ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| ก๊าซเรือนกระจก
Read More

[บทความ] เมื่องานวิจัยชี้ว่าการแก้ปัญหามลพิษในเอเชีย อาจเร่งให้โลกร้อนเร็วขึ้น

ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา หลายคนคงรู้สึกว่าภาวะโลกร้อนนั้นรุนแรงและมาเร็วกว่าที่คิด เราได้เห็นสถิติปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ถูกทำลายลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เคยสงสัยไหมว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ทุกอย่างมัน "เร่งสปีด" ขึ้นขนาดนี้ ? คำถามนี้ได้กลายเป็นปริศนาสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังหาคำตอบ ล่าสุด งานวิจัยชิ้นใหม่ได้ชี้ไปที่คำตอบที่อาจฟังดูย้อนแย้งที่สุด คือ การที่เราจริงจังกับการลดมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะในจีนและเอเชียตะวันออก อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โลกร้อนขึ้นเร็วกว่าเดิม ปริศนาอุณหภูมิที่พุ่งไม่หยุด ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์เคยมองว่าสาเหตุอาจมาจากการควบคุมการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ในอุตสาหกรรมเดินเรือ แต่มาตรการนี้เพิ่งเริ่มจริงจังเมื่อปี 2020 ผลกระทบจึงยังไม่มากพอที่จะอธิบายทุกอย่างได้ ขณะที่นักวิจัยจาก NASA ก็ชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงของเมฆ ทั้งการลดลงของเมฆในเขตร้อนชื้นหรือเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน แต่มีจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่งที่ถูกมองข้ามไป นั่นคือ ความพยายามอย่างมหาศาลของจีนและประเทศในเอเชียตะวันออกในการต่อสู้กับมลพิษทางอากาศ เพื่อสุขภาพของประชาชน นับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา ภูมิภาคนี้ลดการปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ลงได้ถึง 75% และที่น่าสนใจคือ ช่วงเวลาที่ความพยายามนี้เข้มข้นขึ้น กลับเป็นช่วงเดียวกับที่โลกร้อนเริ่มเร่งสปีดพอดี เมื่อ "เกราะกำบัง" จากมลพิษจางหายไป เผยให้เห็นผลกระทบแท้จริง งานวิจัยชิ้นนี้เกิดจากความร่วมมือของทีมนักวิทยาศาสตร์ 8 ทีมทั่วโลก และได้ข้อสรุปที่น่าสนใจและน่ากังวลในเวลาเดียวกัน มลพิษในอากาศที่ผ่านมานั้น ทำหน้าที่เหมือน "เกราะ" ที่คอยบดบังผลกระทบที่แท้จริงของภาวะโลกร้อนเอาไว้ และเมื่ออากาศสะอาดขึ้น "หน้ากาก" ที่ว่านี้ก็ถูกถอดออก เผยให้เห็นความรุนแรงของปัญหาที่ซ่อนอยู่ แม้ว่ามลพิษทางอากาศจะเป็นภัยร้ายต่อสุขภาพ…
11/03/2025

MIT เตือน ! ก๊าซเรือนกระจกส่งผลต่อการโคจรของดาวเทียม และอาจทำให้มันชนกันแบบไม่สิ้นสุด

