Tags
| ความเชื่อ
22/08/2024
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 510 days ago
ปลาออร์ฟิช: ปลาวันสิ้นโลก สัญญาณแห่งภัยพิบัติ หรือจำเลยทางความเชื่อ
ปลาออร์ฟิช (Oarfish) หรือปลาออร์ หนึ่งในสัตว์ใต้ท้องทะเลสุดลึกลับที่มักผูกโยงกับเรื่องราวในตำนาน และปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา อย่างแผ่นดินไหว และคลื่นยักษ์สึนามิ โดยเฉพาะในวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ขนานนามปลาออร์ฟิชว่าเป็นผู้ส่งสารจากวังของเทพเจ้าแห่งท้องทะเล (Ryugu no tsukai) เพราะเชื่อกันว่าทุกครั้งที่ปลาออร์ฟิช ซึ่งปกติอาศัยอยู่ใต้ทะเลลึกขึ้นมาเกยชายฝั่ง มักจะเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติตามมา ด้วยลางร้ายที่ผูกติดมากับปลาออร์ฟิช ทำให้สิ่งมีชีวิตชนิดนี้ถูกเรียกในอีกชื่อว่า ‘ปลาวันสิ้นโลก’ (Doomsday Fish) แต่ในความจริง เจ้าปลาออร์ฟิชที่สุดแสนจะลึกลับชนิดนี้ กำลังถูกตีตราและเป็นจำเลยให้กับเหตุการณ์ทางธรรมชาติจากเหล่ามนุษย์อยู่หรือเปล่า BT beartai จะพาคุณดำดิ่งลงไปใต้ผืนสมุทร และข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์กัน มารู้จักกับปลาออร์ฟิชกัน ปลาออร์ฟิช มีชื่อแบบไทย ๆ ว่า ‘ปลาพญานาค’ ด้วยลำตัวสีเงินสะท้อนแสง ที่มีลักษณะแบนคล้ายริบบิ้น และยาวได้มากถึง 9 เมตร พร้อมดวงตากลมโต และหนามสีแดงสดบนหัวที่ดูคล้ายกับหงอนของพญานาค ซึ่งทำให้เกิดเรื่องเล่าในไทยมากมายด้วยเช่นกัน ปลาออร์ฟิชเป็นปลาที่กินด้วยการกรองแพลงก์ตอน และกุ้งขนาดเล็กเป็นอาหาร อาศัยอยู่ในมหาสมุทรชั้นเมโซเพลาจิก หรือลึกลงไปใต้ผิวน้ำกว่า 200-1,000 เมตร ซึ่งเป็นส่วนของมหาสมุทรที่ยังไม่ได้รับการสำรวจอย่างทั่วถึง โดยปกติมนุษย์มักพบเห็นปลาออร์ฟิชเมื่อมันขึ้นมาโซนน้ำตื้นในสภาพที่อ่อนแอ ตาย หรืออยู่ในสภาพที่ไม่ปกติเท่าไหร่ แถมการสำรวจมหาสมุทรชั้นเมโซเพลาจิกที่เป็นที่อยู่ของมันก็ยังไม่ค่อยพบเห็นปลาออร์ฟิชด้วย เลยยิ่งทำให้ปลาตัวยาวชนิดนี้ดูลึกลับขึ้นไปอีก เหตุการณ์ที่ทำให้ปลาออร์ฟิชกลายเป็นลางร้ายแห่งภัยพิบัติ หนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้ฉายาปลาวันสิ้นโลกแพร่กระจายไปทั่วโลก มาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่นในเดือนมีนาคมปี…24/01/2024
‘ทำไมคนชอบฟังเรื่องผี?’ กับ 4 เหตุผลทางจิตวิทยา และสังคม
เดี๋ยวนี้การฟังเรื่องผีกลายมาเป็นกิจกรรมทั้งในยามว่าง และยามไม่ว่างของหลายคน ภาพลักษณ์ของเรื่องผีที่เป็นเรื่องสยองขวัญถูกปรับเปลี่ยนตามค่านิยมตามยุคใหม่ และถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างความบันเทิงในมุมมองใหม่ และยังคงมอบความสยองขวัญ แต่ในรูปแบบที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ แม้ว่าจะเป็นคนกลัวผีก็ตาม เห็นได้จากยอดการเติบโตของเหล่า เดอะโกสเตอร์ จากช่อง The Ghost Radio หรือช่องจำนวนมากที่ผลิตรายการเล่าเรื่องผีออกมามากมาย เราจึงได้เห็นปรากฏการณ์การฟังเรื่องผีในทุกที่ทุกเวลา เวลาขับรถ เวลาทำงาน