิชชา สายเสมา | 1911 days ago
Read More05/05/2021
“ไม่ปรับตัวก็ตาย” เรียนรู้การปรับกลยุทธ์ธุรกิจ ‘ทำของใหม่ที่ไม่เคยทำ’ เพื่อความอยู่รอด
การทำธุรกิจนั้นไม่เคยง่ายเลย ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็ตามที ตำราการตลาดและการบริหารจัดการธุรกิจก็ตกรุ่นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ หลักการที่ดีก็ยังนำมาปรับใช้ได้ แต่หลักปฏิบัติหรือกลยุทธ์ต่าง ๆ นั้นแทบจะเอามาใช้ซ้ำไม่ได้อีกต่อไป โดยเฉพาะยุคปัจจุบันที่โลกเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลในอัตราเร่งที่สูงลิบแบบนี้ อำนาจของแพลตฟอร์มที่เข้าถึงทุกชีวิตในโลกออนไลน์เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไปมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เช่นเดียวกับห่วงโซ่อุปทานของโลกที่ปรับรูปโฉมไปพอสมควรทั้งจากความปั่นป่วนทางดิจิทัลและสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ท่ามกลางแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ไล่ต้อนมวลมนุษย์ให้เข้าไปยอมจำนนต่อการพลังของธรรมชาติและต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับการพัฒนาที่ใส่ใจทั้งประโยชน์ของคน องค์กร และโลกไปด้วยกัน การพัฒนาสินค้าใหม่และขยายตลาดกลุ่มใหม่ของโลกธุรกิจเพื่อกระจายความเสี่ยง สร้างโอกาสเพิ่มเติมจากช่องว่างที่อาจมองข้ามไปเป็นเรื่องที่ต้องทำในปัจจุบัน จะเห็นได้จากองค์กรระดับโลกทั้งหลายที่พยายามทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน หรือทำสิ่งที่แตกต่างจากสินค้าเดิมแทบจะสิ้นเชิงโดยที่ยังมีส่วนที่เชื่อมโยงกับสินค้าและบริการดั้งเดิมของตน ตัวอย่างที่ดีคือ ‘กูเกิล’ (Google) ที่เริ่มต้นธุรกิจดั้งเดิมจากการเป็นฐานข้อมูลในการค้นคว้า พอธุรกิจใหญ่มากขึ้นจนถึงปัจจุบันก็มีสินค้าเต็มไปหมดทั้งอีเมล การโฆษณา แพลตฟอร์มมือถือขนาดใหญ่ สมาร์ตโฟน อุปกรณ์อัจฉริยะ และล่าสุดก็ประกาศลงทุนในสตาร์ตอัปชื่อ 'Transphorm' เพื่อพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรือ อีวี ที่จะมีแผนที่กูเกิลช่วยขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ด้วย นอกจากนี้ยังลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีสุขภาพ โดรนขนส่งและอีกหลายองค์กรที่เข้าไปกว้านซื้อทั่วโลก กระทั่งแบรนด์อุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่จากยุโรปอย่าง ‘มิชลิน’ ก็ประกาศวิสัยทัศน์ 'Michelin in Motion' เพื่อต่อยอดธุรกิจให้ครอบคลุมการสัญจรทุกรูปแบบอย่างยั่งยืน ใครจะเชื่อว่าวันนี้มิชลินซึ่งมีภาพของธุรกิจที่ชัดเจนอย่างยางล้อ จะผลักดันธุรกิจอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับยางล้อให้เติบโตได้ 20-30% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งธุรกิจใหม่ที่มิชลินจะขยายตลาดนั้นมีทั้งบริการและโซลูชันสำหรับการขนส่ง วัสดุคอมโพสิตชนิดยืดหยุ่น เครื่องมือแพทย์ การพิมพ์โลหะสามมิติเพื่อผู้ผลิตเฉพาะรายและการสัญจรด้วยพลังงานไฮโดรเจนซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการพลังงานในอนาคตรองรับการขยายตัวของยานยนต์รูปแบบใหม่ ๆ โดยตั้งเป้าขยายรายได้ปีละ 5% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2593 ด้วย…มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล | 1930 days ago