เมื่อพูดถึงก๊าซเรือนกระจก เรามักจะนึกถึงโลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลกละลาย หรืออากาศแปรปรวน ซึ่งเกิดขึ้นบนพื้นโลก หรือบรรยากาศที่เราสัมผัสได้ แต่ใครจะไปคิดว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะส่งผลต่อการโคจรของดาวเทียมได้ด้วย ดาวเทียมเป็นอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว ทั้งในแง่การสื่อสาร นำทาง พยากรณ์อากาศ หรือแม้กระทั่งในระบบการเงินและการธนาคาร งานวิจัยล่าสุดจาก MIT ได้เปิดเผยการค้นพบผ่านวารสาร Nature Sustainability ว่า ก๊าซเรือนกระจกส่งผลต่อชั้นบรรยากาศ “เทอร์โมสเฟียร์” (Thermosphere) ซึ่งเป็นชั้นที่ดาวเทียมส่วนใหญ่โคจรอยู่ และอาจทำให้เกิดการชนกันของดาวเทียม ปรากฏการณ์เรือนกระจกอาจทำให้ดาวเทียมชนกัน อย่างที่เรารู้กันว่าก๊าซเรือนกระจกนั้นถูกปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศจนทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกขึ้น ในลักษณะคล้ายกับโดมที่ครอบโลกของเราไว้ สร้างผลกระทบในแง่ของอุณหภูมิและความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศ ซึ่งการสะสมของก๊าซเรือนกระจกทำให้ความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศเทอร์โมสเฟียร์ลดลง ชั้นบรรยากาศเทอร์โมสเฟียร์มีระดับความสูง 90–800 กิโลเมตรเหนือโลกของเรา และมีความหนาแน่นสูง ซึ่งนอกจากที่เราจะใช้ชั้นบรรยากาศนี้ในการสร้างวงโคจรของดาวเทียมแล้ว เมื่อดาวเทียมสิ้นอายุการใช้งานและตกลงสู่พื้นโลก เศษซากดาวเทียมเก่าจะถูกเผาไหม้ผ่านความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศ ลดความเสี่ยงการชนกันของวัตถุในวงโคจรเดียวกัน ดังนั้น เมื่อก๊าซเรือนกระจกสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้ความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศในชั้นเทอร์โมสเฟียร์ลดลง และเพิ่มความเสี่ยงที่ดาวเทียมที่ปลดระวางจะคงเหลือเศษซากอยู่ในวงโคจร จนอาจเกิดการชนกันของดาวเทียม ส่งผลให้เกิดความเสียหาย และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คนบนโลกได้ ภัยคุกคามจากการสะสมของเศษซากในอวกาศ ปัจจุบันมีดาวเทียมมากกว่า 10,000 ดวงที่โคจรรอบโลกในวงโคจรระดับต่ำ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้บริการอินเทอร์เน็ต การนำทาง และการสื่อสาร อย่างไรก็ตาม แม้ท้องฟ้าที่เรามองเห็นว่าช่างแสนกว้างใหญ่นั้นอาจกำลังถูกถมด้วยการเพิ่มดาวเทียมเข้าไปในวงโคจรอีกมหาศาล จากธุรกิจที่เติบโตขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มดาวเทียมอินเทอร์เน็ตจำนวนมหาศาลที่เรียกกันว่า…
09/10/2023

Yindii ยินดี แอปพลิเคชันสั่ง ‘อาหารเหลือ’ คุณภาพดีที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกและเป็นมิตรต่อโลกมากกว่า