หรือแม้แต่ก่อนนอน จากเดิมที่รายการผีตามโทรทัศน์จะต้องมาหลังละครหลังข่าวจบ พร้อมกับความรู้สึกกลัว และอยากดูในเวลาเดียวกัน สิ่งที่น่าสนใจของปรากฏการณ์นี้ คือ เรื่องสยองขวัญ เรื่องผี เรื่องคุณไสยมนตร์ดำ และเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติในสังคมไทยสามารถเติบโตไปพร้อมวิธีคิดแบบวิทยาศาสตร์ที่มาพร้อมกับคนเจเนเรชันใหม่ได้อย่างลงตัว ว่าแต่ทำไมเรื่องผีที่เคยน่ากลัวจนต้องหลับตาปิดหูถึงกลายมาเป็นเรื่องที่สามารถฟังได้ทุกที่ทุกเวลาแบบนี้กันนะ บทความนี้รวบรวมทฤษฎีด้านจิตวิทยา และสังคมที่มีคนอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้มาให้ได้อ่านกัน 4 เหตุผลที่อธิบายว่าทำไมคนชอบฟังเรื่องผี คนจำนวนไม่น้อยรู้สึกหลงใหลในเรื่องราวอันแปลกประหลาดที่ไม่สามารถหาคำตอบได้ จนบางครั้งอาจเรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่ขัดกับหลักเหตุผล หรือถูกเรียกว่าไร้สาระเลยก็ว่าได้ ซึ่งทฤษฎีทางจิตวิทยา และองค์ความรู้ด้านสังคมวัฒนธรรมอาจใช้ในการอธิบายเหตุการณ์นี้ได้ เหตุผลที่ 1: ความกระหายใคร่รู้ที่ไม่ถูกเติมเต็ม ความอยากรู้อยากเห็นในสิ่งต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ถูกฝังอยู่ในดีเอ็นเอของมนุษย์ ที่ทำให้เราศึกษา และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จนวิวัฒนาการได้เร็วกว่าสัตว์อื่น ซึ่งเรื่องลึกลับที่มนุษย์คุ้นเคยมาแต่โบราณก็เป็นหนึ่งในความกระหายใคร่รู้ของมนุษย์ที่ไม่เคยถูกเติมเต็มด้วยการพิสูจน์ หรืออธิบายได้อย่างชัดเจน มนุษย์ทำได้เพียงตั้งสมมติฐาน และทฤษฎีต่าง ๆ ออกมาในรูปแบบของปรัชญา เรื่องเล่า หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ว่าผีคืออะไร?…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 721 days ago
Read More14/09/2023
ทำไมใคร ๆ ก็ชอบมู ? สิ่งศักดิ์สิทธิ์ยึดเหนี่ยวจิตใจที่ช่วยให้รู้สึกดี
วันนี้เรากลับมาพร้อมกับความรู้ทางจิตวิทยาดี ๆ กันอีกแล้ว ซึ่งวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านมาเจาะลึกความรู้ที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของคนเวลามีเรื่องไม่สบายใจ ที่มักจะทำบุญ เข้าวัดขอพร รวมไปถึงความเชื่อของสายมูเตลูต่าง ๆ ทำไมการมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยึดเหนี่ยวจิตใจถึงทำให้รู้สึกดี มาดูเบื้องหลังของพลังแห่งศรัทธานี้ตามแบบฉบับหลักจิตวิทยากันเลย ทำไมผู้คนถึงต้องการ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ยึดเหนี่ยวจิตใจ ? “ศาสนา” เป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการของมนุษย์ และเป็นหนึ่งในคำถามที่รบกวนนักคิดผู้ยิ่งใหญ่มาหลายศตวรรษ ยกตัวอย่างเช่น คาร์ล มาร์กซ์ ที่ให้คำบัญญัติถึงความหมายของศาสนาเอาไว้ว่า “ฝิ่นของประชาชน” ส่วน ซิกมุนด์ ฟรอยด์ ก็มีความรู้สึกว่าพระเจ้าเป็นเพียงภาพลวงตา และผู้ที่นับถือพระเจ้า ต้องการสัมผัสความรู้สึกถึงความปลอดภัยและการให้อภัย เหมือนความรู้สึกในวัยเด็กที่เราอยากให้ผู้ใหญ่มาปกป้องในยามที่เกิดปัญหา