Read More13/04/2021
‘BTS เปิดฉากทวงหนี้ภาครัฐ’ การเมืองบนเกมธุรกิจที่ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร
กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อรถไฟฟ้าบีทีเอสเผยแพร่คลิปของ ‘สุรพงษ์ เลาหะอัญญา’ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มบีทีเอสทวงถามหนี้ค้างชำระจากกรุงเทพมหานครราว 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยค่าจ้างเดินรถตั้งแต่เดือนเมษายน 2560 เป็นเงิน 9.6 พันล้านบาทและค่าซื้อระบบการเดินรถไฟฟ้าและเครื่องกลอีกเกือบ 2.08 หมื่นล้านบาท ถือเป็นการทวงหนี้ผ่านสื่อให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างของสาธารณะชนที่ไม่ค่อยได้พบเห็นกันสักเท่าไหร่ เรื่องนี้ไม่ปกติแน่ ๆ ถ้ายังจำกันได้ รถไฟฟ้าบีทีเอส (สายสุขุมวิทและสายสีลม) คือจุดเริ่มต้นของรถไฟฟ้าในประเทศไทยโดยกลุ่มบีทีเอสตั้งแต่ปี 2542 และก่อสร้างส่วนต่อขยายเรื่อยมา นับเป็นระยะเวลา 22 ปีแล้วที่คนกรุงเทพฯ มีรถไฟฟ้าใช้ เดินทางสะดวกและเป็นทางเลือกให้กับประชาชน เมื่อขยายเส้นทางออกไปถึงสถานีสำโรงและคูคต ก็เป็นการเชื่อม 3 จังหวัดอย่างกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และปทุมธานีเข้าด้วยกัน ไม่เพียงแต่ทำให้การสัญจรคล่องตัวเท่านั้น ยังสร้างอานิสงห์ให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผุดโครงการคอนโดตามแนวรถไฟฟ้าจำนวนมากด้วย จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย งบการเงินไตรมาส 3 ปีบัญชี 2564 ของบีทีเอส (1 เมษายน - 31 ธันวาคม 2563) มีสินทรัพย์กว่า…มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล | 1952 days ago
Read More30/03/2021
‘เมืองไทยขายรถ’ VS ‘เวียดนามขายมือถือ’ เข้าใจความต่างในการส่งออกสองประเทศ
ความจริงที่ต้องยอมรับกันได้แล้ว คือเศรษฐกิจของเวียดนามจะมีขนาดใหญ่กว่าประเทศไทยในอีก 15 ปีข้างหน้าหรือภายในปี 2578 หากจังหวะในการวิ่ง (หรือเดิน) ของเศรษฐกิจทั้ง 2 ประเทศยังเป็นแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ จากข้อมูลของศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์และธุรกิจ (CEBR) ที่รายงานว่าเศรษฐกิจของเวียดนามจะยังเติบโตได้อย่างร้อนแรง 7% ต่อปีต่อเนื่องไปในทศวรรษนี้และจะค่อยปรับลดเป็นโตเฉลี่ยปีละ 6.6% ในทศวรรษถัดไป ซึ่งมูลค่าของขนาดเศรษฐกิจที่เราวัดกันด้วยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ GDP นั้นจะแซงหน้าประเทศอย่างไทยและไต้หวันในไม่ช้า คาดว่าอีก 15 ปีข้างหน้าเศรษฐกิจของเวียดนามจะแตะ 1.59 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จากปัจจุบันที่ 3.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ นั่นคือเติบโตอีก 5 เท่าจากปัจจุบัน เมื่อเปรียบเทียบเฉพาะภาคการส่งออกของเวียดนามกับประเทศไทย จากข้อมูลเว็บไซต์ World Top Exports พบว่าสินค้าส่งออก 5 อันดับแรกของไทยในปี 2019 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 ได้แก่ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์, สินค้าอิเล็กทรอนิกส์, ยานพาหนะ, อัญมณี และผลิตภัณฑ์ยาง ขณะที่สินค้าขายดีของเวียดนามคือ สินค้าอิเล็ทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า, รองเท้า, เสื้อผ้าและเครื่องประดับ, คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์, และสินค้าไหมพรมถัก หากมองง่าย ๆ…มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล | 1966 days ago