ในแต่ละปีมีอาหารเหลือทิ้งทั่วโลกถึง 1,300 ล้านตัน ซึ่งขยะอาหารเป็นหนึ่งในขยะที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ เพราะเวลาอาหารเหลือทิ้งมีจำนวนมากหรือถูกจัดการอย่างไม่เหมาะสมจะทำให้เกิดก๊าซมีเทนจากการเน่าเสีย และเร่งให้เกิดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม Yindii - ยินดี แอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี ‘อาหารเหลือ’ ฝีมือคนไทยที่จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกออเดอร์ที่สั่งเป็นมิตรต่อโลกใบนี้ และลดปริมาณของขยะอาหารจากอาหารเหลือทิ้ง แอปพลิเคชัน Yindii อาหารเหลือที่มีมูลค่ามากกว่าอาหารปกติ แม้จะใช้คำว่าอาหารเหลือ แต่ไม่ใช่เศษอาหารจากจานคนอื่นแน่นอน แอปพลิเคชันยินดีได้รวบรวมพาร์ตเนอร์ร้านอาหารที่ได้มาตรฐาน ทั้งรายใหญ่รายย่อยเพื่อจำหน่ายอาหารเหลือในสต็อกที่ยังมีรสชาติและคุณภาพดีส่งต่อให้แก่ผู้ใช้ในราคาที่ถูกลง 50–70 เปอร์เซ็นต์ และยังเป็นการช่วยลดปัญหาขยะอาหารอีกด้วย โดยพาร์ตเนอร์ที่คุณต้องรู้จัก เช่น S&P, The Coffee Club, Bonjour, Brix ร้านอาหารจากโรงแรมชื่อดัง อย่าง Grand Hyatt, Centara Grand และ Dusit Hotel & Resorts นอกจากนี้ ยังมีพาร์ตเนอร์รายย่อยอีกหลายเจ้าให้คุณได้เลือกซื้อ อาหารเหลือเหล่านี้มีคุณค่าและคุณภาพไม่ต่างจากอาหารที่จำหน่ายหน้าร้าน แอปพลิเคชันยินดีเป็นเพียงแพลตฟอร์มที่ช่วยจำหน่ายอาหารเหลือเหล่านี้ไม่ให้เหลือทิ้งจากการจำหน่ายผ่านทางหน้าร้านในแต่ละวันด้วยมาตรฐานนโยบายของร้านอาหารยุคใหม่ที่เน้นการปรุงสดใหม่ทุกวัน โดยนอกจากคุณค่าของอาหารที่ไม่ต่างกันแล้ว การเลือกซื้ออาหารเหลือจะช่วยให้คุณได้เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยชะลอปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมจากขยะอาหารด้วย อาหารเหล่านี้จึงมีคุณค่าทางด้านจิตใจที่สูงกว่า โดยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่าการเลือกทางเลือกที่เป็นมิตรต่อโลกส่งผลดีต่อสุขภาพจิตใจ ช่วยให้คุณตระหนักถึงคุณค่าในตนเอง อารมณ์ดี และรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ความต่างระหว่างแอปพลิเคชัน Yindii…
24/08/2023

รสชาติแห่งนวัตกรรม! ‘สเต๊กสันใน’ ด้วยวิธีเพาะเนื้อเยื่อ Customize เนื้อได้ พร้อมเปิดจองให้ลิ้มลอง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโลกของเรามีนวัตกรรมอาหารใหม่ ๆ มากมายด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน หนึ่งในจุดประสงค์ของการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหาร คือ การรักษาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการทำปศุสัตว์เพื่อนำมาเป็นอาหารสร้างก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น 14.5 เปอร์เซ็นต์ของก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด โดยเฉพาะการเลี้ยงวัว ความก้าวหน้าของนวัตกรรมอาหารเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมนั้นเกิดขึ้นมากมาย และ MIRAI FOODS เทคสตาร์ทอัปจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็เป็นหนึ่งในนั้น บริษัทสตาร์ทอัปแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2019 โดยคริสตอฟ มายเยอร์ (Christoph Mayr) และซูมาน ดาส​ (Suman Das) ด้วยจุดประสงค์เพื่อการสร้างเนื้อสัตว์ด้วยการเพาะเนื้อเยื่อเพื่อลดการสร้างมลพิษจากการทำฟาร์มปศุสัตว์ โดยที่เนื้อสัตว์คุณภาพนั้นยังคงมีรสชาติ กลิ่น สัมผัส รวมถึงคุณค่าทางโภชนาการไม่ต่างจากเนื้อที่มาจากสัตว์โดยตรง และยังสามารถ Customize หรือปรับแต่งเนื้อได้ความต้องการด้วยเทคโนโลยีสิทธิบัตรเฉพาะ เมื่อช่วงต้นปี 2023 ที่ผ่านมา MIRAI FOODS ได้ประกาศการความสำเร็จในการเพาะเลี้ยง ‘เนื้อสเต๊กสันใน’ หรือ ‘เทนเดอร์ลอยน์’ ทางผู้ผลิตได้บอกว่าเนื้อสเต๊กสันในชิ้นนี้เป็นเนื้อคุณภาพดีระดับพรีเมียมจากห้องแล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ลักษณะของเทนเดอร์ลอยน์ คือ เนื้อสันในของวัวที่จะประกอบไปด้วยเนื้อเป็นส่วนใหญ่ และมีมันแทรกเพียงเล็กน้อย เนื้อจากแล็บชิ้นนี้เป็นการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของวัวสายพันธุ์แท้ 2 สายพันธุ์เข้าด้วยกัน เซลล์ส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อมาจากวัวไพมอนเทส (Piedmontese) หรือวัวสายพันธุ์พิเศษที่เลี้ยงเฉพาะในแคว้นปีเยมอนเต (Piedmonte) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี…
Bristol venue adds carbon footprint to its menu
12/12/2022