แต่โดยพื้นฐานแล้ว มีการวางสมมติฐานเอาไว้ว่า ศาสนาเป็นผลพลอยได้จากการปรับตัวทางความคิดและสังคม ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาของมนุษย์ พลังศรัทธา = ความหวัง นักศาสนศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ นักจิตวิทยา พยายามศึกษาเรื่องราวเหล่านี้มานานหลายศตวรรษ เพื่อทำความเข้าใจผลกระทบที่ศาสนามีต่อมนุษย์ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่าศาสนาและจิตวิญญาณเป็นหนึ่งในปัจจัยทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุด นักวิจัยจาก Mayo Clinic สรุปใจความของเรื่องนี้เอาไว้ว่า “การศึกษาส่วนใหญ่แสดงให้เห็นว่า การมีความเชื่อทางศาสนาและจิตวิญญาณ มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับสุขภาพ สุขภาพของผู้ที่มีศรัทธาอันแรงกล้าต่อพระเจ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีแนวโน้มที่จะมีสุขภาพดี รวมถึงมีอายุที่ยืนยาวขึ้น ทักษะการเผชิญปัญหาดีขึ้น แม้ในช่วงป่วยระยะสุดท้าย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 853 days ago
Read More26/06/2023
เลิกได้แล้ว! ยาสีฟันทาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ไม่ช่วย แถมเสี่ยงติดเชื้อ
คนไทยจำนวนไม่น้อยที่เคยมีความเชื่อและบางคนก็ยังเชื่ออยู่ว่าเมื่อเกิดแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือแผลที่เกิดจากความร้อนให้ใช้ยาสีฟันมาทาที่แผลเพื่อปฐมพยาบาล ซึ่งที่มาของความเชื่อนี้ก็เหมือนว่าจะเมกเซนส์หรือสมเหตุสมผลหากเราไม่ได้รู้ข้อมูลที่แท้จริง เพราะยาสีฟันให้ความรู้สึกเย็นเลยเอามาทาแผลที่เกิดจากความร้อน แต่ในความเป็นจริง ยาสีฟันไม่ได้ช่วยรักษาหรือบรรเทาแผลไฟไหม้-น้ำร้อนลวก ในขณะเดียวกันอาจทำให้แผลหายช้า รุนแรงขึ้น และเสี่ยงต่อการติดเชื้อด้วย Hack for Health จะมาแฮกความเชื่อนี้ให้ฟังกัน ยาสีฟันทาแผลไฟไหม้-น้ำร้อนลวก ไม่หายและเสี่ยงอันตรายกว่าเดิม ปัจจุบันไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ชิ้นไหนพบว่ายาสีฟันมีสรรพคุณในการสมานแผลหรือทำให้แผลหายแล้วขึ้น เพียงแค่ทำให้รู้สึกเย็นขึ้นเท่านั้น และในบางเคสอาจทำให้เกิดความเสี่ยงบางอย่างได้ด้วย เสี่ยงเป็นแผลรุนแรงขึ้นและหายช้าขึ้น แม้ว่ายาสีฟันจะไม่ได้มีสารเคมีที่ทำให้แผลรุนแรง แต่เวลาที่ทายาสีฟันลงแผลไปแล้วสักพัก ยาสีฟันจะแห้งและเหนียว ทำให้ล้างออกได้ยาก พอออกแรงถูอาจทำให้แผลอักเสบและบาดเจ็บมากขึ้น หายช้ากว่าเดิม หรือถ้ายาสีฟันที่คุณใช้มีเม็ดบีดหรือเม็ดสครับอาจบาดผิวหนังส่วนที่เป็นแผล เสี่ยงแผลติดเชื้อ ต่อจากข้อที่แล้ว แผลที่รุนแรงขึ้นเพิ่มโอกาสที่แผลจะติดเชื้อได้มากขึ้น หรือถ้าคุณใช้มือที่ไม่ได้ล้างด้วยสบู่ทายาสีฟันลงบนแผลอาจทำให้เชื้อที่ติดอยู่บนมือเข้าไปในแผล เกิดการติดเชื้อ และรักษายากกว่าเดิม เป็นแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ควรทำอย่างไร? ก่อนใช้หาอะไรมาทาแผล Hack for Health แนะนำให้ปฐมพยาบาลตามขั้นต่อไปนี้ หากเป็นแผลไฟไหม้รุนแรง เช่น แผลพุพอง มีตุ่มน้ำใส รู้สึกปวดรุนแรง หรือถูกไฟไหม้หรือถูกน้ำร้อนลวกอย่างรุนแรงชัดเจน ควรล้างแผลด้วยวิธีข้างต้นและไปพบแพทย์ เพราะอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือแม้แต่การผ่าตัดเพื่อรักษา พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสภูษิต เรืองอุดมกิจ | 933 days ago