Read More02/02/2021
โควิด-19 ทำให้ผู้สูงอายุกว่า 90% หันมาทำธุรกรรมออนไลน์
จากผลสำรวจของ iResearch Services พบว่าในช่วงของการเกิดโรคระบาดโควิด-19 ทำให้มีผู้ใช้งานที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ใช้บริการธุรกรรมทางการเงินในรูปแบบดิจิทัล (Online Banking) เป็นครั้งแรกถึง 90% ซึ่งข้อมูลนี้ถือเป็นไฮไลต์สำคัญสำหรับการปรับตัวของธนาคารในยุคดิจิทัล หรือปี 2021 นี้ และเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ใช้งานที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี มีเพียง 17% ที่ใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บเบราว์เซอร์เป็นครั้งแรก ถึงแม้ว่าผู้สูงอายุกว่า 90% จะหันมาเริ่มใช้ธุรกรรมทางออนไลน์ครั้งแรก แต่ก็มี 33% เท่านั้นที่เชื่อมั่นและวางใจในการทำธุรกรรมในโลกดิจิทัล ซึ่งขณะที่ผู้ใช้งานในช่วงอายุ 18-24 ปี กลับมีความมั่นใจและไว้วางใจในการทำธุรกรรมดิจิทัลมากถึง 97% Gurpreet Purewal รองประธานของ iResearch กล่าวว่า การศึกษาของเราแสดงให้เห็นถึงผลกระทบของ โควิด-19 ที่กินเวลานาน ต่อผู้ใช้งานที่จะเปลี่ยนวิธีเข้าถึงบริการของธนาคารนับจากนี้เป็นต้นไป ดังนั้นธนาคารจะต้องให้ความสำคัญ และพยายามทำความเข้าใจกับลูกค้าแต่ละช่วงวัย เพื่อตอบสนองความต้องการให้มากที่สุด อ้างอิง: Fintechnews พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสสิราวิชญ์ จิราวราเกียรติ | 2022 days ago
Read More13/02/2019
Beacon VC ร่วมลงทุน “Jitta” Startup สาย Fintech ด้วยมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท พลิกโฉม WealthTech ระดับโลก
โลกแห่งนักลงทุนในอดีตที่ต้องคอยวิเคราะห์หุ้นทุกตัวด้วยตนเองกำลังจะเปลี่ยนไป "Jitta" เป็น 1 ใน Fintech สัญชาติไทยที่เกิดขึ้นจากผู้คร่ำหวอดในวงการหุ้นมาอย่างยาวนาน มองเห็นถึง pain point ตรงจุดนี้ จึงได้มีการพัฒนาด้านเว็บไซต์วิเคราะห์หุ้นขึ้นมาตั้งแต่ปี 2557 ที่ผ่านมาในชื่อ Jitta.com จนวันนี้ Beacon Venture Capital บริษัทเงินร่วมลงทุนของธนาคารกสิกรไทย ประกาศนำการลงทุนครั้งใหญ่มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท ตั้งเป้าเพื่อพัฒนานวัตกรรมอัจฉริยะด้านการลงทุน ผลักดัน WealthTech ในประเทศไทยให้เติบโต และขยาย Jitta สู่แอปฯ วิเคราะห์หุ้นในระดับโลก Jitta Jitta เป็นสตาร์ทอัปสัญชาติไทยด้าน WealthTech ที่เปิดตัวเมื่อเดือนมกราคม 2557 ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีและ WealthTech อย่างลึกซึ้งมาร่วมงานกัน สร้าง platform Jitta ขึ้นมาโดยมีพันธกิจหลักคือการสร้างเทคโนโลยีให้ผู้ลงทุนทั่วโลกเข้าถึงข้อมูลที่ทำให้ตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างผลตอบแทนสูงขึ้น ผ่านวิธีการที่เรียบง่ายกว่า โดยระบบของ Jitta ยึดหลักการด้านการลงทุนรูปแบบเดียวกับวอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่กล่าวว่า "Buy a Wonderful Company…Totsapon Kritsadangphorn | 2742 days ago
Read More30/08/2017
มาตรฐานใหม่แห่งการชำระเงินผ่าน QR Code เริ่มแล้ววันนี้!