ร้านอาหารในอังกฤษประกาศแสดงปริมาณก๊าซเรือนกระจกในเมนูอาหาร

The Canteen ร้านอาหารมังสวิรัติเป็นแห่งแรกในประเทศอังกฤษ ที่เพิ่มปริมาณ Carbon Footprint หรือจำนวนก๊าซเรือนกระจกในเมนูอาหารของร้าน
16/08/2021

โลกของเราทำสถิติ ‘ร้อนที่สุด’ ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

กรกฎาคม 2021 กลายเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดที่มนุษย์เคยเก็บสถิติมา แซงหน้าปี 2016, 2019 และ 2020 ที่เคยเป็นอันดับหนึ่งร่วมสำหรับเดือนที่โลกมีอุณหภูมิสูงที่สุด การที่เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นในปัจจุบันยิ่งช่วยยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) หรือที่บางครั้งเราเรียกว่า สภาวะโลกร้อนนั้นกำลังเกิดขึ้นจริง
21/05/2021

มิติใหม่ของการทำเหมือง กับพืชที่ ‘ขุดนิกเกิล’ ได้

นักสำรวจพบพืชหายากที่สามารถ ‘ขุด’ นิกเกิลจำนวนมากออกมาจากดินได้ในป่าอินโดนีเซีย - ฟังแล้วอาจจะงงว่ามันเป็นไปได้อย่างไร พืชจะสามารถขุดได้ด้วยหรือ แล้วขุดได้แล้วมันสำคัญอย่างไร มาทางนี้เราจะอธิบายให้ฟังกัน ความสัมพันธ์น่าฉงนระหว่างนิกเกิลกับพืชชั้นยอด นิกเกิล คือ โลหะชนิดหนึ่ง มีความมันวาว มีสีขาวออกเงิน มีความแข็งแรง สามารถนำมาตีเป็นแผ่น และขึ้นรูปในอุณหภูมิต่ำได้ดี  มีความทนทานต่อการผุกร่อนได้ดีมาก ทั้งยังเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีด้วย มันจึงถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่ก๊อกในครัว เครื่องมือผ่าตัด ไปจนถึงแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า โดยปกติแร่ชนิดนี้ไม่จัดว่าอันตราย แต่หากสูดดมฝุ่นและไอระเหยของนิกเกิลเป็นปริมาณมาก จะทำให้เกิดอาการระคายเคือง นำไปสู่การป่วยเป็นมะเร็งปอดได้ และหากปล่อยให้แร่โลหะนี้อยู่บนพื้นดิน มันก็สามารถคร่าสิ่งมีชีวิตที่ดูดซึมธาตุชนิดนี้เข้าไปในปริมาณมากได้เช่นกัน  สำหรับแหล่งผลิตหรือเหมืองขุดนิกเกิลนั้นมีหลายแห่ง แต่พื้นที่ที่เป็นประเด็นเกี่ยวข้องกับการใช้พืชทำเหมืองที่เราจะพูดถึงนี้คือ โซโรวาโกะ (Sorowako) พื้นที่ใจกลางเกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซีย  โซโรวาโกะเคยเป็นที่อยู่อาศัยของพืชพันธุ์นานาชนิดซึ่งส่วนใหญ่ไม่พบที่อื่น แต่แล้วเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ก็กลายเป็นศูนย์กลางของพื้นที่การขุดนิกเกิลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แม้จะมีแค่บริษัทเดียวที่สกัดนิกเกิลจากที่แห่งนี้ แต่นิกเกิลที่ได้มีปริมาณถึง 5% ของนิกเกิลที่ขุดได้ทั่วโลก เมื่อ อัยเยน โทจอา (Aiyen Tjoa) นักชีววิทยาด้านดินและอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยทาดูลาโก (Tadulako University) ใน ใจกลางเมื่อสุลาเวสีเตงกะห์ (Central Sulawesi) เดินทางมาสำรวจเมืองเหมืองแร่ขนาดเล็กในโซโรวาโกะ…
23/04/2021