Read More09/05/2023
ความเชื่อและข้อเท็จจริงของไข่ไก่กับสุขภาพที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน
ไข่ไก่ วัตถุดิบพื้นฐานของอาหารทั่วโลกจนอาจเรียกได้ว่าเป็นอาหารของมวลมนุษยชาติ หาง่าย นำมาปรุงได้หลากหลายเมนู ทั้งคาวและหวาน ที่สำคัญ คือ ไข่ไก่มีสารอาหารหลากหลายชนิด แม้ผู้คนจะคุ้นเคยกับรสชาติของไข่ แต่ยังมีข้อเท็จจริงอีกหลายเรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบชนิดนี้ รวมถึงความเชื่อที่คุณอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับไข่ไก่ มาดูกันว่า 1. ความเชื่อ: การกินไข่ดิบและไข่ไม่สุกได้โปรตีนสูงกว่า หลายคนอาจคุ้นกับภาพของนักกล้ามที่กินไข่ไก่ดิบหลังออกกำลังกายเพื่อช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อ แต่นั่นเป็นเพียงภาพจำแบบผิด ๆ ในการกินไข่ เพราะร่างกายมนุษย์ไม่สามารถย่อยโปรตีนของไข่ดิบได้ทั้งหมด โดยอาจย่อยและดูดซึมได้เพียง 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่การนำไข่ไปปรุงสุกด้วยความร้อนจะช่วยเปลี่ยนโครงสร้างของโปรตีนในไข่และช่วยให้ร่างกายย่อยและดูดซึมโปรตีนจากไข่ไก่ได้ราว 90 เปอร์เซ็นต์ของโปรตีนทั้งหมด 2. ความเชื่อ: การล้างไข่ไก่ก่อนปรุงช่วยลดเชื้อโรค เมื่อซื้อไข่จากตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต หลายบ้านมักจะนำไข่มาล้างเพื่อทำความสะอาดเอาเศษดินหรือมูลของไก่ออกไป โดยที่เข้าใจว่าจะทำให้ไข่สะอาดขึ้น แต่นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะบริเวณเปลือกไข่มีรูพรุนขนาดเล็กอยู่จำนวนมากและบนเปลือกไข่ก็มีแบคทีเรียอาศัยอยู่จริง ซึ่งการไข่ไปล้างน้ำอาจทำให้น้ำล้างเอาแบคทีเรียตัวจิ๋วเข้าไปในไข่ผ่านรูเล็ก ๆ บนเปลือกได้มากขึ้น โดยเฉพาะการล้างด้วยน้ำเย็น 3. ความเชื่อ: คนสูงอายุไม่ควรกินไข่แดง คอเลสเตอรอลในเลือดสูงเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคนสูงอายุ ซึ่งไข่ไก่ โดยเฉพาะไข่แดงถูกมองว่าเป็นตัวร้ายและเป็นสาเหตุของภาวะคอเลสเตอรอลสูงที่อาจนำไปสู่โรคหัวใจได้ เพราะไข่ไก่มีคอเลสเตอรอล 200–300 มิลลิกรัม แต่ในปัจจุบันยังไม่มีผลงานวิจัยที่ยืนยันแน่ชัดว่าการกินไข่ไก่ในปริมาณปกติเพิ่มความเสี่ยงของภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง นักโภชนาการและแพทย์จึงยังแนะนำให้คนส่วนใหญ่ รวมถึงคนสูงอายุกินไข่ 1 ฟองต่อวัน เพราะสารอาหารสูง ทั้งโปรตีน กรดอะมิโน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 981 days ago
Read More06/02/2023
ลดไขมันเฉพาะส่วน เรื่องลวงที่คนหลงเชื่อ วิธีลดไขมันที่ได้ผลจริงต้องทำยังไง?