อีก 1 ความร่วมมือครั้งสำคัญระดับประเทศ เมื่อสถาบันการเงินทุกสถาบันในประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มให้บริการบัตรเครดิตทุกเจ้าในประเทศไทย ร่วมแถลงข่าว 'ความร่วมมือการใช้มาตรฐานคิวอาร์โค้ดเพื่อการชำระเงิน' เพื่อสร้าง สังคมไร้เงินสด Cashless Society โดยเปิดช่องทางการชำระเงินรูปแบบใหม่ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ที่นำเอามาตรฐานการชำระเงินผ่านระบบ QR Code นี้มาใช้งาน โดยวิธีใช้งานง่าย ๆ คือ เปิดแอปการเงินที่ใช้บริการอยู่ แล้วใส่รหัสผ่านที่กำหนด Scan QR Code ที่ต้องการชำระเงิน กรอกราคาสินค้าให้ตรง ยืนยันชำระเงิน เพียงแค่นี้ก็จ่ายเงินได้แล้ว! ซึ่งระบบนี้จะมีส่วนช่วยให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยรวมไปถึงร้านค้ารายใหญ่สามารถขยายฐานลูกค้าได้ เพราะลูกค้าจะไม่ต้องพกเงินสด จ่ายเงินง่ายผ่านทางบัญชีหรือบัตรเครดิตได้ทันที ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย สะดวก ปลอดภัย และรวดเร็วเป็นอย่างมาก โดยธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้เล็งเห็นว่า Mobile Payment หรือระบบชำระเงินผ่านมือถือจะกลายเป็นช่องทางการชำระเงินหลักในอนาคต ซึ่งปัจจุบันนี้มีการใช้งานเพิ่มขึ้นกว่า 200% และกำลังเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ จากปีที่ผ่านมา เพราะสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยด้วยระบบ Security ที่มีประสิทธิภาพกว่าการพกบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือแม้แต่การพกเงินสดติดตัวเป็นจำนวนมาก ๆ ซึ่งปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้มีบริการและโครงการที่อยู่ในการดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยหลายตัว…Totsapon Kritsadangphorn | 3274 days ago
Read MorePR Partners
See All14/08/2026
ทีมคอนเทนต์ BT | 3 days ago
TrueVisions NOW จับมือ Viu เปิดตัว Branded Zone ส่งออริจินัลซีรีส์ไทยลุยตลาด OTT อาเซียน 3 ประเทศ
TrueVisions NOW แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ วิว (Viu) ผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งแบบ OTT ระดับภูมิภาคในเครือ PCCW Media Group เปิดตัว "TrueVisions NOW Branded Zone" บนแพลตฟอร์ม Viu เพื่อนำเสนอซีรีส์ไทยออริจินัลแก่ผู้ชมใน 3 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยเตรียมเริ่มออกอากาศชุดแรกจำนวน 6 เรื่อง จากแผนทั้งหมด10/08/2026
ทรู จับมือ มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ชวน “โอปอล สุชาตา” ควงคุณแม่ส่งต่อแคมเปญ “เต้าต้องตรวจ” เติมเต็มความหมายวันแม่ปีนี้
ความรักและความห่วงใยที่มีต่อกันในครอบครัวไม่ได้หยุดอยู่เพียงคำบอกรัก แต่เริ่มต้นจากการลงมือดูแลสุขภาพของคนที่เรารักอย่างแท้จริง เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569 มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ ได้ร่วมมือกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยทรูปลูกปัญญา ร่วมกันจัดแคมเปญ “เต้า ต้อง ตรวจ” เพื่อชวนทุกครอบครัวเปลี่ยนความห่วงใยให้เป็นความใส่ใจในสุขภาพเต้านมของผู้หญิงไทยทุกคน ในแคมเปญนี้ ได้รับเกียรติจาก “โอปอล–สุชาตา ช่วงศรี” พร้อมด้วยคุณแม่สุพัตรา ช่วงศรี มาร่วมเป็นพลังเสียงสำคัญในการรณรงค์และสร้างความตระหนักรู้ ให้คุณแม่และผู้หญิงไทยหันมาใส่ใจตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างสม่ำเสมอ เพราะการตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที ช่วยปกป้องสุขภาพ ให้ผู้หญิงทุกคนได้อยู่สร้างความทรงจำอันมีค่ากับครอบครัวและคนที่รักไปได้ยาวนานยิ่งขึ้น ช่องทางบริการและแหล่งเรียนรู้การตรวจคัดกรองเต้านม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้หญิงไทยเข้าถึงการดูแลสุขภาพเต้านมได้อย่างทั่วถึง แคมเปญได้เปิดช่องทางให้บริการและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ได้แก่ พลังแห่งการให้ ส่งต่อโอกาสทางสุขภาพสู่ผู้หญิงไทย นางบุษดี เจียรวนนท์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิถันยรักษ์ฯ กล่าวถึงความสำคัญของแคมเปญนี้ว่า “วันแม่คือช่วงเวลาแห่งความรักความผูกพันและความห่วงใยที่อยากส่งต่อถึงกันมูลนิธิถันยรักษ์ฯจึงอยากชวนทุกครอบครัวแสดงความรักต่อคุณแม่และคนที่รักด้วยการพาเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเพราะยิ่งพบความผิดปกติได้เร็วก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการรักษาและช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นขณะเดียวกันทุกคนยังสามารถร่วมส่งต่อโอกาสของสุขภาพที่ดีไปยังผู้หญิงไทยอีกจำนวนมากผ่านการบริจาคสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อช่วยให้ผู้หญิงเข้าถึงการตรวจได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่องเพราะโอกาสในการตรวจวันนี้อาจหมายถึงโอกาสที่จะได้มีวันพรุ่งนี้และช่วงเวลาอันมีค่ากับคนที่รักต่อไปอีกยาวนาน” การร่วมบริจาคและการติดต่อ ทุกท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อสุขภาพที่ดีแก่ผู้หญิงไทย ด้วยการบริจาคสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างทั่วถึง โดยใบเสร็จจากการบริจาคสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามกฎหมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: ศูนย์ถันยรักษ์ โรงพยาบาลศิริราช…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 7 days ago
Read More07/08/2026
อายิโนะโมะโต๊ะ เผยยุทธศาสตร์ Food Technology ชูเทคโนโลยี “AminoScience” เจาะอินไซต์ผู้บริโภคและ B2B
บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน The Heartbeat by “AminoScience” ร่วมเปิดเผยแนวคิดการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีทางอาหาร และข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค ท่ามกลางการเติบโตของตลาด Health & Wellness ในประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 1.5 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและองค์ความรู้หลักรูปแบบผลิตภัณฑ์ / โซลูชันกลุ่มเป้าหมายหลักNutrition & Well-beingAminoScience (การใช้ประโยชน์จากกรดอะมิโน)aminoVITAL, AminoNITE, Quick Meal, UMAIผู้รักสุขภาพ, ผู้มีปัญหาการนอน, ผู้มีเวลาจำกัดHousehold BusinessConsumer Moment Analysis (การวิเคราะห์ช่วงเวลาใช้ชีวิต)รสดีเมนู, รสดีซุปก้อน, Birdyผู้บริโภคทั่วไปที่ประกอบอาหารเองFood Vendor BusinessOperational Efficiency Solution (นวัตกรรมลดขั้นตอนปรุง)อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน (ผงหมักย่าง, ผงพะโล้)ผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กและสตรีทฟู้ด การประยุกต์ใช้องค์ความรู้ AminoScience และ Consumer Insight ข้อมูลจาก…ทีมคอนเทนต์ BT | 10 days ago
Read More07/08/2026
หัวเว่ยเดินหน้าปฏิวัติวงการสาธารณสุขไทยด้วย AI เปิดตัว 4 นวัตกรรมเปลี่ยนเกมเร่งเครื่อง AI เพื่อการแพทย์ในประเทศไทย
กรุงเทพฯ, 7 สิงหาคม 2569 — หัวเว่ย จัดงาน “Huawei AI+ Healthcare Summit” ภายใต้งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 รวมผู้นำด้านนโยบายสาธารณสุข ผู้บริหารโรงพยาบาลชั้นนำ และพันธมิตรด้านเทคโนโลยีจากไทยและจีน ร่วมขับเคลื่อนอนาคตของระบบสาธารณสุขไทยด้วยนวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อยกระดับ Healthcare Ecosystem ของประเทศอย่างเป็นทางการ นายปีเตอร์ จาง ประธานกลุ่มธุรกิจการศึกษาและสาธารณสุขต่างประเทศ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ จำกัด ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ยในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของระบบสาธารณสุขไทย และบทบาทของเทคโนโลยี AI ในการยกระดับคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น ภายใต้แนวคิด “AI for Health, Health for All” “วันนี้ปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมสาธารณสุขอย่างรวดเร็ว หัวเว่ยมีประสบการณ์ตรงจากการพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลสุขภาพแบบครบวงจร ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวติงไปจนถึงโซลูชัน AI สำหรับผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และผู้บริหารโรงพยาบาล ซึ่งได้พิสูจน์ผลสำเร็จแล้วในโรงพยาบาลชั้นนำอย่างโรงพยาบาลหลายแห่งในจีน เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างหัวเว่ยกับพันธมิตรไทยในวันนี้จะช่วยผลักดันวิสัยทัศน์…ทีมคอนเทนต์ BT | 10 days ago
Read More






