Greta Thunberg ออกมาโต้ถึงประเด็นแก้ปัญหาโลกร้อนของเหล่าผู้นำโลก

หลังจากที่เมื่อวานนี้ (22 เมษายน) ได้มีการจัดการประชุมออนไลน์ของผู้นำโลกหลายประเทศ เพื่อประชุมและหารือกันเรื่องการแก้ปัญหาสภาพอากาศและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยครั้งนี้มีสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพ โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณถึงความพยายามของโจ ไบเดนและชาวอเมริกันในการจะเรียกคืนความเป็นผู้นำระดับโลกในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน หลังจากที่อดีตประธานาธิบดีดอนัลด์ ทรัมป์ถอนตัวจากความพยายามของนานาชาติในการลดการปล่อยมลพิษเมื่อปีที่แล้ว ส่วนทางโจ ไบเดนเริ่มการประชุมด้วยการเปิดเผยเป้าหมายของประเทศสหรัฐฯ ซึ่งตั้งเป้าที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสหรัฐให้ได้ลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2030 และหวังว่าจะกระตุ้นให้ชาติอื่น ๆ ในโลกทำเช่นเดียวกัน ขณะที่เหล่าผู้นำจากทั่วโลกต่างให้คำมั่นสัญญาด้านสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปจนถึงการลดการใช้ถ่านหินด้วย ซึ่งหลังจากการประชุมผู้นำโลกดังกล่าวเกรตา ธุนเบิร์ก (Greta Thunberg) เด็กสาวนักเคลื่อนไหวทางสังคมสัญชาติสวีเดนวัย 18 ปี ก็ได้ออกมาพูดถึงประเด็นการประชุมดังกล่าวทันที โดยเธอเตือนผู้ร่างกฎหมายของสหรัฐฯ ว่าประวัติศาสตร์จะทำให้พวกเขาต้องรับผิดชอบต่อภัยพิบัติจากสภาพอากาศ หากพวกเขาไม่หยุดให้เงินอุดหนุนอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล ก่อนที่มันจะสายเกินไป เธอกล่าวถึงผู้ร่างกฎหมายของคณะอนุกรรมการด้านสิ่งแวดล้อมและคณะกรรมการกำกับดูแลเอาไว้ว่า “ฉันไม่เชื่อแม้แต่วินาทีเดียวว่าพวกคุณจะทำสิ่งนี้ได้จริง” “คุณยังพอมีเวลาที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อรักษามรดกของคุณเอาไว้ แต่ช่วงเวลานั้นจะไม่คงอยู่นาน” "พวกเราคนหนุ่มสาวคือคนที่จะขีดเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับคุณในหนังสือประวัติศาสตร์... ดังนั้น คำแนะนำของฉันที่จะบอกคุณคือ จงเลือกทางเดินอย่างชาญฉลาด" เกรตา ธุนเบิร์กนับเป็นหนึ่งในผู้ที่รณรงค์เรื่องภาวะโลกร้อนมาเป็นเวลานาน เริ่มตั้งแต่เมื่อตอนเธออายุ 15 ปี ที่รณรงค์ให้นักเรียนหยุดเรียนทุกวันศุกร์ เพื่อประท้วงต่อรัฐสภาสวีเดนเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

PR Partners

See All
Read More

ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน

ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง
15/01/2026

ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…
13/01/2026

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…
26/12/2025

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…