การลดไขมันเฉพาะส่วนเป็นความเชื่อที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินกันมาบ้าง คนที่เชื่อมักจะออกกำลังกายด้วยท่าเดิมซ้ำ ๆ เพื่อหวังว่าแขนที่ย้วยจะดูเล็กลงด้วยการยกดัมเบลล์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าหรือการซิทอัปอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อให้พุงยุบ แต่เรื่องนี้เป็นเพียงความเชื่อ ไม่ใช่เรื่องจริง Hack for Health จะมาเล่าว่าทำไมเราถึงไม่สามารถลดไขมันเฉพาะส่วนได้ พร้อมวิธีลดไขมันที่ใช้ได้จริง ลดไขมันเฉพาะส่วน เรื่องลวงที่คนหลงเชื่อ ไม่ว่าคุณจะออกกำลังกายเฉพาะส่วนมากแค่ไหน คุณก็ไม่สามารถลดไขมันที่สะสมอยู่ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของคุณได้ ยกเว้นว่าคุณจะเข้ารับการดูดไขมันหน้าท้องที่คลินิกเสริมความงาม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงและเสี่ยงที่จะกลับมาอ้วนได้ หากไม่ดูแลตัวเอง ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมเราถึงไม่สามารถลดไขมันเฉพาะส่วนได้ก็เพราะว่ากล้ามเนื้อกับไขมันมีหน้าที่ต่างกัน โดยในระหว่างที่คุณออกกำลังกายและร่างกายต้องการพลังงานมากขึ้น ไขมันสะสมจะถูกดึงมาจากหลาย ๆ ส่วนและถูกแปลงเป็นพลังงานเพื่อนำมาใช้ในการเคลื่อนไหว วิธีลดไขมันที่ใช้ได้จริง? การลดไขมันสะสมสามารถทำได้หลายวิธี เช่น 1. คาร์ดิโอ คาร์ดิโอเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยกระตุ้นการเต้นของหัวใจและการสูบฉีดเลือด ซึ่งช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี คุณสามารถเลือกได้เลยว่าจะ คาร์ดิโอหนัก หรือ คาร์ดิโอนาน เพราะทั้งสองรูปแบบสามารถช่วยไขมันได้ โดยระยะเวลาที่เหมาะสมในการคาร์ดิโอเพื่อสุขภาพ คือ 20–60 นาที ตัวอย่างการคาร์ดิโอ: เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และกระโดดเชือก 2. การออกกำลังกายกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นจะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญระหว่างวัน โดย Bodyweight Training และ Weight Training เป็นวิธีหลักในการช่วยสร้างกล้ามเนื้อ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1073 days ago
Read More28/12/2021
10 ชาติ 10 ความเชื่อ กับการฉลองปีใหม่สุดแปลก
ในแต่ละประเทศทั่วโลกก็มักจะมีประเพณี วัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป และเนื่องในโอกาสที่เราทุกคนกำลังจะเดินทางเข้าสู่ปีใหม่อีกครั้ง วันนี้เราได้เก็บตกเอาวัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อแปลก ๆ ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้เกี่ยวกับการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ในแต่ละประเทศมาฝากกัน สกอตแลนด์ ชาวสกอตแลนด์เชื่อว่าบุคคลแรกที่ก้าวเข้ามาหน้าประตูบ้านหลังเที่ยงคืนเข้าสู่วันปีใหม่ โดยมีของติดไม้ติดมือมาด้วย เช่น เกลือ ถ่าน หรือขนมปังชอร์ตเบรด ผู้นั้นจะนำความโชคดีตลอดทั้งปีมาสู่เจ้าของบ้าน ซึ่งเจ้าของบ้านก็จะจัดเลี้ยงอาหารอย่างเต็มที่เป็นการตอบแทน บราซิล ที่บราซิลคนเชื่อว่าสีขาวเป็นสีแห่งความสงบสุข และสามารถช่วยปัดเป่าวิญญาณร้ายออกไปได้ ซึ่งการที่เราใส่ชุดสีขาวฉลองรับวันปีใหม่ จะทำให้เราเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสงบสุข และเจริญรุ่งเรือง สเปน ชาวสเปนมีความเชื่อว่าหากกินองุ่นครบ 12 ผลภายในช่วงเวลาที่นาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงคืน 12 ครั้ง ชีวิตของผู้ที่ทำได้นั้นจะพบแต่ความโชคดีตลอดทั้ง 12 เดือนของปีใหม่ เดนมาร์ก ชาวเดนมาร์กต้อนรับปีใหม่ด้วยการเขวี้ยงจานชามใส่ประตูบ้านให้แตกละเอียด หากเป็นเศษซากได้มากชิ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งนำพามิตรภาพมาสู่บ้านหลังนั้นมากขึ้นเท่านั้น ปานามา ชาวปานามาฉลองปีใหม่ด้วยการเผาหุ่นคนที่เป็นบุคคลสาธารณะ ซึ่งเรียกพิธีนี้ว่า ‘มูเนคอส’ เนื่องจากเชื่อว่าหุ่นคนนั้นเป็นตัวแทนของปีเก่า การเผาหุ่นก็หมายถึงการทำลายสิ่งเก่า ๆ เพื่อนำไปสู่สิ่งใหม่ ๆ ที่ดีกว่านั่นเอง สหรัฐอเมริกา ชาวอเมริกันนิยมรับประทานถั่วตาดำ (Black-Eyed Pea) เพราะถั่วชนิดนี้เมื่อปรุงสุกแล้วจะมีสีและรูปร่างเหมือนเหรียญเงิน ซึ่งเชื่อกันว่าจะนำความร่ำรวยมาให้ ญี่ปุ่น ในช่วงของการย่างเข้าสู่ปีใหม่ ชาวญี่ปุ่นมักจะไปไหว้พระขอพรตามวัดต่าง…วิทวัส ปัญญาเลิศวุฒิ | 1478 days ago
Read More15/12/2021
บิชอปอิตาลีออกโรงขอโทษผู้ปกครอง หลังกล่าวกับเด็ก ๆ ว่า ‘ซานตาคลอสไม่มีอยู่จริง !’
'อันโตนีโอ สตากีอาโน' (Antonio Staglianò) บิชอปแห่งสังฆมณฑลนิกายโรมันคาธอลิกแคว้นซิซิลี (Sicily) ประเทศอิตาลี ออกมาขอโทษต่อผู้ปกครองของเด็ก ๆ และประชาชนหลังจากที่ตนได้กล่าวแสดงความคิดเห็นกับเด็ก ๆ ว่าซานตาคลอสที่เด็ก ๆ ทั่วโลกต่างรับรู้ว่าเป็นชายชราใส่ชุดสีแดง ที่มีหน้าที่มอบของขวัญแก่เด็ก ๆ ในวันคริสต์มาสนั้นไม่มีอยู่จริง และเป็นเพียงภาพลักษณ์ของบริโภคนิยมประภาส อยู่เย็น | 1491 days ago
Read More10/12/2021
‘นกกระสาปากพลั่ว’ นกหน้าโหดที่มีเสียงร้องคล้ายปืนกล แถมยังสังหารลูกจระเข้ได้ด้วย!
นกกระทุง (Pelican) แต่ด้วยลักษณะโดยรวมของมันตอนที่โตเต็มวัยจะมีลำตัวสีเทา มีจะงอยปากที่แปลกกว่านกทั่ว ๆ ไปคือ มีจะงอยปากที่แตกต่างจากนกชนิดอื่น ๆ และมีหน้าตาที่โหดเอาการ ทำให้มันจึงได้รับฉายาว่า 'Death Pelican' หรือไม่ก็ขนานนามมันว่าเป็น 'นกที่ดูน่ากลัวที่สุดในโลก'ประภาส อยู่เย็น | 1496 days ago
Read More28/05/2021
‘Poltergeist’ ทฤษฏีลึกลับใน ‘Ghost Lab ฉีกกฏทดลองผี’ ชวนให้คิดต่อว่า “ผีผลัก” “พลังจิต” หรือ “คนคิดทำเอง” ???
ในภาพยนตร์ผีเรื่องล่าสุดของ GDH อย่าง 'Ghost Lab ฉีกกฏทดลองผี' (2564) ที่เพิ่งลงเข้าฉายไปเมื่อวานนี้ นอกจากเรื่องราวของการทดลองทางวิทยาศาสตร์ในการค้นหาว่าผีหรือวิญญาณนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เราจะสื่อสารกับวิญญาณได้อย่างไร และวิญญาณจะสามารถปรากฏเป็นรูปเป็นร่างได้อย่างไรนั้น มีสิ่งหนึ่งที่ตัวละครอย่าง 'หมอกล้า' (พาริส อินทรโกมาลย์สุต) ได้พูดคำหนึ่งคำที่เกี่ยวกับการปรากฏตัวของวิญญาณออกมา นั่นก็คือคำว่า 'โพลเตอร์ไกสต์' (Poltergeist) หรือ 'ปรากฏการณ์โพลเตอร์ไกสต์' (Poltergeist Phenomenon) นั่นเอง ในหนัง 'Ghost Lab' หมอกล้าได้อธิบายให้คนดูเข้าใจคร่าว ๆ ว่า ปรากฏการณ์โพลเตอร์ไกสต์นี้ก็คือ การที่มีพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น ไม่ทราบแหล่งกำเนิดพลังงานนั้นอย่างแน่ชัด แต่สามารถทำให้ข้าวของขยับเขยื้อนเคลื่อนที่ ตกกระทบ หรือลอยได้ หรือถ้าอธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์ก็คือ มี "แรง" บางอย่างไปกระทำกับ 'วัตถุ' จนเกิดการเคลื่อนที่ และเมื่อวัตถุเกิดความเร่ง จนเกิดการกระทบกัน ก็จะทำให้เกิด "เสียงประหลาด ๆ " ที่อธิบายไม่ได้ขึ้น ซึ่งเวลาที่เกิดปรากฏการณ์นี้ เรามักไม่สามารถหาต้นตอได้ว่าแรงนั้นมาจากไหนกันแน่ ซึ่งในหนัง (และตามความเข้าใจของเรา) จึงอนุมานแบบคร่าว ๆ…ประภาส อยู่เย็น | 1692 days ago
Read More24/10/2019
พาไปรู้จัก! ‘ไฉ่ซิงเอี้ย’ เทพเจ้าแห่งโชคลาภที่อยู่บนหน้าจอมือถือลิซ่า Blackpink พร้อมคาถาบูชากัน
ณ เวลานี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก 'ไฉ่ซิงเอี้ย' เทพเจ้าแห่งโชคลาภที่กำลังเป็นกระแสกันอย่างกว้างขวางบนโลกโซเชียล หลังจากที่มีคนแชร์ภาพ 'ลิซ่า' หนึ่งในสมาชิก Black Pink และ เซี้ยวจ้าน จากซีรีส์ปรมาจารย์ลัทธิมาร ใช้รูปเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ยเป็นภาพหน้าจอมือถือ ว่าแต่ไฉ่ซิงเอี้ยคือใคร? แล้วต้องบูชาอย่างไร? วันนี้เรามาทำความรู้จักกับเทพเจ้าองค์นี้กันค่ะ ไฉ่ซิงเอี้ย หรือ จ่ายสินเอี้ย ( 财神;) ไฉ่ซิ่ง แปลว่า ทรัพย์สิน หรือ โชคลาภ และ เอี้ย แปลว่าเทพเจ้า ตามความเชื่อของคนจีน ท่านเป็นเทพเจ้าที่จะประทานเงิน ทอง และ โชคลาภให้แก่ผู้ที่บูชาท่าน สำหรับชาวจีนท่านถือเป็นเทพเจ้าที่มีความสำคัญมากที่สุดในช่วงเปลี่ยนปีนักษัตร (ช่วงขึ้นปีใหม่) ในแต่ละปีท่านจะลงมาจากสวรรค์เพียงวันเดียวเท่านั้นคือวันตรุษจีน ดังนั้นเมื่อเริ่มเข้าสู่วันตรุษจีน ชาวจีนจะตั้งโต๊ะบูชาท่านตั้งแต่เที่ยงคืนเป็นต้นไป (ส่วนมากจะเริ่มบูชาตั้งแต่ 23.00-01.00 ของวันตรุษจีน) โดยการหันหน้าไปทางทิศต่าง ๆ ที่เชื่อว่าไฉ่ซิงเอี้ยจะเสด็จลงมาซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละปี การตั้งโต๊ะบูชาจะตั้งที่ดาดฟ้าบ้าน หลังคาบ้าน ระเบียงบ้านชั้นสองหรือสาม หรือหน้าบ้านก็ได้ ซึ่งของที่ทำการบูชาใช้ของหวาน เช่น ผลไม้, อาหารเจ, บัวลอย หรือของกินที่มีสีสันสดใส แต่ไม่ใช้ของคาวหรือเนื้อสัตว์…Natnaree TK | 2274 days ago
Read MorePR Partners
See All13/01/2026
วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 1 days ago
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์26/12/2025
Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม
กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 19 days ago
Read More


















